หมอโตหรือฮัวโต๋นั่งท้าวคางอยู่ในห้องทำงานของโจ
“ปกติพอโตขึ้นฝันร้ายจะน้อยลงทั้งความถี่และความรู้สึก มันเหมือนความทรงจำนั่นแหละ คนเราจะฝันหรือจำเหตุการณ์เมื่อวานได้มากกว่าสิบปีที่แล้ว ยิ่งความทรงจำอดีตชาติยิ่งเลือนลางยิ่งกว่าความทรงจำชาตินี้ซะอีก ตอนเด็กที่ยังฝันประจำเพราะความทรงจำยังน้อย เหตุการณ์สำคัญอะไรก็ไม่ค่อยมี พอโตขึ้นความฝันเลยค่อยๆห่างไปเอง” หมอโตกระดิกเท้า
“หมายความว่าเหตุการณ์ชาตินี้สำคัญกว่าชาติก่อนมากใช่ไหม” โจถาม
“ใช่เลย ผมก็อยากให้กิ๊กปรึกษาจิตแพทย์นะ ผมเป็นหมอผ่าตัดคงวิเคราะห์ได้แค่เบื้องต้น แต่อย่างว่าแหละมันเป็นไปไม่ได้ที่จะบอกจิตแพทย์ว่า มีปัญหาเพราะฝันจากชาติที่แล้ว”
“จริงอย่างหมอโตพูดนะคะนาย” ซินแทรกขึ้น “หลังจากซินแต่งงานมีลูก แทบไม่ฝันเรื่องอดีตอีก ภาพภรรยากับลูกสมัยก่อนลางเลือนเหลือเกิน ทุกวันนี้เวลาฝันร้าย ก็ฝันเรื่องทะเลาะกับสามีเก่ามากกว่าค่ะ ฝันทั่วไปก็ฝันถึงลูก ฝันถึงเหตุการณ์ปัจจุบัน”
“กรณีกิ๊กถือว่าต่างจากคนอื่นในกลุ่มเราด้วย ต่อให้ฝันเรื่องก่อนตายก็จริง แต่ทุกคนฝันเหตุการณ์ในช่วงอื่นของชีวิตปะปนไปด้วย หลังๆ นี่กิ๊กฝันแต่เหตุการณ์ก่อนตายซ้ำอยู่เรื่องเดียว แถมอายุ 17 ปีสุขภาพดีขึ้นมากเกือบเท่าคนปกติ หอบหืดแทบไม่กำเริบแล้ว คนอื่นอายุประมาณนี้ต่อให้ฝันร้ายก็เหมือนฝันร้ายทั่วไป ไม่ส่งผลกระทบกับสุขภาพ” หมอโตเสริม
“ถ้าสุขภาพดีขึ้น ทำไมตอนฝันร้ายกิ๊กยังหายใจไม่ออกอยู่ล่ะหมอ” โจถาม
“จิตใจส่งผลต่อร่างกายครับ กิ๊กฝันว่าหายใจไม่ออกและหนาว ตอนครึ่งหลับครึ่งตื่นเลยคิดว่าตัวเองหายใจไม่ออกจริงๆ”
“เป็นไปได้ไหมคะ ที่กิ๊กอ่อนไหวเรื่องความฝันมากกว่าคนอื่นเพราะสมัยก่อนลำบากยากแค้นจากสงคราม สมัยนี้กิ๊กถูกเลี้ยงดูอย่างดีตั้งแต่เด็ก พอมาทำงานถึงงานจะยากแต่ก็แค่เรื่องงาน ไม่ได้เจอเรื่องลำบากเท่าสมัยก่อน ไม่มีเหตุการณ์สำคัญที่มีอิทธิพลพอให้กิ๊กฝังใจเท่าอดีต เลยทำให้เหตุการณ์ก่อนตายส่งผลกระทบมากกว่าปัจจุบัน” ซินถามบ้าง
“นั่นก็ส่วนหนึ่งครับ อีกส่วนผมคิดว่าสิ่งแวดล้อมซ้ำกับอดีตมากเกินไปด้วย สมัยก่อนกุยแกเริ่มเป็นกุนซือให้โจโฉก็อายุ 27 ปีแล้ว โตพอควรผ่านประสบการณ์ชีวิตมามาก มีลูกมีเมียแล้ว ตอนนี้กิ๊กอยู่ในสิ่งแวดล้อมคล้ายอดีต เป็นกุนซือมือขวาเหมือนกัน ให้กับนายคนเดียวกัน เพื่อนสนิทที่ทำงานด้วยก็คนเดียวกันคือคุณซินหรือซุนฮก มันเลยกลายเป็นสิ่งแวดล้อมปัจจุบันซ้อนทับกับอดีตน่ะครับ”
โจกับซินมองหน้ากัน จริงของหมอโต
“ประกอบกับที่คุณซินว่าสมัยนี้กิ๊กถูกเลี้ยงดูมาอย่างดีแบบไข่ในหิน แถมอายุยังน้อยกว่าสมัยก่อนเป็นสิบปี ความทรงจำเด่นเมื่อชาติที่แล้วเลยมีอิทธิพลพอควร”
“ผมจะลองเปลี่ยนสิ่งแวดล้อมให้กิ๊กดู อาจดีขึ้นบ้าง” โจหนักใจ
“ผมอยากแนะนำอีกเรื่อง คุณโจอย่าเพิ่งโกรธนะครับ”
“ว่ามา”
“ผมคิดว่าคุณโจห่างกิ๊กหน่อยก็ดี เพราะกิ๊กติดคุณโจมากไป เจอคุณโจทุกวันเวลาทำงาน กลางคืนตอนกิ๊กฝันร้ายคุณโจก็เข้าไปปลอบตลอด ขนาดจะมีแฟนยังต้องขออนุญาตคุณโจ ผมเข้าใจว่าคุณหวังดี แต่มันอาจเป็นส่วนสำคัญให้กิ๊กย้ำคิดย้ำทำเหตุการณ์เดิมโดยมีคุณเป็นจุดศูนย์กลาง เพราะช่วงเวลาที่กิ๊กฝันคือช่วงที่อยู่ใกล้ชิดโจโฉมากที่สุดน่ะครับ เลยฝันซ้ำแต่เรื่องเดิมว่าโจโฉจากไปและรอการกลับมาของโจโฉจนป่วยตาย”
...........................................
