"นี่เธอตั้งใจแกล้งฉันใช่ไหม!!"
เสียงแหวของพีรดาแหลมเล็กจนทุกคนหันมามองเมื่อเหล้าหกกระเซ็นมาโดนเสื้อราคาแพงแบรนด์เนมตัวสวยแต่น้อยชิ้น ก่อนที่แก้วจะกระแทกลงพื้นจนเศษกระจัดกระจายบาดคนที่ยืนอยู่อย่างเจ้าเอยที่ไม่ทันระวังตัว
"ทำไมไม่รู้จักระวัง รู้ไหมว่าเสื้อตัวนี้ราคากี่บาท เธอหาเงินทั้งชาติยังซื้อไม่ได้เลย"
หญิงสาวก้มมองเสื้อและกระโปรงเจ้าชุดราคาแพงอย่างเสียดายที่ตอนนี้มันเลอะไปด้วยคราบเหล้าเหม็นหึ่งเพราะจังหวะนั้นเมืองรามจับเธอด้วยมือข้างหนึ่งให้ลงจากตักแกร่งพอดี
"ขะ..ขอโทษ..ฉันจะเอาไปซักให้" หญิงสาวรีบระล่ำระลักจะเข้าไปหาแต่แล้วก็ต้องชะงักเพราะอีกฝ่ายสะบัดเสียงดังเข้าใส่อย่างรังเกียจ
"ไม่ต้อง! เธอรู้ไหมว่าแต่ละชิ้นนี้มันแพงแค่ไหน แม้แต่ค่าซักเธอยังไม่มีปัญญาจ่ายเลย!"
"น้องมันไม่ได้ตั้งใจ แพรจะอะไรนักหนาวะ"
ยังคงเป็นหนุ่มอารมณ์ดีที่ชื่อคาวีที่ออกตัวปกป้องเธอ ส่วนพี่ชายปลอมๆกลับยกยิ้มมุมปากอย่างสะใจที่ทำให้เธอถูกแฟนเขาพูดจาดูถูก คิดจะยืมมือคนอื่นแกล้งเธอสินะ.. ไม่แมนเอาซะเลยดูก็รู้เขาจงใจกลั่นแกล้งเธออย่างเห็นได้ชัด เขาแค่ต้องการที่จะเรียกเธอมาเพื่อให้โดนตำหนิต่อหน้า คงหวังให้เธออับอายเล่นสินะ มิน่าล่ะร้อยวันพันปีไม่เห็นเคยจะเรียกหา
"วีไม่รู้หรอกว่าชุดนี้นะแพงแค่ไหน เพิ่งสั่งมาจากนอกและแพรเพิ่งใส่ครั้งแรกด้วยนะสิ"
หญิงสาวแหวเสียงเขียวใส่คาวี พร้อมทั้งปรายตาขวางใส่คนต้นเหตุ เพราะแบรนด์ที่ใส่ราคาเหยียบหกหลักรวมทั่วทั้งเนื้อทั้งตัวกับเครื่องประดับและกระเป๋าแบรนด์หรูก็ราวๆหนึ่งล้านไปแล้ว
"เธอตั้งใจทำให้ฉันเสียหน้าหรือไง ยัยบื้อ! ก้มลงไปกราบขอโทษพีรดาซะ"
เมืองรามทำเสียงดุแต่ใบหน้ากับยิ้มเยาะ สายตาคมกดลงต่ำมองเห็นเศษแก้วที่แตกกระจัดกระจาย บางส่วนกระเด็นไปบาดขาของอีกฝ่ายโดยที่เธอก็คงยังไม่รู้ตัวเพราะมัวแต่ยืนมองเขาด้วยสายตาตัดพ้อน้อยใจ ไม่อย่างนั้นคงรู้ตัวไปแล้วว่าโดนเศษแก้วบาดจนมีเลือดออกซิบ ซึ่งทั้งหมดก็เพราะเขาตั้งใจกลั่นแกล้งเธอให้ขายหน้านั่นเอง
"ไอ้ราม! น้องมันก็ขอโทษแล้วนะโว้ย เรื่องแค่นี้ทำไมต้องทำเป็นเรื่องใหญ่ด้วยวะ"
"ก็แค่ก้มลงกราบขอโทษมันยากตรงไหนห๊ะ!! สำหรับผู้หญิงคนนี้ศักดิ์ศรีไม่มีเหลือให้ต้องรักษาอยู่แล้ว มึงไม่รู้อะไรอย่าพูดดีกว่าไอ้วี" หญิงสาวเม้มปากแน่นพยายามระงับความโกรธ หากเธอเอาแต่ก้มหน้าให้เขารังแก เธอก็ต้องกลายเป็นคนถูกกระทำอยู่ร่ำไป...
