แม่บ้านจำเป็น
เสียงกริ่งหน้าบ้าน ดังขึ้นมาถึงห้องนอน ทำเอาคนร่างใหญ่ที่เพิ่งได้นอนเมื่อเวลาตีสามต้องสะดุ้งตกใจ หนึ่งครั้ง สองครั้ง สามครั้ง เขาสงสัยว่าป้านอมลืมกุญแจบ้านหรือยังไง ปกติคนทำความสะอาดจะมีกุญแจบ้านเขาหนึ่งชุด ไม่เคยกดกริ่งรัวๆแบบนี้ หรือป้าลืม ว่าเมื่อคืนเขาปาร์ตี้ เพิ่งได้นอน อุตสาห์สั่งไว้ว่าอย่ากวน นึกโมโหป้าแม่บ้าน
“อะไรกันคะสิงห์ ใครกันมากดกริ่งเสียงดังน่ารำคาญจังเลย นี่คนงานบ้านคุณนี่ไม่มีมารยาทเลยนะคะ เราเพิ่งจะได้นอนเอง ต้องสั่งสอนหน่อยนะคะ อายุก็มากแล้ว ไม่รู้เรื่องอะไรสักอย่าง”
“น่าโฉม สงสัยป้านอมลืมกุญแจ ป้าเขารู้ว่าเราปาร์ตี้ คงอยากมาทำความสะอาดให้แต่เช้า อย่าไปว่าป้าเขาเลย เดี๋ยวผมลงไปเปิดประตูเอง คุณนอนต่อเถอะ”
เพียงพิมพ์เพ่งมองผู้ชายรูปร่างสูงใหญ่ผิวคล้ำหนวดเฟิ้ม สวมเสื้อคลุมตัวใหญ่ หน้าตาบอกบุญไม่รับ เขาเดินตรงลิ่วมาเปิดประตูบ้านให้เธอ
“เธอเป็นใคร มายืนกดกริ่งอยู่หน้าบ้านฉัน”
เพียงพิมพ์มองผู้ชายตรงหน้า เสียงเขาดังมาก ท่าที่ยืนท้าวเอวแล้วจ้องมองเธอนั่น เหมือนจะเหยียบให้เธอจมดิน นี่ถ้าไม่รับปากป้านอมไว้ว่าจะมาช่วยทำงานบ้าน เธอจะกลับบ้านตอนนี้เลย แต่พอนึกถึงหน้าป้านอมแล้วก็สงสาร
“สวัสดีค่ะ ขอโทษที่กดกริ่งเสียงดัง ฉันมาทำงานแทนป้านอม เมื่อคืนป้าลื่นล้มในห้องน้ำ ตอนนี้อยู่ที่โรงพยาบาล ปลอดภัยดีแล้ว ”
อาการที่กำลังจะต่อว่าคนมารบกวน นิ่งไปเมื่อได้ฟังเรื่องเล่า
“ถอดแมสออก ให้ฉันดูหน้าหน่อย แล้วชื่ออะไร เป็นหลานป้านอมจริงเหรอ”
เพียงพิมพ์ถอดแมสออกเผยให้เห็นใบหน้า
“ฉันชื่อพิมพ์ค่ะ จริงๆป้านอมให้กุญแจบ้าน แต่ฉันไม่เคยมา กลัวว่าจะทำให้คนในบ้านตกใจ เลยเลือกที่จะกดกริ่งก่อน ต้องขอโทษอีกครั้ง” เพียงพิมพ์ยกมือไหว้ขอโทษเจ้าของบ้านอีกครั้ง นี่คงเป็นคุณสิงขร เจ้าของบ้าน เธอไม่รู้อะไรนอกจากนี้ รู้แต่ว่าต้องรีบมาทำความสะอาด ป้านอมบอกว่าเมื่อคืนบ้านเจ้านายมีปาร์ตี้ เธอรู้ว่างานน่าจะเยอะ เลยรีบมาแต่เช้า
“ป้านอมบอกอะไรกับเธอบ้างเกี่ยวกับที่นี่”ปากก็ถามแต่สายตาไม่ยอมละไปจากใบหน้าสวย ผู้หญิงคนนี้สูงดี หุ่นดีด้วยถึงจะใส่เสื้อเชิ้ตเก่าๆแต่เขารู้ว่าราคาแพง กางเกงยีนนั่นอีก เก่าแต่แพง คีบรองเท้าแตะนันยาง คนอะไรเท้าสวยเป็นบ้า ช่วงขายาวสวย
“ ป้านอมบอกว่าเจ้าของบ้านสูบบุหรี่ คือฉันแพ้ควันและกลิ่นบุหรี่ แต่ไม่เป็นไรฉันเตรียมแมสมา จะรีบทำทุกอย่างให้เรียบร้อย”
