สองสาวยืนรอหน้าร้านฟูจิ
“ทำไมยังไม่มาอีก 6 โมงกว่าละ” ตติยาบ่น
เสียงมือถือตติยาดังขึ้น
“ผมเอ็ดเวิร์ดนะครับ ติดงานจะลงไปช้าสักหน่อย คุณทานก่อนเลยนะครับ ผมเสร็จงานจะตามลงไป”
“เค้าติดงานแหละ ให้พวกเรากินก่อนเลย” ตติยาบอกเพื่อน
“ติให้เบอร์เค้าไปตั้งแต่เมื่อไหร่อะ”
“เออใช่ เรายังไม่ได้ให้เลย เค้ารู้ได้ไงเนี่ย”
“จ้า พี่รออยู่จ้า.... ไม่เป็นไรจ้า.... พี่ยืนรอได้ อยากกินพร้อมกัน... ไม่ต้องรีบนะจ๊ะ”
หนุ่มร่างสูงยืนคุยมือถือหน้าร้านฟูจิ
“หนุ่มเมื่อกี้หล่อเนอะ เราเห็นมองติใหญ่เลย” สิปางเอ่ยหลังได้โต๊ะนั่ง
“บ้า เค้ามีแฟนแล้วมั้ง เราเห็นโทรคุยกับแฟนเค้าอยู่ คุยไปยิ้มไปแบบนี้แฟนชัวร์”
“หล่อกว่ารองประธานอีก สูงด้วย ท่ายืนเหมือนทหารเลย”
“เราว่าเหมือนดารามากกว่า ไม่คุ้นหน้า ดาราใหม่รึเปล่า”
“นั่นไง หันมามองติอีกแล้ว ยิ้มให้ด้วย”
“พอเลย เค้าอาจมองคนอื่นก็ได้ เค้าเด่นจะตาย ผู้หญิงมองกันตรึม”
15 นาทีผ่านไป มือถือตติยาดังขึ้นอีกครั้ง
“ผมใกล้ถึงละครับ ช่วยสั่งเบนโตะให้สักเซทนะครับ” เอ็ดเวิร์ดพูดเสร็จก็ตัดสาย
“เค้าบอกว่าใกล้ถึงแล้ว” ตติยาบอกเพื่อน
“ใช่กำลังลงบันไดเลื่อนมารึเปล่า”
ตติยามองตามสิปางบอก
เอกสิทธิ์หรือเอ็ดเวิร์ดกำลังคุยกับเลขาตาคมด้วยความสนิทสนม
“มาพร้อมเลขากิ๊กด้วย งานนี้พวกเราได้ข้อมูลแน่ๆ” ตติยาหมายมั่นปั้นมือ
กิ๊กทิ้งเอกสิทธิ์วิ่งมากอดคอหนุ่มหล่อร่างสูงหน้าร้าน
“คิดถึงพี่จิ๋วจังเลยค่ะ”
“พี่ก็คิดถึงกิ๊กครับ” หนุ่มหล่อหัวเราะร่วนดึงสาวน้อยเข้ามากอดกลับ โอบเอวควงแขนเข้ามาในร้าน
ภาพที่เห็นทำให้สาวน้อยสาวใหญ่ถอนใจด้วยความอิจฉา หนุ่มหล่อระดับดารามีแฟนแล้ว แถมแฟนหน้าตาธรรมดา รูปร่างเหมือนเด็กอีก แปลกใจที่สุดคือสองสาวตติยาสิปาง
“แฟนยัยกิ๊กหรือนั่น” สิปางครวญ
