bc

แค่คุณ...

book_age18+
2.0K
FOLLOW
7.3K
READ
billionaire
contract marriage
HE
second chance
arrogant
badboy
kickass heroine
mafia
blue collar
drama
bxg
campus
like
intro-logo
Blurb

เธอปฏิเสธที่จะรับเงินซึ่งเขาบอกว่าเป็นค่าความสาวของเธอ แล้วเรียกร้องความรับผิดชอบจากเขาเป็นทะเบียนสมรส แต่กว่าจะรู้ว่าตัดสินใจผิดพลาดหัวใจของเธอก็แหลกละเอียดเพราะถูกเหยียบย่ำจากคนที่ได้ชื่อว่า...สามี

chap-preview
Free preview
แค่คุณ...1
เคยได้ยินหลายคนพูดว่าชีวิตจริงยิ่งกว่านิยาย แต่มาลินไม่เคยเข้าใจความหมายของมันเลยจวบจนวันนี้... เพราะอะไรน่ะเหรอ...ก็เพราะเธอกำลังมีชีวิตที่ไม่ต่างจากนางเองในละครหลังข่าว ซึ่งใคร ๆ ก็บอกว่าน้ำเน่า แต่พอถึงฉากเศร้าก็ร้องไห้ตามเป็นวรรคเป็นเวร มาลิน บวรรักษ์ หญิงสาววัยยี่สิบปีกำลังนั่งถอนหายใจซ้ำแล้วซ้ำอีกในขณะที่นับเงินในมืออยู่หลายรอบ “เฮ้อ...เอาไงดีนะ” ที่บอกว่ามาลินนั้นเหมือนนางเอกในละคร ก็เพราะเธอมีทุกอย่างที่นางเอกในละครที่ขายความเศร้าเขามีกัน นั่นก็คือความสวย สู้ชีวิต และที่ขาดไม่ได้เลยก็คือจน หญิงสาวแบ่งเงินวางไว้บนโต๊ะแล้วถอนหายใจอีกรอบเมื่อเห็นเงินที่เหลืออยู่ในมือ “เฮ้อ...เหลือสี่สิบ พรุ่งนี้คงต้องพึ่งมาม่ากระป๋องอีกละ” มาลินถอนหายใจรอบที่ร้อยแล้วนึกถึงอดีตของตัวเอง อดีต...ที่ไม่ว่าจะนึกถึงตอนไหนก็ทำให้หัวใจเจ็บได้เสมอ ตอนนั้นมารดาของเธอคือผู้หญิงที่สวยจัด และมีวัยเพียงสามสิบเก้าปีเท่านั้น ตอนเด็ก ๆ มาลินมักเห็นว่ามารดาจะแต่งตัวสวยแล้วออกจากบ้าน ทุก ๆ ครั้งมารดาบอกเธอว่าไปทำงาน ซึ่งความเป็นเด็กทำให้เธอไม่เข้าใจอะไรมากนัก แต่เมื่อเธอเริ่มโตก็เริ่มรับรู้ได้จากเสียงนินทา และคำพูด ดูแคลนของคนรอบข้าง ว่าที่จริงแล้วอาชีพของมารดาคือ ขายบริการ เมื่อคิดมาถึงตรงนี้เหตุการณ์วันนั้นก็ฉายชัดขึ้นมาในความทรงจำ มาลินในชุดนักเรียนม.ปลายเดินเข้าซอยบ้านโดยที่มือจูงน้องสาววัยห้าขวบซึ่งอยู่ชั้นอนุบาลเอาไว้ “เฮ้ย! แม่เอ็งท้องอีกแล้วเรอะ!” “จ้ะ” “โอ๊ย!...บอกให้มันรู้จักซื้อยาคุมกินบ้างเถอะว่ะ คิดจะทำอาชีพนี้เดี๋ยวท้อง เดี๋ยวท้อง หมดราคากันพอดี” “ป้าพูดอะไรน่ะ!” “ก็แค่หวังดี...