"แต่ฉันก็ขอโทษแฟนของคุณแล้วนะคะ อีกอย่างคุณรามมากกว่าที่แกล้งฉันจนแก้วตกแตกเหล้าหกกระเซ็นโดนเสื้อเธอ"
"ยังจะมาเถียงอีก!"
เมืองรามลุกขึ้นยืนแล้วตวาดเสียงดังใส่ ร่างสูงเดินหลีกเศษแก้วแล้วเดินเข้ามาใกล้จนเจ้าเอยรีบก้มหน้างุดด้วยความกลัว แต่ในใจก็ยังอยากจะค้านว่าตัวเองไม่ได้เถียงเพราะความจริงก็รู้กันอยู่ว่าเขาจงใจปล่อยมือก่อนที่เธอจะสัมผัสแก้วด้วยซ้ำไป
"คนผิดก็ต้องขอโทษสิ หรือทำผิดแล้วไม่กล้ายอมรับผิด" เมืองรามกระแทกเสียงเข้าใส่มองคนที่เอาแต่ก้มหน้าไม่ยอมสบตาด้วยสีหน้าเกรี้ยวกราด
"ถ้าอย่างนั้นคนที่สมควรลงไปก้มกราบขอโทษ ก็น่าเป็นคุณรามไม่ใช่ฉัน!!"
คนตัวเล็กกว่าเงยหน้าจนแทบคอตั้งอยู่บนบ่ามองร่างสูงเกือบร้อยแปดสิบห้าเซนติเมตรที่เดินเข้ามาประชิดตัวจนเธอต้องถอยฉากออกไป รู้สึกเจ็บจี้ดตรงข้อเท้าจึงรู้ว่าขาตัวเองโดนเศษแก้วบาดจนได้เลือด
"เจ้าเอย!!"
มือหนากระชากแขนเล็กเข้ามาหาจนร่างบอบบางกระแทกร่างหนาดังปั่ก หญิงสาวเบ้หน้าด้วยความเจ็บก่อนจะน้ำตาคลอหน่วยตาก่อนที่มันจะหยดลงใส่แขนหนาไปหนึ่งหยดเมื่อเขาเอาแต่บีบแขนเล็กอย่างแรงจนเกิดรอยแดง ทั้งเจ็บทั้งน้อยใจไหนจะหิวจนท้องร้องโครกคราก!!
"พอแล้วๆ มึงจะอะไรนักหนา เรื่องแค่นี้" คาวีรีบลุกขึ้นมาห้าม ทำให้เจ้าของบ้านยอมปล่อยเมื่อเห็นหยดน้ำตาตรงแขนตัวเอง
"เก็บกวาดให้สะอาดแล้วมาชงเหล้าให้ฉันใหม่" โทนเสียงที่ลดต่ำลงบ่งบอกว่าอารมณ์เริ่มเย็นลงบ้างแล้ว แต่ใบหน้าหล่อก็ยังบึ้งตึงอยู่
"มาเดี๋ยวพี่จะช่วยน้องเอยเก็บนะ"
คาวีอาสาจะเข้าไปช่วย เมื่อเห็นว่าเจ้าเอยกำลังนั่งลงเก็บเศษแก้วที่ตกแตกกระจายอยู่บนพื้น โดยมีสาวใช้คนอื่นวิ่งมาช่วยด้วยเช่นกัน แต่โดนสายตาดุของคนเป็นนายจ้องใส่ จึงพากันล่าถอยกลับออกไป
"พวกมึงด้วย ไม่ต้องเสือก!" เมืองรามตวาดเพื่อนเอาไว้เมื่อเห็นคนอื่นๆจะเข้ามาร่วมด้วยช่วยกัน
"ก็ทำความสะอาดไปสิ จะมามองหน้าทำไม หรือไม่พอใจอะไรฉัน"
พอบอกเพื่อนเสร็จก็หันมาเอ็ดหญิงสาวที่เอาแต่นั่งตัวสั่นเทา สิ้นคำเจ้าเอยก็รีบก้มหน้างุดเมื่อสบสายตามัจจุราช เมืองรามมองเธออย่างไม่พอใจ
"หน้าดุขนาดนี้ใครจะกล้า" คนก้มหน้าบ่นอุบอิบแต่กระนั้นคนตัวโตก็ยังได้ยิน
"ด่าฉันอยู่เหรอ!"
"ปะ..เปล่าค่ะ"
"มึงก็ด้วยไอ้วีอย่ายุ่ง ใครทำคนนั้นก็เก็บเอง"
"จะไปรังแกน้องมันทำไม กูเห็นนะว่ามึงตั้งใจทำให้มันหล่น แล้วดูนั่นขาน้องมีเลือดออกด้วย"
คาวีไม่สนใจคำห้ามปราม ชายหนุ่มเข้าไปช่วยเจ้าเอยเก็บกวาดทำความสะอาดจนแล้วเสร็จ เพราะจะหวังให้คนรับใช้คนอื่นก็คงไม่มีใครกล้าเพราะมีสายตาดุกร้าวจ้องจะกินหัวห้ามเอาไว้อยู่ตลอดเวลา
เพื่อนในกลุ่มส่วนใหญ่ก็มีแต่เจ้าชู้ตัวพ่อ แทบจะเช็ดน้ำลายมองตามร่างบางแต่ซ่อนรูปที่ก้มๆเงยๆเก็บเศษแก้วไปด้วย หน้าอกอวบเต่งตึง กลิ่นน้ำหอมอ่อนๆลอยปะทะเข้าจมูก แม้แต่เมืองรามยังรู้สึก ได้แต่รำพันกับตัวเองอยู่ในใจว่าเด็กบ้าตัวหอมชะมัด!...
"ไอ้ราม มึงไม่สนใจน้องสาวจริงๆใช่ไหม"
"ถามทำไมอีก"
"กูชอบวะ ในเมื่อมึงไม่ชอบหน้าไม่สนใจน้องสาวตัวเองขนาดนี้ งั้นคืนนี้กูขอละกันนะ"
"หึ..อยากได้กันขนาดนั้นเชียว"
"เออสิวะ"
"เท่าไหร่ มึงลองว่ามา"ใบหน้าหล่อหันไปเลิกคิ้วถามเพื่อน
"ไอ้เหี้ยราม นั่นนะน้องมึงนะโว้ย" คาวีร้องปรามหลังจากเก็บกวาดช่วยเจ้าเอยเสร็จแล้วก็เดินเข้ามาได้ยินพอดี ชายหนุ่มหันไปมองคนที่กำลังถูกนำมาประมูลทันทีที่ได้ยินเมืองรามให้เพื่อนเสนอราคา
เจ้าเอยสบตากับเมืองรามอย่างไม่อยากจะเชื่อสายตาว่าเขาจะกล้าทำกับเธอถึงเพียงนี้ เหมือนเธอเป็นสิ่งของไม่ใช่คน!
"ห้าแสน"
"น้อยไป" เมืองรามคลึงแก้วเหล้าไปมาอย่างอารมณ์ดี ริมฝีปากหนายกยิ้มมุมปากเพียงนิดเพื่อต้องการเยาะเย้ยหญิงสาวที่ยืนตัวสั่นอยู่ข้างหน้า
"เจ็ดแสน กูขอแค่คืนเดียว"
"งั้นกูให้มึงหนึ่งล้าน"
เพื่อนของเขาอีกคนที่นั่งนิ่งๆอยู่เอ่ยขึ้นสายตาจับจ้องไปยังร่างของเจ้าเอยอย่างคุกคามราวกับจะให้มันทะลุถึงเนื้อในใต้ร่มผ้า
เจ้าเอยอ้าปากค้างมองหน้าคนตัวโตเมื่อเธอกำลังจะถูกคนรวยประมูลค่าตัว ชารค์ ลูกชายนักธุรกิจสีเทาผู้ที่มีเงินใช้ไม่ขาดมือหนึ่งเพื่อนในกลุ่มก็ดูเหมือนจะหลงเสน่ห์เจ้าเอยอีกคนเช่นกัน
"เฮ้ย.. ไอ้ชาร์คมึงแม่ง สัส! รวยกว่าแล้วเหยียบหัวกูเลยนะไอ้เพื่อนเหี้ย"
คนโดนเกรทับโมโหลุกขึ้นเดินหนีอย่างไม่สบอารมณ์ ขึ้นชื่อว่าชาร์คชอบใครไม่มีทางปล่อยหรือหลีกทางให้เพื่อนอยู่แล้วลูกชายนักธุรกิจสีเทาอย่างชาร์คมีเงินเปย์สาวไม่อั้น ยกเว้นเมืองรามและคาวีที่ชายหนุ่มสู้ไม่ไหว แต่ทว่าทั้งเมืองรามกับคาวีได้แต่นั่งฟังคนรวยที่ประมูลแข่งกันนิ่งๆ
"ว่าไงราม ตกลงให้กูไหมไม่มีใครให้มากกว่านี้แล้ว งั้นคืนนี้กูขอกอดน้องสาวสักคืนแลกกับเงินหนึ่งล้าน"
เมืองรามไม่ตอบ คิ้วเข้มยังคงขมวดอยู่ราวกับกำลังใช้ความคิด สายตาคมเข้มยังคงจับจ้องดวงหน้าหวานที่มีสีหน้าซีดเซียวด้วยใบหน้าเรียบนิ่ง
ตึ่ง!!