“รูปหล่อหุ่นดีขนาดนี้ มิน่า กิ๊กถึงไม่หลงเสน่ห์รองประธาน น้องเค้าทำบุญมาด้วยอะไร น่าอิจฉาชะมัด”
“ติยังสวยกว่าตั้งเยอะ ดูดีกว่าเด็กนั่นเป็นไหนๆ ทางนั้นก็ท่าทางสนใจติมากโข”
“อย่าน่า เค้ามีแฟนแล้ว ตัดใจเหอะ” ถึงจะพูดแบบนั้น แต่ตติยายังอดมองชายหนุ่มไม่ได้ ยิ่งมองยิ่งอิจฉา ท่าทางเอาใจเลขากิ๊กเหลือเดิน ยัยกิ๊กก็ออดอ้อนน่าดู เอาหัวซบไหล่เกาะแขนแน่นเป็นลูกลิงเชียว เหมือนลูกลิง
อืม... เดี๋ยวนะ ตติยาหัวเราะเมื่อสังเกตเห็นอะไรบางอย่าง
“ติหัวเราะอะไรหรือ” สิปางถาม
“เธอลองดูดีๆสิ ท่าทางยัยกิ๊กกับผู้ชายคนนั้น”
สิปางมองไปทางกิ๊กที่กำลังชูตุ๊กตากระต่ายของรางวัลอวดชายหนุ่ม หนุ่มหล่อทำท่าเหมือนกล่าวชื่นชมพลางลูบหัว กิ๊กขยับปากเจื้อยแจ้วไม่หยุด
“ไม่เหมือนแฟน แต่เหมือน...” สิปางเอ่ย
“พี่ชายกับน้องสาว / พ่อกับลูก” ตติยากับสิปางพูดพร้อมกัน
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า โอ้ย ยัยกิ๊กเอ้ย ของดีอยู่ตรงหน้าไม่ได้รู้ค่าเลย” ตติยาหัวเราะร่วนจนไม่ทันสังเกตว่ามีผู้ชายคนหนึ่งนั่งร่วมโต๊ะในฝั่งตรงข้าม
สิปางสังเกตเห็นก่อนเลยรีบสะกิดตติยา
“อ้าว คุณเอกมาตั้งแต่เมื่อไหร่คะ” ตติยาทักแก้เก้อ
“ตั้งแต่ ‘รูปหล่อหุ่นดีขนาดนี้ มิน่า กิ๊กถึงไม่หลงเสน่ห์รองประธาน’ น่ะครับ เห็นกำลังคุยเพลินเลยไม่อยากขัดคอ”
สองสาวหน้าเจื่อน ได้ยินหมดเลยสิเนี่ย
“คิดมากครับ ใครเห็นพี่จิ๋วต้องหลงรูปเกือบทุกคน หล่อ สมาร์ท นิสัยดี สุภาพบุรุษแห่งกังตั๋ง”
“คุณเอกรู้จักผู้ชายคนนั้นหรือคะ” ตติยาเลียบเคียง
“.....” เงียบ ทำลอยหน้าลอยตา
“เค้าเป็นญาติกับกิ๊กหรือคะ”
“.....” เงียบอีก เมินหน้าไปอีกทาง
“คุณเอกค่ะ เราตกลงกันแล้วว่า อาหารมื้อนี้แลกกับข้อมูลไงคะ”
“ข้อมูลของบริษัท พี่จิ๋วไม่ใช่คนในบริษัท ไม่อยู่ในข้อตกลงครับ”
ตติยาเม้มปากสูดหายใจเข้าลึกๆ เล่นกันแบบนี้สินะ ได้ !!!
