005 เจิ้งหวนแห่งวงการดนตรี

1923 Words
“ซินกลับมาพอดี มาร้องเพลงคู่กับกู่เจิงผมหน่อย” โจเรียกเลขาคู่ใจขึ้นมาร้องเพลงบนเวที น้ำแยงซี รี่ไหล ไปบูรพา คลื่นซัดกวาดพา วีรชน หล่นลับหาย ถูกผิดแพ้ชนะ วัฏจักร เวียนว่างดาย สิงขรยังคง ตะวันยังฉาย นานเท่านาน เกาะกลางชล คนตัดฟืนผมขาว เฒ่าหาปลา สารทวสันต์เห็นมา เหลือหลาย ที่กรายผ่าน สรวลสุราขุ่น ป้านใหญ่ ให้ตำนาน เก่าๆ ใหม่ๆ เสพสราญ ว่ากันไป... เรียกเสียงปรบมือเกรียวกราวหลังเพลงจบ “เพลงนี้คุ้นมากเลยค่ะ” ตติยาถามผู้ชายข้างๆ “เพลงสามก๊กครับ” “มิน่าเหมือนเคยได้ยิน สิขึ้นไปร้องบ้างสิ” ตติยายุเพื่อน “ดีหรือ” สิปางลังเล “เธอร้องเพลงจีนเก่งกว่าเลขานั่นอีก เอาสิๆ ขึ้นไป” สิปางเลือกเพลงประกอบละครจีนกำลังภายใน ท่านรองทำตาโต(ขึ้นนิดนึง) ยิ้มกริ่ม จากนั้นเริ่มขยับมือบรรเลงเพลง “เราร้องแย่มากเลยหรือ ทำไมเงียบกันหมดเลยอะติ” สิปางถามเพื่อน “อึ้งดิ๊ เธอร้องเพราะมาก ท่านรองก็เล่นเข้าขากันมาก ยังกะซ้อมกันมาล่วงหน้า” “จริงนะ” “จริงจ้า มั่นใจตัวเองหน่อย เธอไม่เห็นหน้าท่านรองตอนเธอร้องเพลง ยิ้มงี้หวานเยิ้มละลายใจ เล่นเอาเราเข้าใจเลย ทำไมสิเป็นแฟนคลับดาราเกาหลี หน้าคล้ายใครนะ พระเอกเกาหลีคนนั้นอะ ที่เคยแสดงหนังเกย์” “The king and the clown ใช่ปะ ติพูดซะเสียหมด ท่านรองคล้ายลีจุนกิอยู่นะ ตารียาวเหมือนกันเลย” “กิ๊กอยากร้องบ้างค้า” เสียงใสตะโกนพลางถือกระป๋องเบียร์วิ่งขึ้นเวที “เอาเพลง Levan Polkka ของมิกุ” “ผมเล่นเพลงนั้นไม่เป็นครับ กิ๊กเลือกเพลงอื่นน้า” “งั้นเอาเพลงคิดมากของปาล์มมี่” โจถอนหายใจเดินไปหยิบกีต้าร์มาเริ่มดีดอินโทรเพลง บอกกับฉันได้ไหม ว่ามันเป็นความจริงหรือว่าฉันคิดมาก จิตฉันเริ่มจะสั่นไหว กับคำตอบที่ยังไม่รู้คำถาม - เสียงกีตาร์เริ่มรวน - บอกความลับกับฉัน อยากจะรู้ว่าสมองเธอคิดยังไง หรือว่าเธอคิดจะหลอกกัน เธออยากเห็นน้ำตาของฉันใช่ไหม - เสียงกีต้าร์ขาดๆหายๆ - ก็ความลับของเรายังดีอยู่ใช่ไหม ในความฝันเรายังมีกันใช่ไหม จิตเธอนั้นมันยังไม่ได้เปลี่ยนแปลง และความลับของเรายังคงเหมือนเดิม - เฮ้ย แล้วท่อนก่อนหน้าหายไปไหนอะ โดดข้ามเฉยเลย โจหยุดเล่นกีต้าร์ ปล่อยกิ๊กร้องคนเดียว ไม่ไหวจะเคลียร์ ทั้งร้องเพี้ยน ทั้งเนื้อเพลงผิด – กิ๊กซดเบียร์ในมือ “ต่อไปเพลงของบี้เดอะสตาร์น้าค้า” หยุดดดดดดดดดด !!!!!!!!!!!! ซินตะโกนใส่ไมโครโฟนข้างเวที “กิ๊กจ๋า