เสียงข้อความดังบนโทรศัพท์เครื่องหรูของเมืองราม ชายหนุ่มไม่จำเป็นต้องกดอ่านดูก็เห็นยอดเงินหนึ่งล้านที่โอนเข้าบัญชี
"กูโอนให้มึงแล้ว เพราะงั้นเอาน้องมึงให้กู หวังว่าจะไม่เบี้ยวกูนะ ว่าไง"
เธอเองก็กลั้นใจยืนรอฟังคำตอบจากเขาเช่นเดียวกัน แต่เมื่อคนตัวโตเอาแต่ยืนนิ่งไม่ยอมขยับตัวราวกับตกลงกับคำขอของเพื่อนทำให้เจ้าเอยเจ็บรวดร้าวในใจที่สุด
"เขาไม่มีสิทธิ์ว่าจะให้หรือไม่ให้เพราะฉันไม่ใช่สิ่งของและไม่ใช่คนของใคร และฉันก็ไม่ใช่ผู้หญิงหรือของเล่นที่คนรวยอย่างพวกคุณจะมาประมูลกัน"
พอพูดจบเจ้าเอยก็กัดปากตัวเองแน่นเพื่อบังคับไม่ให้มันสั่นระริกจนรู้สึกถึงรสชาติปะแล่มๆจนได้รับรสกลิ่นคาวเลือดจากปากตัวเอง ขอบตาคู่สวยร้อนผ่าวพล่ามัวเมื่อมีน้ำใสๆเอ่ออยู่ในนั้น รู้สึกคล้ายจะเป็นลมหายใจไม่ออกขึ้นมาดื้อๆก่อนจะรีบวิ่งออกไปยังเรือนไม้หลังเล็กที่อยู่ข้างหลังบ้านอัครวรกุล
"อ้าว! เดี๋ยวสิพี่ประมูลเธอได้แล้วนะ" ชาร์คจะวิ่งตามไปแต่ก็โดนใครบางคนกระโดดเข้ามาขวางทางเอาไว้เสียก่อน
"เจ้าเอยไม่ใช่ผู้หญิงที่พวกพี่จะมาประมูล เฮียปล่อยให้เพื่อนเฮียทำกับเอยแบบนี้ได้ยังไง"
คนที่มาใหม่บอกด้วยเสียงห้วน เมืองเหนือปรากฏตัวด้วยท่าทางกระหืดกระหอบ เขาเกือบมาไม่ทันซะแล้วขืนช้ากว่านี้มีหวังพี่ชายขายน้องกินแน่ ยิ่งรู้ว่าเมืองรามเกลียดน้องเอยเข้าไส้ ปกติเขาไม่ยุ่งเรื่องคนอื่น แต่พอปลายสายเป็นเบอร์โทรจากอัครวรกุลชายหนุ่มจึงรีบรับสาย ป้าน้อมเป็นคนโทรมาคะยั้นคะยอให้มาช่วยเจ้าเอย เขาก็เร่งเครื่องเหยียบคันเร่งจนสุดเข็มไมล์ ตั้งใจไว้ว่าจะไปเที่ยวเล่นที่ต่างจังหวัดสักอาทิตย์ แต่พอทราบข่าวก็บึ่งรถคู่ใจรีบถ่อสังขารมาทันที ทั้งที่เหนื่อยล้าจนแทบหลับใน แต่ด้วยรู้ว่าเจ้าเอยจะโดนพี่ชายแกล้งจึงรีบกลับมาทันที
"มึงจะเดือดร้อนทำไม เรื่องของกูไม่ต้องให้ใครมายุ่ง"
"เรื่องอื่นผมไม่ยุ่ง แต่เรื่องเจ้าเอยผมไม่ยอมแน่ และขอบอกทุกคนไว้ตรงนี้เลยว่าเจ้าเอยไม่ใช่สิ่งของ ไม่ใช่คนรับใช้ของใครทั้งนั้น เธอเป็นน้องสาวของผมเพราะงั้นใครก็ตามที่มาระรานเจ้าเอย ได้เจอดีแน่!!"
ตั้งแต่เจ้าเอยย้ายเข้ามาก็มีเมืองเหนือนี่แหละที่เข้ามาพูดคุยทำตัวสนิทสนมกับเธอ อาจเพราะอายุที่ห่างกันเพียงสามปี จึงพูดคุยกันได้ทุกเรื่องและลูกชายคนเล็กของบ้านก็ไม่มีอคติกับเธอและแม่เหมือนกับพี่ชายคนโตที่เห็นเธอเป็นกิ้งกือไส้เดือน พอได้พูดคุยกันบ่อยขึ้นทำให้เมืองเหนือได้รู้ว่าน้องสาวของตนมีนิสัยน่ารักไม่ได้เป็นอย่างที่พี่ชายเป่าหูทุกวี่วัน เธอเป็นคนเรียบร้อยและมีน้ำใจอีกด้วย
..
..