"ลูกติดแม่เลี้ยงกูเอง สงสัยอะไรอีกไหม จะแดกกันไหมเหล้า!! ถ้าไม่แดกก็พากันกลับไปซะ! เซ้าซี้กันอยู่ได้น่ารำคาญชะมัด"
..
..
"สวยใช่เล่นนี่หว่า" คาวีชมเปราะแต่เมืองรามกลับหัวเสีย รู้สึกหงุดหงิดไปหมดเมื่อเพื่อนทุกคนต่างก็เอาแต่สนใจเธอ...
"มีน้องสาวสวยขนาดนี้เงียบเลยนะสัส! รู้งี้กูมาที่บ้านมึงบ่อยๆดีกว่า มีของสวยงามอยู่ที่บ้านยังจะเสือกกลับไปนอนเหงาที่คอนโดไม่กลับบ้านกลับช่อง ถ้าเป็นกูแม่งจะกลับแต่หัววันเพื่อมาเล่นกับน้อง ฮ่าๆๆ" เพื่อนในกลุ่มตะโกนแซวข้ามโต๊ะมาแต่นั่นยิ่งทำให้เมืองรามหงุดหงิดอย่างไม่มีสาเหตุ
ปัง!!
เสียงตบโต๊ะดังขึ้นคราวนี้ทุกคนยกมือปิดปากกันแทบทันที
"คนอื่นกูไม่นับว่าเป็นน้อง" สายตาดุจเหยี่ยวกวาดมองทุกคน ก่อนจะเอ่ยบอกเสียงเข้ม
"กูมีน้องชายคนเดียวไม่มีน้องสาวเหี้ยห่าอะไรทั้งนั้น แล้วเลิกพูดเรื่องนี้กันได้แล้วหรือว่าพวกมึงอยากกินตีนมากกว่าเหล้าที่อยู่ในแก้ว ถ้ายังไม่เลิกสนใจกันดีนักคืนนี้ก็ไสหัวกลับกันไปเลยแม่ง!"
คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันกรามสองข้างขบกันแน่น ทำให้ทุกคนเลิกแซวเพราะรู้นิสัยเพื่อนดี ถ้าถึงขั้นลุกขึ้นตบโต๊ะใส่ นั่นหมายถึงทุกคนควรหยุด! เพราะไม่งั้นพ่อได้ล้มโต๊ะทั้งงานแน่
"อย่าเพิ่งหงุดหงิดสิคะราม"
แพรหรือพีรดา ลูกสาวนักการเมืองใหญ่เป็นเพื่อนร่วมรุ่นที่มีสัมพันธ์พิเศษเกินเพื่อนเอ่ยบอกพร้อมดึงร่างสูงให้นั่งลง ส่วนตัวเธอก็รีบปีนไปคร่อมตักอีกฝ่ายเอาไว้ มือเล็กเกี่ยวรอบคอพร้อมกับกดสะโพกเสียดสีกับตักแกร่งปลุกเร้าอารมณ์ในแบบที่เมืองรามชอบ เธอรู้ดีว่าภายใต้กางเกงยีนส์ราคาแพงนั่นมีของดีที่เธอเองก็รู้ว่าเด็ดมากแค่ไหน
หญิงสาวโน้มคอเมืองรามให้ก้มต่ำก่อนจะยื่นริมฝีปากเข้าไปประกบกดริมฝีปากหนาของคนอารมณ์ขุ่นให้อารมณ์ดีขึ้นมา เพราะเธอรู้ดีว่าเมืองรามชอบอะไรหรือไม่ชอบอะไรที่สุด คนที่อยู่เป็นอย่างเธอรู้ดีกว่าใคร
เมืองรามไม่ชอบให้ใครขัดใจ ไม่ชอบให้ผู้หญิงเรียกร้องนั่นนี่ ถ้าอยากให้เขาจะให้เอง เธอรู้ดีว่าเขาเป็นคนที่มีเสน่ห์มากล้นโดยเฉพาะเรื่องบนเตียง หนุ่มหล่อคนนี้ดุดันเร้าใจกว่าใคร เป็นผู้ชายที่กินดุที่สุดเท่าที่เธอเคยเจอมา เพราะต่างคนต่างก็ปรนเปรอถึงอกถึงใจกันอย่างนี้ความสัมพันธ์ของเธอกับเขาจึงยาวนานมากกว่าคนอื่น ถึงแม้สถานะจะยังคลุมเครือไม่ชัดเจนยังคงเป็นได้แค่เพื่อนนอนก็ตามที และเธอก็ไม่กล้าเอ่ยปากเรียกร้อง เพราะรู้ดีว่าเมื่อไหร่ที่ก้าวล้ำเส้นที่อีกฝ่ายขีดไว้ทุกอย่างก็จบเห่!!...