วันนี้วันปฐมนิเทศพนักงานใหม่นะจ๊ะ กิ๊กควรให้พนักงานใหม่ออกมาแสดงความสามารถนะจ๊ะ” ซินกล่อม “เข้าใจแล้วค่ะ” กิ๊กยอมเดินลงเวทีแต่โดยดี ท่ามกลางเสียงถอนหายใจโล่งอกของหลายคน โจเชิญชวนพนักงานให้ขึ้นมาแสดงความสามารถบนเวทีต่อ บรรยากาศในห้องสนุกสนานครื้นเครง ........................................... ด้านล่างเวที ซินยื้อแย่งกระป๋องเบียร์กับกิ๊ก เป็นจุดเด่นให้พนักงานหลายคนมองและหัวเราะคิกคัก “ห้ามกินเบียร์ตอนทำงาน” “ก็นายบอกเอาเครื่องดื่มมากินในห้องได้อะ” “หมายถึงชากาแฟ ไม่ใช่เบียร์” “เหล้าได้ปะคะ” “ม่ายด้ายยยยยย” ซินแย่งกระป๋องเบียร์จากมือกิ๊กได้สำเร็จ “เธอมานี่หน่อยสิ” ซินเรียก หลายคนหันมองหน้ากัน ไม่แน่ใจว่าซินเรียกใคร สิปางเอานิ้วชี้ตัวเอง “เธอนั่นแหละ ที่ขึ้นไปร้องเพลงจีนคู่กับท่านรองเมื่อกี้” “ค่ะ” “ฝากดูน้องหน่อย อย่าให้กินเบียร์กับก่อความวุ่นวายอีก พี่ต้องไปทำงานต่อ” “คะ ค่ะ ได้ค่ะ” สิปางรับคำแบบเอ๋อๆ “เอาไงดีอะติ กลายเป็นคนเลี้ยงเด็กเฉยเลย” สิปางโอดครวญ “กิ๊กไม่ใช่เด็กนะ กิ๊กโตแล้ว ทำงานแล้ว เธอนั่นแหละเพิ่งเรียนจบ เพิ่งทำงาน” กิ๊กหน้าบูดบึ้ง สองสาวมองหน้ากัน เอาละไง เด็กดื้ออีกต่างหาก “วันพุธ S&P ลดราคานี่ เราเห็นมีเค้กออกใหม่ด้วย” ตติยาเอ่ยลอยๆ กิ๊กมองตาแป๋ว นั่นไงเริ่มสนใจละ “เราไปซื้อมากินกันมะ” ตติยาตะล่อมอีก “เอาสิ ซื้อมากินนอกห้องประชุมก็ได้ เครื่องดื่มกับขนมยังเหลือ” สิปางรับลูก “กิ๊กไปซื้อเค้กด้วยกันไหม” ตติยาชวน “ไป ๆ ๆ” กิ๊กพยักหน้าหงึกหงัก ตติยาหันไปยักคิ้วกับเพื่อน สำเร็จ หลอกง่ายนิดเดียว สาวน้อยตาคมจ้องเค้กในตู้โชว์ “เลือกได้รึยังจ๊ะ” ตติยาถาม กิ๊กทำหน้าหงอย ผละจากตู้โชว์เดินมาเลือกพายลดราคา 12 บาท “เอาอันนี้ค่ะ” กิ๊กหยิบพายมาหนึ่งชิ้น “เค้กในตู้ลดไหมคะ” ตติยาถามพนักงาน “ราคาเต็มค่ะ เพิ่งออกใหม่” พนักงานตอบ “ไม่เป็นไรค่ะ เอาสามชิ้น” กิ๊กมองหน้าตติยา “เดี๋ยวพี่เลี้ยงเองจ๊ะ” ตติยายิ้มอย่างเอ็นดู “คิดราคารวมกับพายที่น้องเลือกเลยนะคะ” ตติยาหันไปบอกพนักงาน สิปางเลือกขนมมาวางรวม “หารสองนะ สิ” ตติยาบอกเพื่อน “อือ ได้” ปกติเธอกับเพื่อนก็หารสองอยู่แล้ว เพิ่มของเด็กอีกคนจะเป็นไร ........................................... โจเดินมาหาสามสาวที่กำลังกินเค้กบริเวณหน้าห้องประชุม “อยู่ตรงนี้เอง พี่หาตั้งนาน” พี่... รองประธานเรียกตัวเองว่าพี่ “ตอนเช้ากิ๊กทำงานดีมากเลย