อาจารย์ที่ปรึกษากับลูกศิษย์ของเขา
สถานที่ศึกษาแห่งหนึ่ง
ระเบียงทางเดินที่เต็มไปด้วยเสียงโหวกเหวกโวยวาย
“เดี๋ยวก่อน! ปราบยุทธ ครูบอกให้เธอหยุดก่อน! ไม่ได้ยินที่ครูเรียกรึไง?!” เสียงของชิษณุชา อาจารย์ที่ปรึกษานักเรียน ม.6 ห้อง 8 ตะโกนเรียก เด็กนักเรียนชายในการดูแลของเขาที่วิ่งไล่ตีกับเพื่อนจนเสียงดังลั่นระเบียงทางเดิน
“อ้าว~ มีไรกับผมเหรอครับ คุณพี่ณุชา...” เด็กหนุ่มตัวสูงชะรูดซ้ำยังหน้าตาหล่อเหลาหันหลังมาทักทายอาจารย์ที่ปรึกษาของเขาด้วยท่าทียียวนกวนประสาท
“ที่นี่โรงเรียน เรียกอาจารย์สิ เจ้าเด็กนี่” ณุชาเตือนให้อีกฝ่ายรู้จักวางตัวให้ดีซึ่งปราบยักไหล่อย่างไม่ใส่ใจ แต่ก็ตอบกลับไปว่า
“โอเคครับ แล้ว...มีอะไรกับลูกศิษย์คนนี้หรือครับ อาจารย์ชิษณุชา...”
ปราบเรียกชื่ออาจารย์ที่ปรึกษาอีกครั้งอย่างจงใจกวน จนณุชาส่ายหัวอย่างเอือมระอากับนิสัยหัวดื้อของลูกศิษย์ตัวแสบประจำห้อง
“แต่งกายให้มันเรียบร้อยด้วย แล้วนี่มันอาคารเรียนไม่ใช่สนามเด็กเล่น เป็นรุ่นพี่ที่อีกไม่กี่นานก็จะเรียนจบแล้วทำตัวเป็นตัวอย่างที่ดีกับรุ่นน้องหน่อยสิ” ณุชาบ่นเสียงเข้ม
“คร้าบ ๆ ๆ จะปรับปรุงตัวให้คร้าบ ๆ” นักเรียนหนุ่มตอบรับเสียงเอื่อยเฉื่อย แลดูไม่ได้สะทกสะท้านต่อการกระทำของตนแต่อย่างใด
“ยังจะมาคร้าบ ๆ อีกนะ เฮ้อ~ ฉันละเหนื่อยใจที่จะสอนนายแล้วนะ ทำตัวให้มันดี ๆ หน่อย อยากให้ฉันเอาเรื่องที่นายชอบทำตัวเกเรในโรงเรียนไปรายงานผู้ปกครองของนายรึไง เจ้าเด็กแสบ?” อาจารย์หนุ่ม
“ขี้ฟ้องจังนะครับ!”
“ก็เธอมันเป็นเด็กนิสัยเสีย...”
“แหม พูดจาใจร้ายจังนะครับอาจารย์ ผมเป็นเด็กไม่ดีขนาดนั้นเลยเหรอ? ...” ปราบถามเสียงเย็น จ้องเขม็งมาที่หน้าอาจารย์ที่ปรึกษาวัย ๒๔ ปี
“เอ่อ... ก็เพราะเธอไม่ค่อยตั้งใจเรียน”
“แต่ผมได้คะแนนสอบเป็นที่ 3 ของรุ่นนะครับ เผื่อคุณที่เป็นถึงอาจารย์ที่ปรึกษาจะลืมไปแล้ว...” ปราบย้อน ในขณะที่อาจารย์หนุ่มหน้าเจื่อนคล้ายกับว่าลืมนึกถึงเรื่องนี้ไปเสียสนิท
“อึก...งั้นเวลาอยู่ที่โรงเรียนทำตัวดี ๆ หน่อยแล้วกัน เธอไปเข้าห้องเรียนได้แล้ว...” ณุชาทำเป็นดุเสียงแข็งขณะพูดตัดบท และปัดมือไล่อีกฝ่าย
แต่ดูเหมือนว่าลูกศิษย์นิสัยเสียจะค่อยพอใจในท่าทีที่ปรึกษาแสดงออกมาสักเท่าไหร่ ก่อนที่ณุชาจะทันได้เดินสาวเท้าจากไป เขาก็ถูกลูกศิษย์หนุ่มที่ตัวสูงใหญ่กว่ากระชากแขนลากพาเข้าไปในห้องทดลองของชมรมวิทยาศาสตร์ที่ร้างผู้คน
ปัง!
ประตูห้องถูกปิดและล็อคโดยทันที เมื่อลูกศิษย์หนุ่มดึงอาจารย์ที่ปรึกษาลากเข้ามาในห้องได้สำเร็จ
แม้เป็นผู้ใหญ่กว่า แต่ขนาดสรีระของทั้งคู่แตกต่างกันมาก ปราบตัวสูงใหญ่แข็งแรงเกินเด็ก ส่วนณุชาเป็นผู้ชายไซส์กลางค่อนไปทางตัวเล็กเมื่อเทียบกับขนาดตัวของลูกศิษย์ของเขา
“เดี๋ยวสิ ปราบยุทธนายจะทำอะไร? อ๊ะ อุ๊บบบ!”
ณุชาโพล่งถามเสียงหลง ทว่ากลับปราศจากคำตอบและการซักถามสิ่งใดเพิ่มเติม เพราะปากของณุชากำลังถูกริมฝีปากปากของลูกศิษย์หนุ่มทาบประกบบดขยี้เสีย จนทำให้เขาไม่มีโอกาสได้พูดอะไรอีก
ร่างของณุชาถูกดันติดไวท์บอร์ด ในขณะที่มือที่พยายามผลักดันดิ้นขัดขืน ก็ถูกมือหนารวบตึงติดกระดาษทั้งสองข้าง
“อื้อออ!”
“อื้อออ!”
ไม่ใช่แค่จูบ แต่เจ้าเด็กนิสัยเสียใช้ปลายลิ้นสากซอนไชมุดเข้ามาในช่องปากของณุชาและตวัดเกี่ยวพันกับลิ้นอาจารย์ที่ปรึกษาอย่างอวดดี กว่าจะยอมถอนริมฝีปากก็ใช้เวลานานหลานนาที จนปากของณุชาบวมเป่งและเปียกชื้นไปด้วยน้ำลายที่แยกไม่ออกว่าของใครเป็นของใคร
ตุบ!
ณุชาแข้งขาอ่อนทรุดนั่งกับพื้น พลางเงยหน้ามองลูกศิษย์ตัวร้ายที่ยืนค้ำหัวเขาอยู่ด้วยแววตาคล้ายกับจะตั้งคำถาม
“ที่นี่มันโรงเรียนนะ ประเจิดประเจ้อเกินไปแล้ว”
“ก็ใครใช้ให้ปากดีนัก เลยอยากจะสั่งสอน~” ปราบย้อนด้วยใบหน้ายิ้มย่องปราศจากความหวั่นเกรงใด ๆ
“งั้นเธอพอใจแล้วใช่มั้ย? ฉันจะได้ออกไปข้างนอกห้อง เพราะชั่วโมงหน้ามีสอนต่อ...”
อาจารย์ที่ปรึกษาถามเสียงแผ่ว ขยับตัวจะลุกขึ้นยืน ทว่ากลับถูกลูกศิษย์ของตัวเองกดไหล่ไม่ให้ลุก
“คาบนี้ยังไม่หมดเวลาเลยนี่ครับ~ ก่อนหมดเวลาคาบนี้ ผมว่าพวกเราสองคนมาหาอะไรทำที่มันสนุก ๆ เถอะพี่ณุชา ไม่สิ อาจารย์ชิษณุชา~”
นักเรียนตัวอันตรายก้มหน้ามองอาจารย์ที่ปรึกษาด้วยรอยยิ้มมีเลศนัย ขณะใช้มือรูดซิบกางเกงนักเรียนลงสุด แล้วงัดเอาอาวุธอันตรายที่พกติดตัวมาด้วย ยื่นจ่อไปที่ปากของอาจารย์หนุ่ม
“น-นายจะทำอะไร ล้วงมันออกมาทำไม? นี่มันในโรงเรียนนะ ทำตัวดีหน่อยหน่อย”
“ก็มันแข็งแล้วอ่ะคร้าบ อาจารย์ช่วยอมให้ผมหน่อย~” ปราบเผยอย่างตรงไปตรงมา
“จ-จะบ้าเหรอ ฉันต้องรีบไปส-สอนแล้ว เธอก็รีบไปเข้าห้องเรียนได้แล้ว!”
“พี่จะรีบใช้ปากทำให้แตกดี ๆ หรือจะให้ผมจับเย็xจนแตกในดีครับ~”
เด็กนิสัยเสียยื่นข้อเสนอที่เจ้าแผนการให้อาจารย์ของเขาเลือก ณุชาหน้าแดงก่ำกับข้อเสนอแกมคำขู่ที่ไร้ยางอายและเอาแต่ใจเช่นนี้นี้
“ว่าไงครับ อาจารย์~”
เจ้าของแท่งเนื้อที่เริ่มแข็งตึงมากขึ้น จับส่วนปลายที่เกลี้ยงเกลาถูกไถริมฝีปากของอาจารย์อย่างอ้อยอิ่ง ก่อนจะเผยอยิ้มคล้ายกับพอใจ เมื่อเห็นว่าอาจารย์ผู้เข้มงวดและขี้อาย ค่อย ๆ ยกมือขึ้นมาจับแท่งเนื้อของเขา ก่อนยื่นหน้าเข้ามาใกล้ แล้วอ้าปากครอบลำกายแท่งร้อนลำนี้
“อา~ อื้มมม”
เด็กหนุ่มตัวสูงโปร่งยืนหันหน้าเข้ากระดานโดยใช้มือข้างหนึ่งยันกระดานไวท์บอร์ดหน้าห้องเอาไว้ ปราบขยับกางขาเล็กน้อย เพื่อให้สิ่งที่ตั้งลำอยู่กลางหว่างขาอยู่ในระยะที่สามารถ สอดใส่เข้าไปในช่องปากของอาจารย์หนุ่มซึ่งนั่งคุกเข่าอยู่ตรงหน้าได้ถนัดยิ่งขึ้น
“อา~ ซี๊ดด”
เด็กหนุ่มสูดปากคราง ก้มมองอาจารย์ที่ปรึกษาของตนซึ่งกำลังใช้ปากดูดดุนแท่งเอ็นเนื้อของเขาอยู่ ด้วยสัมผัสที่ค่อยเป็นค่อยไป ซึ่งสวนทางกับบรรยากาศภายในห้องที่ครุกรุ่นด้วยอารมณ์ที่วาบหวาม
“ดูดแรง ๆ หน่อย อาจารย์ อื้มมม นั่นแหละ ซี๊ดดด ใช้ปากเก่งเหมือนเดิมเลยนะฮะ~” ลูกศิษย์หนุ่มแกล้งชมแหย่ แต่ทำให้อาจารย์อายจนลงฟันกัดแท่งเนื้อของเขาแรง ๆ
“โอ้ย~ ระวังฟันหน่อยสิอาจารย์ ถ้ากัดจนขาดแล้วจะใช้ดุ้นอันไหนเย็xอาจารย์ล่ะคร้าบ หืมม” ปราบหยอกแรงอย่างเป็นต่อ
ขณะที่ณุชาพูดเถียงอะไรไม่ได้
“อมแรง ๆ สิครับ~” ลูกศิษย์หนุ่มเรียกร้อง ก่อนถือวิสาสะวางมือลงบนศีรษะของอาจารย์ตัวเอง แล้วกดหัวของอาจารย์ให้แนบเข้ามาชิดกับลำตัวของตนให้มากที่สุด เพื่อสะดวกต่อการกระทุ้งของแข็งเข้าปากครู
“อ่อก อ่อก อื้อออ อื้ออ~”
ปากที่เคยบ่นว่าและพร่ำสอนศิษย์ เวลานี้ถูกอุดด้วยลำกายแท่งใหญ่ของลูกศิษย์ตัวแสบอย่างปราบเป็นที่เรียบร้อย ของแข็งใหญ่ยาวถูกกระทุ้งเข้าปากของณุชาซ้ำไปซ้ำมาไม่หยุด หลายครั้งที่ณุชาน้ำตาคอเบ้า น้ำลายไหลมุมปากเพราะปราบกระทุ้งลึกไปถึงคอหอยจนณุชาเกือบจะสำลัก