“งั้นก็ เชิญ”
“ขอบคุณค่ะ”
“ฉันนอนพักผ่อนอยู่ข้างบน เธอทำความสะอาดข้างล่างก่อนก็ได้ อาจจะต้องใช้เวลาหน่อยนะ ”
“ได้ค่ะ ฉันยังไม่ต้องเตรียมอาหารเช้าใช่ไหมคะ”
สิงขรแปลกใจ ปกติป้านอมไม่เคยถามเขา และเขาไม่เคยให้ป้านอมทำอาหารให้กิน คำถามของแม่บ้านคนใหม่ ทำให้เขาคิดอะไรขึ้นมาได้ฉับพลัน
“ขออาหารที่เหมาะกับคนปาร์ตี้หนักเมื่อคืนก็ได้ อาหารกลางวันและอาหารเย็น เธอสามารถทำได้ไหม สำหรับสองคน”
“ได้ค่ะ แต่ฉันต้องขอดูวัตถุดิบในตู้เย็นก่อนนะคะว่ามีอะไรพอที่จะทำได้บ้าง ฉันจะทำตามวัตถุดิบที่มีและจะเป็นอาหารที่เหมาะกับเวลา ”
“ขอบใจ งั้นก็ตามสบาย ถ้าอาหารเช้าเสร็จแล้ว กดกริ่งที่โต๊ะในห้องอาหาร เดี๋ยวฉันจะลงมา”
“ตอนนี้เจ็ดโมงเช้า สองโมงได้ไหมคะ”
“ตามนั้น”
สิงขรมองตามหลังแม่บ้านคนใหม่ นี่เหรอหลานป้านอม ดูพูดจาคล่องฉะฉาน แถมทำอาหารเป็นด้วย เขารู้มาว่าป้านอมโสด แต่ไม่รู้ว่าป้ามีหลาน ท่าทางดีทีเดียว ที่สำคัญหน้าตาสวยหุ่นดี พูดเป็นงานเป็นการ เดาว่าอายุน่าจะประมาณไม่ยี่สิบห้าก็ยี่สิบเจ็ดปี แต่ไม่ถึงสามสิบแน่นอน หน้านิ่งจริง ถ้ายิ้มคงจะสวยมากเขาสังเกตุเห็นเวลาที่ผู้หญิงคนนั้นพูด เห็นฟันขาวเรียงกันเป็นระเบียบเชียว
“ใจลอยไปถึงไหนคะสิงห์ เนี้ยโฉมนอนไม่หลับเลยนะคะ”
“ผมยังง่วงอยู่เลย เดี๋ยวสักสองโมงลงไปกินข้าวด้วยกันนะครับ ผมสั่งให้แม่บ้านทำให้แล้ว”
“ไม่เอาค่ะ นี่สิงห์ลืมแล้วเหรอคะว่าโฉมไม่กินมื้อเช้า”
“กินสักหน่อยดีกว่าไหม จะได้มีแรงไงยังไงคุณก็ต้องอยู่ที่นี่ต่ออยู่แล้ว หรือจะกินกลางวันด้วยกัน ”
“โอ้ย...ไม่เอาหรอกค่ะ ถ้าจะกินก็ออกไปกินข้างนอก แม่บ้านของคุณจะทำอาหารอะไรเป็นคะ สงสัยไม่กระเพราก็ไข่เจียว อาหารบ้านๆ โฉมมีงานค่ะ กลับคอนโดดีกว่า”
“งั้นก็ตามใจครับ ผมไม่ส่งนะ อยากนอนต่ออีกสักหน่อยเวียนหัวจังเลย”
โฉมสุรางค์ผลักผ้าห่มผืนใหญ่ออกจากตัว ลุกขึ้นเดินพาร่างเปลือยเปล่าเข้าห้องน้ำ ไม่ถึงสิบนาทีก็ออกมา ผ้าเช็ดตัวผืนเล็กนั่นถูกโยนไปพาดไว้บนโซฟาปลายเตียง เธอมีชุดสำรองอยู่ในตู้หลายชุด วันไหนที่เธออยากมาค้าง ก็มาได้เลยไม่ต้องมีกระเป๋า
"ไปก่อนนะคะ”หญิงสาวก้มลงไปหอมแก้มชายเจ้าของบ้านที่นอนหลับตาอยู่บนเตียง เธอยิ้มเล็กน้อย เมื่อคืนกว่าเธอและเขาจะได้นอนก็เกือบเช้า เข้าใจว่าเขาคงเพลีย เธอเองก็เพลียเหมือนกัน แต่มีงานสำคัญยังไงก็ต้องไป
