bc

ทะลุมิติมาอยู่ในร่างหญิงปัญญาอ่อนซ้ำยังต้องแต่งงานกับบุรุษใบ้

book_age12+
449
FOLLOW
2.9K
READ
HE
time-travel
kicking
mystery
like
intro-logo
Blurb

มาอยู่ในร่างหญิงปัญญาอ่อน ถูกตราหน้าว่าเป็นลูกโจรที่เคยเข่นฆ่าผู้คนไปทั่ว ซ้ำร้ายเขายังต้องการล้างแค้นแทนพ่อโดยใช้หัวใจเป็นเดิมพัน

...................................

คำแก้วเดินออกมาถึงทางห้าแยกที่จะเลี้ยวเข้าหมู่บ้านสี่แจและหมู่บ้านอื่น ๆ ก็เจอกับชายฉกรรจ์สามคนยืนขวางอยู่ตรงหน้า คำแก้วเดินต่ออย่างไม่รู้สึกเกรงกลัว

           “เฮ้ย! มีคนเดินมาทางนี้ว่ะ”

           “ลูกพี่มันแบกหมูป่าตัวเบ้อเร่อมาด้วย”

           “เอาของมีค่าทั้งหมดมาจากมันให้ได้”

           “แต่มันเป็นผู้หญิงตัวเล็ก ๆ เองนะลูกพี่”

           “พ่อมึงสอนให้โจรอย่างพวกมึงใจดีกับพวกผู้หญิงเหรอวะ” คนที่เป็นหัวหน้าแก๊งตวาดเสียงดังจนคำแก้วต้องเงยหน้ามอง ดวงตากลมไหวสั่นเล็กน้อย เข้ามาสิจะใช้เครื่องช็อตไฟฟ้าช็อตให้ ปืนก็มี มีดก็มี กลัวอะไรล่ะ หักแขนหักขาคนก็ได้ด้วย

           “มะ ไม่ได้บอกครับ” คนที่เป็นลูกน้องตอบเสียงสั่น แล้วพวกมันก็ก้าวเท้าไปขวางหน้าคำแก้วไว้

           “เอาของมีค่าจากตัวมึงมาให้หมด รวมถึงหมูป่าด้วย” ลูกน้องหนึ่งในสองคนพูดขึ้น แปลกใจที่ในกระบุงมีผลไม้หลายอย่างที่พวกเขาไม่เคยกิน

           “ไม่มี” คำแก้วตอบเสียงห้วน มองชายทั้งสามด้วยแววตาไม่สะทกสะท้าน เธออยากเห็นโจรตัวเป็น ๆ วันนี้เธอก็ได้เห็นแล้ว พวกมันใช้ผ้าขาวม้าคลุมหน้าไว้ ยุคสมัยนี้ตำรวจคงทำอะไรคนพวกนี้ไม่ได้จริง ๆ

           “ปากดีซะด้วย กูชอบว่ะ จะมีผู้หญิงสักกี่คนวะที่ไม่กลัวโจรอย่างพวกกู ฮ่า ๆ ๆ” เรืองว่าพลางหัวเราะเสียงลั่น ในมือถือปืนเคาะฝ่ามืออีกข้างเล่นไปพลาง ๆ แล้วสั่งลูกน้องเสียงเหี้ยม “จับตัวมันไว้”

           ลูกน้องทั้งสองกรูเข้าไปจับตัวคำแก้วไว้ คำแก้วปล่อยหมูและกระบุงลงบนพื้นดิน

           เรืองก้าวเท้ายาวเข้ามาใกล้ ดึงผ้าขาวม้าออกจากหน้าเธอ สายตาคมกริบมองใบหน้าเรียวเล็กของอีกฝ่ายด้วยความประหลาดใจเป็นที่สุด

           “นี่มันลูกสาวคนโตของไอ้เสือเข้มนี่หว่า มึงกล้าออกมาป่าคนเดียวได้ยังไงวะ” เขาใช้ปลายกระบอกปืนเชยคางของคำแก้วขึ้น แล้วพิศมองใบหน้าเธอนิ่ง

           คำแก้วจ้องตามันกลับอย่างไม่ลดละ โจรพวกนี้อาจจะเป็นพวกเดียวกันกับที่ทำร้ายพ่อของเธอก็เป็นได้ ถึงได้รู้จักเสือเข้ม

           ชายรูปร่างสูงใหญ่ที่ยืนหลบอยู่ในพุ่มไม้ที่อยู่ไม่ไกลมากนักถึงกับเบิกตาโพลงเมื่อได้ยินว่าสาวน้อยคนที่เขาเดินตามออกมาจากป่าเป็นลูกของไอ้เสือเข้ม แต่เขาได้ยินมาว่าลูกสาวคนโตของเสือเข้มเป็นเด็กที่มีความบกพร่องทางปัญญาไม่ใช่เหรอ ทำไมถึงเข้าป่าไปล่าสัตว์คนเดียวได้อย่างไม่รู้สึกเกรงกลัวสัตว์ป่า หรือแม้แต่โจรพวกนี้ได้ ยิ่งคิดก็ยิ่งสงสัย ตัดสินใจไม่ผิดจริง ๆ ที่เดินตามเธอมา คราแรกเขาแค่อยากรู้ว่าเธอเป็นคนของหมู่บ้านไหนกันแน่ เพราะเขาไม่เคยเห็นหน้า และกลัวว่าเธอจะเป็นอันตรายจึงเดินตามมาอย่างเงียบ ๆ ไม่คิดว่าจะเป็นลูกสาวคนที่เขาตามหามานาน

chap-preview
Free preview
ตอนที่ 1 เตรียมพร้อม
หมู่บ้านสี่แจเป็นหมู่บ้านเล็ก ๆ ในเขตภาคอีสาน ทิศตะวันตกติดกับแม่น้ำ ทิศใต้ติดกับภูเขา ชาวบ้านส่วนใหญ่ทำอาชีพเกษตรกรรมและรับจ้าง ดวงอาทิตย์คล้อยต่ำลง สองแม่ลูกเพิ่งกลับจากรับจ้างดำนา เดินมุ่งหน้าไปยังบ้านของตนที่อยู่ท้ายหมู่บ้านด้วยความเหน็ดเหนื่อยเมื่อยล้า วันนี้เป็นวันสุดท้ายแล้วที่ทั้งสองจะได้ไปรับจ้างดำนาเพราะในหมู่บ้านนี้มีเพียงนาของเสงี่ยมเท่านั้นที่จ้างคนงาน เขาเป็นเศรษฐีที่มีนาเกือบสองร้อยไร่ นอกนั้นถ้าเป็นชาวบ้านทั่วไปก็ทำคนละไร่สองไร่เท่านั้น เพราะการทำนานั้นลำบากนักต้องใช้จอบขุด เพราะพื้นที่ส่วนใหญ่มีต้นไม้มากและเป็นป่ารก ใช้ควายไถไม่ได้ แต่นาของเสงี่ยมนั้นจ้างคนถางป่าและตัดไม้ออกจึงสามารถใช้ควายไถได้ เขาจึงมีพื้นที่เพาะปลูกมากกว่าทุกคนในหมู่บ้านนี้ ทั้งสองกำลังจะเดินผ่านหน้าบ้านผู้ใหญ่บ้าน “คำพอง” ผู้เป็นแม่ที่รีบสาวเท้าตามลูกหยุดชะงักเมื่อได้ยินเสียงผู้ใหญ่บ้านเรียกเสียงกระซิบกระซาบ คำพองหันไปถามผู้ใหญ่หลอดเสียงเบา “มีอะไรหรือคะพ่อผู้ใหญ่” น้ำเสียงแบบนี้เธอรู้สึกไม่ค่อยไว้ใจนัก คำพาผู้เป็นลูกชายวัยสิบห้าปีก็หยุดฟังเช่นกัน “วันนี้กินเข้าแต่หัววันแล้วรีบดับไฟนะ แล้วพากันอยู่อย่างเงียบ ๆ” พ่อใหญ่หลอดบอกเธอเหมือนเช่นทุกครั้งที่จะมีเหตุเกิดขึ้น “อีกแล้วหรือคะ” “อืม รีบกลับบ้านเถอะ ฉันจะรีบไปบอกคนอื่น” “ค่ะ” คำพองได้ยินผู้ใหญ่บ้านพูดดังนั้นก็รีบจูงมือลูกชายจากไปโดยเร็ว เธอเป็นห่วงสามีกับลูกอีกสองคน นี่เป็นสัญญาณเตือนจากผู้ใหญ่บ้านว่าวันนี้โจรกำลังจะเข้ามาปล้นในหมู่บ้าน ถ้าทุกคนไม่ออกไปอยู่ทุ่งนาก็ต้องรีบกินข้าวกินปลาแล้วรีบดับไฟตะเกียงและอยู่กันอย่างเงียบกริบห้ามส่งเสียงใด ๆ ทั้งสิ้น มาถึงบ้าน ผู้เป็นสามีที่ขาขาดข้างหนึ่งกำลังนึ่งข้าวไว้รอ เขานั่งอยู่บนตั่งที่ทำจากไม้ ขาข้างที่ถูกตัดมาถึงครึ่งแข้งพาดไว้บนตั่งไม้ ขาอีกข้างชันเข่าขึ้น เขาใช้ไม้ค้ำในการเคลื่อนกายไปยังที่ต่าง ๆ ที่ไม่ไกลมากนัก พอไม่เห็นลูกสาวคนเล็กคำพองก็ถามสามีด้วยความร้อนใจ “พี่เข้ม คำแพงไปไหนคะ” “พี่ใช้ไปเก็บหัวปลีมาต้มซุบ เอ็งถามทำไมเหรอ” ตั้งแต่เขาพิการฐานะทางครอบครัวก็ลำบากลงเรื่อย ๆ จนตอนนี้หาข้าวสารจะนำมาต้มก็แทบจะไม่มี ทั้งบ้านเหลือข้าวสารไม่ถึงครึ่งกระบุง เขายังไม่รู้เลยว่าจะไปหาข้าวมาจากไหน เพราะทำงานทุกอย่างต้องอาศัยการเดินแต่เขาเองเดินไกลไม่ได้ ล่าสัตว์หรือหาของป่าก็ทำได้แค่คิด เพราะถึงแม้ว่าเวลาจะผ่านมาแล้วเกือบปีตั้งแต่โดนหมอตัดขา แต่แผลก็ยังอักเสบอยู่เรื่อย ๆ โดนไม้เกี่ยวแผลเข้าหน่อยก็เลือดไหลออกมาไม่หยุด หรือไม่แผลก็อักเสบบ่อยครั้ง เขาจึงต้องทำงานเล็ก ๆ น้อย ๆ อยู่บ้าน ปลูกพืชผักสวนครัวอยู่กับลูกสาวคนเล็ก ปกติคำแพงก็ไปรับจ้างช่วยแม่กับพี่ชาย แต่เพราะพี่สาวป่วยหนักมาหลายวันเธอจึงจำเป็นต้องอยู่บ้านช่วยพ่อดูแลพี่สาว “โจรจะเข้าบ้านวันนี้ค่ะ ผู้ใหญ่บ้านบอกมา” นัยน์ตาคมเข้มดำมืดลงอีกเมื่อได้ยินคำว่าโจร หลายเดือนแล้วที่โจรไม่ได้เข้ามาปล้นในหมู่บ้านแห่งนี้ ยังไม่ทันที่เข้มจะกล่าวอะไรลูกสาวคนเล็กวัยสิบสามปีก็เดินขึ้นมาบนเรือนพอดี “หัวปลีได้แล้วค่ะพ่อ” เข้มรับหัวปลีกล้วยนวลที่ลูกสาวยื่นมาให้ “พ่อจะทำอะไรกินหรือคะ” คำแพงแอบสงสัย หมูไม่มี ปลาไม่มี หนูไม่มี กบเขียดก็ไม่มี แล้วพ่อเอาหัวปลีมาทำอะไรกิน “ต้มซุบใส่ปลาร้า” วันนี้ไม่มีอะไรให้ทำกินแล้ว ยังดีที่ยังมีปลีกล้วยนวลที่เขาปลูกไว้หลายกอ รอว่าวันนี้ภรรยากับลูกชายไปรับจ้างได้เงินมาคงพอซื้ออาหารมาทำกินได้ คำว่าหาเช้ากินค่ำไม่เกินจริง “แล้วพี่คำแก้วอาการดีขึ้นไหมครับพ่อ” คำพาเอ่ยถามถึงอาการป่วยของพี่สาว “ยังเลย นอนไม่ได้สติเหมือนเดิม พ่อให้คำแพงเช็ดตัวให้ทั้งวัน” คำแก้วมีไข้สูงตลอด เขากลัวจริง ๆ กลัวว่าลูกสาวจะเป็นอะไรไปอีกคน เพราะในหมู่บ้านมีคนป่วยตายไปหลายคนแล้ว “งั้นฉันพาลูกไปอาบน้ำก่อนนะ แล้วจะรีบมาช่วยพี่” น้ำที่ตักมาใส่โอ่งไว้ เอาไว้ใช้ในยามจำเป็น เพราะอย่างไรบ้านของเธอก็อยู่ท้ายสุดของหมู่บ้าน และยังติดกับลำธารและใกล้ภูเขาอีก จึงไม่ลำบากหากต้องไปหาบน้ำมาดื่มมาใช้ “ไปเถอะ ไม่ต้องห่วง พี่จะทำอาหารรอ” สิ้นคำของสามีเธอกับลูกอีกสองคนก็รีบไปอาบน้ำทันที อีกไม่ถึงครึ่งชั่วโมงดวงตะวันก็จะลาลับขอบฟ้าแล้ว คำพองเดินเบาเข้าไปดูลูกสาวคนโตที่นอนหลับใหลหายใจรวยรินมาหลายวัน หลังมือแตะที่หน้าผากและใบหน้าแดงระเรื่อเพราะพิษไข้ของลูกเบา ๆ ริมฝีปากของเธอแห้งผาก “ลูกแม่ไข้ไม่ลดเลย” น้ำใสในตาเริ่มเอ่อคลอ รู้สึกสงสารลูกจนเจ็บไปถึงหัวใจ เธอไม่รู้ต้องรักษลูกด้วยวิธีไหนลูกถึงจะหาย เธอเป็นไข้สูงมาเกือบสองสัปดาห์ กินยาฝนที่หมอยาสมุนไพรเรียกว่ายาเย็นแต่ไข้ของลูกสาวก็ไม่ลดลงบ้างเลย จนสองสามวันมานี้ เธอนอนนิ่งไม่ตื่นขึ้นมากินข้าวกินยาเลย “แม่จะทำอย่างไรดี หรือแม่ต้องยอมเสียเอ็งไป” น้ำตาหยดแรกหยดลงบนพื้นข้างกายลูก คำแก้วเป็นเด็กที่มีความบกพร่องทางปัญญาตั้งแต่กำเนิด ร่างกายไม่ค่อยแข็งแรงแต่ไหนแต่ไรอยู่แล้ว ยังต้องมาป่วยหนักแบบนี้อีก ริมฝีปากของผู้เป็นแม่ประทับลงจุมพิตหน้าผากอันร้อนผ่าวของลูกสาวแผ่วเบา “คำพอง” “ฮึ!” เธอขานรับสามีเสียงขึ้นจมูก “ไปกินข้าวกันก่อนเถอะ” เข้มเองก็สงสารลูกเหลือเกิน เงินก็ไม่มี โรงหมอก็อยู่ไกลเกือบห้าสิบกิโลเมตร หากจะต้องไปรักษาก็ต้องเดินเท้าไป เขาเองก็เดินไกลขนาดนั้นไม่ได้ “ค่ะ” เธอคลานถอยหลังออกไปอีกห้องหนึ่งของบ้านเพื่อทานข้าวร่วมกัน ทั้งสี่คนรับประทานอาหารเย็นพร้อมกันกับซุบดอกกล้วยนวลแกล้มกับยอดกระถินที่มีอยู่ข้างรั้วบ้านอย่างเอร็ดอร่อย

editor-pick
Dreame-Editor's pick

bc

สร้างเนื้อสร้างตัวในยุคจีนโบราณ

read
19.5K
bc

สงครามรักในเงามืด

read
1K
bc

เกิดใหม่มีสามีตาบอด

read
2.4K
bc

ข้าก็แค่ภูตน้อยจอมเกียจคร้านคนหนึ่ง

read
1.5K
bc

เก็บขยะจนรวย ด้วยระบบรักษ์โลก

read
1K
bc

เซียนสาวเกิดใหม่ขอไลฟ์สดทำนายดวง

read
1K
bc

เสมือนหนึ่งใจเคยรัก

read
2.0K

Scan code to download app

download_iosApp Store
google icon
Google Play
Facebook