"ไปเรียกยัยขยะนั่นมาหน่อย บอกให้เอาเหล้ามาเติมให้ฉันที"
หลังจากผ่านไปสักพักเมืองรามก็เอ่ยบอกเด็กที่มาคอยให้บริการโต๊ะของตัวเอง สายตาเหลือบไปเห็นเจ้าเอยที่เอาแต่ก้มหน้าก้มตาตั้งใจหลบหน้าเขาเสียมากกว่า และในจังหวะนั่นเองที่เธอเหลือบขึ้นมาสบตากันพอดี
"แพรชงให้รามก็ได้นะ" แพรมองตามสายตาก่อนจะอาสาชงเหล้าให้เขาเอง แต่อีกฝ่ายส่ายหน้า
"ไม่ต้อง ฉันจะให้เด็กนั่นชง"
แววตาหาเรื่องยามสบตาคู่สวยที่กำลังหวาดระแวงราวกับกวางตัวน้อย น้ำเสียงรวนๆของเมืองรามทำให้พีรดาไม่กล้ากวนใจอีก ได้แต่เม้มปากสนิทพร้อมกับมองเด็กสาวแรกรุ่นด้วยสีหน้าไม่ค่อยพอใจ ก่อนจะสำรวจอีกฝ่ายตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า ยังไงซะเด็กนั่นก็สู้เธอไม่ได้อยู่ดี ไม่ว่าจะเป็นหน้าตารูปร่างหรือแม้แต่ฐานะทางสังคม ส่วนตัวเธอนั้นสวมแบรนด์ทั้งตัวต่างกันคนละขั้ว และที่สำคัญท่าทางพี่ชายอย่างเมืองรามจะไม่ยินดียินร้ายที่จะมีน้องสาวเสียด้วย...
คนที่ต้องการรับน้องใหม่ อยากแกล้งให้เธออับอายเล่น หลังจากเรื่องอาหารที่แกล้งเจ้าเอยไม่สำเร็จ หนำซ้ำยังทำออกมาดีเกินคาด ทั้งยังได้รับคำชมไม่น้อยจากเพื่อนของเขา และดูเหมือนเธอพยายามจะหลบหน้าเขาอยู่ตลอดเวลา คิดแล้วยัยซื่อบื้อก็ฉลาดเหมือนกันนี่...แต่ถึงจะฉลาดยังไงก็ไม่มีวันชนะเขาแน่ ชายหนุ่มคิดพลางกระตุกมุมปากเล็กน้อยเมื่อในหัววางแผนไว้แล้วว่าจะทำอะไรต่อจากนี้
ทางด้านเจ้าเอยก็พยายามระวังเนื้อระวังตัว ไม่ไปยืนในระยะสายตาของเขา นึกถึงคำสั่งมารดาที่ยังคงดังกึกก้องอยู่ในหัว ตั้งแต่ตื่นจนมาถึงกลางดึกของคืนนี้เธอไม่ได้พักเลย หญิงสาวมีอาการหน้ามืดคล้ายจะเป็นลมอยู่หลายครั้งจนป้าน้อมต้องเข้ามาช่วยพยุงและห้ามไม่ให้ออกมาช่วย แต่เธอไม่อยากให้ใครต้องเดือดร้อนใจ อีกทั้งยังไม่มีอะไรตกถึงท้องเลย จึงทำให้หน้ามืด
"คงเพราะเจ้าเอยไม่ได้พักผ่อน" สาวใข้ที่คอยช่วยเหลือเจ้าเอยเอ่ยขึ้น ลุกไปจับจ่ายซื้อของด้วยตัวเองตั้งแต่ตีสามแล้วมานั่งเตรียมของไว้ก่อนจะแต่งตัวไปสอบ พอสอบเสร็จก็รีบตรงดิ่งกลับบ้านทันที ยิ่งพอรู้ว่าไม่มีใครช่วยเธอหยิบจับเจ้าเอยยิ่งต้องเร่งมือจนเป็นระวิงแทบไม่ได้นั่งเลยด้วยซ้ำตั้งแต่สิบเอ็ดโมงจนกระทั่งห้าทุ่ม ทั้งข้าวและน้ำสักคำก็ยังไม่ตกถึงกระเพาะรู้สึกเครียดหนักจากการสอบที่ไม่มีเวลาเตรียมตัวและเครียดจากการถูกลูกเจ้าของบ้านกดดันทุกทางอีก เธอพยายามเลี่ยงไม่อยากเผชิญหน้ากับเขาเพราะรู้ว่าอีกฝ่ายไม่ชอบหน้า
"อยู่บ้านท่านทำอะไรได้หนูก็จงทำนะลูก พยายามอดทนไว้ พี่เขายังโกรธแต่คงไม่นานคงเข้าใจ ช่วงนี้อยู่ให้ห่างๆพี่เขาเอาไว้อย่าไปต่อปากต่อคำก็พอ"
คำพูดของแม่ทำให้เจ้าเอยไม่กล้าออกมาเพ่นพ่านให้อีกฝ่ายรำคาญลูกตาจึงได้แต่หลบอยู่ในครัว จนกระทั่งสาวใช้คนหนึ่งเกิดปวดท้องกระทันหัน เธอจึงจำเป็นต้องทำหน้าที่แทนออกมาคอยให้บริการอยู่ตรงริมสระว่ายน้ำ และเป็นจังหวะที่เมืองรามเห็นเข้าพอดี พอสาวใช้ที่คอยบริการโต๊ะของเมืองรามเดินเข้ามาบอกให้เธอไปหา หญิงสาวก็กลืนน้ำลายเหนียวหนืดลงคอแทบจะทันที ก่อนจะทำใจสักพักแล้วเดินคอตกไปหาคนหน้าตึง ยิ่งเข้าใกล้ยิ่งได้กลิ่นน้ำหอมฟุ้งออกมาจากตัวของเขา ทำให้คนแอบชอบใจเต้นตึกตัก เป็นครั้งแรกที่ได้มายืนต่อหน้าผู้ชายที่โดดเด่นมีเสน่ห์อย่างเขา ไม่ว่าใครได้อยู่ใกล้ก็ต้องใจสั่นไหวกันทั้งนั้นรวมถึงเธอเองก็ด้วย...
ทั้งที่รู้ดีว่าเขาเกลียดเธอเข้าไส้ขยะแขยงในตัวเธอยิ่งกว่าไส้เดือนกิ้งกือเสียอีก เกลียดชนิดไม่อยากที่จะเจอหน้า ไม่อยากจะเสวนากับเธอแม้เพียงสักคำ!! แต่จะทำอย่างไรได้ในเมื่อใจเธอแอบชอบเขาไปแล้ว
"คุณรามเรียกเอย...เออ ฉันเหรอคะ" เสียงถามอีกฝ่ายตะกุกตะกักไม่กล้าแม้แต่จะเงยหน้าขึ้นสบตา
"ทำไม...พอเห็นฉันแล้วทำหน้าจะเป็นจะตาย โลกทั้งใบของเธอมันจะแตกมอดดับเลยหรือไง ห๊ะ!!"
"เปล่านะคะ เอย..เออฉันไม่ได้คิดอย่างนั้นสักหน่อย"
เห็นหน้าบูดบึ้งของเธอก็ทำให้คนเรียกชักหงุดหงิด ก่อนหน้านี้ยังระริกระรี้กลับกลุ่มเพื่อนเขาทางฝั่งโน้นอยู่เลย ไม่เคยว่าคิดว่าเด็กอายุสิบเจ็ดอย่างเธอจะทำอาหารและชงเหล้าเอาอกเอาใจเก่งผู้ชายเก่ง สามารถทำให้กลุ่มเพื่อนเขาหัวเราะร่ากันได้ คงกร้านโลกไม่น้อยสินะถึงทำเรื่องพวกนี้เป็น!
