บทที่ 4 ยัยนั่น…ใครกันนะ

1683 Words
ซ่า… เสียงน้ำกระทบลงบนศีรษะหญิงสาวที่นั่งอยู่กับพื้น เธอเงยหน้ามองผู้มาใหม่ด้วยดวงตาที่แดงก่ำจากการร้องไห้มาอย่างหนัก …นี่มันอะไรกัน… ลินามั่นใจว่าเธอไม่เคยรู้จักหรือไปมีเรื่องกับใครมาก่อน “ฉันเป็นแฟนคลับพี่คิว แกทำพี่คิวเจ็บก็สมควรแล้วที่จะโดนแบบนี้” ผู้หญิงที่ถือขวดใส่น้ำทรงสี่เหลี่ยมขนาดหลายลิตรเอ่ยขึ้นอย่างสะใจ เธอปิดบังใบหน้าด้วยหมวกแก๊ปและหน้ากากอนามัยสีดำเช่นเดียวกันกับเสื้อแขนยาวและกางเกงขายาวสีดำราวกับต้องการพรางตัวไม่ให้ใครรู้ว่าตัวเองเป็นใคร “เธอไม่ใช่แฟนคลับพี่คิว แฟนคลับพี่คิวไม่เกเรแบบนี้” ลินาพูดออกไปด้วยความกลัวแต่ก็ต้องเก็บไว้ในใจแล้วดึงความกล้าออกมาแทน เธอลุกขึ้นยืนแล้วหมายจะเข้าไปกระชากหมวกของผู้หญิงคนนั้นออก แต่ทว่าเธอคนนั้นไวกว่าจึงหลบไว้ได้ทันก่อนจะขว้างขวดน้ำใส่ลินาแล้ววิ่งหนีออกไป “นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน” ลินาสบถออกมาอย่างอารมณ์เสีย หญิงสาวลูบผมที่เปียกชุ่มไปด้วยน้ำอย่างเหนื่อยใจ เธอมั่นใจว่าผู้หญิงคนนั้นไม่ใช่แฟนคลับของคิว ศิวัฒน์แน่นอนคงเป็นพวกโรคจิตที่คลั่งไคล้ศิลปินจนเกินเหตุมากกว่า “พี่ลินา พี่ลินาเป็นอะไรหรือเปล่า” ชาช่าวิ่งเข้ามาหาลินาที่กำลังก้มหยิบกระเป๋าผ้าสะพายข้างที่ร่วงอยู่บนพื้นขึ้นมา “ไม่มีอะไรหรอก…แล้วพี่คิวล่ะ เขาโอเคไหม พี่ทำงานเขาพังหรือเปล่า” ลินารีบเข้ามาจับมือของชาช่าไว้อย่างรู้สึกผิดที่เธอต้องทำงานของคิว ศิวัฒน์พังลงอย่างไม่เป็นท่า “ห่วงตัวเองก่อนไหม พี่คิวไม่เป็นอะไรหรอกคงกลับบ้านไปแล้ว…แล้วใครทำอะไรพี่ลินาถึงได้ตัวเปียกแบบนี้” ชาช่าจ้องหน้าลินาอย่างสงสัยและรอคำตอบจากหญิงสาวตรงหน้า “พี่เกิดอุบัติเหตุนิดหน่อยน่ะ ชาช่าพาพี่ไปสระผมกับหาเสื้อผ้าเปลี่ยนดีกว่าพอดีพี่ต้องกลับบ้านที่ต่างจังหวัดต่อด้วย” หญิงสาวเลือกที่จะไม่เอ่ยถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อสักครู่ แค่นี้เธอก็ก่อเรื่องให้คิว ศิวัฒน์มากจนเกินพอแล้ว เธอไม่อยากทำให้เขาไม่สบายใจและต้องมาตอบคำถามถ้าเป็นข่าวออกไป ลินาคิดว่าถ้าเธอเล่าเรื่องนี้ให้ชาช่าฟัง ชาช่าก็คงจะเอาไปเล่าต่อจนอาจจะกลายเป็นเรื่องใหญ่ขึ้นมาได้และอีกอย่างเธอก็กำลังจะกลับต่างจังหวัดแล้วด้วย คงไม่มีโอกาสได้เจอหรือถูกใครมาระรานได้อีก “งั้นก็ไปกันพี่ลินา” ชาช่าเปลี่ยนมาจับข้อมือของลินาแทน “แป๊บนะชาช่า…เชือกรองเท้าพี่หลุด” “มา ช่าช่วยถือกระเป๋านะ” หญิงสาวส่งกระเป๋าผ้าใบโปรดให้ชาช่า ก่อนจะก้มตัวนั่งลงไปผูกเชือกรองเท้า พลันสายตาของเธอก็เหลือบไปเห็นเข้ากับรองเท้าผ้าใบสีขาวของชาช่าเข้าพอดี “ทำไมรองเท้าช่าถึงเปียกล่ะ” ลินาเงยหน้ามองชาช่าอย่างสงสัย เพราะถ้าชาช่าเพิ่งออกมาจากในห้างสรรพสินค้าก็ไม่น่าจะเปียกขนาดนี้ “เอ่อ…ก็น่าจะเปียกตอนที่วิ่งเข้ามาหาพี่ลินาไง พี่ลินามีอะไรหรือเปล่า” ชาช่าเลิกคิ้วถาม ส่วนลินาเมื่อลองคิดตามที่ชาช่าพูดแล้วก็มีความเป็นไปได้ เธอคงคิดมากเกินไป เพราะพื้นที่บริเวณรอบๆ ตัวเธอก็เปียกอยู่จริงๆ “เปล่าๆ” ลินาส่ายหน้าปฏิเสธพร้อมกับยิ้มให้ แล้วลุกขึ้นยืน “งั้นไปกัน” ชาช่ายิ้มให้ลินาเหมือนเช่นทุกครั้ง ก่อนจะคว้าข้อมือลินาให้เดินตามเธอเข้าไปในห้างสรรพสินค้า “คิว ตอนเย็นมีงานเปิดตัวน้ำหอมต่อนะ…โอเคขึ้นแล้วใช่ไหม” ขนมเข่งยืนมองคิว ศิวัฒน์ที่นอนหลับตาพริ้มอยู่ในห้องพักศิลปินที่ทางห้างสรรพสินค้าจัดเตรียมไว้ให้ “ยังพี่ แล้วไหนบอกว่าวันนี้มีแค่งานนี้ไง พี่รับงานด่วนอีกแล้วเหรอ” คิว ศิวัฒน์เอ่ยออกไปทั้งที่ยังไม่ลืมตา “อย่ามาเล่นละครกับพี่นะ พี่รู้ว่าคิวแพ้แค่เกสรดอกกุหลาบ ไม่ได้เป็นอะไรจริงๆ ซะหน่อย” “แล้วพี่เล่นใหญ่ทำไมล่ะ ยัยนั่นหน้าเสียเลย” ‘ใช่…ที่จริงแล้วเขาแพ้แค่เกสรของดอกกุหลาบเท่านั้น ส่วนกลีบของดอกกุหลาบไม่ได้มีผลอะไรกับเขา ก็ให้เมื่อผู้จัดการส่วนตัวเล่นใหญ่บนเวทีซะขนาดนั้น เขาก็ต้องแสดงให้สมบทบาทสิ’ “อย่ามา ลุกขึ้นมาเลย” ขนมเข่งดึงแขนคิว ศิวัฒน์ให้ลุกขึ้นจนเขายอมลุกขึ้นมานั่งแต่โดยดี “ผมไม่ไป พี่สัญญาแล้วห้ามผิดคำพูดสิ” คิว ศิวัฒน์จ้องหน้าผู้จัดการส่วนตัวรุ่นลายครามอย่างไม่ยอมแพ้ “คิวอย่าดื้อ กว่าเราจะมีทุกวันนี้ได้มันเหนื่อยแค่ไหน โอกาสเข้ามาแล้วก็ควรรีบคว้าไว้…อย่าให้พี่ต้องพูดเรื่องนี้อีก” ขนมเข่งเองก็จ้องหน้าของศิลปินหนุ่มกลับอย่างไม่ยอมแพ้เช่นกัน “เฮ้อ ผมไม่ได้เกี่ยงงานนะพี่…แต่วันนี้ผมไม่สบายจริงๆ ขอให้ผมพักสักวันไม่ได้เหรอ” น้ำเสียงของคิว ศิวัฒน์เริ่มอ่อนลง เขาก็แค่อยากพักบ้าง…ขอแค่พักเท่านั้นจริงๆ “ถือว่าช่วยพี่แล้วกันนะ พี่ออกไปรอข้างนอก…รีบเปลี่ยนชุดแล้วตามออกมาล่ะ” ขนมเข่งจับไหล่คิว ศิวัฒน์แล้วตบเบาๆ สองทีก่อนจะหันหลังเดินออกมา “เดี๋ยวพี่ขนมเข่ง” “มีอะไรอีก” ผู้จัดการส่วนตัวสาวใหญ่หันหลังกลับมามอง ปกติชายหนุ่มไม่เคยงอแงกับเขามาก่อน แม้จะอยากให้พักแต่เงินก็สำคัญสำหรับหล่อนมากเช่นกัน ลำพังโมเดลลิ่งเล็กๆ ของเธอไม่เคยปั้นศิลปินให้ดังราวกับพลุแตกขนาดคิว ศิวัฒน์มาก่อน ดังนั้นนี่จึงเป็นโอกาสอันดีในวงการโมเดลลิ่งของเธอที่จะมีคนรู้จักมากยิ่งขึ้น “พี่ช่วยไปซื้อกาแฟให้ผมหน่อยสิ…ผมอยากได้กาแฟสักแก้ว” ชายหนุ่มจำได้ดีว่าร้านกาแฟเจ้าประจำที่เขาชอบทานนั้นอยู่คนละชั้นกับที่เขาอยู่ในตอนนี้ กว่าที่ผู้จัดการส่วนตัวสาวรุ่นลายครามจะกลับมาก็คงมีเวลาอีกพอสมควร “โอเค เดี๋ยวพี่ไปซื้อให้” เมื่อขนมเข่งเดินออกจากห้องไปแล้ว คิว ศิวัฒน์จึงรีบเข้าไปเปลี่ยนชุดที่แอบเตรียมไว้ในกระเป๋าเป้โดยที่ขนมเข่งไม่รู้มาก่อน …ขอโทษนะพี่ขนมเข่ง แต่ผมอยากพักผ่อนบ้างจริงๆ ขอเวลาให้ผมหน่อยนะ แล้วผมจะกลับมาให้ทันเปิดกล้องซีรีส์เรื่องหน้าอย่างแน่นอน… คิว ศิวัฒน์ที่เปลี่ยนเสื้อผ้าเรียบร้อยแล้ว เขาใส่เสื้อยืดแขนยาวสีดำกับกางเกงผ้าขายาวสีดำเช่นเดียวกันกับหมวกบักเก็ตก็สีดำด้วยเช่นกัน ซึ่งเหมาะเป็นชุดสำหรับการพรางตัว คิว ศิวัฒน์คิดว่าเขาน่าจะเนียนไปกับคนทั่วไปได้อย่างไม่ยาก ชายหนุ่มเปิดประตูออกมาจากห้องอย่างระมัดระวัง “พี่คิวจะไปไหนครับ” สตาฟหนุ่มที่กำลังเดินมาทางหน้าห้องแต่งตัวของเขาเอ่ยทักขึ้น “เอ่อ…เอ่อ พี่จะไปห้องน้ำครับ” “พอดีผมเก็บไดอารี่บนเวทีไว้ให้…ผมเลยเอามาให้พี่คิวครับ” “ขอบคุณนะครับ” ชายหนุ่มยิ้มรับพร้อมกับเก็บไดอารี่ใส่ลงในกระเป๋าเป้ที่สะพายอยู่ด้านหลัง แล้วรีบผละออกมาในทันที เขาจองตั๋วเครื่องบินสำหรับไปเชียงใหม่ไว้ในคืนนี้ จึงเหลือแค่รอรถรับจ้างที่เขาเรียกใช้บริการผ่านออนไลน์มารับก็เท่านั้นเอง จุดนัดพบคือลานจอดรถบริเวณชั้นหนึ่ง เนื่องจากคิว ศิวัฒน์ไม่ต้องการไปในที่คนๆ พลุกพล่านอย่างหน้าห้างสรรพสินค้า “ตายคุณน้อง ทำไมเสื้อผ้าหน้าผมเปียกแบบนี้ละคะ” พนักงานร้านเสริมสวยร้องทักทันทีที่ลินาเดินเข้ามาในร้าน เสื้อผ้าของเธอเปียกชุ่มไปด้วยน้ำ “เอ่อ…ช่วยสระผมให้หน่อยได้ไหมคะ ส่วนเสื้อผ้าน้องกำลังไปซื้อให้อยู่ค่ะ” “มาๆ ได้ค่ะ รับรองสวยกลับออกไปอย่างแน่นอนค่ะ” พนักงานสาวคนเดิมเดินนำลินาไปที่เตียงสำหรับสระผมที่อยู่ด้านในสุดของร้าน เขาบรรจงสระผมให้เธออย่างเบามือ “เจ็บไหมคะ ถ้าเจ็บบอกได้เลยนะคะ” พนักงานสาวออกแรงเกาศีรษะให้ลินาตามความเคยชิน จนหญิงสาวแทบจะเคลิ้มหลับไปด้วยความสบาย “ไปทำอะไรมาคะเนี่ย ถึงไปเปียกขนาดนี้ แต่เอ๊ะ…หน้าน้องคุ้นๆ นะคะ” “เอ่อ…” “พี่นึกออกแล้ว น้องคือคนที่โชคดีได้ขึ้นไปป้อนป๊อปคอร์นให้คิว ศิวัฒน์ใช่ไหม” …พี่เขาจำได้ด้วยเหรอ จะโดนน้ำสาดอีกไหมเนี่ย… “ใช่ค่ะ แฮะๆ” หญิงสาวยิ้มรับอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ พี่เขาคงจะไม่ใช่แฟนคลับคิว ศิวัฒน์อีกใช่ไหม …หนูก็แฟนคลับพี่คิวเหมือนกันนะ อย่าทำอะไรหนูเลยนะ… “แล้วไปทำอีท่าไหนล่ะ ถึงได้เปียกขนาดนี้” “หนูไปเข้าห้องน้ำแล้วก๊อกมันรั่วค่ะ เลยเปียกหมดเลย” “โชคร้ายจัง แล้วมากับน้องสองคนเหรอ” “ใช่ค่ะ” “แล้วมีแฟนหรือยังเราอะ” พนักงานสาวร้านเสริมสวยยังคงชวนคุยไปเรื่อยๆ “ยังค่ะ” “รับรองออกจากร้านพี่ไป จะสวยจนได้แฟนกลับบ้านไปด้วยเลย” …แฟนยังไม่อยากได้ ขอแค่กลับถึงบ้านโดยปลอดภัยก็พอ…
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD