สิปางนั่งเหม่อลอยมองออกไปนอกหน้าต่างรถ หนุ่มแว่นมองด้วยความสงสารจับใจ
“ช่วยพาชั้นแวะที่อื่นก่อนกลับบ้านได้ไหมคะ”
“คุณอยากไปที่ไหนครับ”
“ไม่รู้เหมือนกันค่ะ แค่ไม่อยากให้คนที่บ้านเห็นในสภาพแบบนี้”
“ผมรู้จักร้านกาแฟบรรยากาศดี ตอนนี้น่าจะเปิดอยู่”
หนุ่มแว่นพาสิปางมาร้านกาแฟกราเซียส Gracias ร้านเล็กๆบรรยากาศสงบเงียบ เจ้าของร้านเสิร์ฟชาจีนร้อนๆ ทำให้สิปางสงบจิตใจลงได้มาก เธอเข้าไปล้างหน้าล้างตาจัดแต่งทรงผมใหม่ในห้องน้ำ
“ลกซุน ผู้หญิงคนนี้เป็นของซุนเซ็กแล้ว อย่ายุ่งกับเธอดีกว่า” เจ้าของร้านเตือนหนุ่มแว่น
“ชุดกี่เพ้านี่...ชั้นซักแล้วจะส่งกลับให้คุณได้ที่ไหนครับ”
“คุณเอาไปเถอะครับ ชุดของหมวยญาติผมเอง หมวยมันมีชุดแบบนี้เยอะแยะ”
รอจนสิปางอารมณ์ดีขึ้น หนุ่มแว่นหรือลกซุนก็ส่งสิปางกลับบ้าน
...........................................
“มึงเป็นบ้าอะไร กูต้องตามเคลียร์เรื่องให้มึงอีก ถ้าไม่มีกูสักคนจะเป็นไงวะ” ลูกปัดแห้วแว้ด
เสกสรรค์ก้มหน้านิ่งยอมรับผิด
“ช่างเถอะ มีเรื่องก็ดีไปอย่าง ทางนั้นคิดว่ามึงเป็นพวกเหี้ยฟันหญิงแล้วทิ้งอย่างที่โดนด่าในงานเลี้ยง พวกมันเชื่อใจมึงมากกว่าเดิม มึงถือโอกาสตีสนิทพวกมันมากขึ้นละกัน”
เสียงเคาะประตูดังขึ้น หลันกับแว่นเข้ามาในห้อง ทั้งสองคนคุกเข่าต่อหน้าเสกสรรค์ ลูกปัดสะบัดสะโพกเดินออกไปอย่างฉุนเฉียว เธอไม่อยากด่าว่าเสกสรรค์ต่อหน้าลูกน้องในแก๊ง
“เฮียครับ ผมขอโทษ ผมไม่รู้ว่าเป็นฮูหยินของเฮีย” หลันหรือกำเหลงพูดขึ้น
“ตติยาแค่อดีตฮูหยิน อั้วไม่ได้คิดอะไรกับตติยาแล้ว ลื้ออยากจีบก็จีบไป แต่สิปาง...” เสกสรรค์หันมาทางหนุ่มแว่น เล่นเอาหนุ่มแว่นสะดุ้งเฮือก “คนนี้อาซ้อคนปัจจุบันของพวกลื้อ อย่ามาแตะเมียของอั้วอีก”
...........................................
เอกสิทธิ์พยายามใส่เสื้อยืดแต่ติดมือที่เข้าเฝือก
“เปลี่ยนเป็นเสื้อเชิ้ตดีกว่า พี่ช่วยใส่ให้” ตติยาเข้าไปช่วยใส่เสื้อเชิ้ต
“ออกโรงพยาบาลวันนี้จะไหวหรือ หยิบจับอะไรยังไม่ถนัด น่าจะอยู่ต่ออีกหน่อย” พ่อของตติยามองเธอช่วยติดกระดุมให้เอกสิทธิ์
“ไหวครับคุณลุง มือซ้ายใช้ได้ปกติแล้ว มือขวานิ้วที่เหลือก็หยิบจับของได้บ้าง ผมจะไปค้างกับแฟนสักพักน่ะครับ ไม่น่ามีปัญหาอะไร ขาดงานมาหลายวันแล้วด้วย”
“เจ้านายจ่ายค่ารักษาพยาบาลให้หมดไม่ใช่หรือ ?”
