หลังจากที่วางสายลง เจ้าจันทร์ก็เดินตรงเข้าไปนั่งในร้านเพื่อจะฟังเพลงต่อ เพื่อนคนหนึ่งในกลุ่มจึงคะยั้นคะยอให้เธอดื่มเหล้า แต่ถูกหญิงสาวส่ายหน้าปฏิเสธกลับไปให้แทนเสียง ก่อนจะเบี่ยงหน้าหันไปอีกทางอย่างรู้สึกเซ็งๆ
การมานั่งร้านเหล้ามันไม่ใช่ทางของเจ้าจันทร์จริงๆ นั่นแหละ แต่ก็ใช่ว่าจะไม่เคยเข้ามาเที่ยวในสถานที่แบบนี้ซะทีเดียว
เพราะบางครั้งบางคราว เจ้าจันทร์จะมาเที่ยวกับพวกมันบ้างหากมีเวลาว่างจริงๆ หรือบางสัปดาห์ที่เจ้าจันทร์ไม่ได้กลับไปบ้านที่อยู่ต่างจังหวัดเท่านั้น
พอนึกถึงบ้าน...เจ้าจันทร์ก็ยิ้มออกมาได้เพราะใบหน้าน่ารักของหลานชาย มันลอยเข้ามาอยู่ในสมองของเธอพอดี....
อิคคิว...ลูกชายจอมซนของพี่จอมทัพ กับพี่ปิ่นปัก...
ทั้งสองคนเป็นเพื่อนรักกัน ตั้งแต่เจ้าจันทร์ยังไม่เกิดขึ้นมาเลยด้วยซ้ำ...พอจำความได้หญิงสาวก็มักจะมุดรั้วเข้าไปเล่นเป็นคนไข้ให้กับพี่สะใภ้คนนี้เป็นประจำ
แล้วตอนนี้หมอปิ่นปักก็กลายมาเป็นหมอประจำบ้านให้กับครอบครัวของเจ้าจันทร์ไปโดยปริยาย...
เสียงเพลงในร้านที่ดังเพิ่มขึ้นมา บวกกับเสียงของนักศึกษาที่ทยอยกันเข้ามานั่งรวมกันในร้าน กำลังทำให้เจ้าจันทร์รู้สึกหงุดหงิดใจ
หากเธอหนีกลับไปตอนนี้ จะเป็นการเสียมารยาทเกินไปรึเปล่า?...
ในขณะที่เจ้าจันทร์กำลังทิ้งลมหายใจออกไปหนักๆ เพื่อคลายความหงุดหงิดใจให้ทุเลาเบาบางลงไปบ้าง หางตาของหญิงสาวก็เหลือบไปเห็นผู้หญิงคนหนึ่งเข้าพอดี
เธอมีชื่อว่า กอหญ้า เป็นดาวคณะบัญชีปีสอง หากจะนับกันตามอายุ เธอก็ต้องเป็นรุ่นน้องของเจ้าจันทร์ แต่นั่นมันไม่สำคัญเท่ากับผู้หญิงคนนั้น เคยมีความสัมพันธ์กับคันศร เมื่อตอนที่เจ้าจันทร์ได้หยุดเรียนในช่วงเวลานั้นไปถึงหนึ่งปี
เจ้าจันทร์ทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ ไม่เคยเซ้าซี้หรือคิดจะถามถึงผู้หญิงของคันศร ตอนที่มันกำลังคบหากับใครเลยสักคน
ไม่สนใจด้วยว่ามันจะพาผู้หญิงพวกนั้นไปทำห่าอะไรกันบ้าง...
ไม่เคยก้าวก่าย เพียงแต่ใช้สายตามองมันอย่างรู้สึกเจ็บลึกๆ ในใจเท่านั้นที่เธอสามารถทำได้...
จนกระทั่ง...
เจ้าจันทร์ต้องลุกขึ้นมาปฏิวัติตัวเองซะใหม่ รวมไปถึงหัวใจของเธอนั่นด้วย...
แต่ความเป็นเพื่อนระหว่างกัน เธอก็ยังมีให้กับคันศรเหมือนเดิมไม่เคยเปลี่ยนไป...เพียงแต่อยากจะขอฟื้นฟูหัวใจให้มันกลับมาเต้นในจังหวะที่ปกติได้ ตอนที่อยู่ใกล้มันเท่านั้นก็พอ...
“พี่ขอนั่งด้วยคนได้มั๊ยครับ?...น้องสาวคนสวย....”
เจ้าจันทร์ทิ้งความคิดลงไปในหัว ก่อนที่เจ้าตัวจะละสายตาจากกอหญ้า มาหาเจ้าของร่างใหญ่ ในขณะที่อีกฝ่ายเอ่ยถามพลางนั่งลงตรงข้างกันทันที โดยไม่รั้งรอคำตอบทั้งๆ ที่เขาเป็นคนขอเธอเองแท้ๆ
ก็มัวแต่นั่งคิดอะไรเพลินๆ อยู่คนเดียวอย่างนั้น เลยไม่ทันสังเกตุว่าเพื่อนๆ กับรุ่นพี่ ได้พากันเดินออกไปเต้นอยู่หน้าเวที ส่วนรุ่นพี่คนอื่นๆ ต่างก็เดินกระจัดกระจายหายกันไปคนละทาง อย่างไม่รู้ด้วยว่าใครอยู่ตรงไหนบ้าง แต่ก็ช่างหัวมันปะไรในเมื่อทุกคนที่เข้ามา ต่างก็ต้องการจะหาความสุขให้กับตัวเองด้วยกันทั้งนั้น
เจ้าจันทร์หันองศามามองเจ้าของใบหน้าคมคาย แต่ทว่านัยน์ตาฉายแววหื่นกระหายออกมาอย่างเห็นได้ชัด
เธอควรจะจัดการกับสถานการณ์ตอนนี้ยังไงดี?...
“พี่เห็นเธอนั่งคนเดียว แถมยังทำหน้าไม่สนุกเท่าไหร่เลยนะ” เขาพูดยิ้มๆ ในขณะที่หยิบแก้วเหล้าตรงหน้าของเจ้าจันทร์มาถือไว้ซึ่งเขาเข้าใจว่าเป็นของเธอ “เหล้าของเธอหมดแล้ว เดี๋ยวพี่ไปเอามาให้ใหม่นะ”
“ไม่ค่ะ! หนูกำลังจะกลับพอดี...ขอบคุณพี่มากนะคะ”
เจ้าจันทร์ตอบกลับไปอย่างสุภาพและพยายามรักษาน้ำใจ ในขณะที่ร่างบางเริ่มขยับห่างออกมา เพราะรู้ว่าเขากำลังเมาได้ที่แต่ก็ยังพอมีสติเหลืออยู่นั่นแหละ แล้วเมาในลักษณะแบบนี้ ที่มักทำให้มีเรื่องต่อยตีกันตายในวงเหล้า โดยไม่ต้องมานั่งเดาให้เสียเวลา
“จะรีบไปไหนละ? เรายังไม่ได้ทำความรู้จักกันเท่าไหร่เลยนะ”
นั่นไง?...
ว่าแล้วเจ้าของร่างใหญ่ก็ขยับกายเข้ามาหาเจ้าจันทร์ทีละนิด เมื่อหญิงสาวคิดว่าเริ่มจะไม่ปลอดภัย ตอนที่เห็นอีกฝ่ายยื่นมือเข้ามาเพื่อจะสัมผัสร่างกายแล้วนั่นละ เจ้าตัวถึงได้ลุกพรวดขึ้นจากเก้าอี้เดี๋ยวนั้นทันที
หมับ!
!!!
แต่เจ้าจันทร์ก็ช้ากว่าคนตรงหน้า ที่คว้าจับข้อแขนของเธอไว้ แล้วดึงรั้งให้ลงมานั่งตรงที่เดิม
“เฮ้ย! พี่จะทำอะไรวะเนี่ย?” เจ้าจันทร์โวยวายเสียงดังแข่งกับเสียงดนตรีที่ดังกว่า แต่มือใหญ่กลับบีบข้อมือของเจ้าจันทร์ให้มันแน่นเข้าไปมากกว่าเดิม
“ใจเย็นๆ ก่อนครับ พี่ก็แค่อยากจะให้น้องมานั่งคุยเป็นเพื่อนกันเท่านั้นเอง” เขาว่าในขณะที่ดึงร่างบางให้เข้ามาใกล้ แต่อีกฝ่ายก็ขืนไว้จนสุดกำลัง
“ไม่นั่งโว๊ย! ปล่อยกู!” เจ้าจันทร์เอ่ยต่อว่าออกมาเสียงเข้มอย่างหยาบคายแกมไม่พอใจ แต่อีกฝ่ายกลับไม่ยอมฟังยังคงดึงรั้งเธออยู่อย่างนั้นไม่ยอมปล่อย
เดี๋ยวมึงคอยดูว่าเจ้าของยูโดสายดำ จะทำให้กระดูกใหญ่ๆ ของมึงหักออกเป็นสองท่อนได้รึเปล่า?
“จะปล่อยกูดี ๆ หรือมึงต้องการจะให้กระดูกของมึง ถูกหักออกเป็นสองท่อนซะก่อน...อย่างนั้น?” ใบหน้าหวานกดเสียงต่ำ นั่นทำให้เจ้าของร่างใหญ่ถึงกับกลั้วขำในลำคอ
“ดุได้น่าจูบ..จะ....”
หมับ!
!!!
ในขณะที่ร่างหนากำลังท้าทายเจ้าจันทร์กลับไป ก็มีมือใหญ่ของใครบางคนแทรกเข้ามาคว้าจับข้อมือของผู้ชายคนนั้น แล้วบิดมันอย่างแรงจนได้ยินเสียงกระดูกของมันลั่นดัง...
กร๊อบ!...
ถึงแม้เสียงดนตรีในร้านจะดังแค่ไหนก็ตาม แต่เจ้าจันทร์ก็ได้ยินมันอย่างชัดเจน...
ไรท์ได้แต่งนิยายเรื่องนี้จบแล้วนะคะ
กำหนดทยอยเปิดให้อ่านฟรีตั้งแต่ตอนที่ 8 ในวันที่ 17/4/67 เวลา 6.00 น.
และตอนต่อๆ ไปในเวลา 06.00 น.ของทุกวันจนจบเรื่องค่ะ
รักนักอ่านทุกท่านที่ติดตามผลงานกันมาโดยตลอดขอบคุณมากนะคะ
ไรท์มนต์สิงหา