บทที่ 1 : ฝาแฝด
เสียงร้องของทารกแรกเกิดแผดเสียงดังก้องกังวานเมื่อแพทย์ใช้ที่ดูดเสมหะ ดูดน้ำคร่ำออกจากจมูกและเรียวปากกระจ้อยร่อย เสียงร้องแห่งการกำเนิดทำให้ผู้เป็นมารดาอย่าง ‘พรพิมพ์’ ยิ้มทั้งน้ำตา ความเจ็บปวดที่ยังไม่คลายจากการเบ่งคลอดลูกน้อยทำให้เธอมองใบหน้าบุตรตัวแดงก่ำไม่ชัดเจน
“ยินดีด้วยครับคุณได้ลูกชา
ย” แพทย์ทำคลอดมองหญิงสาวผู้เป็นมารดาด้วยสายตาเรียบเฉย ก่อนจะยกตัวบุตรชายให้พรพิมพ์ได้ยลโฉมเพียงชั่วครู่
หญิงสาวมองใบหน้ายับย่นตัวแดงของลูกน้อยด้วยความตื้นตันเพียงไม่กี่วินาที ร่างสูงของแพทย์ก็พรากลูกน้อยไปจากอกเธอแล้วเดินไปกระซิบกับผู้ช่วยพยาบาลอีกคนก่อนจะพยาบาลคนนั้นจะห่อตัวเด็กน้อยด้วยผ้าสีขาวสะอาดและรีบอุ้มจากไป
“ภาดา คุณจัดการคนไข้ต่อนะ เดี๋ยวผมมา”
พรพิมพ์มองแพทย์และพยาบาลที่อุ้มลูกชายเธอจากไปด้วยความงุนงงและตกใจ “จะเอาลูกฉันไปไหน? คุณหมอคะ! คุณพยาบาล! โอ๊ย!”
พรพิมพ์รู้สึกเจ็บท้องคล้ายจะคลอด เธอหันไปมองพยาบาลอีกคนในห้องที่ดูมีอายุ ยืนดูเธอและทำสีหน้าแตกตื่นตกใจ หญิงสาวหันหน้าไปขอความช่วยเหลือ พลันนึกถึงคำพูดของผู้หญิงอีกคนที่เป็นถึงคุณหญิง คนที่เป็นภรรยาอย่างถูกต้องตามกฎหมายของชายที่เธอรัก เมื่อนึกถึงประโยคที่หญิงสาวคนนั้นเคยพูดไว้กับเธอ ใจของพรพิมพ์ก็เกิดความหวาดกลัวจับใจ
‘ท้องงั้นหรือ หึ คนรับใช้อย่างเธอกล้าท้องกับคุณพี่โดยไม่เห็นหัวฉันเลยสักนิดนะนังพิมพ์ แต่...ก็ดีแล้ว บำรุงครรภ์ของเธอให้ดีๆ ล่ะ คุณพี่คงจะดีใจมากที่ได้บุตรสมบูรณ์ ฉัน...ก็จะได้รับขวัญลูกอย่างภาคภูมิ อ่อ หมายถึงลูกของเธอน่ะ ดูสิ...เราท้องพร้อมกันเลยนะพรพิมพ์ เธอต้องบำรุงครรภ์ดีๆ ล่ะ’
เธอเคยได้ยินแม่บ้านในคฤหาสน์ตระกูล ‘ศิริโรจนกิจ’ พูดกันถึงเรื่องที่คุณผู้ชายของบ้านไม่ค่อยร่วมหอฉันสามีภรรยากับคุณหญิง ‘ธิดา’ เลยแต่ทำไมจู่ๆ คุณหญิงถึงเกิดตั้งครรภ์ได้ แถมยังพร้อมๆ กับเธออีก
พรพิมพ์คิดได้ทันทีว่าการที่ลูกชายของเธอถูกพรากไปจากอกแม่อย่างเธอมันหมายความว่าอย่างไร คุณหญิงไม่เคยชอบเธอเลย แถมยังกลั่นแกล้งเธอสารพัดจนกระทั่งเธอตั้งครรภ์ คุณหญิงธิดาจึงเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือ
คุณหญิงธิดากำลังพรากลูกชายไปจากเธอ!
“นี่นังหนู ทนอีกนิดนะ...ตายแล้ว! มีเด็กอีกคนหรือเนี่ย หัวออกมาแล้วด้วย ทำอย่างไรดี หมอยังไม่มาด้วย” เสียงของพยาบาลทำให้หญิงสาวทั้งตกใจและแทบจะขาดใจไปพร้อมๆ กัน
เธอไม่เคยอัลตราซาวน์จึงไม่เคยรู้ว่าตนเองมีลูกแฝด ตอนที่เธอจะคลอด ไม่ต้องรอปากมดลูกเปิดให้ถึง 10 ซม.ด้วยซ้ำ ศีรษะของบุตรชายคนแรกก็ได้โผล่มาดูโลกครึ่งหนึ่งแล้ว การเข้าห้องคลอดจึงเป็นเรื่องฉุกเฉินที่สุด
“คุณพยาบาลคะ...อึก! กรี๊ด หนูจะทนไม่ไหวแล้ว ได้โปรด...ได้โปรดช่วยลูกหนูด้วย ช่วยเขาออกไปที ไปให้พ้นจากที่นี่ หากหนูมีโอกาสจะตอบแทนบุญคุณท่าน ให้หนูเกิดเป็นวัวเป็นควายชดใช้ให้ก็ได้ ขอร้อง...กรี๊ด พวกเขา...จะพรากลูกของหนูไป”
พยาบาลภาดา แสนกุลธรวัย 50 ปี มองหญิงสาวที่อายุพอจะเป็นลูกของเธอได้ด้วยความสงสารจับใจ การตัดสินใจครั้งนี้จะเป็นการตัดสินใจที่เสี่ยงที่สุดสำหรับชีวิตเธอ แต่เมื่อเห็นแววตาน่าสงสารของหญิงสาวที่กำลังร้องไห้และยกมือไหว้เธอท่วมหัว ศีรษะของทารกแรกเกิดที่กำลังจะคลอดออกมา ทำให้พยาบาลสูงอายุทนไม่ไหวอีกต่อไป
ศีลธรรมมันค้ำคอเธอ เธอตัดสินใจว่าจะช่วยเด็กทารกคนนี้ เธอเป็นหญิงโสดไม่มีลูกและสามี เด็กทารกคนเดียวเธอเลี้ยงได้
“เบ่งออกมานังหนู แต่ขอร้องให้อดทนอย่าส่งเสียงดังมาก เอาผ้าไปกัดเอาไว้แล้วเบ่งให้สุด เอ้า! อึ๊บ!!”
“อื้อ!!!!!”
คุณหญิงธิดา ศิริโรจนกิจมองดูทารกชายที่แข็งแรงสมบูรณ์ในอ้อมกอดด้วยความพึงพอใจโดยมีสามียืนมองและเขี่ยแก้มบุตรชายคนแรกของตระกูลด้วยความตื้นตันใจ ก่อนที่จะทำสีหน้าเศร้าสร้อยเมื่อได้รับข่าวร้ายไปพร้อมๆ กันว่า ‘พรพิมพ์’ ภรรยารองของเขาแท้งลูกตั้งแต่ก่อนถึงมือแพทย์
ปราบ ศิริโรจนกิจในวัย 35 ปี เจ้าสัวธุรกิจการบินมองบุตรชายตัวน้อยด้วยแววตาเศร้าสร้อย แม้ว่าจะดีใจที่บุตรชายที่เกิดจากคุณหญิง ธิดา ภรรยาเอกคลอดออกมาอย่างปลอดภัย แต่จิตใจของเขากลับอยู่ที่ผู้หญิงอีกคน “พิมพ์คงจะเสียใจมาก ผม...จะไปดูเธอหน่อยนะคุณหญิง”
“คุณพี่คะ ฉันกำลังเพลียและเจ็บมากอยู่นะคะ ลูกเราก็อยู่ตรงนี้ คุณพี่จะชื่นชมลูกของเราแค่นี้หรือคะ ใช่สิ...แม้ว่าดาจะคลอดลูกให้คุณพี่แต่คุณพี่ก็ไม่ได้รักดาไปมากกว่านัง...พิมพ์อยู่ดี” คุณหญิงธิดา ในวัย 30 ปีเอ่ยกับสามีด้วยความน้อยใจ ก่อนที่เธอจะแสร้งใช้นิ้วหยิกก้นของบุตรชาย (จอมปลอม) ของเธอเพื่อเรียกร้องความสนใจจากสามี
“แง!!!!!” เมื่อเสียงของบุตรชายร้องลั่นราวกับเจ็บปวด ทำให้ปราบต้องรีบอุ้มบุตรชายขึ้นมาปลอบโยนและสำรวจลูกน้อยด้วยความตกใจ
“ลูกพ่อ! ทำไมร้องหน้าแดงขนาดนี้ ลูกพ่อเป็นอะไรลูก! หมอ! หมอ! มีใครอยู่ไหม เข้ามาเดี๋ยวนี้!!”
คุณหญิงธิดายิ้มด้วยความสะใจก่อนจะลูบหน้าท้องอย่างเคยชิน แต่เธอลืมไป...
เธอไม่เคยท้องจริงๆ เสียหน่อย!
‘ขอบคุณนะที่ทำให้ฉันสมหวังและคุณพี่ก็จะกลับมาสนใจฉันอีกครั้ง ส่วนแก...ฉันจะตามเก็บทีหลังก็ได้ นังพิมพ์ นังมารผจญ!’
“อะไรนะ! คนทั้งคนให้หายไปได้อย่างไร! คนเพิ่งแท้งจะมีแรงวิ่งหนีไปไหน พวกคุณทำงานประสาอะไร!” ร่างสูงของปราบเอ่ยด้วยความเกรี้ยวกราดเมื่อทั้งแพทย์และพยาบาลบอกว่าพรพิมพ์ไม่อยู่และออกจากโรงพยาบาลไปแล้ว ไม่มีใครเห็นเธอเลยสักคนแม้กระทั่งแพทย์ที่ทำคลอดเธอ
คุณหญิงธิดาที่นั่งรถวีลแชร์โดยอุ้มเด็กชายไว้ในอ้อมกอด มองแพทย์และพยาบาลด้วยสายตากดดัน แม้ว่าเธอจะไม่รู้เรื่องที่หญิงสาวหนีออกไปแต่การจากไปของมารผจญหัวใจตัวฉกาจก็ย่อมดีกว่าให้มันกลับไปอยู่ในคฤหาสน์ในฐานะคนโปรดของสามีเป็นไหนๆ
“คนหนีไปแล้ว แสดงว่าเขาคงรับไม่ได้ที่เสียลูกไปมั้งคะคุณพี่ อย่าไปคาดคั้นหมอกับพยาบาลเลย พวกเขาไม่รู้เรื่องหรอก”
“สะเพร่า! กล้องวงจรปิดล่ะ...พิมพ์จะหนีไปโดยไม่มีใครเห็นไม่ได้ ผมต้องตามเธอกลับมา” ร่างสูงเอ่ยด้วยความร้อนรน หัวใจเขาแทบแหลกสลายเมื่อรู้ว่าหญิงที่เขารักหนีจากไป
“คุณพี่! ดาไม่เคยร้องขออะไรจากคุณพี่มากเลย กระทั่งที่คุณพี่แอบนอกใจดาจนกระทั่งพิมพ์ท้อง ดาก็ยังใจดีให้มันอยู่ร่วมชายคา คุณพี่หักหน้าดาไม่เท่าไร จะไม่รักดา ดาก็ไม่เคยว่าเลย แต่นี่คุณพี่จะเห็นพิมพ์ออกนอกหน้านอกตาดาเกินไป ทั้งที่ลูกและเมียของคุณพี่อยู่ตรงนี้!! พิมพ์หนีไปแสดงว่าพิมพ์ไม่ได้รักคุณพี่ คุณพี่...ไม่เห็นใจดากับลูกเลยหรือคะ คุณพี่ให้ความสำคัญกับเด็กรับใช้ในบ้านแค่นี้ดาก็เจ็บปวดใจมากพอแล้ว ฮึกๆ หรือคนที่ควรไป เป็นดากับลูกกันแน่ ดาจะได้ไป...แล้วช่วยคุณพี่ตามพิมพ์กลับมา แต่ถ้าจะให้ดาอยู่ร่วมกับพิมพ์ ดาคงทำใจได้ยาก นอกจากคุณพี่จะพรากลูกจากอกดาแล้วครองคู่กับพิมพ์ สามคนพ่อแม่ลูก...คงมีความสุขดีนะคะ” ประโยคของภรรยาที่เอื้อนเอ่ยและน้ำตาของเธอ ทำให้ปราบนึกสะท้อนในใจและสงสารเธอจับใจ
ใช่...เขาเป็นคนไม่ดีที่นอกใจเธอ แม้ว่าจะแต่งงานกับคุณหญิงธิดาโดยที่ไม่ได้รักแต่เธอก็ไม่ผิดเลยสักนิด ตอนนี้พิมพ์ก็ไปแล้ว เขาควรจะต้องจำใจยอมรับความจริงและหันมาสนใจภรรยาของเขาเสียที แม้ว่ามันจะทำใจลำบากก็ตาม เขายังคงรักพิมพ์หมดหัวใจ หญิงสาวผู้มีดวงตากลมโต จิตใจใสซื่อบริสุทธิ์ หญิงสาวที่หลบสายตาของเขาทุกครั้งที่มองมา
เมื่อเขามองมาที่บุตรชายที่คล้ายจะร้องไห้ในอ้อมอกของภรรยาก็ตัดสินใจได้
“ผมขอโทษนะคุณหญิง ผมขอโทษที่ทำให้คุณเสียใจ ต่อไปนี้...ผมจะเป็นสามีและพ่อที่ดี พ่อจะเป็นพ่อที่ดีของลูกนะ ‘นักรบ ศิริโรจนกิจ’ ลูกชายคนเดียวของพ่อ”
นางพยาบาลภาดา มองทารกหญิงตัวน้อยจ้ำม้ำในอ้อมกอดด้วยความหลงรัก ทั้งเอ็นดูทั้งสงสารจับใจ
มือน้อยๆ พยายามขยับกำมือคล้ายต้องการอ้อมกอดจากมารดา เรียวปากเล็กจิ้มลิ้มดูดขวดนมขนาดเล็กที่บรรจุน้ำนมของแม่ลูกอ่อนที่เธอเพียรหามาจากคนรู้จักเพื่อให้เด็กหญิงได้รับสารอาหารที่เพียงพอ เพราะเด็กหญิงพรากจากอกมารดาโดยที่ยังไม่ได้ดื่มกินน้ำนมจากมารดาสักหยด
ตอนคลอดออกมาเด็กหญิงคล้ายอยากออกมาลืมตาดูโลก ความอยากอยู่รอดของเธอทำให้เด็กหญิงคลอดออกมาโดยง่าย เสียงร้องของเด็กหญิงแผ่วเบาคล้ายมีคล้ายไม่มี จนเธอต้องตบก้นนุ่มนิ่มบอบบางให้เด็กหญิงแผดเสียงร้องออกมา
เด็กหญิงร้องเสียงแผดดังเพียงชั่วครู่จึงเงียบลง มีเพียงเสียงอ้อแอ้ตามประสาทารกให้เธอรู้ว่าเด็กหญิงยังคงมีลมหายใจ ราวกับเด็กหญิงรู้ว่า...ต้องเงียบเพื่อความอยู่รอด
“ยัยหนูเอ๊ย...ชีวิตอาภัพนัก ตัวก็จ้ำม้ำน่าชัง เหตุใดถึงมีคนใจร้ายทำกับหนูและพี่ชายฝาแฝดได้ลงคอ จะชื่ออะไรดีนะ...” สายตาของหญิงวัยกลางคนมองใบหน้าจิ้มลิ้มน่ารักน่าชัง ตัวกลมจ้ำม้ำแม้ว่าจะคลอดที่หลังแฝดคนพี่ แต่ร่างกายก็ยังสมบูรณ์ดี
“กระปุก...หนูชื่อกระปุกดีกว่านะลูก น่ารักอ้วนกลมเหมือนกระปุก โตขึ้นจะได้รู้จักอดออม ยายก็ไม่รู้ว่าจะมีปัญญาเลี้ยงหนูไปถึงตอนไหน แต่ยายจะทำให้ดีที่สุด อย่างน้อย เงินเกษียณและเงินออมก็น่าจะพอค่าเล่าเรียนของหนู”