คนชมกันใหญ่ ขนาดเพิ่งขึ้นเวทีครั้งแรกนะเนี่ย” “ช่าย กิ๊กทำคนเดียวด้วย เก่งไหมคะ” “เก่งจ๊ะ พี่มีของขวัญให้ด้วย” โจหยิบของขวัญออกจากถุง “กรี๊ดดดดดด น่ารัก” กิ๊กวี้ดว้ายเอื้อมมือไปหยิบของขวัญ สองสาวมองอย่างละเหี่ยใจ ตุ๊กตากระต่ายแผงลอย 199 บาทชัดๆ “ชอบไหม” โจถาม “ชอบมากเลยค่ะ” กิ๊กกอดตุ๊กตากระต่ายดมฟุดฟิด “นาย อยากได้ตุ๊กตาหอมๆ” กิ๊กดึงแขนเสื้อโจ “แป๊บนะ” โจเดินไปหยิบสูท คว้านหาน้ำหอมพกพามาฉีดพรมใส่ตุ๊กตา “หอมแล้วค่ะ ขอบคุณมากค่ะ รักนายที่สุดเลย” สองสาวหัวเราะแห้งๆ ให้ของขวัญ บอกรักกัน ถ้าเป็นเจ้านายกับเลขาบริษัทอื่นคงคิดไปถึงไหนต่อไหน พอเห็นของขวัญหลอกเด็กกับท่าทางเจ้านายกับเลขาคู่นี้แล้วนึกไม่ออกจริงๆ ก่อนหน้าคิดไปได้ยังไง ว่าเลขา ‘กิ๊ก’ กับเจ้านาย ใครเป็นคนเล่นคำพ้องเสียงเนี่ย “กิ๊กขึ้นไปทำงานข้างบนต่อนะ พี่กับซินต้องอยู่ดูงานปฐมนิเทศถึงเย็น ถ้างานเสร็จก่อนนัดทานข้าวกับจิ๋วเย็นนี้ก็กลับบ้านไปนอนพักได้เลย นอนเยอะๆ ห่มผ้าถึงคอด้วยจะได้ไม่เป็นไข้ ถ้าเยอรมันตกลงให้เราทำโฆษณา เดี๋ยวพี่ซื้อของขวัญให้อีก” “ถ้ากิ๊กเขียนสัญญาภาษาเยอรมันเสร็จ ให้ส่งเลยหรือรอนายอ่านสัญญาก่อนคะ” “ส่งเลยครับ งานนี้ยกให้กิ๊กตัดสินใจทั้งหมดเลย พี่จะได้เอาเวลาไปทำงานอื่น” “ได้ค่ะ กิ๊กกินเค้กเสร็จจะรีบไปทำงานต่อ” “เอาเค้กมาจากไหน วันนี้ของว่างไม่มีเค้กนี่” “พี่เค้าซื้อให้” กิ๊กชี้นิ้วไปที่ตติยากับสิปาง “กิ๊ก” โจทำเสียงดุ “กิ๊กเปล่าพูดอะไรนะ แค่มองเฉยๆ พี่เค้าซื้อให้เอง” “กิ๊กกกก” โจหรี่ตามอง “เออ...กิ๊กเอาเค้กขึ้นไปกินข้างบนดีกว่า” เจ้าตัวคว้าจานเค้กแล้วรีบชิ่ง “ขอบคุณนะครับที่ช่วยดูแลกิ๊กให้ ค่าเค้กเท่าไหร่ครับ เดี๋ยวผมจ่ายให้” “ไม่ต้องก็ได้ค่ะ นิดหน่อยเอง” ตติยาปฏิเสธ “อย่าเลยครับ คุณสองคนเพิ่งเข้ามาทำงาน ค่าเค้กเท่าไหร่ครับ” โจถามย้ำเสียงเข้ม “213 บาทค่ะ” ตติยาบอกเพราะท่าทางรองประธานต้องการจ่ายจริง “เฉพาะค่าเค้กของกิ๊กครับ” “57 บาทค่ะ” “ถ้าฉลาดสักนิด ของว่างเหลือตั้งเยอะ ไม่ต้องเสียเวลาเดินลงไปซื้อเค้กหลอกเด็กหรอกครับ” อุ๊ย ทำไมเหมือนโดนหลอกด่าว่าโง่ โจยื่นธนบัตร 20 บาทสองใบ เหรียญสิบ เหรียญห้า ใส่มือตติยา “อีกสองบาท อืม” โจคว้านหาเหรียญในกระเป๋าสตางค์ “ไม่เป็นไรหรอกค่ะ แค่สองบาทเอง” “ไม่ได้ครับ ผมบอกจะจ่ายให้ก็ต้องจ่าย” โจส่งเหรียญบาทให้อีกสองเหรียญ “คุณชอบเพลงที่ร้องบนเวทีหรือครับ” โจหันไปถามสิปาง “ค่ะ” “ดีใจที่คุณชอบครับ เพลงนั้นผมแต่งเอง” สิปางอ้าปากหวอ จริงสิ พนักงานคนนึงบอกว่ามีต่างประเทศมาขอซื้อเพลงด้วยนี่นา โจมองตติยาตั้งแต่หัวจรดเท้า “หมุนตัวหน่อย” ตติยาหมุนตัวตามสั่ง แม้จะไม่รู้เหตุผลว่าให้ทำเพราะอะไร “หมุนอีกรอบครับ” ตติยาหมุนอีกรอบ “เดินไปหยิบโค้กให้ผมหน่อย” “ใส่น้ำแข็งรึเปล่าคะ” “ใส่ครับ” ตติยาเดินไปจัดการให้ โจรับแก้วแต่ไม่ดื่ม ตายังมองตติยาแบบพิจารณา สักพักก็วางแก้วบนโต๊ะแถวนั้น “แม่บ้านครับ ของว่างที่เหลือเก็บบางส่วนส่งไปห้องทำงานผมด้วยนะ ผมจะเอาไว้ทานคืนนี้” โจพูดจบก็เดินเข้าห้องประชุมเฉยเลย ตติยาหยิบโค้กขึ้นมาดื่มเอง “เค็มไหม” สิปางแซว “โคตรเค็ม ทั้งเจ้านายทั้งเลขา” “เลขา ?” สิปาง งง “เราเพิ่งนึกออก เลขาเงินเดือนหลักแสน ค่าเค้กแค่นั้นจ่ายได้อยู่ละ” “เออ จริงด้วย เราเห็นน้องเค้าจ้องเค้กตามัน แต่ไม่ซื้อ เราเลยนึกว่าน้องเค้าไม่มีตังค์” “กะจะหลอกเด็ก พวกเรานี่แหละโดนเด็กหลอก หึ หึ หึ เจ้านายเค้าคงรู้นิสัยลูกน้องตัวเองดี เลยจ่ายค่าเค้กให้พวกเราแทนไง วันนี้เรารู้สึกตัวเองโง่ๆ ยังไงไม่รู้” ตติยาหัวเราะ “เราด้วย ตอนเรียนยังไม่รู้สึกโง่ขนาดนี้เลย” สิปางร่วมหัวเราะด้วยคน “ใครจิ้นรองประธานกับกิ๊กเนี่ย เราว่าเหมือนพี่ชายกับน้องสาว” “เราว่าเหมือนพ่อกับลูกมากกว่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า โอ้ย ตุ๊กตากระต่ายขนฟูเค้าให้เป็นของขวัญเด็ก 7 ขวบกัน” สิปางหัวเราะจนน้ำตาเล็ด “ท่านรองยังโสดใช่ปะ” ตติยาถามลอยๆ “อ้าว ไหนบอกชอบฝรั่ง ไม่สนหนุ่มตาชั้นเดียว” “แหม ดูท่าทางเลี้ยงเด็กเก่ง ถ้าได้เป็นพ่อของลูกคงดี จะได้ช่วยกันเลี้ยงลูก” ตติยาลอยหน้าตอบ “ร้ายนะยะ พูดตรงไปละ” “วันนี้พวกเราได้เรียนรู้อะไรเยอะเน้อ เลขาที่เค้านินทากันว่าเป็นเด็กของเจ้านาย เป็น ‘เด็ก’ จริงๆด้วย” ตติยาคิดถึงเรื่องที่เจอวันนี้ “ใช่ เด็กมากเลย เก่งก็เก่งระดับอัจฉริยะ ส่วนนิสัยเด็กก็เด็กจริงจริ๊ง” สิปางพยักหน้าเห็นด้วย “ตอนท่านรองคุยสิ ยังกะพ่อคุยกับลูก เห็นโหดๆตอนไล่พนักงานออก มีมุมน่ารักใช่เล่นนะ ยิ้มหวานเยิ้มเลย มิน่าแฟนแต่ละคนดารานางแบบทั้งนั้น” “อารมณ์ศิลปินอีกต่างหาก อยากรู้จักเลขาเจ้าระเบียบอีกคน มีทีเด็ดอะไรบ้าง เราว่าต้องมีอะ ไม่งั้นไม่ได้เป็นเลขาอันดับหนึ่งหรอก” ...........................................
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD