“ถอดกางเกงออกด้วย”
วินัยได้ยินเสียงหมอโตจากข้างในห้อง มือที่กำด้ามจับประตูแง้มเป็นช่องชะงักค้าง ได้ยินเสียงผู้ชายตอบอะไรสักอย่าง เขาได้ยินไม่ชัด ไหนๆ ก็มาถึงนี่แล้ว เอาวะ วินัยกลั้นใจดันประตูเปิดเต็มบาน
หมอโตกับโจและช่างเทคนิคอีกคนหันมองเขาเป็นตาเดียว โจเปลือยอก มือกำลังผูกเชือกกางเกงผ้าฝ้ายเนื้อหนาขายาว เอิ่ม กำลังรักษากันอยู่ใช่ไหม ไม่ใช่ทำอย่างว่าใช่ปะ
“หมอวินัยมีอะไรหรือครับ” หมอโตถามอย่างงุนงง
นั่นสิ มีอะไรล่ะ ‘คิดถึงไง’ ไม่ใช่สิ ตอบแบบนั้นไม่ได้ หาข้ออ้างอะไรดี คิดสิ คิด คิด คิด
“ผมปวดหัวข้างซ้าย ตาพร่า เดินเซครับ” วินัยแกล้งเอามือกุมหัวด้านซ้ายทำตัวโยกไปมา
“หือ แปลกจัง” หมอโตขมวดคิ้ว “ตอนคุณโดนตีหัวนานเป็นเดือนแล้วนา ทำไมเพิ่งมาออกอาการเอาตอนนี้”
“คลื่นไส้ด้วยครับ พะอืดพะอมอยากอาเจียน แต่อ้วกไม่ออก” วินัยปิดปากทำเสียงอ็อกแอ็กในลำคอ
หมอโตเดินเข้ามาจับคางเขาให้อยู่นิ่ง เอาไฟฉายดวงเล็กส่องตา หมอโตขมวดคิ้วมากยิ่งขึ้น ท่าทางเป็นห่วงเขา หมอโตห่วงเขาด้วยหรือเนี่ย ดีใจจัง เธอหันมองโจสลับกับวินัยอย่างลังเล
“รักษาให้เขาก่อนเถอะ ผมรอได้” โจพูดขึ้น
“นานนะครับ เป็นชั่วโมง” หมอโตยังลังเล
“รอได้ครับ ผมอยู่ที่นี่ทั้งคืน” โจย้ำอีกครั้งและหยิบเสื้อยืดมาสวม “ผมไปรอห้องอื่นนะ”
หมอโตจึงยอมรักษาวินัยก่อน
“หมอวินถอดเสื้อผ้าออก นุ่งผ้าเช็ดตัวนี่นะครับ”
“ทำไมผมไม่ได้สวมกางเกงแบบคุณโจ ?”
“กางเกงนั่นคุณโจเตรียมมาเองครับ”
ซวยจริง ไม่น่าเล่นมุกนี้เลย ต้องนอนสแกน MRI สมอง แถมโดนหมอโตเช็คนั่นนี่อย่างละเอียดเกือบทั้งตัวว่ายังขยับแขนขาได้ปกติ หมอโตใช้ค้อนเล็กเคาะเข่าและตามข้อเช็คการตอบสนองอัตโนมัติของร่างกาย
“อืม แปลก ก็ปกติดีนี่ หรือจะป่วยเป็นอย่างอื่น คลื่นไส้ ? อาหารเป็นพิษก็ไม่น่าเดินเซ ตาพร่า ? หรือจะมีปัญหาเรื่องสายตา คืนนี้หมอวินนอนที่นี่ละกัน พรุ่งนี้บ่ายจักษุแพทย์เข้าคลินิก ผมจะนัดคิวเช็คสายตาให้นะครับ หมอวินไปพักกับคุณโจก่อน ผมขอดูภาพสแกนสมองอีกรอบเผื่อตกหล่นอะไรไป ออกประตูไป ห้องพักอยู่ฝั่งตรงข้ามถัดไปทางซ้ายหนึ่งประตูนะครับ ติดกับห้องผ่าตัดน่ะ”
หมอโตเดินไปคุยกับเทคนิคการแพทย์อย่างเคร่งเครียด วินัยสวมเสื้อผ้าพลางรู้สึกผิด ข้ออ้างเฮงซวยเพิ่มงานให้หมอโตเหนื่อยกว่าเดิมเห็นไหม ไอ้วินทำไมแกงี่เง่านัก ทำไมไม่หาข้ออ้างอื่นวะ อ๊ะ ไม่สิ ข้ออ้างดี คืนนี้ได้นอนค้างที่นี่กับหมอโตด้วย ได้นอนเตียงเดียวกัน คุยกัน...และ... เฮ้ย ๆ ๆ อย่าเพิ่งแข็ง อย่าเพิ่งเว้ย ยังไม่ทันทำไรเลยแข็งสู้ซะแล้ว
วินัยเหลือบมองหมอโตที่ดูภาพสแกนสมองของเขา ขอโทษน้าหมอโต วินัยเอ่ยในใจก่อนออกจากห้อง MRI ไปห้องพัก
...........................................
อู้วววว หรูอะ ห้องโทนสีขาวครีมตกแต่งเรียบง่ายแต่หรูหรามีคลาส โซฟาอย่างดี มีเตียงท่าทางนอนสบายด้วย ประดับด้วยภาพวาดบนฝาผนังหลายภาพ สวยมากคงแพงน่าดู แต่ละภาพน่าจะเป็นแสน เอ๊ะ หรือจะถึงล้าน ? ไม่น่าหรอกมั้งใครจะเอาภาพหลักล้านมาติดผนังเยอะขนาดนี้ อาจเป็นภาพกอปปี้ติดเพื่อความสวยงามก็ได้
ในห้องมีเครื่องดนตรีเพียบ วินัยกวาดสายตามองรอบห้องกว้างจนเห็นโจนั่งเล่นเปียโน อ้าว นึกว่าเสียงจากเครื่องเสียง นี่เล่นสดเลยหรือ เสียงเป๊ะมากจนนึกว่าเพลงจากแผ่นเสียงของนักดนตรีมืออาชีพ โจหันมายิ้มน้อยๆ ให้วินัยก่อนหันกลับไปปิดเปลือกตาพรมนิ้วบนคีย์เปียโนต่อ
วินัยนั่งบนโซฟาผิวนุ่ม หนังอะไรเนี่ย เขาเอามือลูบเบาะโซฟา นั่งสบายจัง เขาเอนหลังพิงโซฟาหลับตาฟังโจบรรเลงเปียโน โจเล่นจบไปสองเพลงจึงลุกจากเปียโน เปลี่ยนไปเล่นผีผาแทน วินัยเปิดตามองโจดีดผีผาอย่างเคลิบเคลิ้ม แม้แต่ท่วงท่าเล่นดนตรียังสวย เจ้าของบริษัท Talent นอกจากหล่อ รวย ยังเล่นดนตรีเก่งขนาดนี้เลยหรือเนี่ย มืออาชีพอาย
มืออาชีพ ? เดี๋ยวนะ เขาเจอโจในห้อง MRI กำลังเปลี่ยนเสื้อผ้าเพื่อสแกนสมอง ห้องที่มีเครื่องดนตรีเพียบ ฝีมือเล่นดนตรีระดับมืออาชีพ
เจิ้งหวน !!!!!!
“ครับ” โจหยุดมือเงยหน้ามองวินัย
เฮ้ย เขาเผลอส่งเสียงออกไปหรือเนี่ย
“ว่าไงหรือครับ เรียกผมทำไม” โจถามอีกครั้ง
“คุณคือเจิ้งหวนที่เป็นซินเนสทีเซียและเนื้องอกในสมอง เคสผู้ป่วยของหมอโตในงาน Synesthesia & Genius ซินเนสทีเซียและอัจฉริยะ ใช่ไหม” วินัยถามอย่างตกใจ
“ใช่ครับ เดาเก่งนี่” โจยิ้มทั้งปากทั้งดวงตา
อ้า...ผู้ชายคนนี้สายตายิ้มได้ งามแท้ เออ...วิญญาณกะเทยของเกาลัดเข้าสิงเขาหรือเนี่ย ไม่ ไม่ ไม่ นี่มันคู่แข่งหัวใจนะเว้ย แกจะไปชื่นชมเขาทำไมนักหนา
หือ ? คู่แข่งหัวใจหรือ ? ถ้าคุณโจเป็นผู้ป่วยของหมอโต อาจไม่ใช่คู่แข่งหัวใจเขา หมอโตแค่สนใจผู้ป่วยคนนี้เพราะเป็นเคสหายากแค่นั้น ขนาดเขาฟังบรรยายจากงานสัมมนายังสนใจเลย อืม เป็นไปได้
“ทำไมถึงไม่บอกคนอื่นครับว่าคุณคือเจิ้งหวน”
“ผมก็ไม่ได้ปิดบังอะไรนะ บางคนที่บริษัทรู้นะครับ แต่บางครั้งพนักงานก็เกรงใจเจ้าของบริษัทไม่กล้าวิจารณ์ผลงาน ถ้าพวกเขาไม่รู้ว่าเจิ้งหวนคือผม เขาก็สามารถวิจารณ์ได้เต็มที่ ถ้าตัดคำวิจารณ์แบบอคติออกไป เราจะได้คำวิจารณ์ที่ต้องนำไปปรับปรุงอย่างแท้จริงไงครับ”
“แต่ผลงานของคุณมีคุณภาพทุกเพลงเลยนะครับ”
“ใช่ครับ ซึ่งมันคนละเรื่องกับขายได้ ลองนึกถึงหนังที่ได้รางวัลและคำชมมากมายแต่ขายไม่ออก กับหนังตลาดคุณภาพปานกลางจนถึงต่ำแต่ขายดีสร้างกำไรมากมาย เราทำธุรกิจยังไงก็ต้องเน้นขายได้ไว้ก่อนครับ ส่วนคุณภาพผมตั้งแค่ไม่ต่ำกว่าระดับมาตรฐานเป็นพอ อย่างน้อยให้คนจ่ายเงินรู้สึกคุ้มเงินที่จ่ายไปครับ”
“ผมเข้าใจแล้วครับ”
นึกถึงคำของหมอโต ‘เป็นคู่แข่งแต่ไม่ใช่ศัตรู’ วินัยคุยกับโจเรื่องดนตรีอย่างถูกคอ โจจะเป็นคู่แข่งหัวใจหรือเปล่าก็ไม่รู้ แต่อย่างน้อยเจิ้งหวนคือศิลปินที่เขาชื่นชอบ ได้มาคุยใกล้ชิดแถมฟังเพลงสด อะไรจะดีไปกว่านี้อีก
“เตรียมเครื่อง MRI เสร็จแล้วครับ คุณโจเข้าไปตรวจได้เลย” หมอโตเดินมาเรียกที่ห้อง
“ขอตัวก่อนนะครับ” โจเดินไปห้องสแกน MRI
“หมอวินจะพักห้องนี้ก่อนหรือไปห้องนอนเลยครับ คงดึกกว่าจะตรวจคุณโจเสร็จ”
“ผมขอเข้าไปดูการตรวจของคุณโจด้วยได้ไหม” วินัยหยุดคิดนิดนึง
“ได้ครับ” หมอโตอนุญาต
...........................................