"อย่าว่าแต่น้องเอยเลย กูเห็นหน้ามึงตอนนี้ยังอยากจะหนีไปอยู่ดาวอังคารเลยหน้ามึงแม่งโคตรดุสัส!"
คาวีบ่นไม่จริงจังนักพลางเหลือบมองหน้าเพื่อนที่ดูท่าจะไม่ชอบขี้หน้าน้องสาวตัวเองเท่าไรนัก ยิ่งเห็นเจ้าเอยมายืนตัวสั่นเทาราวกับลูกนกตกน้ำก็ยิ่งสงสารจับใจ
"หน้ากูมันก็เป็นยังงี้แหละมันจะทำไม เออ ในเมื่อไม่อยากมองก็ไม่ต้องมอง" คนพูดกระแทกเสียงใส่ด้วยความเคยชิน
"อ้าว! แล้วมึงจะของขึ้นทำไม" คาวีนิ่วหน้า
"เจ้าเอยใช่ไหม พี่ชื่อคาวีนะเป็นเพื่อนสนิทไอ้หน้าหงิก" คนพูดแนะนำตัวพลางยิ้มกว้างส่งให้หญิงสาว
"สวัสดีค่ะคุณคาวี" มือน้อยๆยกขี้นกระพุ่มไหว้ท่าทางน่ารัก จนคาวีหัวเราะอย่างชอบใจ
"เรียกพี่วีก็ได้ครับ อย่าเรียกคุณเลยไอ้วีมันขนลุก"
พูดพลางลูบแขนตัวเองป้อยๆด้วยรอยยิ้ม และคนอื่นก็พลอยยิ้มตามกันไปด้วย คาวีชวนเจ้าเอยคุยอย่างสนุกสนาน ท่ามกลางเสียงหัวเราะอย่างมีความสุข คงมีเพียงเมืองรามที่ไม่สนใจเอาแต่จ้องแก้วเหล้าในมือ และอีกคนที่มีสีหน้าไม่ต่างกันก็คือบนตักนั่นเองที่ดูเหมือนว่าจะถูกเจ้าเอยแย่งซีน...
เสียงเจื้อยแจ่วของเธอที่ตอบคำถามเพื่อนเขาอย่างสนุกสนานยังคงดังอย่างต่อเนื่อง พาลให้คนฟังหงุดหงิดอย่างไร้สาเหตุ
"ไอ้วีน้องมึงแม่งน่ารักเหี้ยๆ"
ไหล่กว้างยกไปกระทบไหล่เพื่อนสนิทอย่างชอบใจหลังจากพูดคุยกันมาสักพัก แต่เมืองรามกลับรีบเอนตัวหลบสีหน้าไม่เห็นด้วยอย่างเห็นได้ชัด จนคาวียักไหล่อย่างไม่ใส่ใจกับท่าทีของเพื่อนเท่าไรนัก มันก็ขวางโลกอย่างนี้แหละ จนเขาชินกับนิสัยฟาดงวงฟาดงาของเมืองรามไปแล้ว
"เติมเหล้าให้ฉันหน่อย"
เมืองรามยื่นแก้วไปให้เจ้าเอยด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง หญิงสาวสบตากับเขาเพียงเสี้ยววินาที หล่อคำเดียวสั้นๆเท่านั้นสำหรับผู้ชายตรงหน้า แม้จะทำหน้าบึ้งตึงสักแค่ไหนแต่ความหล่อที่มีเสน่ห์บนใบหน้าคมก็ทำใจเธอเต้นตึกตักได้ทุกทีสินะ
"เติมเหล้า!" เพราะมัวแต่ชื่นชมความหล่อของคนตรงหน้าอย่างลืมตัวทำให้เจ้าเอยไม่ได้ยินที่อีกฝ่ายสั่ง
"นี่!! ไม่ได้ยินที่ฉันบอกหรือไง"
พอได้ยินเสียงตวาดเท่านั้น หญิงสาวก็สะดุ้งโหยงรีบลนลานยื่นมือออกไปรับแก้วจากมือหนา แต่แล้วเมืองรามก็รีบปล่อยก่อนที่เจ้าเอยจะยื่นมือไปถึง
เพล้ง!!