ถ้าท้องบ่อยเข้า มดลูกก็หลวมหมด ผู้ชายที่ไหนจะซื้อล่ะ” เพื่อนบ้านพ่นคำหยาบคายออกมาอย่างไม่กระดากปากทำเอามาลินหน้าร้อน “ป้าอย่ามาพูดจาทุเรศ ๆ แบบนั้นนะ!” “ทุเรศตรงไหนวะในเมื่อมันเรื่องจริง!” “ไม่จริง!” “เฮอะ! นี่อย่าบอกนะว่าเอ็งไม่รู้ว่านางมาลีน่ะมัน ขายตัว!” มาลินจ้องคนพูดอย่างเอาเรื่อง มือข้างหนึ่งกำหมัดแน่นเพื่อระงับความเดือดดาล หากถามว่าเธอรู้มั้ยก็คงต้องพูดตรง ๆ ว่าความเป็นจริงระแคะระคายอยู่บ้าง เพียงแต่ไม่ยอมรับ ความจริงเท่านั้นเอง จะมีสักกี่คนที่พร้อมยืดอกรับว่ามารดาทำอาชีพค้าประเวณี “หึ! เงียบทำไมล่ะ” “แม่ฉันจะเป็นอะไรยังไงมันก็ไม่เกี่ยวกับป้า! ถึงแม่ฉันจะท้องอีกสักกี่ท้องมันก็ไม่ใช่เรื่องของป้า!” ว่าแล้วมาลินก็ดึงมือน้องเดินเลี่ยงไปอีกทาง “อีเด็กนี่ปากดีนัก คนหวังดีแท้ ๆ อุตส่าห์เป็นห่วง” เด็กสาวหันขวับกลับมาทันทีเมื่อได้ยินคำพูดประโยคนั้นของเพื่อนบ้าน “หวังดีหรือสมน้ำหน้ากันแน่! ต่อไปอย่าพูดถึงแม่ฉันแบบนี้อีก!” สองพี่น้องจูงมือกันเดินออกมาได้ไม่ไกล เด็กหญิง ตัวน้อยก็กระตุกมือพี่สาวเบา ๆ “พี่ลิน ๆ ” “ว่าไงวุ้น” “ขายตัวคืออะไรเหรอพี่ลิน ป้านาบอกแม่ขายตัวหมายความว่ายังไง” มาลินสะอึกกับคำถามไร้เดียงสาของน้องก่อนจะหยุดเดินแล้วทรุดนั่งบนส้นเท้าของตัวเอง สองมือบางยกขึ้นดึงร่างเล็กเข้ามากอดแล้วลูบหลังให้เบา ๆ อย่างปลอบโยน “วุ้นยังเด็กพูดไปก็ไม่เข้าใจหรอก เอาเป็นว่าหน้าที่ของวุ้นคือตั้งใจเรียนให้มาก ๆ รู้มั้ย” “จ้ะ” นับตั้งแต่วันนั้นมามารดาของเธอก็เอาแต่เก็บตัวเงียบไม่ได้ออกไปทำงานเหมือนเช่นที่เคยทำทุกวัน และมาลินก็สังเกตได้ว่ามารดาดูเครียดมากกว่าปกติหลายเท่า ใบหน้างดงามที่มักฉาบด้วยเครื่องสำอางซีดเซียว เพราะเจ้าของไม่คิดจะบำรุงดูแลมันเหมือนเคย “ทำไมเดี๋ยวนี้แม่ไม่แต่งหน้าเลยล่ะจ๊ะ แบบนี้ก็ไม่สวยน่ะสิ” เธอหยอกเย้ามารดาแล้วเดินเข้าไปกอดเอวหนาของคนท้องสี่เดือน “จะแต่งอะไรล่ะวัน ๆ อยู่แต่บ้าน ลิน...” “จ๋าแม่...” “ออกไปซื้อของที่ตลาดให้แม่หน่อยสิ” “ได้จ้ะ แม่จะเอาอะไร” “ซื้อ...เอ่อ...ยาแก้ปวดให้แม่หน่อย” “แต่แม่มีน้องนะ แม่จะกินยาได้เหรอ” “เอาเถอะ...