“ครับ แต่วันที่ลาโดนหักเงินเดือน แฮะ แฮะ แฮะ สิ้นเดือนนี้จะเหลือเงินเท่าไหร่ก็ไม่รู้ กลัวจะไม่พอใช้อยู่เนี่ย”
เจ้านายใจร้ายเหลือเกินหักเงินเดือนคนเจ็บขนาดนี้ พ่อของตติยาได้แต่คิด หากไม่กล้าพูด โชคดีที่เตรียมเงินทำขวัญมาให้
โทรศัพท์จากฝ่ายการเงินเข้ามาในห้องผู้ป่วย แจ้งยอดชำระและมีปัญหาเรื่องค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมอีกสองแสนกว่าบาท พ่อของตติยาถึงกับช็อคที่ได้ยินค่ารักษา
“ห้าแสนกว่าบาท แพงขนาดนี้เลยหรือ” พ่อของตติยาถาม
“นอนห้องพิเศษน่ะครับ แล้วก็ค่าผ่าตัดอะไรด้วย”
“แล้วอีกสองแสนกว่าคืออะไร”
“เห็นบอกรวมค่ากายภาพบำบัดที่ต้องมาโรงพยาบาลอีกหลายรอบ กับค่าแพทย์ภายนอกที่เรียกตัวมาพิเศษครับ นายเรียกหมอโตมรมาน่ะครับ”
“หมอโตมร หมอศัลยกรรมความงามชื่อดังน่ะหรือ”
“ใช่ครับ นายกับหมอเค้าสนิทกัน เดี๋ยวผมโทรหาแฟนมาเคลียร์เรื่องค่าใช้จ่ายก่อน” เอกสิทธิ์โทรติดต่อกิ๊ก
“นายเคลียร์ค่ารักษาห้าแสนกว่าให้แล้วครับ ส่วนเรื่องเงินที่เพิ่ม กิ๊กบอกว่านายยุ่งอยู่ กิ๊กจะให้มอเตอร์ไซค์เอาบัตรเครดิตส่วนตัวมาให้รูดจ่ายไปก่อน ค่อยไปทวงเงินกับนายทีหลังครับ เดี๋ยวพวกเราไปนั่งรอมอเตอร์ไซค์ที่ล็อบบี้ได้เลย”
พ่อของตติยาช็อครอบสองเมื่อเห็นบัตรเครดิต SCB Private Banking
“บัตรเครดิตของคุณโจหรือครับ”
“บัตรส่วนตัวของกิ๊กครับ กิ๊กเค้าชอบใช้ใบนี้ มันไม่มีค่าธรรมเนียมรายปี”
“บัตรนี้ทำไมหรือคะ สวยดีนะคะ ติไม่เคยเห็นเลย” ตติยาถามพ่อ
“ต้องมีเงินฝากหรือเงินลงทุนกับธนาคารไทยพาณิชย์ 50 ล้านบาทน่ะลูก”
“อย่างกิ๊กไม่มีเงินฝากถึง 50 ล้านหรอกครับ ห้าแสนจะถึงรึเปล่ายังไม่รู้เลย” เอกหัวเราะ “คงเงินลงทุนมากกว่า น้องเค้าชอบลงทุนอสังหากับหุ้นน่ะครับ ผมยังเสียดายเลยตอนอยู่เมืองนอกน่าจะเอาเงินฝากกิ๊กลงทุนบ้าง ไม่งั้นป่านนี้คงมีเงินใช้สบายละ ใกล้เที่ยงแล้วไปทานข้าวกันก่อนค่อยเอาของไปไว้ห้องผมดีกว่าครับ”
...........................................
กิ๊กนั่งรอที่ร้านอาหารญี่ปุ่นส่วนห้างสรรพสินค้าของตึก Talent
“มาช้าจังเลย อาหารที่กิ๊กสั่งไว้มาแล้วนะคะ” กิ๊กขยับนั่งด้านซ้ายของเอกเริ่มป้อนซูชิโดยใช้ตะเกียบให้ เอกอ้าปากรับ
“มีปัญหาเรื่องเงินที่ต้องจ่ายเพิ่มนิดหน่อยนะครับ ขอโทษที่ทำให้กิ๊กรอ”
เอกหยิบบัตรเครดิตกับใบเสร็จค่ารักษาให้กิ๊ก กิ๊กมองหน่อยนึงแล้วพับเก็บเข้ากระเป๋า
“จะไม่ถามหน่อยหรือครับ” พ่อของตติยาทักขึ้นมา
“ถามอะไรคะ” กิ๊กงง
“ค่ารักษา 7 แสนกว่าบาท หนูไม่สงสัยเลยหรือ”
“โรงพยาบาลนี้ค่ารักษาประมาณนี้แหละค่ะ สะดวก บริการดี ค่ารักษาสูงบ้างเป็นปกติค่ะ” กิ๊กยิ้ม
“เจ้านายของคุณจะไม่ว่าหรือครับ ค่ารักษาสูงขนาดนี้กับพนักงานธรรมดาคนหนึ่ง”
“ทำไมนายต้องว่าด้วยค่ะ พี่เอกไม่ใช่พนักงานธรรมดาด้วย เป็นลูกน้องคนโปรดที่นายรัก นายจ่ายเงินแค่นี้ไม่แคร์หรอกค่ะ” กิ๊กขมวดคิ้ว
“หนูไม่ได้หาเงินเองก็พูดได้สิ เงินเดือนไม่พอก็ขอพ่อแม่ใช้เลยไม่รู้ว่าเงิน 7 แสนมีค่าแค่ไหน”
“กิ๊กไม่ได้ขอพ่อแม่ กิ๊กหาของกิ๊กเอง”
“กิ๊กไม่เอาน่า คุณลุงอุตส่าห์เลี้ยงข้าว อย่าพูดจาไม่น่ารัก” เอกรีบเบรก
“ไม่ต้องเลี้ยง ค่าอาหารแค่นี้กิ๊กจ่ายเองได้”
“อย่าเลย ยังใช้เงินพ่อแม่อยู่ ลุงเลี้ยงพวกหนูดีกว่า เอกก็โดนตัดเงินเดือนเพราะลาป่วยด้วยนี่ เห็นบ่นว่าเดือนนี้เงินไม่พอใช้”
“พ่อคะ” ตติยาจับต้นแขนเตือน แต่พ่อของตติยาไม่สนใจ
“ค่าเช่าคอนโดราคาแพงที่หนูอยู่หาเองด้วยหรือ”
“หนูไม่ได้เช่า คอนโดนั่นของแม่” กิ๊กเม้มปากแน่น
“เฮอะ ก็ยังไม่ได้พึ่งพ่อแม่นั่นแหละหนู ถ้าไม่ได้เงินพ่อแม่จะเอาที่ไหนมาใช้จ่ายฟุ่มเฟื่อย”
“กิ๊กจ๋า เอกอยากกินปลาดิบ กิ๊กป้อนหน่อยสิ” เอกรีบดึงความสนใจ
กิ๊กยังหน้าบูดแต่หยุดต่อล้อต่อเถียง หันมาป้อนข้าวให้เอกอย่างเอาใจ เอกพยายามชวนกิ๊กคุยเรื่องอื่นและหลอกให้ป้อนข้าวเรื่อยๆ
พ่อของตติยามองด้วยความเหยียดหยาม ผู้ชายคนนี้เหมือนพวกเกาะผู้หญิงกิน แถมยังหลอกเด็กผู้หญิงอายุน้อยท่าทางใสซื่ออีกด้วย เด็กผู้หญิงเหมือนลูกคุณหนูฐานะดีคงตามผู้ชายไม่ทัน
“แฟนคนแรกหรือ ?” พ่อของตติยาถามอีก
“คะ ?” กิ๊กหันไปมองหน้าพ่อของตติยา คำถามธรรมดาแต่น้ำเสียงและท่าทางทำให้กิ๊กรู้สึกเหมือนถูกลุงคนนี้หาเรื่อง
“ใช่ครับ แฟนคนแรก” เอกใจเย็นตอบ
“ใช่หรือ ? เหมือนเธอเคยผ่านผู้หญิงมาไม่น้อย กี่คนแล้วล่ะ” พ่อของตติยามองเหยียดเอกสิทธิ์
เอกหายใจเข้าออกลึกๆ นับหนึ่งถึงสิบ ถึงกิ๊กจะรู้ว่าก่อนหน้าคบเธอ เขาเคยมีผู้หญิงหลายคน แต่เขาไม่อยากพูดเรื่องนี้ต่อหน้ากิ๊ก กิ๊กก็ไม่เคยถามซอกแซก
“เธอเก่งนะ หน้าตาธรรมดา หาแฟนได้น่ารักขนาดนี้แถมรวยอีก ถ้าเดาไม่ผิดเธอเข้าหากิ๊กก่อนใช่ไหม”
กิ๊กกระแทกตะเกียบลงบนโต๊ะ ตวัดสายตาคมกริบจ้องพ่อของตติยา เอกรู้สึกตัวรีบจับแขนกิ๊ก
“พี่อิ่มแล้ว งานของพี่ที่ยังค้างมีอะไรบ้าง กิ๊กพาพี่แวะขึ้นไปดูที่แผนกหน่อยครับ พรุ่งนี้พี่จะได้เริ่มทำงานเลย”
“มีงานแปลสัญญากฎหมายหลายภาษาเลยค่ะ งานด่วนกิ๊กทำให้หมดแล้ว เหลือแต่งานเอกสารที่ไม่รีบส่ง” กิ๊กหยิบกระเป๋าสะพายบ่าเตรียมตัวกลับ
“ถ้าเก่งขนาดนั้น ทำไมทำงานกินเงินเดือนที่นี่อยู่ล่ะ ไม่ไปทำงานอื่น หึ หึ หึ” พ่อของตติยายังไม่ยอมหยุดถากถางเอกสิทธิ์
“เอกจะทำงานที่ไหนก็เรื่องของเอก เอกมีเหตุผลที่อยากทำงานที่นี่ คุณลุงเกี่ยวอะไรด้วย” กิ๊กส่งเสียงแหลมสูงจนโต๊ะข้างๆหันมามอง
“ช่างเถอะกิ๊ก กลับเถอะ”
“ค่าทำขวัญ ยังไงลูกสาวผมก็มีส่วนผิด อย่างน้อยคงช่วยคุณเรื่องรายจ่ายเดือนนี้ได้บ้าง” พ่อของตติยายื่นซองจดหมายให้เอก
“พวกเราไม่อยากได้เงินของคุณ เอกไปอยู่กับกิ๊ก กิ๊กดูแลได้”
“ขอบคุณมากครับคุณลุง” เอกยื่นมือไปรับซองจดหมาย
“เอก !!!” กิ๊กวีน
“เอาน่ากิ๊ก ไปเหอะ” เอกดันกิ๊กให้ออกไปจากร้าน
“พ่อทำไมพูดเหมือนเอกหลอกน้องกิ๊กคะ น้องสองคนเค้ารักกันจริง พ่อพูดแบบนี้ น้องเค้ายิ่งโกรธติมากขึ้นนะคะ” ตติยาโอดครวญ
“เด็กผู้หญิงน่ะไม่เท่าไหร่หรอก เด็กอายุยังน้อยเพิ่งมีแฟนก็ติดแฟน อายุแค่นี้หัดทำงานเป็นเรื่องเป็นราวก็เก่งแล้ว แต่ผู้ชายร้ายใช่ย่อย ท่าทางผ่านอะไรมาโชกโชนทีเดียว พ่อไม่ชอบ ติก็ระวังนะลูก อย่าไปเข้าใกล้มาก ถ้าไม่ติดว่าทำงานที่เดียวกัน พ่ออยากให้ลูกเลิกคบเป็นเพื่อนด้วยซ้ำ”
“น้องเค้าจะเคยมีแฟนมาก่อนก็ไม่แปลกนี่คะ ตอนติอายุเท่าเอก ติก็เคยมีแฟน”
“ไม่ใช่แค่เรื่องผู้หญิง พ่อบอกไม่ถูกว่าอะไร แต่เด็กผู้ชายนี่สายตาไม่เหมือนเด็กอายุ 19 ลักษณะยิ่งกว่าผู้ใหญ่ผ่านโลกมาเยอะซะอีก มันส่งสัญญาณอันตรายแบบไม่น่าเข้าใกล้”
...........................................