“กิ๊ก แบบว่า... พี่มีเรื่องให้กิ๊กช่วย แฮะๆ”
“ค่ะ พี่เอกอยากให้ช่วยอะไร ถ้ากิ๊กช่วยได้ กิ๊กยินดีค่ะ”
“พี่เพิ่งกลับจากเมืองนอก ตอนนี้พี่ไปขออาศัยเพื่อนนอนแถวราม กิ๊กพอหาห้องเช่าใกล้บริษัทให้พี่ได้ไหม เอาแบบไม่ต้องเดินทางได้ยิ่งดี จะได้ประหยัดตังค์”
“คงไม่ใช่แค่หาห้องอย่างเดียวมั้งคะ ถ้าแค่หาห้องเช่า พี่หาเองได้อยู่แล้ว” กิ๊กขยับแว่น
“ก็... ประมาณว่า... ไม่มีเงินค่าห้องด้วยอะ แฮะ ๆ ๆ”
เฮ้อ ว่าแล้วเชียว กิ๊กหยิบมือถือขึ้นมาต่อสาย
“ได้ห้องแล้วค่ะพี่ กิ๊กเลือกห้องเช่ารายวันให้ มีเฟอร์นิเจอร์ ทีวี ตู้เย็น แอร์ กิ๊กคิดพี่เดือนละ 4500 พี่เข้าอยู่ได้เลย เงินเดือนออกเมื่อไหร่ค่อยเอามาจ่าย ชื่อกับเบอร์โทรติดต่อค่ะ พี่ถามทางเองนะคะ เย็นนี้กิ๊กไม่ว่างมีนัดทานข้าวกับพี่จิ๋ว”
“ขอบคุณมากครับ ผู้หญิงฉลาดนิสัยดีแบบกิ๊กเนี่ย สเปคพี่เลย” เอกสิทธิ์ยื่นมือรับกระดาษ
“ตอนนี้พี่มีเงินพอค่าใช้จ่ายประจำวันไหมคะ”
“ก้อ... พอมีอะนะ”
“กิ๊กให้ยืมก่อนค่ะ” กิ๊กถอนหายใจ เปิดกระเป๋าเตรียมหยิบเงินให้
“ไม่ต้องงงงงงง พี่มีอยู่สองพัน พอถึงสิ้นเดือน เชื่อพี่สิ”
“แน่ใจนะคะ กิ๊กล่ะห่วงพี่จริงๆ”
“แน่ใจจ้า กาแฟกับโอวัลตินซองที่เลี้ยงพนักงานพี่เอากลับไปได้ปะ”
“ปกติอนุญาตให้ทานที่บริษัทห้ามเอากลับบ้านค่ะ แต่พี่จะเอาก็เอาไปเถอะ”
เอกสิทธิ์คว้าซองเครื่องดื่มผงสิบกว่าซองใส่กระเป๋าเป้
สองสาวที่แอบมองอยู่อ้าปากหวอ ยาจกชัดๆ
“ชั้นนึกแผนออกแล้ว” ตติยากระซิบบอกสิปาง
“เอกจ๊ะ ผลประชุมออกมาแล้ว ถึงจะไม่ครบคน...” ซินแจ้งข่าว
“นายพลตู่ขอนายให้ผมทำงานที่นี่” เอกพูดแทรกก่อนซินพูดจบประโยค
“จ๊ะ แต่ว่า...”
“นายบอกว่า ‘มันทำงานที่นี่ได้ แต่อย่าเสนอหน้ามาให้กูเห็น เห็นมันแล้วกูไมเกรนกำเริบ’ ใช่ปะครับ”
“ก็ประมาณนั้น พี่คิดว่า บ่ายนี้...”
“ครับ ผมไม่ต้องเข้าปฐมนิเทศ นายจะได้ไม่ต้องเห็นหน้าผม ผมจะกลับไปทำงานแผนกต่างประเทศตอนบ่าย โอเคคร้าบบบ ผมเข้าใจ๋”
ซินกับกิ๊กหัวเราะพร้อมกัน
“โหเจ้ นิสัยนายเป็นไงผมรู้ดี งั้นผมกลับไปทำงานล่ะครับ” เอกสิทธิ์โบกมือลา
เอกสิทธิ์เดินแยกออกมา ตติยากับสิปางรีบเดินไปขวางทางกลับ
“คุณเอกคะ เราสองคนอยากขอโทษคุณเอก”
“ไม่จำเป็น” เอกทำท่าเดินหนี
“เราขอเลี้ยงมื้อเย็นเป็นการขอโทษได้ไหมคะ ?”
