bc

Any drink? สักน้ำไหมครับพี่

book_age18+
379
FOLLOW
1.4K
READ
student
sweet
bxb
humorous
lighthearted
realistic earth
school
twink
like
intro-logo
Blurb

“สักน้ำไหมครับพี่”

มีทั้งชาเขียว ชานม น้ำผึ้งมะนาว กาแฟโบราณ ชาเนสที โกโก้ โอวัลติน ชาไทย…

อะไรกัน ทำหน้าแบบนั้นแปลว่าหวังจะได้น้ำอะไรที่มันเด็ดกว่านั้นละสิ

แหม ถ้าเป็น ‘พี่บอม’ แล้วละก็ ‘แมท’ คนนี้จะจัดให้สักน้ำจริงๆ ก็ได้นะครับ ไม่คิดเงินเลยสักบาทด้วยเอ้า

...เพียงแต่พี่จะกล้าเล่นกับผมหรือเปล่าเท่านั้นเอง

chap-preview
Free preview
บทนำ
[บอม] “อะ พวกมึงมาเอาน้ำกันได้แล้วนะ นี่ชาเนสของไอ้แก้ว ชานมของไอ้กิ่งกับหญิง แล้วโกโก้นี่ของใครนะ” เสียงของไอ้อัพเพื่อนสนิทผมที่เพิ่งได้สารพัดน้ำหวานจากร้านชานมไข่มุกอันเลืองชื่อที่ตั้งอยู่ในมหาลัยของเราร้องเรียกหาเจ้าของที่ฝากอัพสั่งซื้อพร้อมกัน เพราะถ้าซื้อจำนวนแก้วไม่ถึงเขาจะไม่เอามาส่งที่หน้าคณะ ผมเองก็ใช้บริการดังกล่าวเป็นครั้งคราวเหมือนกัน แต่รอบนี้ผมไม่ได้ลงชื่อสั่งกับพวกมันด้วยเพราะตอนมันสั่งกันผมติดอย่างอื่นอยู่ ผมจึงไม่ได้ใส่ใจอะไรมากมายนักเพราะรู้ดีว่าไม่มีแก้วของตัวเอง จนกระทั่งไอ้อัพมันแจกสารพัดน้ำที่ว่าจนหมดนั่นแหละ เจ้าตัวถึงได้ส่งชานมไข่มุกแก้วหนึ่งมาตรงหน้าผม “อะไร” ผมเงยหน้าขึ้นจากโทรศัพท์มาถาม “กูไม่ได้สั่งนะ” “คนที่ร้านเขาฝากมาให้มึง” “คนที่ร้าน?” “เออ” อัพพูดติดรำคาญ “เขาบอกว่าฝากเอามาให้พี่บอมหน่อย เห็นว่ารอบนี้ไม่สั่ง” “เดี๋ยวๆๆ” ผมขัด “แล้วเขารู้ได้ไงว่ากูไม่ได้สั่ง” “ถามได้” ไอ้อัพตีหน้าตาย “ก็เพราะกูบอกน่ะสิ” “เดี๋ยว! แล้วมึงไปบอกเขาทำไม” “เออน่ะ มึงจะอะไรนักหนาเนี่ย เขาให้ฟรีมาแล้วก็แดกๆ ไปเถอะ” เพื่อนผมว่าพลางยัดแก้วพลาสติกใส่มือผมตัดรำคาญ “เขาก็คงเห็นว่าเราสั่งกันเป็นสิบๆ แก้ว แถมยังคอยสั่งตลอดอีก แถมแค่นี้ก็คงไม่ทำให้ร้านเขาเจ๊งหรอก มึงกินๆ เข้าไปได้ละ” “เออ นั่นดิ” จริงของมัน อุตส่าห์ได้แก้วฟรีมาทั้งที ทำไมผมจะต้องไปคิดมากให้มันวุ่นวายด้วย อื้ม ชานมไข่มุกนี่มันอร่อยจริงๆ ตอนแรกผมก็คิดเอาง่ายๆ แบบนั้นละ ทั้งที่สุภาษิตบ้านเราก็สอนกันมาตั้งแต่สมัยพระเจ้าเหาแล้วว่า ‘ของถูกไม่มีดี ของฟรีไม่มีในโลก’ ของฟรีที่ได้มาบางทีก็ต้องจ่ายกลับด้วยราคาที่แพงกว่าโดยที่เราไม่รู้ตัว