บทที่ 7.1 ลูกหมาน้อย
“มีงานอีกแล้วหรือคะคุณพ่อ คุณแม่”
แคทเธอรีนตรงเข้ามากอดบิดามารดาด้วยความออดอ้อนเมื่อทั้งสองคนกำลังจะพากันออกไปทำงานอีกตามเคย หลังจากเพิ่งกลับมาอยู่บ้านได้เพียงหนึ่งสัปดาห์เท่านั้น
“ใช่จ้ะลูกรัก รู้ใช่ไหมแม่รักลูก”
“ค่ะแม่”
มาดามลอร่าหอมแก้มบุตรสาว มือลูบไปตามศีรษะด้วยความรัก เช่นเดียวกับบิดาที่จูบลงบนหัวของหญิงสาวด้วยรู้ว่าเธอคงจะเหงาที่เขาและภรรยาไม่ค่อยมีเวลาให้
“พ่อก็รักลูกนะ”
“รักพ่อค่ะ วันนี้หนูจะแวะไปที่มูลนิธินะคะ ไม่ต้องเป็นห่วง”
เธอโบกมือลาทั้งสองคนที่เดินไปขึ้นรถ รอกระทั่งลับสายตาไปแล้วก็รีบวิ่งกลับขึ้นไปบนห้องเพื่อเปลี่ยนเสื้อผ้า
หญิงสาวแวะเวียนไปท่าเรือมาตลอดสัปดาห์ แม้ว่าจะไม่ได้รับความสนใจจากเจค็อปเลยก็ตาม ทว่าวันนี้เธอไม่จำเป็นต้องไปถึงตรงนั้นเพราะลูกเรือของโอลิเวอร์จะถูกเกณฑ์ให้มาช่วยงานที่มูลนิธิ และหนึ่งในนั้นก็คือเขา จึงตั้งใจว่าจะเลือกชุดสวย ๆ แอบเซ็กซี่เบา ๆ ใส่ไปยั่วยวนเขาเสียหน่อย
อยากรู้นักว่าจะทนไม่สนใจเธอได้สักกี่น้ำ
“ให้ฉันไปด้วยมั้ยคะคุณหนู”
“ไม่เป็นไรหรอก เธออยู่พักผ่อนที่บ้านนี่แหละ”
แคทเธอรีนปฏิเสธ ไม่อยากให้ลินดารู้เรื่องของเจค็อปเท่าไหร่นักเพราะกลัวเรื่องจะหลุดไปถึงหูบิดามารดาเข้า
ลินดาได้แต่มองคุณหนูของตนด้วยความเป็นห่วง พักหลังเธอไม่ยอมให้ติดตามไปไหนมาไหนด้วยเหมือนแต่ก่อน จึงเริ่มมั่นใจได้ว่าอีกฝ่ายจะต้องไปเจออะไรที่ถูกใจมาก ๆ มาอย่างแน่นอน
ช่วงนี้ท่านโนอาห์และมาดามลอร่ายังคงมีงานยุ่งก็ไม่น่าห่วงเท่าไหร่ แต่ถ้าเริ่มมีเวลาว่างมาคอยจับตาดูแคทเธอรีนทุกฝีก้าวแล้วละก็...
...เป็นเรื่องแน่
ภายในมูลนิธิเต็มไปด้วยเด็กที่ต้องการความช่วยเหลือและเป็นเหยื่อความรุนแรงของครอบครัวทั้งสิ้น ทุกคนกำลังช่วยกันคนละไม้ละมือในการซ่อมแซมอาคารส่วนกลางและต่อเติมบ้านพักซึ่งเป็นส่วนของที่พักอาศัยของเด็ก ๆ โดยมีเงินทุนสนับสนุนจากตระกูลของแคทเธอรีนมาคอยช่วย รวมถึงเงินบริจาคจากคนร่ำรวยทั้งหลายในอาเคต
คนงานที่ถูกเกณฑ์มาช่วยมีทั้งอาสาสมัครด้วยตนเองและลูกเรือที่โอลิเวอร์ส่งมา เจ้าของดวงตากลมกวาดมองหาเจค็อปเพราะมั่นใจว่าเขาจะต้องมาแล้ว ถึงตลอดเวลาที่แวะเวียนไปหาจะไม่ได้รับความสนใจจากอีกฝ่ายแต่อย่างน้อยเขาก็ไม่ได้เมินเฉยกับเธอจนทำเหมือนเป็นอากาศธาตุอย่างในตอนแรก
แค่นั้นก็พอแล้วล่ะสำหรับการเริ่มต้น..
พลั่ก!
เสียงขวานฟันลงบนท่อนไม้ขนาดใหญ่ดังขึ้น เรียกความสนใจจากหญิงสาว เมื่อหันไปดูก็พบว่าคนที่กำลังผ่าไม้อยู่ก็คือเขา ภาพแสงแดดสาดส่องลงมาบนผิวขาวผ่องกระทบกับหยาดเหงื่อจนเหมือนจะเกิดเป็นประกายทำเอาหยุดมองไม่ได้เลย
ความเซ็กซี่ของเขา..เธอให้ร้อยคะแนนเต็มไม่มีหัก
“คุณหนูเคธมาแล้วหรือคะ”
คุณแม่มาเรียผู้คอยดูแลมูลนิธิแห่งนี้ให้กับครอบครัวเธอเดินเข้ามาทักทาย หญิงสาวจำต้องละสายตาจากเจค็อปมามองเธอแทน
“ค่ะคุณแม่ สวัสดีค่ะ งานดำเนินไปถึงไหนแล้วคะ”
“ตอนนี้ทุกคนกำลังช่วยกันคนละไม้ละมือค่ะ ของจำเป็นที่ต้องใช้ก็ซื้อเตรียมเอาไว้หมดแล้ว”
แคทเธอรีนทำเหมือนสนใจฟังในสิ่งที่คุณแม่มาเรียพูด แต่เอาเข้าจริง สายตาคอยแต่จะหันเหไปทางชายหนุ่มอยู่ร่ำไป
“ถ้าอย่างนั้นเคธขอเดินดูหน่อยนะคะ คุณแม่เข้าไปพักเถอะค่ะ ไม่ต้องตามมาคอยดูแลเคธก็ได้”
“ได้ค่ะ เดี๋ยวแม่ขอตัวไปดูเด็ก ๆ ก่อนดีกว่า เชิญคุณหนูเคธตามสบายนะคะ”
รอจนคุณแม่มาเรียกลับเข้าไปด้านในจึงรีบตรงไปหาเจค็อป รอยสักของเขาขับให้มัดกล้ามยิ่งดูโดดเด่น
“ฉันมีขวานนะ”
“เดี๋ยวเถอะ พูดแบบนี้หมายความว่ายังไง”
ทันทีที่เธอเดินเข้าไปใกล้ คนตัวสูงก็ชูขวานในมือขึ้นมาแล้วมองแคทเธอรีนด้วยสายตาไม่ต้อนรับ
“มีอะไร”
“ไม่มี ฉันแค่มาอยู่เป็นเพื่อนเพราะกลัวคุณจะเหงา สำนึกเอาไว้เถอะ”
คนตัวเล็กกอดอกเชิดหน้าทำเหมือนว่าเขาคือคนอ้อนวอนให้เธอมายืนตรงนี้ เจค็อปเริ่มชินกับนิสัยของหญิงสาวเลยไม่ได้โต้ตอบอะไร