เอกสิทธิ์ชะงักเท้า ตติยายักคิ้วให้สิปาง นั่นไงแผนได้ผล
“พวกเราจะได้พูดคุยปรับความเข้าใจกันด้วย” ตติยาอ้อนต่อ
“ฟูจิ”
“คะ.. อะไรนะคะ... ???”
“คิดจะล้วงข้อมูลผมก็ลงทุนหน่อยเซ่ ผมรับประกันข้อมูลที่คุณอยากรู้มีค่ามากกว่าอาหารญี่ปุ่นมื้อนึงแน่นอน”
“ฟูจิก็ฟูจิค่ะ”
“เจอกันหกโมงตรง ร้านฟูจิตึกนี้ ผมจะรอนะคร้าบคนสวย” เอกสิทธิ์ยิ้มกริ่ม
“ค่ะ เจอกันเย็นนี้”
...........................................
บนเวทีห้องประชุมวางเรียงด้วยเครื่องดนตรีสารพัด ตั้งแต่กีตาร์ธรรมดา เปียโน ขลุ่ย ฉิ่งฉาบ กลอง ระนาด กู่ฉิน กู่เจิง ผีผา
“บริษัทนี้แปลกแหวกแนวจริงๆ ไม่เคยเห็นที่ไหนเครื่องดนตรีเก่าใหม่ปนกันเยอะขนาดนี้” พนักงานคนหนึ่งเอ่ย
โจเดินขึ้นไปบนเวที
“รอบเช้าผมติดธุระ ใครต้องการสอบถามหรือเสนอแนะอะไรก่อนเริ่มกิจกรรมไหมครับ”
สักพักพนักงานคนหนึ่งยกมือพูด
“พวกเราถามคุณกิ๊กหมดตั้งแต่รอบเช้าแล้วครับ”
“ถ้าไม่มีคำถาม พวกเราเริ่มกิจกรรมกันเลยนะครับ”
“มีค่ะ” พนักงาน(อดีต)แผนกประชาสัมพันธ์ส่งเสียงถามดังกลางห้องประชุม
เล่นเอาคนอื่นฮือฮา พนักงานที่ถูกเลขาของท่านรองย้ายแผนกนี่หว่า
“เชิญครับ ใครช่วยส่งไมค์ให้คุณ... คุณอะไรนะครับ”
“หงส์ภิรมณ์ค่ะ”
“คุณหงส์มีอะไรสอบถามครับ”
“รอบเช้าตอนท่านรองไม่อยู่ คุณกิ๊กย้ายดิฉันออกจากแผนกประชาสัมพันธ์ค่ะ ท่านรองเป็นคนสัมภาษณ์เลือกดิฉันทำงานแผนกนี้เอง ถ้าจะย้าย ท่านรองควรเป็นคนสั่งย้ายเองค่ะ”
“อ้อ ผมจำคุณได้ครับ”
“กิ๊กว่าไง” โจหันไปทางเลขาตาคม
“กิ๊กเห็นว่าคุณหงส์ไม่เหมาะกับแผนกประชาสัมพันธ์ เลยจะย้ายไปแผนกอื่นที่เหมาะสม แต่ตอนนี้กิ๊กคิดว่า ให้-ลา-ออก ไปเลยดีกว่าค่ะ” เลขาตาคมตอบหน้าตาเฉย
พนักงานส่งเสียงกันขรม
“ไล่ออกเลยหรือ”
“เอาจริงดิ๊”
“เฮ้ย ยังไม่ทันไรก็โดนแล้ว”
โจยกมือทำสัญญาณให้เงียบ
“ตามนั้นครับ คุณซินช่วยดำเนินเรื่องทำหนังสือลาออกให้คุณหงส์ด้วย”
“ท่านรองจะไม่ถามเหตุผลหรือสืบสวนเรื่องราวก่อนหรือคะว่าเป็นยังไง ดิฉันต้องการความเป็นธรรม เลขาของคุณไม่มีสิทธิ์ทำแบบนี้” สาวที่เพิ่งถูกไล่ออกตะโกนโวยวาย
“กิ๊กเป็นคนยุติธรรม พิจารณาคนตามความสามารถ ผมคิดว่ากิ๊กมีเหตุผลในการทำแบบนี้ ผมไม่ถามเพราะไม่อยากเสียเวลากับเรื่องไร้สาระและคนไร้ค่า ผมให้อำนาจกิ๊กในการรับคนเข้าทำงาน ทำโทษ ย้ายแผนก ตัดเงินเดือน หรือไล่ออกครับ เพราะฉะนั้นกิ๊กมีสิทธ์ทำโดยไม่ต้องรอคำสั่งจากผม ถ้าให้ผมต้องดูแลทุกอย่าง ผมจะมีเลขาไว้ทำไมล่ะครับ อ้อ ไหนๆคุณก็จะออกแล้ว คงไม่จำเป็นต้องปฐมนิเทศต่อ เชิญครับ”