ผมเองซึ่งตอนนั้นยังมองไม่เห็นความวุ่นวายที่จะเกิดขึ้นในอนาคตจึงยังเดินทอดน่องไปตามทางเดินของมหาลัยพร้อมกับไอ้อัพเพื่อนสนิทผู้กว้างขวางของผม  เจ้าตัวหันไปโบกมือให้เพื่อนต่างคณะที่อยู่อีกฝั่งของถนน รับไหว้รุ่นน้องที่เดินสวนกันมาอย่างสนิทสนม และแม้ว่าคนส่วนมากจะชอบบอกว่าเวลาเราอยู่ด้วยกันแล้วไอ้อัพเหมือนเป็นข้ารับใช้ส่วนตัวของผมมากกว่าจะเป็นเพื่อนสนิทก็ตาม แต่เราสองคนก็ตัวติดกันอย่างกับตังเม เราทั้งคู่เจอกันครั้งแรกตอนป.2 จากนั้นชีวิตผมก็มีไอ้อัพติดสอยห้อยตามไปด้วยทุกที่เหมือนเป็นเงาตามตัว  ขนาดเข้ามหาลัยมาแล้วเราก็ยังได้อยู่คณะเดียวกัน ภาคเดียวกัน สำหรับผมก็นับเป็นเรื่องดีนั่นละเพราะไอ้อัพมันเป็นคนสนุก คุยง่าย แล้วก็เข้าใจผมตลอด ส่วนเรื่องที่คนล้อว่ามันเป็นคนใช้และผมเป็นเจ้านายก็เพราะว่า (ตามที่ทุกคนบอก) ผมเป็นคนมีหน้าตาหล่อเหลา (ส่วนตัวผมว่าเฉยๆ) ผิวขาวดูเป็นผู้ดี (แล้วผู้ดีผิวคล้ำไม่มีเหรอวะ) ส่วนสูงสมบูรณ์แบบอย่างที่ทุกคนแทบต้องเงยหน้าคุย (คุยกันปกติผมก็รู้เรื่อง) แล้วก็ด้วยมาดนิ่งๆ เหมือนพูดน้อยของผม คนพวกนี้แค่ยังไม่เห็นว่าเวลาผมพูดมากก็เท่านั้นเอง ส่วนไอ้อัพน่ะเหรอ หมอนี่เป็นคนหน้าตาใช้ได้ ผิวคล้ำกว่าผมเล็กน้อย ผมไม่ค่อยเป็นทรง แต่เจ้าตัวมีข้อดีคือเฟรนด์ลี่และชอบทำกิจกรรมต่างๆ ว่ากันตามตรงแล้วอัพน่าจะได้คะแนนความนิยมมากกว่า ถ้าสังคมเราไม่ได้ตัดสินคนจากหน้าตาด้วยน่ะนะ “อะ นี่” ไอ้อัพที่สั่งสารพัดน้ำมาให้เพื่อนๆ ทุกคนที่นั่งเล่นกันอยู่ในโรงอาหารดันแก้วชมนมไข่มุกมาให้ผมหนึ่งแก้ว “ของมึง” “รอบนี้กูก็ไม่ได้สั่งนะ” ผมค้าน ไอ้อัพหลิ่วตานิดหนึ่งก่อนจะกลับ ไปทำหน้าปกติเหมือนเดิม “ก็ของมึงฟรีไง” “สัส ชานมไข่มุกอีกแล้วเหรอวะ” ผมบ่นแต่ก็คว้าแก้วมาเจาะหลอดดูด “กินจนผิวกลายเป็นสีน้ำตาลอ่อนแล้ว ใครมันจะบ้ากินได้ทุกวี่ทุกวัน” “แต่มึงชอบชานมไข่มุกที่สุดนี่!” อัพว่าอย่างแปลกใจ กึ่งๆ จะเสียขวัญด้วยซ้ำ ผมหรี่ตามองท่าทีโอเว่อร์ของมันอย่างรำคาญ “กูชอบที่สุดไม่ได้หมายความว่ากูอยากกินไอ้น้ำนี่ทุกวัน” “อ้อ เหรอ แล้วมึงชอบน้ำอะไรอีกล่ะ” “ก็พวกชาไทย กาแฟโบราณ มอคค่า โอวัลติน กูก็แดกหมดอะมึงก็รู้” “เออ ไว้จะบอกคนที่ร้านเอนี่ดริ๊งค์ให้” เพื่อนสนิทผมว่าพลางดูดกาแฟจากแก้วตัวเองอย่างสบายอารมณ์ “เอนี่ดริ๊งค์ไหน” “สัส ก็ร้านที่เรากินกันอยู่ทุกวันๆ นี่ไง มึงไม่เคยดูชื่อร้านเลยเรอะ” “ไม่อะ กูเรียกแต่ร้านพี่มิลค์” ผมว่าพลางดูดไข่มุกจากก้นขึ้นมาเคี้ยวเล่นทั้งที่เพิ่งบ่นไปว่าเบื่อเครื่องดื่มนี้แล้ว “ว่าแต่พี่มิลค์เป็นไงบ้างอะมึง ได้ไปคุยกับพี่แกบ้างหรือเปล่า” “คุยบ้างแหละเวลาผ่าน” อัพพูดพลางเสตามองไปอีกทาง พี่มิลค์เจ้าของร้านเป็นศิษย์เก่าของมหาลัยเรา เป็นเดือนคณะมาก่อน ผมไม่สงสัยเรื่องนั้นเลย หล่อนสวยสะดุดตาเหมือนมีออร่าพวยพุ่งออกมา เห็นว่ารับงานถ่ายแบบเป็นงานเสริมด้วย เป็นเน็ตไอดอลด้วยละมั้ง คนติดตามทางโซเชียลมีเดียเยอะอยู่ “ทำไมพี่มิลค์เขาไม่ไปเป็นดาราหรือนางแบบก็ไม่รู้เนอะ” ผมชวนอีกฝ่ายคุยยิ้มๆ ค่อนข้างจะเดาได้ว่าเพื่อนผมก็หลงเสน่ห์อีกฝ่ายเช่นเดียวกับคนอื่นๆ ในมหาลัย “เขาคงไม่ชอบละมั้ง” ตอนแรกผมว่าจะแซวอัพต่อ แต่อยู่ๆ ผมก็นึกขึ้นได้ว่าตัวเองได้น้ำฟรีมาจากใคร “ไอ้อัพ” ผมพูดเสียงเครียดขึ้น “ร้านที่เขาให้น้ำฟรีกูมานี่ก็ร้านพี่มิลค์นี่ ใช่มะ” “ก็เออสิ บอกแล้วไงว่ามันชื่อร้านเอนี่ดริ๊งค์” “แล้วคนที่ให้น้ำกูมาก็---” แต่ผมกับอัพถูกขัดจังหวะโดยเพื่อนร่วมรุ่นอีกคนหนึ่งที่เข้ามาทวงงานจากเรา อืม เรื่องนี้ทำเอาผมไม่สบายใจขึ้นมาหน่อยๆ เหมือนกันแฮะ ถ้าการได้น้ำฟรีของผมมันจบอยู่ที่ครั้งสองครั้งผมก็คงไม่คิดอะไรมากหรอก แตหลังจากที่ผมบอกว่าเริ่มเบื่อชานม น้ำแก้วฟรีก็เริ่มเปลี่ยนชามะนาวบ้าง มอคค่าบ้าง โกโก้บ้าง และเมื่อผมได้นมรสสตรอว์เบอร์รี่มาวันนี้ก็ตัดสินใจว่าควรจะตรงดิ่งไปถามเจ้าของร้านว่ามีจิตพิศวาสอะไรผมนักถึงได้ให้ฟรีทุกวี่ทุกวันแบบนี้ ถึงในใจจะนึกกลัวขึ้นมาหน่อยๆ ว่าจะโดนอีกฝ่ายติดใจก็เถอะ คือไม่ได้อยากหลงตัวเองนะครับ แต่ตั้งแต่เรียนมหาลัยนี้มาสองปีกว่านี่ผมโดนสารภาพรักมาเยอะมาก และผมก็ไม่ได้รังเกียจหรืออะไรก็ด้วย แต่ครั้งนี้ถ้าพี่มิลค์เกิดชอบผมขึ้นมาแล้วไอ้อัพต้องอกหัก แบบนั้นผมคงรู้สึกแย่มากๆ แน่ “อ้าว ไอ้บอม ไปไหนอะ” อัพถามอย่างตกใจเมื่อเห็นผมกวาดข้าวของลงกระเป๋าอย่างรวดเร็วราวพายุเข้า เรื่องของเรื่องก็คือผมพยายามเค้นคอถามไอ้เพื่อนตัวแสบมาหลายรอบแล้วว่ามันเรื่องอะไรที่ต้องมีน้ำฟรีให้ผมคนเดียวตั้งมากมาย ตอนแรกมันก็อ้างว่าทางร้านเห็นว่าเราซื้อเยอะ สักพักเริ่มทำตากรุ้มกริ่ม พูดจาเหมือนมีคนพยายามจะจีบผม แล้วถ้าพี่มิลค์พยายามจะจีบผม