บทนำ
ใครๆ ก็บอกว่าน้องชายฝาแฝดของผมเป็นเด็กสุดแสบที่ไม่รู้ว่านรกขุมไหนส่งมาเกิด
.
.
.
.
“เฮ้ โลแกน ฉันกลับมาแล้ว” ผมตะโกนเรียกอีกฝ่ายที่ในเวลาแบบนี้น่าจะอยู่บ้าน ก่อนจะต้องนิ่วหน้าขึ้นเพราะไม่มีเสียงตอบรับใดๆ ดังมาให้ได้ยินจากชั้นบน
เอ… หรือว่าหมอนั่นจะไม่อยู่บ้าน ก็ไม่น่าแปลกใจขนาดนั้นหรอกนะ กับเด็กอายุ 17 ที่เลือดในกายกำลังพลุ่งพล่านแล้วก็อยากจะออกไปหาเรื่องสนุกๆ ทำตลอดเวลาตามประสาวัยรุ่น
ประเด็นคือถ้าไอ้น้องชายฝาแฝดตัวแสบของผมมันเกิดอยากจะสนุกขึ้นมาสักที… ต้องได้มีเรื่องการนองเลือดหรือไม่ก็เรื่องวุ่นวายอะไรสักอย่างเกิดขึ้นตามมาทุกที ไม่สิ ต้องบอกว่ามันเกิดขึ้นมาพร้อมๆ กันต่างหาก เหมือนกับว่าเรื่องวุ่นวายและนองเลือดคือเรื่องสนุกของไอ้ตัวแสบอย่างไรก็ไม่ปาน
ผมวางกระเป๋าที่ใส่อุปกรณ์การเรียน เครื่องเขียน หนังสือ สมุดลงบนโซฟาที่ห้องรับแขก ตอนนี้เป็นช่วงปิดภาคเรียน และผมเพิ่งไปทำรายงานช่วงปิดเทอมกับเพื่อนร่วมห้องมา ส่วนไอ้โลแกน… เดาว่ามันคงทำเสร็จไปตั้งแต่วันแรกที่โรงเรียนหยุดแล้ว ไอ้หมอนี่มันหัวดี ถ้าตั้งใจทำเรื่องดีๆ แป๊บเดียวก็ทำได้ เพียงแต่มันไม่ค่อยจะชอบทำเรื่องดีๆ เท่าไรเท่านั้นเอง
ผมเดินไปล้างมือ ล้างหน้าล้างตาสักหน่อย เป็นสิ่งที่ทำจนเป็นนิสัยเวลาเพิ่งกลับมาถึงบ้าน บานกระจกในห้องน้ำสะท้อนให้เห็นเด็กหนุ่มผมสีทอง นัยน์ตาสีฟ้า ใบหน้าเกลี้ยงเกลาแบบที่ผมอดคิดไม่ได้ว่าบางทีก็เกลี้ยงไปหน่อย คือบางทีผู้ชายอย่างเราๆ ก็อยากไว้เคราไว้หนวดให้สาวๆ กรี๊ดบ้าง แต่เหมือนกรรมพันธุ์ผมจะไม่ค่อยสนับสนุนเรื่องนั้นสักเท่าไร
เอ… แต่ผมรู้สึกเหมือนได้ยินอะไรแว่วๆ ดังมาจากด้านบน… เหมือนเสียงทีวี หมอนั่นดูหนังอยู่บนห้องเหรอ?
ผมก้าวขึ้นไปบันไดบ้านไปหวังว่าจะไปหาคำตอบ แม้จะรู้สึกแปลกขึ้นเรื่อยๆ เพราะเสียงที่ได้ยินลอดออกมามันไม่ต่างจากหนังเอวีที่จะต้องมีผู้หญิงร้องครางตลอดแทบทั้งเรื่อง
ผมเปิดประตูพรวดเข้าไปโดยไม่เคาะ แล้วก็เป็นอย่างที่คาดจริงๆ น้องชายตัวดีของผมนั่งจ้องอยู่ที่หน้าจอโทรทัศน์ตาไม่กระพริบ ไม่สนแม้ว่าผมจะยืนอยู่ที่ด้านหลังเจ้าตัวระยะประชิด ไม่มีอาการสะดุ้งตกใจแบบเด็กวัยรุ่นที่ทั่วไปที่พอโดนจับได้ว่าแอบดูหนังโป๊จะทำกัน ซึ่งเรื่องนั้นผมก็ไม่แปลกใจอะไรหรอก เพราะไอ้น้องชายฝาแฝดคนนี้ของผมมันก็...
แต่เดี๋ยวก่อนนะ… ผู้ชายผมทองๆ ที่อยู่ในวิดีโอนั่นมัน…
“โลแกน” ผมขมวดคิ้วมุ่น “อย่าบอกนะว่า… ที่อยู่ในวิดีโอนั่นมัน… นายน่ะ”
ชายหนุ่มที่มีใบหน้าแบบเดียวกับผมไม่ผิดเพี้ยนหันกลับมายิ้มให้และตอบรับสั้นๆ
“ใช่”
โอ๊ย ตาย…
“แล้วนี่นายกำลังทำอะไร” เพราะดูจากสภาพเสื้อผ้าที่อยู่เป็นที่เป็นทางของเจ้าตัวแล้ว… ไม่ได้กำลังช่วยตัวเองอยู่แน่ล่ะ แถมยิ่งไปกว่านั้นเจ้าตัวยังนั่งขัดสมาธิ เอามือประสานกันไว้บนตัก ทำเหมือนกับ…
“นั่งสมาธิ”
“เอ่อ ฮัลโหล?” ผมพยายามเรียบเรียง “นายนั่งสมาธิ ด้วยการดูวิดีโอที่ตัวเองมีเซ็กส์เนี่ยนะ?”
โลแกนพยักเพยิด “นั่นน่ะ เอมิลี่ ผมบลอนด์ ตาเยิ้ม เชพสะบัด”
“หล่อนนามสกุลอะไร” ผมถามอย่างรู้ดีว่าพ่อน้องชายตัวแสบของผมนอนกับผู้หญิงไปทั่วและไม่เคยจริงจังกับใคร โลแกนอ้าปากเหมือนจะพูด แต่ผลสุดท้ายก็แค่ยักไหล่ทีหนึ่ง
“ถามปุบปับแบบนี้จะไปรู้ได้ไง”
“อ่าฮะ”
“นายเคยเจอหล่อนมาก่อนรึเปล่า?”
“ไม่รู้สิ ฉันยังไม่รู้เลยว่าหน้าตาหล่อนเป็นยังไง” ผมพูดขณะที่มองก้อนเนื้อในหน้าจอกำลังดิ้นเร่าๆ อยู่ ก่อนจะรีบกระแอมขึ้น “เอ่อ นายคิดว่าจะช่วยหยุดวิดีโอนี่ก่อนได้ไหม”
“ว้า เจ็บที่หัวใจจัง เหมือนจะล้มไปกองกับพื้นได้เลยเนี่ย”
“หัดทำตัวเข้มแข็งหน่อยสิ”
“เดี๋ยวฉันค่อยมาเปิดดูทีหลังก็ได้วะ”
“นี่งานอดิเรกนายเหรอ” ผมถามด้วยน้ำเสียงขยะแขยงอย่างไม่ปิดบังขณะที่โลแกนเดินไปหยิบรีโมต กดปุ่มหยุดเล่นแล้วเดินไปกระชากยูเอสบีที่เสียบอยู่ข้างๆ หน้าจอทีวี “นั่งสมาธิไปพร้อมกับดูหนังโป๊ไปด้วยเนี่ย”
“ไม่ได้ทำให้ใครเดือดร้อนนี่”
“โอ้โห คนดีศรีสังคมสุดๆ” ผมอดผ่อนลมหายใจยาวออกมาไม่ได้ ก็รู้หรอกนะว่าน้องชายฝาแฝดผมมันเพี้ยน แต่นี่มันชักจะเพี้ยนขึ้นทุกวันๆ “ทำไมไม่หางานอดิเรกแบบคนธรรมดาๆ เขาทำกันบ้าง คนธรรมดาเขาไปตกปลา ตีกอล์ฟ เล่นโยคะ หรือเล่นเกมคอมพิวเตอร์ก็ยังดี”
“อบรมเรื่องกรอบศีลธรรมที่น่าเคารพบูชาเหรอ” โลแกนคลี่ยิ้ม “เป็นคนดีกันจังเลยนะ เราเนี่ย”
เฮ้อ….
“แล้วตอนที่นายดู นายไม่…” ผมทำไม้ทำมือ พยายามบังคับสีหน้าตัวเองไม่ให้ดูอ่อนใจจนเกินไปนัก แต่ก็ควบคุมไม่ค่อยได้อยู่ดี
“ไม่เกิดอารมณ์น่ะเหรอ?”
“ประมาณนั้น”
“ไม่นี่” ชายหนุ่มตอบหน้าตาเฉย “ถ้าไม่ได้มีเซ็กส์… ไม่ได้มีผู้หญิงอยู่ตรงหน้าจริงๆ ก็ไม่ทำให้ฉันรู้สึกอะไรหรอก ภาพลวงตาพวกนี้มันช่วยเติมเต็มความปรารถนาไม่ได้”
“อ้อ เหรอ”
โลแกนหันมายิ้มล้อเลียนให้ผม ดวงตาสีฟ้านี่ประกายระยิบทีเดียว
“เพราะงั้นฉันถึงไม่เคยช่วยตัวเองไง”
“ดีใจที่ได้รู้นะ” น้ำเสียงประชดสุดๆ “แล้วนี่… นายอยู่บ้านก็ดีแล้ว ฉันได้ยินข่าวลือเรื่องที่นายไปตีกับพวกชมรมอเมริกันฟุตบอล ทำเอาฝั่งนู้นเข้าโรง'บาลกันเป็นสิบ”
“เกินสิบเหอะ” โลแกนแก้ นั่นยิ่งทำให้ผมต้องขมวดคิ้วมุ่นไปกันใหญ่ นี่มันมีสามัญสำนึกแบบคนทั่วไปเขามีบ้างไหมเนี่ย สักเสี้ยวหนึ่งก็ยังดี
“แล้วไหนแผล” ผมกวาดตาสำรวจทั่วร่างของคนตรงหน้า แค่แผลเป็นหรือรอยถลอกเล็กยังไม่มีเลย
โลแกนทำยกมือกุมอก ทำสีหน้าเจ็บปวดราวกับผมเพิ่งตบหน้าเขาแรงๆ ทีหนึ่ง
“นั่นทำร้ายจิตใจผมมากเลยนะ” เจ้าตัวว่าด้วยน้ำเสียงอ่อนแรง “ดูถูกฉันอะไรขนาดนั้น ฉันไม่เคยดูถูกนายเลยสักครั้งแท้ๆ”
“เฮ้ย” ผมสะดุ้ง “แต่มันจะเป็นไปได้ไง นายไปต่อยตีกับชาวบ้านมา ฝั่งนู้นเขามีกันเป็นสิบๆ ตัวก็ใหญ่จะตาย นายสู้พวกนั้นคนเดียว จะเป็นไปได้ไง ไม่มีแผลกลับมาเนี่ย”
โลแกนยกยิ้มอีกครั้ง หากครั้งนี้มันทำให้ผมรู้สึกขนลุกขึ้นมาอย่างไม่มีสาเหตุ เจ้าตัวก้าวเท้าเข้ามาประชิดตัวผม ใช้มือเชยคางผมขึ้นไปนิดหนึ่ง
“นายยังต้องทำความรู้จักฉันอีกเยอะ คุณ พี่ ชาย ฝา แฝด”
แล้วเจ้าตัวก็เดินออกจากห้องไป คงจะไปทำอาหารเพราะวันนี้เป็นเวรของมัน
ต้องทำความรู้จักมันให้มากกว่านี้งั้นเหรอ ขอทีเถอะ แค่ 17 ปีที่ผ่านมา ผมว่ามันก็มากเกินพอแล้วนะ… จริงๆ
ไม่ขอรู้จักมากไปกว่านี้แล้วได้ไหมล่ะ...