อดีตพนักงานยืนหน้าซีดปล่อยโฮกลางห้อง ซินเดินเข้าไปปลอบพาออกไปนอกห้อง บรรยากาศภายในห้องตึงเครียด
“ใครต้องการสอบถามอะไรอีกไหมครับ”
เงียบบบบบบบ
รองประธานถอดเสื้อสูทเหลือแต่เชิ้ตขาว ปลดกระดุมเสื้อด้านบนลงมาถึงกลางอก
“รอบบ่ายนี้สบายๆไม่ต้องซีเรียสนะครับ เอาเครื่องดื่มกับของว่างนอกห้องประชุมมาทานได้ เครื่องดนตรีหลายประเภทด้านหลังให้พนักงานเลือกที่ตัวเองถนัดแสดงโชว์ครับ หรือใครจะร้องเพลง เต้นรำ แสดงความสามารถพิเศษอื่นก็ได้ ฟรีสไตล์ ใครจะออกมาเป็นคนแรกครับ”
เงียบบบบบบบอีก ใครจะกล้า สบาย ๆ หลังเพิ่งไล่พนักงานออกเนี่ยนะ
“งั้นเริ่มจากผมก่อนละกัน ฝ่ายเทคนิคขอภาพธรรมชาติแนวป่าไม้ลำธารหน่อยครับ”
ภาพธรรมชาติส่งจากเครื่องฉายสไลด์ไปปรากฏที่จอภาพบนเวที โจหยิบกู่เจิงนั่งขัดสมาธิกลางเวทีเริ่มบรรเลงเพลงจีน ทุกคนถูกสะกดด้วยภาพและเสียงเหมือนหลุดเข้าสู่ยุคจีนโบราณ บรรยากาศคลายความตึงเครียดเปลี่ยนเป็นรื่นรมย์ เคลิบเคลิ้มไปกับสายลมต้องใบหลิว สายน้ำไหลเย็นฉ่ำ สิ้นเสียงกู่เจิง ผู้คนถึงหลุดจากภวังค์ เสียงปรบมือกึกก้อง
เพลงที่สองเป็นภาพทิวทัศน์เทือกเขาสลับซับซ้อน นกสีขาวกางปีกถลาร่อนลม คนฟังดื่มดำไปกับเสียงบรรเลงประหนึ่งตัวเองเป็นนกกำลังผ่านเมฆเหนือภูเขาสูงเทียมฟ้า
“เพราะจังเลย รองประธานเก่งมาก ขนาดเราไม่รู้เรื่องเพลงจีน เรายังว่าเพราะ” ตติยาพึมพำ
“สุดๆเลยอะ เราเคยเรียนดนตรีจีนมาบ้าง ยังไม่มีอาจารย์คนไหนเล่นเพราะขนาดนี้ อย่าว่าแต่อาจารย์เลย เคยไปฟังนักดนตรีมืออาชีพเล่นตอนเที่ยวจีนยังไม่เพราะเท่านี้” สิปางเอ่ย
“เจิ้งหวน ท่านรองคือเจิ้งหวนหรือ” พนักงานคนหนึ่งพูดขึ้น
“ใครนะคะ”
“เจิ้งหวนเป็นชื่อในวงการของศิลปินคนหนึ่งครับ เล่นดนตรีหลายชนิด เพลงของเจิ้งหวนคุณต้องเคยได้ยินมาบ้างไม่มากก็น้อย ประกอบโฆษณา ละครทีวี ภาพยนตร์ ตอนผมกำกับ MV เพลงก็ใช้ดนตรีของเจิ้งหวนหลายครั้ง โชคดีจริงที่ได้ฟังสด เจิ้งหวนไม่เคยเปิดการแสดงสดเลย”
“ดังขนาดนั้นเลยหรือคะ” สิปางถาม
“ก็ไม่เชิง ไม่ได้ดังในวงกว้างแบบนักร้องนักดนตรีทั่วไป ส่วนเบื้องหลังวงการดนตรีใคร ๆ ก็รู้จักเจิ้งหวน อยากได้เพลงไปใช้ก็ติดต่อผ่านบริษัท Talant นี่แหละ ต่างประเทศยังมาขอซื้อลิขสิทธิ์เลย ถ้าไม่ได้มาฟังวันนี้ ผมยังนึกว่าเป็นครูเพลงแก่ๆ ฝีมือจัดจ้าน ไม่ใช่ผู้ชายอายุสามสิบกลางหัวสมัยใหม่แบบรองประธาน”
...........................................