1.รู้เห็นเป็นใจ
“อย่านะ ช่วยด้วย ใครก็ได้ช่วยที”
“ยอมลุงดี ๆ เถอะหนูนิ ลุงไม่อยากทำรุนแรงกับหนูหรอกนะ”
“ลุงแช่ม หยุดเดี๋ยวนี้ อย่าทำนิ กรี๊ด ป้าศรีช่วยนิด้วย” ‘นิสา’ ตะโกนลั่นบ้านอย่างตื่นกลัวแต่ก็ยังไม่ได้รับความช่วยเหลือใด ๆ เธอคิดว่าป้าศรีน่าจะอยู่ด้านนอกเพราะก่อนเข้ามาในห้องยังเห็นป้าอยู่กับลุงอยู่เลย แต่ทำไมถึงไม่ยอมเข้ามาช่วยเธอสักทีในเมื่อลุงแช่มสามีของป้ากำลังจะข่มขืนเธออยู่แล้ว หรือป้าออกไปข้างนอกแต่เธอไม่รู้
เมื่อจวนตัวไร้คนช่วยเหลือ นิสาจึงพยายามคว้ากรอบรูปที่อยู่บนหัวเตียงมาฟาดท้ายทอยของลุงแช่มซึ่งกำลังก้มหน้าซุกไซ้ลำคอเธอ
“โอ๊ย!” นายแช่มยกมือขึ้นกุมท้ายทอยที่ได้รับบาดเจ็บอย่างกะทันหัน เขามีอาการหน้ามืดฉับพลันจนล้มฟุบลงไปบนที่นอน
นิสาอาศัยจังหวะนั้นรีบดันตัวลุงออกก่อนจะวิ่งไปหยิบกระเป๋าสะพายแล้วหนีออกไปทันที แต่พอเปิดประตูออกมากลับเจอป้าศรีที่ทำหน้าตื่นตะลึงเมื่อเห็นเธอ
“แกออกมาได้ยังไงนังนิ”
“ป้าอยู่ตรงนี้นานหรือยังจ๊ะ”
ฉัน....เอ่อ” นางศรีเหมือนมีอาการน้ำท่วมปาก
เมื่อเห็นป้าอ้ำอึ้งแบบนั้นนิสาก็เดาได้ไม่ยาก “ป้าอยู่ตรงนี้แต่กลับไม่เข้าไปช่วยนิ หรือว่า! อย่าบอกนะว่าป้ารู้เห็นเป็นใจให้ลุงข่มขืนนิ” หลานสาวถามเสียงสั่น
“ก็ถ้าป้าไม่ให้มันนอนกับแก มันบอกว่าจะทิ้งป้าไปมีเมียใหม่ แต่ถ้ามันได้แกเป็นเมียน้อย มันสัญญาว่าจะอยู่กับป้าตลอดไป”
ได้ฟังดังนั้นนิสาก็น้ำตาตก ไม่คิดว่าพี่สาวแท้ ๆ ของแม่จะทำกับเธอได้ “ป้าเลยให้ผัวป้าเข้ามาข่มขืนนิถึงในห้องน่ะเหรอ ป้าเห็นนิเป็นหลานบ้างไหม นิสู้อุตส่าห์นับถือป้าเหมือนเป็นแม่คนที่สอง แต่ป้ากลับทำแบบนี้กับนิได้ ที่ผ่านมานิให้อภัยป้าเสมอไม่ว่าเรื่องอะไรที่ป้าทำผิดกับนิและแม่ก็ตาม แต่เรื่องนี้นิทนไม่ไหวแล้วจริง ๆ เราคงอยู่ด้วยกันอีกต่อไปไม่ได้แล้ว นิลาก่อน” พูดจบหญิงสาวก็วิ่งออกจากบ้านไป
“นั่นแกจะไปไหน”
“ไปตามทางของนิ”
“แกจะหนีไปดื้อ ๆ แบบนี้ไม่ได้นะ บุญคุณข้าวแดงแกงร้อนของฉันที่เลี้ยงแกหลังจากแม่แกตายตั้งเกือบห้าปี ส่งเสียแกเรียนจนจบมหาวิทยาลัยหมดเงินไปตั้งเท่าไหร่ หนี้สินเกือบล้านที่มีแกต้องช่วยฉันใช้นะนังนิ” นางศรีรีบวิ่งตามหลานสาวออกไปก่อนจะคว้าแขนไว้ไม่ให้หนี
“ปล่อยนินะ เงินค่าเทอมเป็นเงินประกันชีวิตของแม่ที่ได้มาหลังจากแม่ตายทั้งนั้น ป้าต่างหากที่เอาเงินแม่ไปปรนเปรอลุงแช่มจนต้องไปกู้หนี้ยืมสินเอง ไม่เกี่ยวกับนิสักหน่อย” นิสาพยายามสะบัดแขนออกจากการเกาะกุมของป้า ในขณะที่นายแช่มค่อย ๆ เดินโซเซออกมา
“มึงกล้าตีหัวกูเหรอนังนิ”
“ลุงแช่ม!” หญิงสาวเบิกตาโพลงรีบสะบัดแขนให้หลุดอีกครั้งก่อนจะวิ่งออกจากบ้านตรงไปยังถนนใหญ่อย่างไม่รอช้า เวลานี้เกือบหนึ่งทุ่มแล้ว รถประจำทางคงใกล้จะหมดเต็มที เธอต้องรีบไปให้ทัน
นายแช่มกับนางศรีรีบตามไปโดยไม่ยอมให้หญิงสาวหนีง่าย ๆ แต่ด้วยความที่นายแช่มยังมึนศีรษะอยู่จึงได้แต่เดินโซเซตามไปไม่เร็วนักโดยมีนางศรีช่วยพยุง
นิสาวิ่งมาถึงหน้าปากทางเข้าหมู่บ้านและยืนรอรถประจำทางอย่างร้อนใจ โชคดีที่รอไม่นานรถก็มาพอดี
แต่รถสวนไปอีกฝั่งของถนนซึ่งเป็นคนละทางกับที่เธอยืนรออยู่ หญิงสาวจึงต้องรีบวิ่งข้ามถนนไปขึ้นรถ ตอนนี้ขอแค่ให้เธอไปจากตรงนี้ให้ได้ก่อนแล้วค่อยหาที่หลับที่นอนเป็นพวกห้องเช่ารายวันก็ได้ รถจะไปทางไหนก็ไม่เป็นไร
เอี้ยด! ‘รณวีร์’ เหยียบเบรกกะทันหันก่อนจะหักพวงมาลัยเลี้ยวเข้าข้างทางเมื่ออยู่ ๆ มีผู้หญิงที่ไหนก็ไม่รู้วิ่งตัดหน้ารถเขา
เมื่อจอดรถแล้วร่างสูงก็รีบเดินไปดูผู้หญิงคนเมื่อครู่ที่ล้มลงไป