“หยิบผ้าเช็ดตัวให้หน่อย” เสกสรรค์ยื่นแขนจากห้องน้ำแกว่งไปมา
สิปางหยิบผ้าผืนใหญ่ให้
“เข้ามาอาบด้วยกันไหม”
“ไม่” สิปางตอบเสียงดังฟังชัด
เสกสรรค์นุ่งผ้าเช็ดตัวผืนเดียวออกจากห้องน้ำ สิปางมองตาค้าง คนนี้ใครอะ ใช่โจรใต้ที่ลักพาตัวเธอมาจริงหรือ ถึงไม่ดูหล่อจัดแบบพี่จิ๋ว หรือหน้าสวยแบบท่านรอง แต่หน้าตาคมสันสมชาย ผิวขาวแบบคนจีนโดนแดดจนดูคล้ำนิดหน่อย ติ๊กเจษฎาเวอร์ชั่นฮ่องกงเลยค้า พนักงานหน้าห้องถึงได้บอกว่ามีแต่ผู้หญิงอยากเข้าหา เธอตาต่ำเองที่มองไม่ออก
“ขอโทษที่อาบน้ำนานครับ กลิ่นมันติดเลยต้องอาบหลายรอบ”
เขามองสิปางที่จ้องหน้าเขาไม่ละสายตา น้ำลายยืดลงพื้นห้องละมั้ง
“ผมโกนหนวดเคราออกน่ะ” เสกสรรค์ลูบหน้าตัวเอง “คุณชอบแบบนี้มากกว่าหรือ”
สิปางพยักหน้า
“ถ้าคุณชอบผมไม่ไว้หนวดเคราละ จะโกนทุกสองวันเลย ดีไหม”
“ดีคะ” เธอเผลอตอบไปได้ไงเนี่ย
คำแนะนำไอ้โจเวิร์คเว้ย นิสัยสิปางไม่ชอบให้คนมาแตะต้องตัวง่ายๆ แต่ชอบมองหนุ่มหล่อเหมือนติ่งเกาหลีกรี๊ดนักร้อง เพราะฉะนั้นโชว์หุ่นให้สิปางมองก็พอ เหมาะกับคนหน้าไม่ให้ คารมไม่ดี แต่หุ่นเวิร์คแบบเขา
“ปิดทีวีได้ไหม เสียงมันรบกวน ผมอยากคุยกับคุณ”
สิปางปิดทีวี ตายังจ้องเสกสรรค์เป๋ง
คุยอะไรดีละ เสกสรรค์เขิน ต้องหาเรื่องคุยสินะ โจมันบอกคุยเรื่องทั่วไป ไม่ต้องชมว่าสวยแล้ว เรื่องทั่วไปเรื่องไหนดี เสกสรรค์ประมวลผลในหัวจากข้อมูลประวัติสมัครงานที่ซินเพิ่งส่งอีเมล์ให้เมื่อกี้ สิปางจบเศรษฐศาสตร์ บ้านฐานะดีคงเคยไปเที่ยวต่างประเทศหลายครั้ง งานอดิเรกฟังเพลงดูหนังเกาหลี ทำงานบริษัทบันเทิง
“คุณคิดว่าสื่อบันเทิงเกาหลีเข้ามาในไทย ทำให้ประเทศเสียดุลการค้ามากแค่ไหนครับ”
“คะ ???”