“พรุ่งนี้เราไปกินบุฟเฟ่พิซซ่ากันไหม โปรโมชั่นมา 3 จ่าย 2 ด้วย” ตติยาเอานิ้วสะกิดเพื่อนใต้โต๊ะ
“เอ๋ เราไปกันสองคนก็จ่ายสองคนอยู่แล้วนี่” สิปางแกล้งทำหน้าใสซื่อ
“ชวนใครไปอีกคนก็ได้” ตติยาเหลือบมองไปทางหนุ่มตี๋
“..................” เอกก้มหน้าก้มตากินเบนโตะตรงหน้า
แหนะ ยังอีก
“คุณเอกไปไหมคะ ยังไงเพิ่มคุณไปอีกคนก็จ่ายเท่าเดิม” ตติยาเอ่ยชวนตรงๆ
“แหม นั่นสิเนอะ ผมไปหรือไม่ไป พวกคุณก็จ่ายเท่าเดิมอยู่แล้ว เพิ่มผมไปอีกคนก็ได้เนอะ งั้นผมขอติดไปด้วยคนนะครับ” เอกเงยหน้าจากกล่องเบนโตะ
“พี่จิ๋วเค้า...” ตติยาเอ่ยถาม
“เพื่อนสนิทของพี่ชายกิ๊ก เข้านอกออกในบ้านกิ๊กประจำ รู้จักกับกิ๊กตั้งแต่ยังเด็ก สเปคพี่จิ๋วคือสาวสวยหุ่นดี” เอกหยุดพูดมองสองสาวตรงหน้า
“แบบคุณสองคนนี่แหละ จืดอย่างยัยกิ๊ก พี่เค้าไม่สนหรอก พิ่จิ๋วดูแลยัยกิ๊กเหมือนน้องสาว อืม... มากกว่าน้องสาวทั่วไป ยัยกิ๊กขี้โรคแต่เด็ก ร้องไห้เก่ง ทั้งพ่อแม่ทั้งพี่ชายโอ๋กันสุดๆ พี่จิ๋วก็โอ๋ตามไปด้วย นาย..หมายถึงรองประธานก็โอ๋กิ๊กยังกะไข่ในหิน ยัยกิ๊กไม่หลงเสน่ห์ผู้ชายคนไหนง่าย ๆ หรอกครับ พ่อก็หน้าตาดี พี่ชายก็หล่อมากกกกกกพอๆ กับพี่จิ๋ว ตัวสูงด้วย ถึงหุ่นจะสู้พี่จิ๋วไม่ได้ก็เหอะ พี่ชายแท้ๆ ทั้งหล่อทั้งฉลาดระดับอัจฉริยะเลย แม่ก็สวยสง่ายังกะเจ้าหญิง หนุ่มหล่อเลิศทั้งหลายน้องกิ๊กเห็นจนชินตั้งแต่เด็กแล้ว”
มาเป็นชุด ตติยากับสิปางอ้าปากค้าง ข้อมูลคุ้มค่าอาหารจริงๆ
“พ่อหน้าตาดี แม่สวย พี่ชายหล่อ ทำไมกิ๊กถึงได้...” สิปางอ้ำอึ้งไม่กล้าพูดต่อ
“อืม...” เอกทำท่าคิดนิดนึง “จริง กิ๊กหน้าตาแย่สุดในครอบครัวเลย ไม่สวยแล้วยังขี้โรค งอแงต้องให้คนคอยดูแลเอาใจตลอด ปากร้าย ขี้เหล้า เลยยังโสดสนิท ฮ่า ฮ่า ฮ่า”
หูย ปากคอหรือเนี่ย ถ้าน้องกิ๊กมาได้ยินคงร้องไห้ สองสาวเริ่มสงสารกิ๊กแทนอิจฉา คนที่ปากร้ายน่าจะเป็นคนตรงหน้ามากกว่าน้องเค้านะ
“เป็นลูกสาวบ้านนั้นแท้ๆหรือคะ” ตติยาถามตรงประเด็น
“แน่นอน ถึงหน้าตาต่างกัน ความฉลาดของกิ๊กกับพี่ชายพอกันเลย นานไปถ้ากิ๊กโตกว่านี้น่าจะฉลาดกว่าพี่ชายด้วยซ้ำ เห็นว่าพวกคุณสองคนสวยตรงสเปคผมนะ”
แหนะ มีหยอดอีก ขี้หลีจริง
“ผมแถมข้อมูลพี่ชายกิ๊กเพิ่มให้ เป็นเสนาธิการทหารของกองทัพบกครับ อนาคตไกล ผมจ่ายค่าพิซซ่าพรุ่งนี้ครบแล้ว ค่าอาหารวันนี้ว่าไงครับ มีคำถามให้ผมจ่ายก็เชิญ”
“พี่เอกคะ” สิปางเอ่ย
“อย่าเรียกพี่เลยครับ ผมอายุแค่ 19 น้อยกว่าพวกคุณ ผมต่างหากควรเรียกคุณว่าพี่
“ต๊าย นึกว่า 29”
“ใครก็ว่าแบบนั้นครับ แฮะ แฮะ แฮะ”
“ทำไมน้องเค้ามีข่าวลือเสียหายกับท่านรองได้คะ ถึงจะเพิ่งเจอกันวันนี้ แต่ดูน้องเค้านิสัยยังเด็กมาก เด็กกว่าอายุหลายปีด้วยซ้ำ ตอนปฐมนิเทศรอบเช้า เราพอดูออกว่าน้องเค้าทำงานเก่งจริง ได้ตำแหน่งเพราะความสามารถ” สิปางถามเรื่องคาใจ
“เพราะตอนไปทำงานยุโรปกันสองคนกับท่านรองเมื่อหลายปีก่อน น้องเค้านอนห้องเดียวกับท่านรองครับ”
“นอนห้องเดียวกัน !!!” ตติยากับสิปางตะโกนพร้อมกัน เด็กท่าทางแบ๊วขนาดนี้เนี่ยนะ
“คุณรู้ได้ยังไง อาจเป็นข่าวลือก็ได้ในเมื่อเค้าไปกันแค่สองคน” ตติยาเถียงแทนกิ๊ก
“ผมเป็นคนติดต่อเรื่องห้องพักและค่าใช้จ่ายทริปนั้นครับ สองคนนั้นนอนห้องเดียวกันจริงๆ”
ตติยาหุบปากเถียงไม่ออก
เอกสิทธิ์กินอาหารตรงหน้าสักพักถึงค่อยเล่าต่อ
“ตอนนั้นกิ๊กเพิ่งอายุ 14 ไปยุโรปเห็นหิมะครั้งแรก เลยวิ่งเล่นประสาเด็ก ท่านรองมัวคุยติดพันกับลูกค้า รู้อีกที กิ๊กก็ลื่นตกสระน้ำไปละ สระน้ำแบบด้านบนเป็นน้ำเข็งบางๆ น่ะคุณ กว่าจะงมขึ้นมาได้ก็หลายนาที ท่านรองวิ่งวุ่นทั้งดูแลกิ๊กทั้งทำงาน เลยล้มป่วยไปอีกคน ท่านเลยสั่งให้ผมจัดห้องเตียงคู่ที่โรงพยาบาลให้ท่านนอนห้องเดียวกับกิ๊ก”
“นอนห้องเดียวกันในโรงพยาบาล ?” สองสาวถามพร้อมกัน
“ใช่ ทั้งทริปนั้น ยกเลิกห้องพักในโรงแรมเปลี่ยนมานอนโรงพยาบาลแทน ท่านรองกับกิ๊กทำงานกันต่อในโรงพยาบาลนั่นแหละ ขนาดลูกค้ามาติดต่อยังต้องเปลี่ยนไปคุยธุระในโรงพยาบาลแทน”
จ๊ะ นอนห้องเดียวกันใน ‘โรงพยาบาล’ เอามาเล่าซะเสียหาย สมควรโดนไล่ออกเพราะปากสว่างโดยแท้
“เราสงสารกิ๊กอะ น้องอายุแค่นี้ขนาดป่วยเข้าโรงพยาบาลยังต้องทำงานอีก ไหนจะเจอข่าวเสียหาย” สิปางเอ่ยขึ้น
“นั่นสิตัวเอง พวกเราแย่มากเลยเชื่อข่าวลือแล้วมองน้องเค้าในแง่ร้าย”
“ใช่ ใช่ พวกคุณนิสัยแย่มาก วันนี้ผมเลยโกรธที่คุณว่าน้องเค้าไง” เอกรีบทับถม
คนที่ปล่อยข่าวลือคือเอ็งไม่ใช่หรือ สงสารกิ๊กนั่นแหละที่มีเพื่อนแบบนี้
...........................................