มันจะยังทำหน้าระรื่นแบบนั้นได้เหรอวะ ไอ้ผมก็ลืมคิด… รู้แค่ว่าพอเท้าหยุดเดิน ผมก็มาหยุดอยู่ที่หน้าร้านเอนี่ดริ๊งค์ซึ่งเป็นซุ้มขายเครื่องดื่มที่ตั้งอยู่ข้างๆ สวนของมหาลัย ข้างๆ ซุ้มมีโต๊ะและเก้าอี้จำนวนหนึ่งสำหรับคนที่อยากนั่งดื่มและจับกลุ่มคุยกับเพื่อน ส่วนพนักงานด้านในตอนนี้มีแค่คนเดียว แล้วก็ไม่ใช่คนที่ผมหวังว่าจะเจอเสียด้วย “ขอโทษครับ” ผมเรียกชายหนุ่มที่อยู่ด้านในนั้น “พี่มิลค์ไม่อยู่เหรอครับ” ทันทีที่เจ้าตัวเงยหน้าขึ้นมาจากโทรศัพท์ นัยน์ตาสีน้ำตาลอ่อนที่ดูเปล่งประกายก็สะท้อนเข้ามาในตาผมทันที ดูเหมือนเจ้าตัวจะดูกระตือรือร้นที่ได้เห็นหน้าผม เขาลุกพรวดขึ้นมาจากเก้าอี้ที่นั่งอยู่แล้วส่งยิ้มสดใสให้ “พี่บอม” “หา?” ผมตกใจ เพราะผมแน่ใจว่าไม่รู้จักเขา “มาหาพี่มิลค์เหรอครับ” เจ้าตัวยังคงยิ้ม “ใช่” “พี่มิลค์ไม่เข้าหรอกครับวันนี้ ถ้าอยากเจอคงต้องเป็นวันเสาร์ช่วงบ่าย” “งั้นเหรอ” “มีอะไรหรือเปล่าครับ ฝากผมไปบอกให้ก็ได้นะ” ชายหนุ่มตรงหน้าดูอ่อนเยาว์และมีออร่าแบบที่เด็กปีหนึ่งมีกัน ไม่ผิดแน่ หมอนี่ต้องอยู่ปีหนึ่งอย่างแน่นอน แต่ไม่ใช่คณะผมเพราะดูไม่คุ้นหน้าเลย  ระหว่างที่กำลังงงผมก็ใช้โอกาสนี้สำรวจคนตรงหน้าอย่างละเอียด เจ้าตัวมีเส้นผมสีน้ำตาลอ่อนของเจ้าตัวรับกับดวงตากลมโตสีใกล้เคียงกัน เขาใส่เสื้อยืดและผ้ากันเปื้อนของร้าน ผิวขาวชนิดที่ถ้าเทียบกับผมแล้วผมกลายเป็นคนผิวคล้ำไปเลย แล้วมีรูปหน้าติดไปทางน่ารักมากกว่าหล่อเข้ม แถมมันยังละม้ายคล้ายคลึงคลับคล้ายคลับคลาอย่างบอกไม่ถูก เหมือรนเคยเห็นที่ไหนมาก่อน “ว่ายังไงครับ” เขาถามซ้ำ ผมไหวตัวเล็กน้อยขณะพยายามมองหาป้ายชื่อพนักงานที่อก แต่เหมือนจะไม่มีของแบบนั้น “นายชื่ออะไรน่ะ”  “แมทครับ” “อ้อ อืม แมท อยู่ปีหนึ่งใช่ไหม” “ครับ บริหารครับ” ตอบพลางยิ้มสดใสขึ้นเรื่อยๆ หวังว่าคงไม่ได้กำลังหวังออเดอร์ใหญ่ๆ จากผมอยู่หรอกนะ “คือพี่อยากรู้เกี่ยวกับโปรโมชั่นของร้านน่ะ” ผมเข้าเรื่องแบบอ้อมโลก “เท่าที่พี่จำได้เหมือนร้านพี่มิลค์… เออ ร้านเอนี่ดริ๊งค์นี่ไม่มีแก้วแถมอะไรอย่างงั้นไม่ใช่เหรอ หรือว่ามีแถมแบบซื้อสิบแถมหนึ่ง” “อ้อ เราไม่มีโปรโมชั่นแบบนั้นหรอกครับ” แมทตอบเสียงใส ตอนนั้นเองมีลูกค้าเข้ามายืนต่อคิวจากด้านหลัง ผมจึงรีบหลบไปอีกทางแล้วบอกนักศึกษากลุ่มคนนั้นทันที “เชิญเลยครับ พอดีผมไม่ได้สั่ง” “อุ๊ยพี่บอม” หนึ่งในนั้นอุทานอย่างตื่นเต้น คนที่อยู่ใกล้ผมที่สุดกล่าวขอบคุณแล้วยิ้มกว้างให้ก่อนจะสั่งน้ำกับแมททันที เมื่อทุกคนเดินไปนั่งรอที่โต๊ะ ผมก็โผล่หน้าเข้าไปหาแมทอีกรอบ เจ้าตัวกำลังชงมือเป็นระวิง “เอ่อ งั้น” ผมสับสน ถ้าทางร้านไม่มีโปรโมชั่นก็แปลว่าพี่มิลค์จงใจเอาน้ำฟรีพวกนั้นมาให้ผมใช่ไหม ว่าแล้วเชียวว่าไม่ควรรับมาแต่แรก “เดี๋ยวพี่จะหาทางถามพี่มิลค์เอง อาจจะทักไปทางหน้าเพจ” “ถามอะไรล่ะครับ” แมทถามขณะที่วางแก้วที่ซีลปากพลาสติกเรียบร้อยลงบนถาดก่อนจะเรียกลูกค้ากลุ่มเดิม “ชานมหวานน้อยสองแก้วได้แล้วครับ” “ก็มีอะไรที่สงสัยนิดหน่อย” ผมตอบ นักศึกษากลุ่มนั้นเดินไปอีกทางแล้ว “เรื่องน้ำฟรีที่พี่ได้ใช่ไหมครับ” ผมเลิกคิ้ว มองหน้ายิ้มๆ ของคนพูดทันที “แมทรู้เรื่องนั้นเหรอ” “อ้อ ครับ” เจ้าตัวตอบสั้นๆ แล้วส่งยิ้มให้อย่างเดียว ตอนแรกผมก็ไม่ได้คิดอะไรนะ แต่ตอนนี้ผมชักแน่ใจแล้วว่าไอ้เด็กนี่กำลังกวนประสาทกันอยู่ “เอ้า พูดต่อดิ” ผมเลยกวนมันก่อนเลย แมทมองอย่างไม่ถือสาเลยสักนิด “พูดอะไรครับ” “รู้อะไรบ้างล่ะเราน่ะ” “น้ำฟรีที่พี่ได้น่ะเหรอ โธ่เอ๊ย พี่บอมครับ พี่น่าจะรู้ตัวตั้งนานแล้วนะว่ามีคนพยายามจีบพี่อยู่ ใครเขาจะไปให้น้ำฟรีกันได้ทุกวี่ทุกวันโดยไม่ได้คิดอะไรเลย จริงไหมครับ” “ฮะ” รอบนี้ก็พูดตรงเสียจนผมตั้งรับไม่ทัน “แปลว่า… พี่มิลค์...” แมทโบกมือในอากาศ “เปล่าครับ ไม่ใช่พี่มิลค์หรอก พี่นี่ความรู้สึกช้าจริงๆ” “อ้าว” “ผมเองต่างหากละ” แมทว่ายิ้มๆ ดูสนุกที่ได้เห็นความสับสนบนใบหน้าของผม “ผมเป็นคนส่งน้ำพวกนั้นไปให้พี่เอง โดยผ่านพี่อัพน่ะนะ” ความจริงที่ว่ามีผู้ชายกำลังจีบผมอยู่ทำเอาพูดอะไรไม่ออก นี่ผมเนื้อหอมลามไปจนถึงขั้นนี้แล้วเหรอ “แล้ว” แมทอาศัยจังหวะที่ผมยังมึนส่งยิ้มหวานมาให้อย่างอารมณ์ดี “สักน้ำไหมละครับพี่”

editor-pick
Dreame-Editor's pick

bc

Heroine (ที่นี่ไม่มี นางเอก)

read
14.7K
bc

เป็นแฟนผมนี่มันไม่ดียังไงครับเฮีย

read
3.2K
bc

เป็นได้แค่เพื่อน(รัก)

read
7.8K
bc

คุณอาของหนู...น่ารักกว่าใคร

read
7.9K
bc

งูบ้านนี้สายพันธุ์เหมียว (Luna V.)

read
1K
bc

เมื่อปีศาจมาสิงสู่ [omegaverse]

read
1K
bc

Friendship จุดจบสายเถื่อน

read
1K

Scan code to download app

download_iosApp Store
google icon
Google Play
Facebook