Chapter 8
ใครหมดความอดทนก่อน
"ฮึ!"
"กูไปก่อน ไว้ว่างๆค่อยเจอกัน"
ร่างสูงใหญ่ในชุดเครื่องแบบผิดระเบียบเดินฮัมเพลงผิวปากคล้ายคนที่มีความสุขจนแทบทะลักออกปาก
ทว่าคนที่นั่งหน้าตึงตระง่านอยู่กลางห้องก็แทบทะลักทะลวงออกมาเช่นกัน .....ทว่ามันตรงกันข้ามกับคนด้านนอก
เมฆินทร์ทิ้งระเบิดลูกใหญ่ไว้ได้สำเร็จ และดูท่่า เขาจะปลดสลักมันเรียบร้อยแล้วด้วย
คล้อยหลังคนน้อง ร่างสูงใหญ่เอนกายพิงเบาะกำมะหยี่สีดำสนิท นัยน์ตาสีมืดดูดซับความโกรธกรุ่นเข้าไปกักขังในกายแกร่งอีกครั้ง ทว่าไอแห่งความเครียดเคร่งโดยรอบยังคงก่อกวนเส้นอารมณ์ที่พึ่งสงบเรียบให้ขุ่นคลั่กขึ้นมาอีกรอบ
โดยเฉพาะคำที่ว่า ต้องมนตราจะทิ้งเขา
นัยน์ตาเฉียบขาดปรายมองร่างสูงใหญ่ที่ก้าวลงบันไดช้าๆ เป็นครั้งแรกที่คนเป็นพี่อย่างคิณพัฒน์ไม่อาจมองเมฆินทร์ได้เหมือนเดิม
อย่างน้อยก็จนกว่าเรื่องที่มันพูดจะไม่เกิดขึ้น
ทว่าหากมันทำอย่างที่ปากมันว่าจริง ถึงแม้จะเป็นพี่น้องที่คลานตามกันมา คนเป็นพี่อย่างเขาก็ไม่รังเกียจที่จะสั่งสอนให้มันรู้ผิดชอบชั่วดี
และ อะไรที่ไม่ควรยุ่ง..และอะไรที่ยุ่งไม่ได้..
โดยเฉพาะ ของๆคิณพัฒน์
"งั้นกูไปก่อนแล้วกันเฮีย เฮียจะได้มีเวลาส่วนตัว"
คนเงียบขรึมที่สุดอย่างเหนือสมุทรเอ่ยออกมาเสียงเรียบทว่าในตาสีเข้มนิ่งลึกกลับสาดมองมาคล้ายคำด่าว่าเขาเองเป็นคนผิด
การถูกตอกหน้าย้ำๆจากคนสองคน ยิ่งทำให้อาการอยากกระหายที่จะทำบางสิ่งลดทอนลงจนแทบจะถึงจุดต่ำสุด ทว่า คนมั่นใจในตัวเองกลับไม่เคยคิดว่าตัวเองผิดเลยสักนิด
อย่างที่บอก 'ต้องมนตราเป็นของเขา ไม่ว่าเขาจะทำอย่างไร หรือทำกับใคร ต้องมนตราก็ยังเป็นคนของเขา นี่คือความจริงที่ไม่มีวันเปลี่ยน...
"ใครๆก็ทำไหมวะ..หรือมึงไม่เคยเ****น?"
