“อ๊าก!...”
จากนั้นเสียงร้องดังลั่นยาวๆ ของเจ้าของมือก็ดังขึ้นตามมา พร้อมกับมือของชายปริศนาที่สะบัดออก แล้วเปลี่ยนตำแหน่งขึ้นมาคว้าคอเสื้อของอีกฝ่าย ก่อนจะกระชากร่างใหญ่เหวี่ยงออกไปอีกทาง ทำยังกับว่าอีกฝ่ายไม่มีน้ำหนักตัวใดๆ เลย
โครม!ๆ
เสียงทะเลาะวิวาทดังขึ้น ส่งผลให้นักร้องและนักดนตรีที่กำลังเล่นอยู่บนเวทีหยุดลง เหลือเพียงเสียงกรีดร้องโวยวาย ของคนที่อยู่บริเวณรอบๆ กายของหญิงสาวเท่านั้นเอง
เจ้าจันทร์อาศัยช่วงชุลมุนลุกพรวดขึ้นยืน แต่ถูกฝ่ามือใหญ่จับไว้อีกครั้งจากคนที่แทรกเข้ามายืนอยู่ข้างหน้า
พอเห็นว่าใครเป็นคนทำเท่านั้นละ เจ้าจันทร์ถึงกับเบิกตากว้างอย่าตกใจ ตอนที่เผลอสบตากับมันเข้าไปในจังหวะนั้นพอดี
“ไอ้ลูกศร!...แก?”
วินาทีที่ได้เห็นสีหน้าของคันศร เจ้าจันทร์ก็รู้ได้ในตอนนั้นว่า มันกำลังโกรธจัดคล้ายกับฟิวส์ใกล้ขาด อีกนิดก็สามารถจะฆ่าคนให้ตายได้...
แล้วมันก็ไม่คงไม่คุ้มกัน หากว่าเจ้าจันทร์จะดื้อใส่มันในเวลาแบบนี้ไง เป็นงั้นก็ควรจะยอมๆ มันไปก่อนน่าจะดีกว่ามั๊ย?...
คันศรไม่ได้พูดอะไรออกมา เพียงแต่กวาดสายตามองหน้าเจ้าจันทร์นิ่งๆ
เมื่อเห็นว่าหญิงสาวปลอดภัยและไม่ได้รับอันตรายใดๆ ชายหนุ่มจึงขยับโน้มใบหน้าคมคายให้มาอยู่ในระดับเดียวกัน ส่วนเจ้าจันทร์เมื่อเห็นอย่างนั้น หญิงสาวก็ค่อยๆ เอนตัวหนีไปทางด้างหลัง พลางยกมือบางขึ้นมาดันอกกว้างเอาไว้ตามสัญชาตญาณ...
“......กลับ!”
“...!!....”
คำพูดสั้นๆ...แต่นัยน์ดวงตาคู่นั้น มันสามารถสะกดเจ้าจันทร์ให้ทำตามปากที่มันว่ามา
จากนั้นนัยน์ตาคมจึงลดระดับสายตาลงมาสำรวจร่างกายของคนตัวเล็กกว่า อย่างต้องการจะสแกนผ่านเนื้อผ้าให้ทะลุเข้าไปถึงด้านในให้ได้ยังไงยังงั้น
ก็ดูชุดที่มันใส่มานั่นสิ...
มันจงใจใส่เสื้อสายเดี่ยวมาเที่ยวล่อตาล่อใจผู้ชาย แถมชายเสื้อยังจ้ำเข้าไปอยู่ใต้ราวนมรับกับเอวเล็กขอดที่เว้าเข้าไปนั่น
แต่ยังดีหน่อยตรงที่เจ้าจันทร์ยังรู้จักใส่กางเกงยีนส์ขายาว แต่เท่าที่ดูมันก็ยังรู้สึกขัดหูขัดตาคนตัวใหญ่กว่าอยู่นั่นละ
ยิ่งมองเห็นสะดือบนเอวบางถูกเจาะแล้วร้อยด้วยสร้อยเอาไว้ มันก็ยิ่งทำให้คันศรรู้สึกหัวร้อนเพิ่มขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว เพราะมัวแต่ว้าวุ่นอยู่คนเดียวในใจเอามากๆ...
แรดนัก!...พ่อจะทุบให้จริงๆ เลยนะไอ้เจ้า!...
คันศรพยายามสูดลมหายใจเข้าปอดเฮือกใหญ่ๆ เพื่อสะกดความรู้สึกทั้งหมดให้จมหาย เพราะไม่ต้องการจะให้อีกฝ่ายดูเขาออก
เพราะนอกจากสีหน้าดื้อดึงของเจ้าจันทร์ นอกนั้นมันก็ไม่ได้ขัดขืนอะไรเขาสักอย่าง
เจ้าจันทร์ยอมเดินตามคันศรที่พาแหวกฝูงชนออกไปแต่โดยดี เพียงแต่บางทีมันก็พยายามกระตุกข้อมือเชิงบอก ให้คันศรปล่อยมือของมันออกเท่านั้น
แต่ในระหว่างที่เดินตาม เมื่อเจ้าจันทร์มาลองคิดทบทวนอีกที....สีหน้าโกรธๆ ของคันศร มันหมายความว่ายังไงก่อน?..
คันศรกำลังโกรธไอ้คนที่มันทำท่า จะเข้ามารังแกเธอก่อนหน้านั้นใช่รึเปล่า?
ก็ในเมื่อเจ้าจันทร์ไม่ได้ทำอะไรผิดเลยสักหน่อย แล้วทำไมต้องปล่อยให้อีกฝ่ายเข้ามาก้าวก่ายกับเรื่องของเธอ...
ถึงแม้ไม่มีคันศร เหตุการณ์ที่เพิ่งจะเกิดขึ้นตอนนั้น เจ้าจันทร์ก็มีวิธีจัดการกับมันได้อย่างสบายๆ
พอคิดได้อย่างนั้น ร่างบางก็ขืนตัวตอนที่คันศรพาเธอเดินออกมาจากร้าน และใกล้จะถึงลานจอดรถ
“ไอ้ลูกศร....แกน่าจะปล่อยมือของฉันได้แล้วมั้ง?...”
ร่างบางบอกเชิงออกคำสั่ง พลางสะบัดข้อมือออกมาจากอีกฝ่าย ที่ยังจับเอาไว้ไม่ยอมปล่อย
ใบหน้าหล่อคมคายในแบบที่ไม่ติดอะไรสักอย่าง ถอนหายใจออกมา ก่อนจะมองสบตากับเจ้าจันทร์เชิงดุให้แทนคำพูดของเจ้าตัว
แล้วคิดเหรอว่าคนอย่างเธอจะกลัว!
เพราะนอกจากจะไม่กลัวแล้ว เจ้าจันทร์ยังเอาแต่ใจกับเจ้าของร่างใหญ่ ดูท่าแล้วน่าจะแผลงฤทธิ์ใส่คันศรเอาซะตอนนี้...
อย่างที่เห็น...
“ปล่อย!...ฉันจะกลับเอง!”
“จะกลับยังไงวะดึกป่านนี้แล้ว?” คันศรเริ่มจะอ่อนลง เมื่อเห็นคนตรงหน้าทำท่าจะเอาแต่ใจตามนิสัยอันเป็นเอกลักษณ์
“แท็กซี่!”
“แกจะนั่งแท็กซี่กลับทั้งชุดนี้นี่นะ?”
“....เออ...ไม่เห็นแปลกในเมื่อใครๆ เขาก็ใส่กัน..”
คันศรปล่อยมือบาง พลางหรี่ตาคมก้มมองต่ำลงไป ก่อนจะเลื่อนสายขึ้นมาประสานกับนัยน์ตาวาวหวานของอีกฝ่าย แต่พอรู้สึกว่าทนมองหน้ามันนานๆ ไม่ได้เหมือนที่ผ่านมา คันศรจึงเบี่ยงหน้าหันไปอีกทาง อย่างที่ต้องการจะสะกดอารมณ์ของตัวเองเอาไว้ เพื่อไม่ให้มันระเบิดใส่คนตรงหน้า
“แกอยากจะมีผัวเป็นแท็กซี่งั้น!?”
แต่ทว่าคำพูดที่ออกมานั่นมันทำให้เจ้าจันทร์รีบสวนกลับไปทันที
“ก็ดีสิ...ลองแท็กซี่บ้างจะเป็นไรไป...ไม่ติด..”
“ไอ้เจ้า!”
คันศรเหลือจะทนเขาตวาดใส่หน้าคนตัวเล็กกว่าด้วยการเรียกชื่อเจ้าจันทร์ และนั่นมันคือสัญญาณเตือนให้เจ้าจันทร์รู้ว่าความอดทนของคนตัวใหญ่กว่าใกล้จะหมดลง
แต่ถึงอย่างนั้น คิดเหรอว่าคนอย่างเจ้าจันทร์มันจะกลัว?
“ทำไมวะ? แกกล้าตวาดใส่หน้าฉันเลยเหรอฮะไอ้ศร!?”
เจ้าจันทร์ลั่นคำพูดออกไป พร้อมกับกำหมัดใส่อย่างที่เจ้าตัวไม่เคยทำ
“เฮ้ย! ไอ้ศร...มึงก็ใจเย็นหน่อยดิวะ ไอ้เจ้าแกเบาลงนิดหนึ่งนะถือว่าฉันขอร้อง มีอะไรเราค่อยกลับไปคุยกันที่ห้อง”
โชกุนที่เพิ่งมาถึงรีบวิ่งเข้ามาห้ามทัพ ก่อนจะจับทั้งสองคนแยกออกจากกัน แล้วหันมาเตือนสติเพื่อนทั้งสองคนสลับกันไปมา
แต่ทว่า...เจ้าของร่างบางมันก็ยังไม่ยอมจบให้ง่ายๆ...
แบบนี้ไง..