ซื้อให้แม่ที “ “จ้ะ” ถึงแม้จะไม่ได้อยากซื้อ แต่มาลินก็ไม่อยากขัดมารดา สุดท้ายจึงจูงน้องสาวมาที่ตลาดเพื่อซื้อยาตามที่มารดาสั่ง โดยไม่รู้เลยว่านั่นเป็นเพียงเพราะนางมาลีต้องการให้เธอและน้องออกจากบ้านเท่านั้น ในตอนที่มาลินพาน้องกลับถึงบ้านก็พบว่ามารดานอนเหงื่อซึมอยู่บนฟูกเก่า ๆ ทั้ง ๆ ที่ตอนเธอออกไปยังดูปกติดีทำให้เด็กสาวตกใจไม่น้อย “แม่! แม่เป็นอะไรไปจ๊ะ!” เธอมองใบหน้าที่ซีดเผือดของมารดาด้วยความกังวล “เปล่าลูก...เปล่า” “ทำไมแม่ตัวเย็นแบบนี้ล่ะ เหงื่อก็ออกเยอะด้วย!” “แม่ปวดท้องน่ะลูก...เดี๋ยวก็หาย” “งั้นแม่กินยานะจ๊ะ...” “โอ๊ย!” เสียงร้องอย่างเจ็บปวดของมารดาดังขึ้นทำให้เด็กสาวรีบหันกลับไปดู ก่อนที่จะตัดสินใจพยุงมารดาให้ลุกขึ้นเพื่อไปหาหมอ “ไปหาหมอเถอะแม่ ลุกเถอะ!” “พี่ลิน! แง!...แม่เป็นอะไร! ฮือ ๆ ...” มาลินมองตามมือของน้องสาววัยห้าขวบที่ร้องไห้ออกมาอย่างตระหนก แล้วพบว่าชุดกระโปรงแบบคนท้องที่นางมาลีสวมอยู่ชุ่มโชกไปด้วยเลือดสีแดงสด “แม่! แม่เป็นอะไร!” นางมาลีได้แต่กัดฟันแน่น เพราะถูกความเจ็บปวดโจมตีเป็นระลอก อย่าว่าแต่พูดกับลูกเลย แค่จะหายใจตอนนี้ก็ยังลำบาก มดลูกที่บีบรัดเพราะยาบางอย่างสร้างความทรมานให้กับนางมาลีจนแทบขาดใจ “แม่...แม่รอที่นี่ดีกว่า หนูจะไปเรียกลุงอ้วนมาช่วย!” เด็กสาวพยุงมารดาให้นั่งลงที่ฟูกตามเดิม แล้วรีบวิ่งออกจากบ้านไปปากก็ร้องเรียกคนช่วยเสียงดังลั่น “ลุงอ้วน! ลุงอ้วนช่วยแม่ด้วย!” มาลินวิ่งมาที่บ้านติดกันเพื่อขอความช่วยเหลือแล้วพบว่ามันเงียบสนิทไม่มีใครอยู่ แต่เด็กสาวก็ยังคงเดินต่อไปเรื่อย ๆ ก็พบแต่ความว่างเปล่า “ฮือ ๆ ...ไปไหนกันหมดนะ!” เธอวิ่งต่อไปอีกสักพักจึงพบยายจันทร์ซึ่งแก่มากแล้วนั่งอยู่ที่หน้าบ้าน “ยาย! คนเขาหายไปไหนกันหมดน่ะยาย!” “เขามีของแจกที่งานกระจาดน่ะสิ แจกข้าวสาร แจกของใช้ คนก็แห่กันไปเอาของฟรี แล้วทำไมเอ็งไม่ไปกับเขาล่ะ! นี่ถ้าข้ายังไหว...” มาลินไม่รอให้ยายจันทร์พูดจบก็รีบวิ่งกลับไปที่บ้านทันที ถึงแม้จะตัวเล็ก แต่ความรักที่มีต่อแม่นั้นยิ่งใหญ่เหลือเกิน เด็กสาวตัดสินใจแบกแม่ขึ้นหลังแล้วเดินออกจากซอย ทั้ง ๆ ที่ขาทั้งสองข้างสั่นระริก เพราะน้ำหนักที่ไม่น้อยของมารดา “พี่ลิน!...