เสียงขรึมกดต่ำเอ่ยถามคนน้อง ก่อนที่มือหนาจะคว้ามวลบุหรี่ที่พร่องลงไปครึ่งมวลจากข้อนิ้วขาวสะอาดมาดูดต่อ
"กูไม่เคยเ****นกับคนอื่นตอนมีแฟน"
เสียงทุ้มอันเป็นเอกลักษณ์เอ่ยราบเรียบทว่าคล้ายดังเข็มนับร้้อยเล่มปลิวว่อนไปกระแทกใจคนฟัง
เสี้ยวหน้าคมเข้มที่เคยคุมขังความเกรี้ยวกราดใว้จนมิด ซ้อนทับด้วยรอยยิ้มมากเล่ห์ปรือมองคนน้องก่อนมือหนาจะคว้าคอขวดสีขุ่นเทลงแก้วในอัตราส่วนที่เข้มขึ้นกว่าตอนแรก และครั้งนี้คิณพัฒน์ดื่มมันรวดเดียวจนหมด เรือนกายอุดมไปด้วยมัดกล้ามเหยียดกายขึ้นเต็มความสูงช้าๆก่อนที่ฝ่าเท้ามั่นคงจะก้าวตรึงไปยังจุดหมายที่รอคอย ทิ้งให้คนน้องมองตามด้วยสายตากึ่งระอา
...........
Dks condo
ประตูสีทึมถูกเปิดออกแผ่วเบาทว่ามันกับเป็นเรี่ยวแรงทั้งหมดที่ต้องมนตรามี
นัยน์ตากลมโตที่เคยสุกใสคราคร่ำไปด้วยสีแดงจางๆจากการร้องให้มาร่วมสองชั่วโมง
..ใช่...เขาไม่ออกมา..
เขาอยู่ในนั้น ในห้องนั้นต่อ จนถึงตีสาม
ในขณะที่เธอนั่งร้องให้อยู่ตรงนั้น ร่วมสองชั่วโมงเช่นกัน
แม้มันจะไม่ใช่ครั้งแรกที่เห็นเขาข้องแวะกับคนอื่น ทว่ามันไม่เหมือนกับครั้งนี้
สายตาเขา น้ำเสียงเขา กระทั่งคำพูดทุกคำ ยังสะท้อนก้องอยู่ในใบหูของเธอ
ในเมื่อไม่เหลือความรักให้กันแล้ว ต้องมนตรา ก็ไม่อาจฝืนตัวเองให้ทำตัวเป็นคนไม่รู้ ทั้งที่รู้อยู่เต็มอกได้อีก
ถ้าคิณพัฒน์จบเรื่องระหว่างเราไม่ได้ งั้นเธอขอเป็นคนทำเอง
มือเรียวบางคว้ากระเป๋าผ้าสีฝุ่นขนาดกลางใบแรกและใบเดียวที่ใช้ตอนย้ายเข้ามาอยู่ในอานาเขตของเขาเข้ามาถือ ก่อนจะเก็บทุกอย่างที่เป็นของเธอใส่ลงไปจนเรียบร้อย นัยน์ตาสุกใสช้อนขึ้นมองกรอบรูปเล็กๆ ที่ตั้งอยู่กลางหัวเตียงนิ่ง ก่อนที่มือขาวบางจะคว้ามันโยนทิ้งลงถังขยะที่วางอยู่ไม่ไกล
"ในเมื่อไม่อยากเห็นกันแล้ว ก็ไม่ต้องมี"
ริมฝีปากจวมเจ่อเอ่ยแผ่วเบา ในใจที่เคยบีบรัดอย่างรุนเเรงเพราะเขาผ่อนคลายลงอย่างไม่น่าเชื่อ เพียงแค่เธอปล่อยวางเรื่องเขาลง ความสัมพันธ์ระหว่างเธอและคิณพัฒน์ที่ผ่านมา มันอึดอัดราวกับคนจมน้ำ ทรมานราวกับคนบ้าใบ้ ความรักที่ทรมานทั้งกายและใจของเขา เขาอยากจะยกมันให้ใครก็เอาเลย..
นัยน์ตาสีอ่อนกวาดมองรอบห้องหับที่เคยอยู่อีกครั้ง
กระทั่งประตูที่เปิดเพราะเธอ ปิดด้วยมือของเธออีกครั้งในเวลาไม่นาน
.......
