032 ประชุม RC Red Cliff

1295 Words
โครม ! เคร้ง ! แกร๊ง ! “เกิดอะไรขึ้น” เสียงดังปลุกตติยาสะดุ้งตื่น “ผมจะเข้าห้องน้ำ เสาน้ำเกลือมันชน” ตติยาก้มเก็บเสาน้ำเกลือที่ล้ม หยิบขวดน้ำเกลือแขวนเหมือนเดิม เธอเคลื่อนเสาน้ำเกลือนำเอกเข้าไปในห้องน้ำ เอกกุมสีข้างค่อยๆเดินเข้า “เสร็จแล้วยิงเบอร์เรียกนะ ไม่ต้องล็อกประตู” พอมือถือโชว์เบอร์เรียกเข้าของเอก ตติยาก็พยุงเอกออกจากห้องน้ำ “แฮ่ก ๆ ๆ” เอกหอบหายใจบนเตียง “ตีนหนักชิบหาย เจ็บสีข้างน่าดู พี่มาเมื่อไหร่เนี่ย” “ตั้งแต่เมื่อคืนค่ะ มาถึงเอกก็หลับแล้ว” “ผมบอกแล้ว ผมอยู่คนเดียวได้” “อ้อเหรอ แค่เข้าห้องน้ำยังเข้าไม่ได้เนี่ยนะ” “จริงด้วย” เอกยิ้มแหะๆ “พี่บอกทางบ้านไว้แล้ว กะจะเฝ้าจนกว่าเอกจะออกจาก รพ.” “อาหารเช้ายังไม่มาหรือ หิวแล้ว” “ตีห้ากว่าเอง เดี๋ยวพี่ลงไปซื้อของ 7-11 มาให้ทานนะ” เอกสิทธิ์ซดเกี๊ยวกุ้งด้วยมือซ้าย “หายโกรธพี่รึยังคะ” “ยัง” ตติยาหน้าซีด “แต่ลดลงเยอะละ” ตติยาเริ่มยิ้มได้ “พี่ไม่ไปทำงานหรือ” “เมื่อคืนคุณซินโทรมาคุย ท่านรองจะหาคนมาดูแลเอกพอดี พี่เลยอาสาลางานมาดูแลเอก แต่...หักเงินเดือนตามวันลาอะ แฮะ แฮะ แฮะ” “เงินจะพอใช้หรือพี่” “ขอพ่อเพิ่มแล้ว” ตติยางึมงำก้มหน้างุด “อย่าคิดมาก ค่อยเป็นค่อยไป ของแบบนี้ต้องค่อยๆปรับตัว” เอกปลอบ “เรื่องหย่า... เค้าจะหย่ากันจริงหรือ” ตติยาเริ่มน้ำตาซึมอีก “ไม่ต้องห่วง ผมมีแผน ผมไม่ให้หย่าง่ายๆ หรอก” เอกยิ้มยิงฟันเจ้าเล่ห์ “ขอปรึกษารายละเอียดกับกิ๊กเรื่องกฎหมายอีกที” “คนที่ส่งข้อความด่าพี่ ไม่ใช่ภรรยาคุณจิ๋วใช่ไหม” “ดูไม่ออกหรือ อย่างพี่จุจะด่าใครได้ พี่จุฑามาศทำงานหนักจะตาย ไม่มีเวลามาวุ่นวายเรื่องพี่หรอก ถ้าไม่มีคนโทรไปสาระแนเรื่องพี่ป่านนี้ยังไม่รู้ด้วยซ้ำ อุ๊บ” เอกรีบปิดปากตัวเอง “มีคนโทรบอก ? คนเดียวกับที่ใส่ร้ายพี่ในเนตใช่ไหม” เอกหน้าเจื่อน “เอกรู้ใช่ไหมว่าใครเป็นคนทำ บอกพี่หน่อยเถอะ ขอร้อง” ตติยาเซ้าซี้อยู่นานจนเอกทนไม่ไหว เลยบอกชื่อคนทำออกไป พอตติยารู้ว่าใคร เธอยิ่งช็อกกว่าเดิม ........................................... ห้องรับรองแขกวีไอพี VIP ของบริษัท Talent กลุ่มบุคคลกำลังสรวลเสเฮฮา “ซุนเซ็กล่ะ” โจกระซิบถามซิน “ไม่มาค่ะ บอกว่าตัดสินใจไปเลย ไม่อยากยุ่ง” ซินตอบ โจส่งสัญญาณให้สาวๆที่มารับแขกออกจากห้อง ซินปิดเครื่องเสียงและออกจากห้องไปเป็นคนสุดท้าย บรรยากาศเปลี่ยนเป็นประชุมจริงจัง “มีคนทำผิดกฎกลุ่มผาแดงโดยทำร้ายคนในกลุ่ม” โจกล่าวนำ “หึ หึ หึ น่าจะเรียกว่ากระทืบฝ่ายเดียวมากกว่ามั้ง” นายพลตู่หัวเราะในลำคอ “จะว่าอย่างนั้นก็ได้ เด็กของผมโดนกระทืบในอาณาจักรของผม นอกจากผิดกฎเรื่องทำร้ายกันเองแล้ว ยังผิดกฎเรื่องรุกล้ำอาณาเขตโดยไม่ได้รับอนุญาตด้วย” “มันจะอะไรนักหนา พวกเราฝึกต่อสู้กันเองยังเจ็บหนักกว่านี้หลายเท่า” จิ๋วหรือจิวยี่กล่าวอย่างไม่พอใจ “ประการแรก การฝึกต่อสู้ต่างยินยอมพร้อมใจทั้งสองฝ่าย ประการสองเอียวสิ้วเป็นสายกุนซือ ไม่ใช่สายใช้กำลัง ประการสามเอียวสิ้วไม่ได้ทำผิด หรือต่อให้มันพูด มันก็พูดเรื่องจริง มึงไม่มีสิทธิ์ทำร้ายมัน” “ตัวต่อตัวไง กูผิดตรงไหน มันอ่อนเอง” จิ๋วยังไม่ยอมแพ้ “งั้นมึงตัวต่อตัวกับลิโป้บ้างไหมล่ะ” จิ๋วเงียบ ใครจะกล้าตัวต่อตัวกับลิโป้วะ “อ้าว กูเกี่ยวไรอะ แล้วอย่าเรียกกูว่าลิโป้ กูไม่ชอบ อดีตส่วนอดีต ปัจจุบันส่วนปัจจุบัน” เสียงห้าวเหวี่ยงใส่ “ขอโทษครับ ลิขิต” “ลิลลี่ !!!” “ครับ ลิลลี่ครับ” “ดีมากค่ะ อย่าเรียกชื่อลี่ผิดอีก” หากบอกว่าสิ่งที่มีอิทธิพลกับบุคคลหนึ่ง คือสันดานและสิ่งแวดล้อม โจอยากรู้จริงๆ ว่าลิโป้มันถูกเลี้ยงดูมายังไงในชาตินี้ จากเทพนักรบในตำนานกลายเป็นกะเทยควายอัลคาซ่าร์ได้ ลิโป้ เอ้ย ลิลลี่หน้าตาคมสัน จมูกโด่งตรงได้รูป ปากอิ่มเต็ม ดวงตาโตพอเหมาะพอเจาะคมกล้า โหนกแก้มค่อนข้างสูง กรามใหญ่ หน้าหล่อจัดแบบผู้ชายเต็มตัวประหนึ่งนักรบโรมัน แต่ความหล่อเข้มแมนเกินร้อยถูกทำลายย่อยยับด้วยแต่งหน้าอย่างหนา ปากอิ่มเย้ายวนใจสตรีทาด้วยลิปสติกสีแดงสดจนรูปปากดูหนาเต๊อะ เปลือกตาทาอายแชโดว์สีม่วงเขียวปนกันช้ำเลือดช้ำหนอง คิ้วเข้มได้รูปถูกกันเป็นเส้นบางแล้วเขียนด้วยดินสอเขียนคิ้วสีดำแบบเส้นเดียว ผิวหน้าโป๊ะด้วยแป้งจนขาววอก ผิวส่วนลำตัวคล้ำแดด ส่วนสูงเกือบ 200 เซนติเมตรยิ่งดูสูงใหญ่ด้วยรองเท้าส้นสูง 7 นิ้ว กล้ามเนื้อบนร่างกายระดับนักเพาะกายอิจฉาซ่อนอยู่ในชุดเดรสสีแดงรัดรูปสั้นครึ่งต้นขา บนหัวมีวิกผมสีทองสว่างโร่หยิกหยอยเหมือนถูกไฟช็อต สรุปรวมคือทุเรศลูกตา “หมอโตว่ายังไง เอียวสิ้วเจ็บแค่ไหน” นายพลตู่ถาม “คงเล่นเปียโนไม่ได้อีก” หมอโตกล่าวเรื่อยเฉื่อย โจกุมหัวหมับ ไอ้หมอเอ้ย หลายคนงง “เอียวสิ้วมันเล่นเปียโนด้วยหรือ ? ไม่เคยเห็นมันเล่นดนตรีด้วยซ้ำ” ขิมถามแบบมึนๆ “เอาเป็นว่าจิ๋วอย่าไปยุ่งกับเอียวสิ้วมันอีกก็แล้วกัน ส่วนเรื่องรักๆใคร่ๆจัดการกันเอง ตกลงไหมจิ๋ว” นายพลตู่ตัดบท “ครับ ผมจะไม่ยุ่งกับเอียวสิ้วอีก ค่ารักษาพยาบาลผมรับผิดชอบเอง” “เด็กกูค่ารักษาแค่นี้กูจ่ายเองได้ กูต้องการความเป็นธรรมสำหรับเด็ก ผมต้องการให้มันเลิกยุ่งกับตติยาด้วย มันมีจุฑามาศอยู่แล้ว ไม่ควรยุ่งกับผู้หญิงอื่นอีก” โจยังโวยไม่เลิก ทุกคนมองหน้าโจอย่างระอา จอมเจ้าชู้อย่างโจโฉด่าจิ๋วไม่ดูตัวเองเลยเว้ย สงสัยที่บ้านไม่มีกะลา “เสียวเกี้ยวมึงห้ามกูยุ่งทีละ กูก็ยอมมึง มึงให้กูเลิกกับไต้เกี้ยวอีกหรือวะ หรือมึงจะเก็บไว้กินเอง” “กูไม่เคยทำแบบนั้น กูไม่เคยแย่งผู้หญิงของเพื่อนเหมือนมึง” โจโวยบ้าง ทุกคนมองแบบ... กูไม่เชื่อ มึงนี่แหละตัวแย่งเมียชาวบ้านเลย “เราตกลงกันแล้วจะให้อิสระเลือกทางเดินชีวิตตัวเองได้ ไม่ใช่ยึดติดกับอดีต เสียวเกี้ยวยังจำไม่ได้ว่าตัวเองเป็นใคร และยังเวอร์จิ้น มึงไม่ควรไปยุ่งกับเค้า” โจอธิบายต่อ “ตติยาไม่ได้ถูกบังคับ เธอเลือกจิ๋วเองไม่ใช่หรือ ส่วนเสียวเกี้ยว จิ๋วมันก็ไม่เคยไปยุ่งตามข้อตกลงของกลุ่มที่เคยประชุมกัน ยังไงจิ๋วกับโจก็เพื่อนสนิทกัน เลิกแล้วต่อกันไปเถอะ” นายพลตู่ไกล่เกลี่ย “มีไรอีกไหมวะ ถ้าไม่มีกูอยากลงไปช้อปปิ้ง เรื่องผัวเมียปล่อยคู่กรณีเคลียร์กันเอง คนนอกไม่ต้องเสือก” ลิโป้ เอ้ย ลิลลี่กระแทกส้นสูงสีแดงเคาะพื้น ก๊อก ก๊อก ก๊อก อย่างหงุดหงิด คนในกลุ่มพยักพเยิดเห็นด้วย เพราะรู้ว่าโจหาเรื่องจิ๋วเกินเหตุเนื่องจากเป็นคนหวงลูกน้อง โจเห็นท่าไม่ดีเลยเปลี่ยนแผนใหม่ ...........................................
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD