เที่ยงคืนกว่าแล้วแต่อมลรดาก็ยังง่วนอยู่กับการเสิร์ชหา ‘108 วิธีชวนผู้ชายขึ้นเตียง’ ซึ่งแต่ละวิธีล้วนชวนให้หน้าแดงทั้งสิ้น และระหว่างที่หญิงสาวกำลังนั่งก้มหน้าเอาหน้าผากโขกโต๊ะด้วยความกลัดกลุ้มอยู่นั้น นาน่า เพื่อนสนิทที่อยู่บ้านรั้วติดกันก็วีดีโอคอลเข้ามา
“เป็นอะไรแก นั่งเอาหัวโขกโต๊ะอยู่ได้”
“เห็นเหรอ?” อมลรดาถามพลางหันไปมองหน้าต่างที่เปิดไว้ ซึ่งอยู่ตรงกับห้องนอนของนาน่าพอดี จึงได้เห็นว่าเพื่อนรักที่รู้จักกันมาตั้งแต่เกิดกำลังยืนเกาะขอบหน้าต่างมองมาที่ห้องนอนของเธอ
“ทำอะไรอยู่ อย่าบอกนะว่าทำงาน แกเพิ่งกลับจากอังกฤษแค่เดือนกว่า ยังไม่ได้ไปสมัครงานที่ไหน ตอนนี้แกว่างงาน” นาน่าดักคอ
“นอนไม่หลับ ก็เลยดูอะไรไปเรื่อยเปื่อย”
“หนังโป๊” นาน่าแกล้งแซว
“บ้า!”
“งั้นหันกล้องโทรศัพท์ให้ฉันดูหน้าจอโน้ตบุ๊คแกหน่อย”
“ไม่เชื่อฉันเหรอ”
“ถ้าไม่ได้แอบดูหนังโป๊ก็ต้องกล้าให้ฉันดูหน้าจอ” นาน่าสนุกทุกครั้งที่ได้แกล้งเพื่อน
“เออๆ อยากดูก็ดู” ว่าแล้วอมลรดาก็ขยับโทรศัพท์มือถือไปทางหน้าจอโน้ตบุ๊คให้นาน่าดู
“ร้อยแปดวิธีชวนผู้ชายขึ้นเตียง!” นาน่าแทบไม่เชื่อสายตาตัวเองว่าเพื่อนรักของเธอจะอ่านข้อมูลชวนสยิวแบบนี้ “แกจะชวนใครขึ้นเตียง แกมีแฟนแล้วเหรอ หรือไปแอบชอบผู้ชายที่ไหน” ปลายสายยิงคำถามเป็นชุด
อมลรดาอึกอัก จะตอบความจริงก็ไม่ได้ เพราะถ้านาน่ารู้ว่าเธอรับงานเป็นภรรยาจอมปลอมของอคิณ แถมยังต้องอุ้มท้องลูกให้เขาอีก นาน่าต้องคัดค้านหัวชนฝาแน่ แต่ตอนนี้เธอจำเป็นต้องมีที่ปรึกษา และนาน่าก็เป็นที่พึ่งเดียวที่พอจะช่วยเธอได้ ดังนั้น เธอจำเป็นต้องโกหก “ฉันมีเรื่องกับผู้ชายคนนึง แล้วฉันแค้นเขามาก เลยวางแผนว่าจะแก้แค้นด้วยการยั่วให้เขาหลงรักแล้วสลัดทิ้ง ให้เขาช้ำใจตายไปเลย”
“เอาความจริง” นาน่าไม่เชื่อ รู้จักกันมาตั้งแต่เกิด นาน่ารู้นิสัยอมลรดาดีว่า ถ้าเกลียดใครแล้ว หน้าก็ไม่อยากมอง เสียงก็ไม่อยากได้ยิน เธอจะหนีไปให้ไกลสุดขอบโลกเลยด้วยซ้ำ ไม่มีทางเอาตัวไปพัวพันใกล้ชิดขนาดนี้แน่
“ฉันไม่เคยโกหกแกได้เลย” อมลรดาทำหน้าเซ็ง
“ตกลงมีเรื่องอะไรกันแน่ เล่ามา”
“ฉันบอกความจริงทั้งหมดไม่ได้นะ บอกได้แค่ว่าฉันมีภารกิจต้องยั่วผู้ชายให้อยากขึ้นเตียงกับฉันให้ได้ภายในหกเดือน แต่ปัญหาคือ ฉันยั่วไม่เป็น”
“ภารกิจอะไรของแก!” นาน่าโวยวายเสียงดังลั่น “เป็นบ้าไปแล้วเหรอ ถึงทำอะไรที่เปลืองตัวแบบนี้”
“มันจำเป็น” อมลรดาบอกเสียงอ่อย แล้วรีบอธิบาย “แต่ฉันแค่ยั่วให้เขามีความรู้สึกอยากขึ้นเตียงกับฉันแค่นั้นนะ ฉันไม่ได้ขึ้นเตียงกับเขา” ส่วนเรื่องตั้งท้อง แน่นอนว่าเธอต้องต่อรองขอทำกิฟต์อยู่แล้ว
“ถ้าฉันจะห้ามแกตอนนี้ก็คงไม่ทันแล้วใช่ป่ะ”
“อือ” อมลรดาส่งเสียงตอบรับอ้อมแอ้มในลำคอ “ตกลงแกจะช่วยฉันมั้ย”
“ฉันทิ้งแกได้เหรอ” นาน่าพูดเซ็งๆ “เดี๋ยวฉันจะไปติวเข้มให้แกที่บ้านเดี๋ยวนี้แหละ”
“ดึกแล้ว เอาไว้พรุ่งนี้ก็ได้”
“ยังไงคืนนี้ทั้งฉัน ทั้งแกก็นอนไม่หลับกันอยู่แล้ว รอแป๊บ ขอเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อน” นาน่าพูดจบก็กดตัดสายวีดีโอคอล
ครู่ใหญ่ อมลรดาก็ได้ยินเสียงกริ่งหน้าบ้าน จึงรีบวิ่งลงไปเปิดประตูรับเพื่อน แล้วก็ต้องตกตะลึงตาค้าง เมื่อเห็นเพื่อนรักมาในชุดนางแมวป่าที่ทำด้วยหนังสีดำมันวาวทั้งชุดพร้อมตวัดแส้ในมือด้วยท่าทางเซ็กซี่ยั่วยวนสุดฤทธิ์สุดเดช
“พร้อมจะเทคคอร์สนางแมวยั่วสวาทหรือยังจ๊ะลูกแมวน้อย”
“แค่มาสอน ไม่ต้องแต่งตัวจัดเต็มขนาดนี้ก็ได้มั้ง”
“มันก็ต้องสร้างบรรยากาศกันนิดนึง”
อมลรดากลอกตามองบนแล้วรีบลากนาน่าเข้าไปในบ้าน เพราะกลัวเพื่อนบ้านออกมาเห็นแล้วจะเก็บไปซุบซิบนินทา เมื่อเข้ามาถึงห้องรับแขก คนเป็นเจ้าของบ้านก็นั่งลงที่โซฟาตัวยาว นาน่าตามไปนั่งเอียงตัวขวางบนโซฟาตัวเดียวกัน แล้วจับตัวเพื่อนรักให้หันหน้ามามองกันตรงๆ “ก่อนสอน ฉันต้องถามแกก่อนว่าแกมีพื้นฐานเรื่องเซ็กซ์มากน้อยแค่ไหน”
“ฉันไม่รู้อะไรเลย” อมลรดาตอบไปตามตรง
“ฉันจำได้ว่าตอนอยู่อนุบาลจนจบ ม. ต้น แกไม่ยอมมีแฟนเลย แล้วตอนอยู่อังกฤษมีป่ะ”
“ไม่มี” อมลรดาส่ายหน้าพรืด
“แกทนเหี่ยวเฉามาได้ยังไงตั้งยี่สิบกว่าปี” นาน่าออกอาการเซ็ง เพราะเธอมีแฟนคนแรกตั้งแต่ตอนอยู่มัธยมต้น รักๆ เลิกๆ มาหลายคน กระทั่งคนล่าสุดที่เธอเพิ่งบอกเลิกกันไปเมื่อสัปดาห์ก่อน “งั้นฉันจะสอนแกตั้งแต่เรื่องจูบเลย ก่อนอื่นแกต้องแยกให้ออกก่อนว่า จูบจริงๆ กับแค่จุ๊บปากมันไม่เหมือนกัน”
“จูบเหรอ?” อมลรดาทวนคำเสียงแผ่วพลางยกปลายนิ้วขึ้นไล้ริมฝีปากตัวเอง “ที่เขาทำกับฉันก็น่าจะเรียกว่าจูบนะ ไม่ใช่แค่จุ๊บ เพราะริมฝีปากของเขาคลอเคลียอยู่บนริมฝีปากของฉันนานมาก เขาทั้งขบเม้ม ดูดดึงริมฝีปากล่างของฉันแรงมาก แล้วก็สอดลิ้นเข้ามาลูบไล้บนลิ้นฉัน มันเป็นครั้งแรกที่ฉันถูกผู้ชายจูบ มันรู้สึก...ร้อนวูบวาบไปทั้งตัวเลยอ่ะแก”
“ถึงกับเคลิ้มเลยนะแก” นาน่าใช้สองมือตบแก้มเพื่อนเบาๆ เพื่อเรียกสติ “ไหนว่าไม่มีแฟน แล้วไปจูบกับใครมา”
“ก็คนที่ฉันต้องไปยั่วยวนชวนเขาขึ้นเตียงให้ได้นี่แหละ”
“เขาจูบแกเร่าร้อนขนาดนี้ไม่ต้องยั่วแล้วมั้ง ฉันว่าแกน่าจะถูกเขาจับกินมากกว่า”
“ต่อให้เขาอยากกินฉันมากแค่ไหน ก็กินไม่ได้หรอก” อมลรดาพูดอย่างมั่นใจ ผู้ชายเสื่อมสมรรถภาพทางเพศอย่างนั้น จะทำอะไรเธอได้
“ทำไม เขาเสื่อมหรือไง?” นาน่าพูดเล่น แต่ไม่คิดว่าเพื่อนจะพยักหน้ารับจริงจัง “เฮ้ย! จริงดิ ใครอ้ะ”
“บอกไม่ได้ มันเป็นความลับระหว่างฉันกับเขา” อมลรดาตกลงกับอคิณแล้วว่าเรื่องที่เขามีลูกไม่ได้ต้องเก็บเป็นความลับสุดยอด ถ้าเธอแพร่งพรายให้ใครรู้ เขาจะส่งพ่อและพี่สาวเธอเข้าคุกทันที
“เพราะอย่างนี้ เขาก็เลยมาขอให้แกปลุกความเป็นชายในตัว” นาน่าพูดขำๆ
“อย่าแซวสิแก ฉันเขินนะ” อมลรดาหน้าแดงแจ๋เมื่อนึกถึง ‘อคิณน้อย’ ที่ใหญ่โตมโหฬารซึ่งเธอได้สัมผัสมาเมื่อตอนบ่าย ความนุ่มหยุ่นและความอุ่นวาบของมันยังติดตรึงอยู่ในความรู้สึกมาจนถึงตอนนี้