เอกสิทธิ์เข้าห้องทำงานของโจด้วยใจตุ้มๆต่อมๆ
“นายอยู่ในห้องนอนค่ะ เดินเข้าไปเลย” ซินบอกทาง
เอกเดินผ่านประตูกั้นระหว่างห้องทำงานกับห้องนอนของโจเข้าไป เมื่อไม่เห็นเจ้านาย เขาก็รู้ว่าเจ้านายชอบอยู่ตรงไหนเวลาใช้ความคิด เอกเดินเลยไปถึงระเบียงห้องนอนที่โจยืนรับลมอยู่
“นายเรียกหาผมส่วนตัวมีอะไรหรือครับ”
“เอกรักกิ๊กรึเปล่า” โจถามโดยไม่หันมามองหน้า
“ผมคงบอกตอนนี้ไม่ได้ว่ารักครับ ผมบอกได้แค่ว่าผมชอบกิ๊กมาก ผมอยากคบกับน้องเค้าครับ นายรู้ใช่ไหมครับว่ากิ๊กชอบนาย ถ้านายไม่ได้รักกิ๊ก ผมขอได้ไหมครับ”
“รู้” โจหัวเราะเบาๆในลำคอ “แต่ความรู้สึกของกิ๊กน่ะ เป็นแค่ปัปปี้เลิฟ puppy love เรื่องปกติสำหรับเด็กวัยนี้ พอมีคนที่รักจริงเดี๋ยวก็ลืมไปเอง”
“ครับนาย”
“เอกชอบกิ๊กตั้งแต่เมื่อไหร่”
“ตั้งแต่กลับจากเมืองนอกครับ ก่อนหน้าผมมองกิ๊กเหมือนเด็กคนหนึ่ง เป็นเพื่อน เป็นน้องสาว พอกลับมาเห็นกิ๊กหนแรก กิ๊กโตขึ้นมาก ผมมองน้องเค้าเป็นผู้หญิงคนหนึ่ง ไม่ใช่เด็กอีกต่อไปแล้ว ความรู้สึกก็เปลี่ยนไป ไม่สิต้องพูดว่าความรู้สึกเหมือนเดิม ยังเป็นเพื่อนเป็นน้องสาวที่สนิท แต่มันเพิ่มความรู้สึกอื่นเข้าไปด้วยนะครับนาย”
ต่างคนต่างเงียบกันอยู่สักพัก โจก็เอ่ยขึ้น
“ผมไม่หวังให้คุณอย่าทำให้เค้าร้องไห้ หรือบอกว่าอย่าทำให้กิ๊กเสียใจหรอกนะ กิ๊กอารมณ์อ่อนไหว ร้องไห้เก่ง ผมแค่หวังว่าเวลาที่เค้าร้องไห้หรือเสียใจ คุณในฐานะแฟนของกิ๊กจะคอยปลอบโยนเค้าได้”
เอกยิ้มกว้างด้วยความดีใจ “ขอบคุณครับนาย ผมสัญญาว่าผมจะดูแลกิ๊กอย่างดี”
“อืม” โจรับคำ
โจยังยืนรับลมบนตึกสูงคนเดียวหลังจากเอกออกไปแล้ว ไล่นิ้วมือบนริมฝีปากตัวเอง หลับตานึกถึงสัมผัสที่เคยแตะต้องริมฝีปากสาวน้อยคนหนึ่ง ตั้งแต่เมื่อไหร่กันนะ เด็กผู้หญิงตัวเล็กที่เคยซบอกเขาร้องไห้กลายเป็นสาว กว่าจะรู้สึกตัวคนอื่นก็สังเกตเห็นก่อนซะแล้ว
ระหว่างคนที่ทำให้มีน้ำตา กับคนที่คอยเช็ดน้ำตา เห็นได้ชัดว่าควรเลือกใคร
เทียนที่มีน้ำตายากที่จะแห้ง
แผ่นดินนี้ยังมีความทรงจำเก่าแก่ยาวนาน
ข้าทนมิได้ที่ต้องพรากจากเจ้า
ปล่อยห่านป่าลงไปทางใต้
ไม่รู้เลยว่าหัวใจส่งสิ่งใดไป
แม้ฤดูกาลจะแปรเปลี่ยน
มีเพียงความรู้สึกอันยาวนานที่ไม่เปลี่ยนแปลง
ดัดแปลงจากเพลง Nirvana in Fire
https://www.youtube.com/watch?v=73R6EdKS34s
...........................................
เอกสิทธิ์กินสุกี้ไปด้วยอ่านเอกสารไปด้วย หยิบปากกาเขียนแก้ไขบางส่วน เสร็จแล้วส่งคืนตติยาที่นั่งฝั่งตรงข้าม
“7 นาที” ตติยามองนาฬิกา “พี่ใช้เวลาทำสองชั่วโมงเชียวนะ”
“นานเกินไปครับพี่”
“พี่ไม่เก่งเหมือนเอกนี่จ๊ะ”
“ก็ยังนานเกินไปอยู่ดีครับ ถ้าผมฉลาดกว่าพี่ 10 เท่า พี่ควรใช้เวลาทำหนึ่งชั่วโมงสิบนาที พี่เล่นล่อไปสองชั่วโมง”
เอิ่มนะ ไม่น่าทักให้โดนด่าเลยวุ้ย ตติยาคิด
กิ๊กหยิบลิปสติกขึ้นมาทา
“อิ่มแล้วหรือ กินนิดเดียวเอง” เอกถาม
“จ้า อิ่มแล้ว”
“หดไปเยอะเลยนี่ คงใช้ประจำ” ตติยามองลิปสติก
“ใช่ค่ะ กิ๊กชอบมากเลย ใช้เกือบทุกวัน”
“ใช้เกือบทุกวันยังบอกอีกหรือจ๊ะ ว่าไม่ใช่แฟนกัน” ตติยาหัวเราะคิก
เอกกับกิ๊กทำหน้างง
“อ้าว ไม่รู้หรือ ให้ลิปสติกหมายความว่ายังไง” ตติยาเลิกคิ้ว
“ไม่รู้ครับ / ค่ะ” เอกกับกิ๊กตอบพร้อมกัน
“ถ้าผู้ชายให้ลิปสติกแฟน หมายถึงให้จูบค่ะ”
“พี่ช่วยเลือกลิปสติกเพราะวางแผนไว้แล้วสินะ” เอกเหวอ
“แน่นอนสิจ๊ะ อย่าบอกนะ จนป่านนี้ยังไม่เคยจูบกัน”
“คะ เคยแล้วครับ” เอกตอบพร้อมหน้าแดงจัด
“แล้วเมื่อไหร่จะตกลงเป็นแฟนกันล่ะ พี่รออยู่เนี่ย” ตติยาหันไปถามกิ๊ก
“ก็..นาย...” กิ๊กอ้ำอึ้ง
“นายอนุญาตแล้ว เพิ่งเรียกเอกไปคุย บอกให้ดูแลกิ๊กให้ดี” เอกหน้าแดงหนักกว่าเดิม
“นายให้เอกเป็นแฟนกิ๊กได้หรือ” กิ๊กถามย้ำ
“ใช่จ้า” เอกยืนยัน
กิ๊กอึ้งรู้สึกเจ็บแปลบ ทั้งที่รอวันนี้ ทั้งที่อยากเป็นแฟนกับเอก ทำไมพอได้รับอนุญาตกลับไม่รู้สึกดีใจเลย นายลืมไปแล้วใช่ไหมที่เคยจูบกันวันนั้น
“อ้าวกิ๊ก อึ้งไปเลย ยังอยู่ไหม กลับมา” ตติยาโบกมือหน้ากิ๊ก
กิ๊กเห็นพี่เอกดีใจมาก พี่ตติยาก็เชียร์มาตลอด เธอเลยได้แต่ฝืนยิ้มแย้ม
“มื้อนี้ไม่ต้องหารแล้ว พี่เลี้ยงเอง ฉลองให้” ตติยายิ้มปลื้ม
“พี่ติเลี้ยงหรือค้า” กิ๊กดีอกดีใจจนลืมเรื่องที่เคยจูบกับโจสนิท
“ใช่จ้า พี่เลี้ยงเอง”
“ขอเป็ดย่างจานใหญ่กับบะหมี่หยกสองก้อนค่ะ” กิ๊กกวักมือเรียกพนักงานเสิร์ฟ
ตติยางง อ้าว ไหนบอกอิ่มแล้ว ???
“กิ๊กเกรงใจพี่เค้าหน่อย เอาเป็ดจานเล็กพอ” เอกสะกิด
ตติยาหัวเราะแห้งๆ สมเป็นแฟนกันจริงคู่นี้
...........................................