ฮือ ๆ ...” เด็กหญิงรินดาหรือวุ้นวิ่งตามพี่สาวทั้ง ๆ ที่น้ำตานองหน้า มาลินรู้ดีว่าน้องตกใจ และเสียขวัญ แต่เธอก็ไม่มีเวลาที่จะปลอบโยน “ถ้าแม่ไม่อยู่...ลินอย่าทิ้งน้องนะลูก...” เธอไม่ตอบรับกับคำพูดประโยคนั้นของมารดา มีเพียงน้ำตาที่ไหลลงมาอย่างห้ามไม่อยู่ และเด็กสาวก็พยายามกะพริบตาไล่น้ำตาเพื่อมองทางข้างหน้าให้ชัดเจน สามแม่ลูกพากันมาจนถึงปากซอยได้สำเร็จ แต่ไม่มีรถคันไหนยอมจอดรับเลย แม้กระทั่งรถแท็กซี่ที่มีหน้าที่รับส่งผู้โดยสาร พอรู้ว่ามารดาของเธอมีเลือดโทรมกายก็ออกรถไปหน้าตาเฉยอย่างไร้น้ำใจ “จอดด้วยค่ะ! ช่วยด้วย!” จนในที่สุดสวรรค์ก็ไม่ใจร้ายกับพวกเธอจนเกินไป เพราะมีรถตู้สุดหรูคันหนึ่งจอดทันทีที่เธอโบก “เป็นอะไร!” “ช่วยหนูด้วยค่ะ แม่หนู...” “ขึ้นมาเลย...” ชายหนุ่มที่นั่งอยู่ในรถไม่เพียงแต่บอก เพราะเขายังลงมาช่วยประคองนางมาลีขึ้นรถด้วยตัวเอง “เบาะของคุณ...” “ช่างมัน! เธอรีบขึ้นเถอะ” มาลินรีบขึ้นรถแล้วนั่งประคองมารดาเอาไว้พร้อมด้วยน้องสาวที่สะอึกสะอื้นไม่หยุด “พี่...ฮึก...แม่...ฮึก...จะตายมั้ย...” “ไม่ตาย...แม่ไม่ตาย วุ้นไม่ต้องร้องนะ” คนเป็นพี่ปลอบโยนน้องทั้ง ๆ ที่ตัวเองก็ปาดน้ำตาไม่หยุด “ลิน...ถ้าแม่ไม่รอด ลินต้องดูแลน้องนะ” “แม่...ฮึก...แม่ต้องรอดสิ ทำไมจะไม่รอด เรากำลังจะไปหาหมอนะ!” “แม่ปวดเหลือเกินลูก...ไม่คิดเลยว่าจะทรมานขนาดนี้...” เด็กสาวถอนสะอื้นเพราะสงสารมารดาจับใจ ใบหน้าที่ซีดเซียวไร้สีเลือดนั้นบ่งบอกถึงความเจ็บปวดอย่างชัดเจน “แม่อดทนนะ...นะแม่...” อคินมองผู้หญิงต่างวัยทั้งสามคนด้วยความเวทนา ยิ่งได้ยินเสียงเด็กสาวคอยพูดกับมารดาของเธอเป็นระยะให้อดทนต่อความเจ็บปวด และในขณะเดียวกันก็ยังโอบอ้อมแขนปลอบน้องสาวตัวน้อย มันก็ยิ่งทำให้เขาทั้งสงสารและชื่นชมในความเข้มแข็งของเธอ พอรถจอดสนิทที่โรงพยาบาลเด็กสาวก็รีบพามารดาลงจากรถไป และก็ได้แต่ยืนชะเง้ออยู่หน้าห้องฉุกเฉินอย่างใจจด ใจจ่อ “เธอ..” เสียงเรียกของชายหนุ่มทำให้มาลินสะดุ้งก่อนจะหันกลับไปมอง เมื่อเห็นว่าเป็นผู้ชายใจดีที่ให้เธอโดยสารมาก็รีบ ยกมือไหว้ “หนูขอบคุณนะที่คุณช่วยพาแม่หนูมาโรงพยาบาล แต่หนูไม่มีค่ารถหรือค่าเสียหายที่ทำรถคุณเลอะหรอกนะคะ” ชายหนุ่มถึงกับถอนใจพลางนึกขบขันว่าหน้าตาของเขามันดูหน้าเลือดถึงขนาดนั้นเลยหรือไง เด็กสาวมอมแมมคนนี้ถึงได้คิดว่าเขาตามมาเพื่อทวงเงินจากเธอ “ไม่ได้จะมาเอาค่าเสียหายอะไร แต่ฉันอยากช่วย นี่เงิน...เก็บไว้นะ ฉันให้ แล้วนี่นามบัตรของฉัน ถ้าขาดเหลือโทรหาฉันได้” มาลินมองสิ่งที่เขายื่นให้อย่างลังเลจนอคินต้องคะยั้นคะยอ “รับไปสิ ฉันมีธุระต้องไปต่อ” “หนูขอบคุณมาก ๆ นะคุณ” เด็กสาวยกมือประนมไหว้แล้วหยิบเงินพร้อมนามบัตรมาจากเขา “ขอให้แม่เธอหายเร็ว ๆ นะ” ชายหนุ่มส่งยิ้มอบอุ่นเป็นกำลังใจก่อนจะเดินจากไป โดยที่มาลินได้แต่ขอบคุณเขาซ้ำ ๆ อยู่ในใจ แต่คำอวยพรของผู้ชายใจดีไม่เป็นผล เพราะนอกจากจะไม่หายแล้วมารดาของเธอยังเสียชีวิตเพราะตกเลือด เธอรู้จากคุณหมอว่ามารดาของเธอใช้ยาชนิดสอดเพื่อทำแท้ง แต่ร่างกายรับไม่ไหวจึงเกิดอาการตกเลือดขั้นรุนแรง ตอนที่ทางโรงพยาบาลแจ้งข่าวร้าย เด็กสาวได้แต่กอดน้องเอาไว้แล้วร้องไห้ด้วยกัน เพราะต่อไปนี้พวกเธอจะมีกันเพียงสองคนเท่านั้น หญิงสาวเหลือบมองร่างเล็กที่นอนซุกตัวอยู่ในผ้าห่มด้วยสายตาอ่อนโยน ถึงแม้บางครั้งเธอจะเหน็ดเหนื่อยและอ้างว้าง สักแค่ไหน แต่เธอก็ต้องพยายามเข้มแข็งเพื่อปกป้องดูแลน้องตามที่มารดาสั่งเสีย “วุ้น...ลุกขึ้นมากินยาก่อน” เด็กน้อยที่ถูกปลุกให้ลุกขึ้นมากินยาตอนกลางดึกยกมือขยี้ตาอย่างง่วงงุน “อือ...” เธอไม่เคยถามว่าบิดาของเธอเป็นใคร และไม่เคยถามว่าบิดาของรินดาเป็นใคร จึงทำให้ตอนนี้เธอเหลือกันเพียงสองพี่น้องไร้ญาติขาดมิตร เพราะญาติฝั่งมารดาก็แสดงความรังเกียจชัดเจน แม้กระทั่งงานศพก็ยังไม่มีใครย่างกรายเข้ามาร่วมแสดงความอาลัยเลยสักคน แต่มาลินก็เข้มแข็งพอที่จะไม่อ้อนวอนใคร เธอหางานทำด้วยวุฒิม.ปลายที่เพิ่งจบมาหมาด ๆ และเลี้ยงน้องลำพังโดยไม่เคยขอความช่วยเหลือจากใคร “พี่ไปทำงานก่อนนะ” หญิงสาวกระซิบบอกน้องที่หลับสนิทก่อนจะเดินออกจากห้องไป เธอรู้ดีว่ามันเสี่ยงเหลือเกินที่ต้องทิ้งน้องไว้คนเดียวกลางดึก แต่จะทำยังไงได้ในเมื่อเธอไม่ได้มีทางเลือกมากนัก ... “เฮ้! มาแล้วเหรอลิน!” “อือ...พอดีวุ้นไม่สบายน่ะเลยช้าหน่อย” มาลินบอกเพื่อนร่วมงานด้วยใบหน้าที่ไม่ค่อยสดชื่นนัก “งั้นก็รีบเข้าข้างในเถอะ” อมรรัตน์ชักชวนมาลินเข้าไปด้านในคลับสุดหรูซึ่งเป็นสถานที่ที่นักท่องราตรีมีระดับต่างรู้ว่า คลับแห่งนี้ไม่ได้มีดีแค่เหล้าหรือเสียงเพลงสุดคลาสสิก แต่ยังมีหญิงสาวพรีเมียมให้ผู้ชายที่ทั้งโสดและไม่โสดได้คลายเหงา มาลินนึกสะท้อนใจทุกครั้งเมื่อคิดไปว่าชีวิตของเธอมันจะไม่มีวันพ้นไปจากวงจรนี้ได้เลยอย่างนั้นหรือ งานกลางคืนที่ต้องคลุกคลีอยู่กับเรื่องคาวโลกีย์ เป็นสิ่งที่เธออยากหลีกเลี่ยง แต่ก็ไม่สามารถทำได้ เพราะค่าตอบแทนที่มากกว่างานอื่นเป็นสิ่งที่ทำให้เธอต้องอดทน “ไปสิ!” “เออ! ไป ๆ ” มาลินและอมรรัตน์ได้ดูแลแขกวีไอพีโต๊ะใหญ่ร่วมกัน ที่นี่นอกจากจะคัดสรรผู้หญิงที่หน้าตาดีมาทำงานอย่างว่าแล้ว เด็กเสิร์ฟอย่างพวกเธอก็ต้องถูกเลือกเช่นเดียวกัน ถึงแม้จะไม่มีหน้าที่เปลืองตัวกับแขกก็ตาม “น้อง...ทางนี้หน่อย” เสียงเรียกนั้นดึงสติของมาลินให้กลับมาจดจ่ออยู่กับงานตรงหน้า แล้วรีบเดินอ้อมโต๊ะไปหาคนที่เรียกเธอทันที แต่เมื่อเข้าไปใกล้หัวใจก็ต้องเต้นแรง เพราะเขาคือคนที่เคยช่วยรับมารดาเธอขึ้นรถเมื่อสองปีก่อน “ไปเอา...” ชายหนุ่มบอกให้มาลินไปเอาเหล้าที่แรงกว่าที่เขาดื่มอยู่ แต่ดูจากการพูดที่อ้อแอ้ของเขาแล้ว ทำให้เธอนึกห่วงใยจึงยืนลังเล “ไปเอามาสิ!” “คือ...” “ไปเอาเหล้ามาให้เพื่อนพี่...วันนี้เรามาช่วยไอ้คินมันดื่มเพื่อลืมเธอหน่อยโว้ย!” เฮ! ผู้ชายหลายคนที่อยู่ในโต๊ะประสานเสียงกันโห่ร้องจนอคินร้องห้ามเสียงอ้อแอ้ “พอ...พอเลย ฉันไม่ได้อกหักโว้ย! น้องอัญขอเวลาตัดสินใจ ไม่ได้ปฏิเสธฉันสักหน่อย” “เออ! ยังก็ยัง! ไปน้อง...ไปเอาเหล้าที่เพื่อนพี่สั่งมาเร็ว ๆ ” มาลินพยักหน้าและเดินไปเบิกของที่ลูกค้าต้องการ เธอนึกอยากจะแนะนำตัว และขอบคุณเขาอีกสักครั้ง แต่สถานการณ์เช่นนี้คงไม่เหมาะสม อีกอย่างชายหนุ่มก็ดูเมามายจึงนึกกลัวว่าเขาจะจำเธอไม่ได้ หากพูดอะไรไปอาจจะ หน้าแตกเสียเปล่า เธอได้แต่ทำหน้าที่ของตัวเองพลางลอบมองใบหน้าหล่อเหลาของอคินเป็นระยะ ถึงแม้ในคลับจะมีเพียงแสงสลัว แต่ในความรู้สึกของเธอเขาก็ยังดูโดดเด่น