ดินแดนทางเหนืออันหนาวเหน็บ กองทัพเคลื่อนตัวอย่างเชื่องช้าฝ่ากระแสลมหนาว ชายบนหลังม้าสีหน้าเคร่งเครียด มือกุมสายบังเ**ยน หากสายตามองข้างตัว ชายร่างผอมหนังหุ้มกระดูกผิวขาวซีดบนแคร่หามส่งเสียงไออย่างหนัก
โจโฉหยุดม้า โน้มตัวลงจับมือผอมบางไร้เรี่ยวแรง
“กุยแกพักก่อนไหม”
“นายท่าน เราล่าช้ามากแล้ว ท่านทิ้งข้าไว้ที่นี่เถิด ตัวท่านจงรีบตามไปปราบปรามพวกแซ่อ้วนที่ยังเหลือ อย่าปล่อยให้มันตั้งตัวได้”
“ข้าจะทิ้งเจ้าไปได้อย่างไร เป็นข้าสั่งให้เจ้าเดินทางมากรำศึกทั้งที่รู้ว่าเจ้าร่างกายอ่อนแอ กว่าข้าจะรู้ เจ้าก็ฝืนร่างกายจนอาการหนักเช่นนี้” โจโฉกุมมือกุยแกแน่นน้ำตาไหลริน
“ข้าไปต่อไม่ไหวแล้วนายท่าน ข้าเป็นตัวถ่วง ปล่อยข้าไว้ที่นี่พร้อมทหารบางส่วน พวกเขาจะพาข้ากลับไปรักษา รอท่านชนะศึกกลับมาหาข้า สัญญากับข้าสินายท่าน รีบชนะศึกแล้วกลับมา ข้าจะเตรียมโต๊ะเลี้ยงชัยชนะของท่าน”
โจโฉลังเล หากเดินทางต่อพร้อมกุยแก สภาพร่างกายอ่อนแอคงยิ่งทำให้อาการทรุดหนัก ไม่รู้หนทางข้างหน้าจะเป็นเยี่ยงไร ถ้าปล่อยไว้ซะตรงนี้ กุยแกยังได้กลับไปรักษาตัวอย่างดีในเมือง กว่าจะเสร็จศึกคงหายเจ็บไข้
เมื่อตัดสินใจได้ โจโฉจึงลงจากหลังม้าเข้ากอดกุยแก
“รักษาตัวดีๆนะ ข้าจะรีบชนะศึกแล้วกลับไป เจ้าอย่าลืมสัญญา จัดโต๊ะฉลองชัยให้ข้า”
กุยแกฝืนหัวเราะทั้งน้ำตา “ข้าจะเตรียมงานอย่างยิ่งใหญ่เลยทีเดียวนายท่าน”
โจโฉขึ้นม้าดึงมือที่กุยแกกุมอยู่ออก ควบม้าจากไปพร้อมน้ำตา
- รอข้า ข้าสัญญาจะรีบกลับมา –
แต่นั่นเป็นครั้งสุดท้ายที่ข้าได้พบกับเจ้า กุนซือมือขวาของข้า กุนซือผู้ชาญฉลาดและภักดียิ่ง เจ้าแลกชัยชนะของข้าด้วยชีวิตของเจ้า เมื่อข้ากลับมา สิ่งที่เจ้าเหลือไว้ให้ข้ามีเพียงจดหมายฉบับหนึ่ง แม้แต่จดหมายของเจ้า ยังเป็นแผนการให้ข้าชนะศึกหลังเจ้าจากไปแล้ว เจ้ายังคงทำงานให้ข้าแม้หลังเจ้าสิ้นชีพ
“กรี๊ดดดดดดด ไม่ อย่าทิ้งข้าไป ไม่ ไม่ ไม่ ฮืออออออ” เสียงกรีดร้องดังขึ้น
“กิ๊ก พี่อยู่ที่นี่ พี่ไม่ได้ไปไหน” โจรีบเข้ามากอดกิ๊กที่นอนอยู่บนโซฟา
“นายท่านอย่าทิ้งข้าไป” สาวน้อยร้องไห้สะอึกสะอื้นหอบหายใจ
“กิ๊กลืมตาขึ้น มองพี่สิ เห็นพี่ไหม ไม่มีใครเป็นอะไร เรื่องมันผ่านไปแล้ว”
กิ๊กลืมตามองเจ้านาย สติเริ่มกลับมา ลมหายใจเริ่มดีขึ้น
“นาย แฮ่ก แฮ่ก แฮ่ก นาย...”
“ใช่ แบบนั้นแหละ ค่อยๆหายใจ เรื่องมันผ่านไปนานแล้ว อยู่กับปัจจุบันนะ”
“ค่ะ ค่ะ ตอนนี้นายอยู่ที่นี่” กิ๊กกอดคอโจแน่น ซุกหน้าเปื้อนน้ำตาลงบนไหล่
“ดีขึ้นแล้วใช่ไหม” โจลูบหัวปลอบอย่างอ่อนโยน
“ค่ะ ดีขึ้นแล้ว”
“งั้นช่วยปล่อยพี่เถอะ ก่อนที่พ่อกับพี่ชายของกิ๊กจะฆาตกรรมพี่”
“ปล่อย ? หา ?” กิ๊กเงยหน้าขึ้นจากไหล่ของโจ
ด้านหน้านอกจากพี่ซิน ในห้องทำงาน ยังมีพ่อ แม่ พี่ชาย ครบเลย กิ๊กค่อยๆคลายมือจากคอของโจด้วยความเขินอาย
“มะ มา มากันตั้งแต่เมื่อไหร่คะ” กิ๊กถามเก้อๆ
“สักพักใหญ่แล้วจ๊ะ” แม่เอ่ย “เห็นกิ๊กหลับคาโซฟา พวกเราเลยปล่อยกิ๊กหลับเพราะคุณโจบอกว่ากิ๊กทำงานเหนื่อย”
“เออ ค่ะ เมื่อคืนเลิกดึกอะค่ะ เลยนอนไม่พอ”
“กิ๊กไปล้างหน้าล้างตาในห้องน้ำแล้วไปทานข้าวเย็นเถอะจ๊ะ เดี๋ยวพี่โทรเรียกให้เอกมาเป็นเพื่อนทานข้าว” ซินเอ่ยแก้สถานการณ์
“ไปเถอะกิ๊ก แม่มีธุระกับคุณโจ ธุระเสร็จแล้วพวกเราค่อยคุยกัน” แม่ดาวยิ้มให้ลูกสาว
“ค่ะแม่” กิ๊กพยักหน้า
...........................................
“กิ๊กยังฝันร้ายอยู่หรือ” แม่ดาวถามขึ้น
“ครับคุณดาว แต่ความถี่น้อยลงมาก” โจตอบ
“กิ๊กมาอยู่กับคุณโจ 3 ปีแล้วสินะคะ”
“ใช่ครับ 2 ปีหลังผมใช้น้ำหอมกลิ่นเดิม ฉีดใส่ตุ๊กตาบ้าง หมอนบ้าง ผ้าห่มบ้าง ให้เค้ารู้สึกว่าผมอยู่กับเค้าตลอดเวลานอนน่ะครับ อาการก็ดีขึ้นบ้าง”
“เรื่องงานเป็นยังไงบ้าง” ขิม พี่ชายของกิ๊กถามบ้าง
“หายห่วง เก่งขึ้นเรื่อยๆ ตอนนี้เป็นมือขวาของกูไปละ” โจตอบตามประสาเพื่อนคุ้นเคย
“เรื่องฝันร้าย คุณโจแน่ใจหรือว่าความถี่น้อยลง” ลักษณ์พ่อของกิ๊กถามบ้าง
โจกอดอกหันไปมองทางอื่น
“กิ๊กนอนคนเดียว เป็นไปได้ไหม เวลาเกิดอาการ กิ๊กเก็บเงียบ คุณโจเลยไม่รู้ว่ากิ๊กฝันร้าย” ลักษณ์ยังถามต่อ
โจยังเงียบ
“กิ๊กเป็นผู้ใหญ่ขึ้นมาก คงควบคุมอารมณ์หวาดกลัวได้มากขึ้น อาการเหมือนเดิม ความถี่เท่าเดิม แต่คุณโจไม่ทราบมากกว่า” ลักษณ์ตั้งข้อสังเกต
“มึงบอกว่า กูดูแลลูกมึงไม่ดีงั้นสิ” โจเหวี่ยงใส่
“ใจเย็นค่ะ ดาวเชื่อว่าคุณโจดูแลกิ๊กดี กิ๊กเล่าให้ฟังเสมอ ดาวสังเกตเห็นว่าช่วงหลังอาการป่วยน้อยลงด้วย” แม่ดาวไกล่เกลี่ยสถานการณ์
“กูเห็นด้วยกับพ่อ กิ๊กสุขภาพดีขึ้นมาก ร่าเริงขึ้น ตั้งแต่มาทำงานกับโจ กิ๊กเปลี่ยนแปลงตัวเองในทางที่ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ยกเว้นเรื่องฝันระลึกชาติ อาการแทบเหมือนเดิม แทนที่จะดีขึ้นเหมือนเรื่องอื่นๆ ปกติพวกเราพออายุมากขึ้นฝันแนวนี้ก็น้อยลงไปเรื่อยๆ มันน่าจะมีสาเหตุอะไรบ้างอย่าง” ขิมตั้งข้อสังเกตบ้าง
โจเริ่มคิดตามขิม ตั้งแต่เจอกิ๊กครั้งแรกอายุ 13 ปี โจไปทำงานเชียงใหม่และนอนพักบ้านขิม ได้ยินเสียงน้องสาวของขิมร้องไห้กลางดึก ทุกคนวุ่นวายดูแล กิ๊กยังคงร้องไห้และหายใจลำบาก จนโจเข้าไปกอดปลอบสักพักถึงสงบ
ตอนนั้นโจและคนอื่นจึงรู้ว่ากิ๊กคือกุยแกกลับชาติมาเกิด กิ๊กมักฝันร้ายถึงช่วงเวลาก่อนตายเมื่ออดีตชาติ คนที่กิ๊กร้องไห้หาคือโจโฉหรือโจในชาตินี้ หลังจากปรึกษาหารือกัน ทุกคนจึงตัดสินใจให้กิ๊กมาทำงานกับโจที่กรุงเทพตอนอายุ 14 จนตอนนี้อายุ 17 ปี สามปีผ่านไป
“ผมจะคุยกับหมอโตเรื่องนี้อีกที ผมอยากให้กิ๊กหาย” โจตอบ
“เรื่องติดเหล้าล่ะคะ ลดลงบ้างรึยัง” แม่ดาวถามเรื่องที่กังวลอีกเรื่อง
“เฮ้ออออออ” โจถอนใจยาว “อย่าว่าแต่ลดเลยครับ หนักกว่าเดิมด้วยซ้ำ หนล่าสุดดื่มในห้องประชุมวันปฐมนิเทศพนักงานใหม่เลย”
“แก้ปัญหาไม่ได้เลยหรือคะ”
“ชาติที่แล้วยังแก้ไม่ได้ ชาตินี้ก็คงเป็นแบบนี้ไปทั้งชาติแหละครับ เรื่องนี้ผมจนปัญญา” โจส่ายหน้าอย่างระอา
...........................................