“แบบ...พอมีหนังมีเพลงเข้ามา นอกจากเราใช้เงินซื้อลิขสิทธิ์หนังกับเพลงมาแล้ว อันนี้ผมถือเป็นเรื่องดีนะ ละครเกาหลีดีกว่าไทยเยอะ เพลงก็เพราะกว่าโดยเฉพาะการเต้น แต่การเข้ามาของกระแสที่มากเกินไป ทำให้ประชาชนจ่ายเงินซื้อสิ่งบันเทิงเกาหลีมากขึ้น จนลามไปถึงเครื่องสำอางและการท่องเที่ยว ผมว่าเงินมันไหลออกจากประเทศมากเกินไป และเกินความจำเป็นเรื่องการเรียนรู้วัฒนธรรมกับสิ่งใหม่ๆแล้ว ผมเห็นเด็กบางคน ไม่สิคนทำงานด้วย ซื้อกระเป๋าเลียนแบบดาราเกาหลี แทนที่จะซื้อใบละ 500-1000 ก็ซื้อใบละ 5000-10000 โอเคกระเป๋ามันคุณภาพต่างกัน แต่การจ่ายเงิน 500 ซื้อของในประเทศกับเงิน 5000 ที่ไหลออกไปนอกประเทศมันทำให้ระบบหมุนเวียนเงินตรา เออ...” เสกสรรค์หยุดพูดเมื่อเห็นสิปางสีหน้าเปลี่ยนไป
เขาคุยเรื่องเศรษฐศาสตร์+เกาหลี+วงการบันเทิง ไม่ใช่หรือ ทำไมเธอทำหน้าแบบนั้น เขาไม่ได้คุยเรื่องการฆาตกรรมที่เคยพูดแล้วสาวหลายคนทำหน้าสยองขวัญสักหน่อย
“ปกติคุณไม่คุยเรื่องแบบนี้หรือครับ”
“ก็คุยค่ะ แต่ในห้องเรียนที่อาจารย์สอน อาจารย์ชั้นพูดแบบเดียวกับคุณเลย”
“แล้วคุยเรื่องทั่วไปต้องคุยยังไง คุณถึงจะชอบ”
“ชอบ ? คุณอยากคุยเรื่องที่ชั้นชอบ”
“ใช่ครับ ผม... คือ... ผม... จีบผู้หญิงไม่เป็น” เสกสรรค์ถูมือตัวเองไปมาด้วยความขัดเขิน
“คุณจะบอกว่า คุณจีบชั้นอยู่หรือ” ถ้าบอกว่าเธอถูกหวยเลขท้ายสามตัว ยังไม่แปลกใจเท่านี้
“คุณเพิ่งรู้ตัวหรือไง ผมจีบคุณตั้งนานแล้ว” เสกสรรค์หน้าแดง
ใครจะรู้ว่าที่ทำมาทั้งหมดคือจีบ แล้วตั้งนานนี่มันเมื่อไหร่ เพิ่งเจอกันไม่กี่ชั่วโมงเองไม่ใช่หรือ สิปางอยากขำแต่ขำไม่ออก เห็นตำรวจหนุ่มมาดเซอร์ระยะสุดท้ายหน้าแดงเขินอาย ทำให้เธอลดความหวาดกลัวได้เกือบหมด แค่เกือบหมดนะ ไม่ใช่หมดเลย ยังไงเธอก็ยังกลัวคนตาดุเหมือนเสืออยู่
“ปกติคุณจีบผู้หญิงแบบนี้หรือคะ”
“เปล่าครับ ผมเคยจีบแค่สองคน สองคนนั้นไม่ค่อยเหมือนผู้หญิงธรรมดาเท่าไหร่”
“ผู้หญิงสองคนที่คุณเคยจีบไม่ธรรมดายังไงคะ”
“คนแรกตอนนี้ไปเป็นทหารสามจังหวัดชายแดนใต้ อีกคนเป็นตำรวจสืบสวนทำงานเก่งกว่าผู้ชายอีกครับ”
แต่ละคนสาวห้าวสุดๆ ไม่ธรรมดาจริงๆด้วย มิน่าถึงคุยกับหมอนี่รู้เรื่อง ไม่สิ เดี๋ยวนะ
“แล้วจีบติดไหมคะ”
“ไม่ติด”
น้าน... สมควรแล้วที่จีบไม่ติด ถึงตรงนี้สิปางอดไม่ได้ที่จะปิดปากหัวเราะ น่ารักแฮะ ท่าทางซื่อดี ผิดกับภาพลักษณ์ภายนอก ไม่สิ...หลังโกนหนวดเคราอาบน้ำเรียบร้อยแล้ว ภายนอกก็หล่อเหลาเอาการ หุ่นก็...แผลเพียบ...พอเสกสรรค์อาบน้ำล้างคราบสกปรกมานั่งตรงหน้าเธอ สิปางถึงได้เห็นว่าแผลเล็กแผลใหญ่เยอะพอควร
“ชั้นทำแผลให้ไหม”
“ครับ” เสกสรรค์ยิ้มกว้าง
สิปางหยิบอุปกรณ์ทำแผลบนชั้นวาง ค่อยๆทายาให้ พอสังเกตถึงได้รู้ว่าแผลใหม่ไม่เยอะขนาดนั้น ส่วนใหญ่เป็นแผลเป็นเก่ามากกว่า ค่อยยังชั่วหน่อย
“มะ ไม่ใส่เสื้อผ้าก่อนหรือคะ”
“ลืมไป ปกติผมอยู่คนเดียว” เสกสรรค์คว้ากางเกงมาสวมแล้วดึงผ้าเช็ดตัวออก
สิปางทำแผลต่อเรื่อยๆ เสียเวลาเช็ดคราบเลือดกับคราบสกปรกที่เกาะติดแผลมากกว่าทำแผลจริงซะอีก
“เหนื่อย...” เสียงอ่อนระโหยโรงแรงจากร่างสูงใหญ่
“คะ ?”
“ขอนอนก่อน”
ตำรวจหนุ่มคลานไปที่ฟูก ล้มตัวลงนอนหลับสนิททันทีเมื่อหัวถึงหมอน สิปางถือคอตตอนบัดชุ่มเบตาดีนค้าง
สิปางเก็บอุปกรณ์ทำแผล มองผู้ชายที่หลับสนิท หนีกลับบ้านก็ไม่ได้ จะปลุกก็ไม่กล้า เปิดทีวีเสียงจะรบกวนคนนอนอีกไหม เธอเลยหาหนังสือนิยายนักสืบแถวนั้นนั่งอ่านจนเผลอหลับไปโดยไม่รู้ตัว
...........................................
เสียงโทรศัพท์ดังปลุกทั้งสองคน กิ๊กโทรเข้ามือถือสิปาง
“ค่ะ... ตอนนี้พี่อยู่ข้างนอกค่ะ... พี่จำไม่ได้ค่ะ... ใช่ค่ะพี่พิมพ์เอง แต่พี่จำที่พิมพ์ไปไม่ได้จริงๆค่ะ... พี่หาเอกสารให้ไม่ได้ค่ะ พี่อยู่ข้างนอก ไม่รู้เมื่อไหร่จะได้เข้าออฟฟิศค่ะ... พี่ขอโทษ...”
สิปางกอดเข่าร้องไห้ ใช่สิเธอมันไร้ค่า ฮือ ๆ ๆ เธอจะไปจำเนื้อหาในเอกสารที่พิมพ์ไปเมื่อสามวันก่อนได้ยังไง เธอเป็นคนปกตินะไม่ใช่อัจฉริยะ มันไม่ใช่ความผิดเธอสักหน่อยที่อยู่นอกออฟฟิศ เธอถูกลักพาตัวมานะ เธอต่างหากคือผู้เสียหาย
“เป็นอะไรรึเปล่าครับ มีปัญหาที่ทำงานหรือ” เสกสรรค์เป็นห่วง
“ก็เพราะนายนั่นแหละ ทำให้กิ๊กไม่พอใจชั้น”
“กิ๊กต่อว่าคุณหรือ เพราะผม ? ให้ผมช่วยคุยให้ไหม”
“เงียบไปเลยไป๊” สิปางตวาดใส่เสกสรรค์อย่างลืมกลัวคนตัวโต
เงียบก็เงียบครับ นอนต่อดีกว่า ยังนอนไม่อิ่มเลย ตื่นขึ้นมาสิปางคงหยุดร้องไห้และสงบสติอารมณ์ได้บ้าง เสกสรรค์เอนตัวลงนอนอีกครั้ง สายตาปะทะเข้ากับบางสิ่งใต้กระโปรงเต็มๆ เพราะท่านั่งชันเข่าแยกเท้าออกนิดหน่อยกับชายกระโปรงทรงเอด้านหนึ่งตกลงมาถึงพื้น
ตื่นเลยครับ นอนไม่ลงแล้ว เสกสรรค์นอนตะแคงมองสิปางเงียบๆ ไอ้โจมันบอกห้ามแตะต้องตัว แต่ไม่ได้บอกห้ามมองนี่หว่า
...........................................