รุ่งสางของอีกวัน
เปลือกตาหนักอึ้งปรือขึ้นท่ามกลางความมืด เส้นขมับเริ่มรัดตึงรุนแรงทันทีที่ร่างสูงใหญ่ขยับกายแกร่ง นัยน์ตาสีอำพันธ์หรี่ลงต่ำเมื่อสำผัสได้ถึงความเงียบงันผิดปกติ
มันเงียบเสียจนกกหูเย็นชืดได้ยินเสียงลมหายใจร้อนผ่าวของตนเองชัดเจน
หางคิ้วที่เคยเรียบตึงยกพาดเฉียง ก่อนที่ร่างสูงใหญ่จะพยุงกายหยาบออกเดินไปยังห้องหับอีกฝั่งที่คนตัวเล็กเคยฝังกายนอนหลับ ลูกบิดแสนเย็นชืดถูกหมุนเปิดแผ่วเบา ทว่าแรงผลักกลับทวีความรุนแรงเมื่อไร้สัััญญาณชีพของคนที่เคยครอบครองมัน
"ไปไหนแต่เช้าวะ!"
เสียงแหบห้าวกดต่ำ สองนัยน์ตาเฉียบขาดกราดมองสำรวจร่องรอยของเธอแทบทั้งอาณาเขต
ไออุ่นร้อนแผ่ครึ้มออกจากร่างสูงใหญ่ช้าๆ ทุกย่างก้าวที่เหยียบลงพื้นคล้ายค้อนปอนขนาดใหญ่ทุบลงสุดแรง นัยน์ตากราดเกรี้ยวจับจ้องประตูเสื้อผ้าที่ยังแย้มเปิดอยู่ช้าๆก่อนที่มือแข็งค้างราวคีมเหล็กจะกระชากบานไม้สีทึบทุ่มลงพื้นอย่างไม่ยี่หร่ะ
และใช่...
เสื้อผ้าที่เคยแขวนจรดราวเต็มตู้ ข้าวของที่เคยวางเกลื่อนไม่มีของเธอเลยสักชิ้น..
แม่ง!
เสี้ยวหน้าขาวจัดเชิดขึ้นมองเพดานสูงก่อนทั่วทั้งกายแกร่งจะกลำ่แดงไปด้วยฤทธิ์โทสะ
มือหนาหดกำกันแน่นกระทั่งขดเส้นเลือดนูนเด่นจรดทั้งใบหน้าจนถึงลำคอ
"ฮึ!"
"เด็กดี กำลังดีแตกสินะ"
"กล้าท้าทายกู ก็ลองดูฟ่าง มาวัดกัน..ว่ามึงกับกูใครจะทนได้นานกว่ากัน"
พลั้ก!
บานไม้เกรดเอถูกกระทืบซ้ำอีกครั้งจนไร้โครงเดิม นัยน์ตาสีอำพันเข้มจับจ้องไปที่บานกระจกที่คนตัวเล็กเคยใช้ ก่อนจะกระแทกฝ่าเท้าเข้าไปเต็มแรง
เพล้ง!
เศษเล็กเศษน้อยถูกเยียบกระทืบซ้ำจนป่นปี้ ในพริบตาเดียว และมันควรจะจบแค่นั้น หากว่านัยน์ตาเฉียบขาดไม่เหลือบไปเห็นกรอบรูปคุ้นตานอนนิ่งสนิทอยู่ในถังขยะใบเล็กนั่นเสียก่อน
มือสั่นเทาไปด้วยแรงโทสะเอื้อมคว้ามันขึ้นมาถือก่อนจะปัดไรฝุ่นที่ปกครุมกรอบกระจกเหนือรูปถ่ายนั้นเบาๆ
"ฮึ!..เล่นแรงนะมึง"
"เอาดิ กูก็อยากจะรู้ ว่ามึงจะเล่นอะไร"
เช่นเคย ด่าบักอันนี้ได้ แต่เก็บแรงใว้ด่ามันตอนอื่นบ้าง เลเวลความประสาทของมันจะพุ่งขึ้นทีละน้อย แน่นอนว่ามันไม่สามารถเป็นคนดีได้ในอีก1 2345678ตอน🤣
ฝากกดใจ เพิ่มเข้าชั้น คอมเม้นท์ อยู่กันนานๆ ด้วยรัก 🤣