สิงขรลืมตา เสียงรถของโฉมสุรางค์ออกไปพ้นรั้วบ้านแล้ว เขาเข้าห้องน้ำจัดการอาบน้ำ แปลกที่ก่อนหน้านั้นเขาหงุดหงิดที่นอนไม่พอ แต่เวลานี้ไม่นึกอยากนอน หิวข้าวซะงั้น
สองโมงตรงเสียงกริ่งจากห้องอาหารดังเตือนให้ลงไปกินข้าว ในรอบหลายเดือนที่เขาจะได้กินข้าวเช้า ลุ้นว่าแม่บ้านจำเป็นจะทำอะไรให้กิน ใช่...เขาต้องเรียกว่าแม่บ้านจำเป็น
ชายหนุ่มเดินตรงไปที่ห้องอาหาร ได้กลิ่นความสะอาด ห้องครัวไม่ห่างจากห้องอาหารนัก เมื่อคืนเขาจำได้ว่าบนโต๊ะอาหารเกลื่อนกลาดไปด้วยถ้วย จาน แก้ว เครื่องดื่ม และอาหารที่เหลือ แต่เวลานี้บนโต๊ะอาหารสะอาดเรียบร้อย ข้าวต้มกุ้งหม้อขนาดกำลังดี พร้อมถ้วยแบ่ง จัดไว้สำหรับสองที่ ไม่ธรรมดาเลย การจัดวางถ้วย แก้วน้ำ ช้อน ดูดีจัง
เสียงจานและน้ำดังอยู่ในห้องครัว แม่บ้านเขาคงกำลังทำความสะอาด สิงขรลงมือกินข้าวต้มกุ้ง ไม่น่าเชื่อว่าเขากินตั้งสองถ้วย
“คุณรับกาแฟกี่โมงคะ หรือจะรับเลย พอดีป้านอมไม่ได้บอกไว้ค่ะ ฉันก็ลืมถาม”
“กาแฟดำสามโมงเช้า บ่ายสองอีกหนึ่งแก้ว แล้วก็ช่วยไปยกโน๊ตบุ๊คให้ฉันหน่อย ฉันไม่แน่ใจว่าอยู่ข้างบนห้องหรือเปล่า เจอแล้วช่วยเอาไปให้ที่ห้องนั่งเล่นด้วยนะ”
“รับทราบค่ะ เอ่อข้างบนอยู่ห้องไหนคะ เอ่อ...ฉันไม่ทราบว่ามีห้องอะไรบ้าง แล้วก็.......ฉันสามารถเอาเสื้อผ้ามาซักได้เลยไหมคะ”
“น่าจะอยู่ที่ห้องนอน เอาผ้าในตะกร้ามาซักได้เลย หรือเธอเห็นว่าอะไรสมควรซักก็จัดการได้”
เพียงพิมพ์เก็บของบนโต๊ะอาหาร เสร็จแล้วขึ้นไปชั้นบน ตามที่เจ้าของบ้านบอก โน๊ตบุ๊คเขาวางอยู่บนโต๊ะทำงานภายในห้องนอน เห็นสภาพห้องแล้ วหญิงสาวถึงกับเบือนหน้าหนี สภาพห้องเละเทะเสื้อผ้าชุดนอน ชุดชั้นในผู้หญิงกระจัดการจาย กลิ่นบุหรี่ ดีที่เธอเตรียมถุงมือและแมสมา ต้องเปิดหน้าต่างเพื่อระบายอากาศ รื้อผ้าปูที่นอน ผ้าห่ม ปลอกหมอน ผ้าเช็ดตัว เตรียมลงไปซักข้างล่าง
เธอนำโน๊ตบุ๊คไว้บนโต๊ะที่ห้องนั่งเล่น เจ้าของบ้านนั่งรออยู่แล้ว
“คุณคะ ฉันขออนุญาตเปิดประตูหน้าต่างทั้งหมด เพื่อระบายอากาศได้ไหมคะ”
“ได้ เปิดได้เลย ขอบใจนะสำหรับโน๊ตบุ๊ค"
“ขอบคุณมากค่ะ”
เพียงพิมพ์กลับออกไปทำงานต่อ วันนี้คงไม่เสร็จ เธอทำใจตั้งแต่เห็นสภาพบ้านแล้ว คงต้องใช้เวลาทั้งวันสำหรับข้างล่าง กลิ่นบุหรี่จะทำให้เธอไม่สบาย แต่รับปากป้านอมแล้วว่าจะช่วย ยังไงก็ต้องทำให้เสร็จ ถึงแม้ว่าอาการของภูมิแพ้จะเริ่มมา
เก้าโมงเช้า แม่บ้านจำเป็นของเขา นำกาแฟดำและน้ำดื่มมาเสริฟที่ห้องนั่งเล่น จากนั้นเขาก็ไม่ได้เห็นหน้าแม่บ้านอีกเลย สิงขรนั่งทำงานต่อจนเที่ยง โฉมสุรางค์ไม่โทรกลับ คิดว่าหล่อนคงเพลียและหลับไปแล้ว เที่ยงตรงกริ่งจากห้องอาหารดัง
อาหารบนโต๊ะทำให้ต่อมหิวเขาทำงาน ข้าวผัดปูจานใหญ่ คงเป็นปูที่เขาสั่งมาเมื่อคืน เขากินข้าวเยอะมาก แม่บ่านจำเป็นของเขาทำอาหารอร่อย สิงขรเผลอมองตามคนทำงานบ้านตลอด หลังจากที่กินข้าวอิ่ม เพิ่งสังเกตเห็นปิ่นโตข้าว เขายิ้มเล็กน้อย มองผ้าที่ซักตากแดดไว้เต็มราว ห้องครัว ห้องนั่งเล่น ห้องอาหาร สะอาดเรียบร้อย เสียงกุกกักอยู่ในห้องรับรองชั้นล่าง ที่มีอยู่สองห้อง เสียงดูดฝุ่น เสียงจามของแม่บ้าน ครั้งแรก สองครั้ง สามครั้ง และจามติดๆกันบ่อยขึ้น จนเขารู้สึกได้ว่าแม่บ้านเขาแพ้บุหรี่จริงๆ ไม่รู้ว่าแพ้ขนาดไหน ทำให้เขาไม่กล้าสูบบุหรี่ ทั้งที่ได้เวลาแล้ว แปลกอีกที่อดได้ ปกติต้องสูบหลังอาหารกลางวันตลอด
เขามีงานหลายอย่างที่จะต้องทำ บ่ายสองโมงตรง กาแฟดำและน้ำเปล่า มาวางที่โต๊ะ สั่งเกตุว่าแม่บ้านของเขาใส่แมสสองชั้น
สี่โมงเย็นเพียงพิมพ์ทำทุกอย่างเสร็จเรียบร้อยแค่ชั้นล่าง เธอไม่ไหวจามหนักมาก และที่สำคัญลืมพกยาแก้แพ้ ไม่คิดว่ากลิ่นจะแรงขนาดนี้ ก่อนกลับหญิงสาวเตรียมอาหารเย็นไว้บนโต๊ะอาหาร สำหรับสองที่ คิดว่าภรรยาเขาคงกลับมาช่วงเย็น เมื่อเช้าเธอล้างห้องน้ำ เห็นแต่ข้างหลัง ผู้หญิงแต่งตัวเซ็กซี่เดินเร็วลงมาจากข้างบน แล้วรีบขึ้นรถขับออกไปอย่างรวดเร็ว
“สำหรับวันนี้งานบ้านข้างล่างเสร็จหมดแล้ว พรุ่งนี้ฉันจะมาแต่เช้าเพื่อทำความสะอาดข้างบน อาหารเย็นฉันเตรียมไว้แล้วบนโต๊ะแล้ว”
เพียงพิมพ์หยุดพูดเพราะจามติดต่อกันหนักมาก
“ขอโทษค่ะ พรุ่งนี้สำหรับอาหารเช้า กลางวัน และเย็น คุณอยากทานอะไร เขียนโน้ตไว้ที่โต๊ะอาหารนะคะ ฉันจะมาแต่เช้า ลาเลยนะคะ”
“เธอมารถอะไร บ้านอยู่ไกลไหม”
“มอเตอร์ไซค์ค่ะจอดไว้นอกรั้ว ขอตัวก่อนนะคะ” หญิงสาวยกมือไหว้ลาเจ้าของบ้าน และรีบเดินออกไปจากห้องนั่งเล่น จามไปตลอดทาง
สิงขรลุกขึ้นมองตามแม่บ้านจำเป็นของเขา เพิ่งเห็นว่าหญิงสาวจอดมอเตอร์ไซค์วิบากไว้ที่ใต้ต้นไม้หน้าบ้านเขา นึกเห็นใจที่จามจนตัวงอ พอใส่หมวกกันน็อค เสื้อคลุม เก็บผมแล้ว เหมือนเด็กผู้ชายคนหนึ่งเลย อะไรทำให้เขาลืมถามว่าป้านอมอยู่โรงพยาบาลไหน เบอร์โทรศัพท์ก็ไม่มี เขาลืมได้ยังไง ปกติป้านอมไม่ได้มาทำความสะอาดให้เขาบ่อยนัก ว่างเมื่อไหร่แกก็มา เพราะแกมาประจำ เขาเลยไม่เคยขอเบอร์ติดต่อ