มาลินแอบสงสารเมื่อเห็นดวงตาคู่คมมีแววเศร้าหมอง มันทำให้เธอนึกสงสัยว่าผู้หญิงคนไหนกันที่ปฏิเสธเขาได้ลง ... มาลินกลับบ้านหลังจากคลับปิดแล้วนึกภาวนาในใจให้ได้พบกับอคินอีกในวันหน้า เธอยังอยากขอบคุณเขาอีกสักครั้ง แต่ก็ไม่กล้าโทรไปที่เบอร์โทรในนามบัตร รอยยิ้มอบอุ่นของเขามันยังคงติดตรึงอยู่ในความทรงจำ นี่คงเป็นจริงอย่างที่ใคร ๆ พูดกัน ว่าถ้าหากใครยื่นมือเข้ามาช่วยในยามที่เราลำบาก เรามักจะจำได้ไม่ลืม เพราะมาลินเองก็จดจำทุกอย่างเกี่ยวกับเขาได้ ถึงแม้จะเจอกันเพียงช่วงเวลาสั้น ๆ ก็ตาม “ตีหนึ่ง...” หญิงสาวพึมพำในขณะที่เพ่งมองนาฬิการาคาถูกที่ข้อมือของตัวเอง จากนั้นจึงเร่งฝีเท้าให้เร็วขึ้นเพื่อกลับไปยังห้องเช่า สิ่งแรกที่เธอทำทันทีที่กลับมาถึงนั่นก็คือใช้หลังมือ อังหน้าผากเล็กของน้องเพื่อวัดอุณหภูมิ “ทำไมตัวร้อนขนาดนี้ล่ะ! ยาลดไข้ไม่ได้ช่วยอะไรเลยเหรอเนี่ย!” เธอตัดสินใจอุ้มน้องไปเรียกลุงข้างบ้าน และขอความช่วยเหลือให้พาไปโรงพยาบาล ซึ่งเพื่อนบ้านก็รีบนำรถออกอย่างรวดเร็ว “เอ็งไม่ได้เช็ดตัวให้มันบ้างเลยเหรอถึงไข้ขึ้นขนาดนี้” “หนูไปทำงานจ้ะเพิ่งกลับมา วันนี้ป้าแมวเขาไม่ได้มานอนเฝ้า วุ้นเลยนอนอยู่ที่ห้องคนเดียว” “เอ้อ...เอ็งก็ปล่อยมันนอนคนเดียวได้เนอะ! ทีหลังถ้าไม่มีใครเอามาฝากไว้บ้านลุงนะ อย่าปล่อยน้องไว้คนเดียว” “จ้ะ” รถออกมายังไม่ทันพ้นปากซอยมาลินก็ร้องเสียงดังด้วยความตกใจ “ลุง! ลุง!” “เฮ้ย! มันไข้ขึ้นจนชักแล้วหาอะไรให้มันกัดเร็ว!” ลุงอ้วนรีบเร่งความเร็วเมื่อเด็กหญิงมีอาการชักเกร็งเพราะพิษไข้ และด้วยเป็นสถานการณ์ฉุกเฉินจึงเลี้ยวเข้าโรงพยาบาลแรกที่ใกล้ที่สุดเพื่อส่งตัวดารินเข้ารักษา

editor-pick
Dreame-Editor's pick

bc

เมื่อฉันแอบรักซุปตาร์นายเอกซีรีส์วาย

read
18.8K
bc

ร่านรัก จักรพรรดินี

read
1.9K
bc

กลับมาเกิดเป็นฮูหยินวิปลาส

read
3.4K
bc

หัวใจที่โหยหา

read
1.0K
bc

หัวใจซ่อนรัก(เฮียเดย์)

read
48.4K
bc

Passionate Love รักสุดใจนายขี้อ่อย 20+

read
33.9K
bc

รอยแค้นแห่งรัก

read
55.6K

Scan code to download app

download_iosApp Store
google icon
Google Play
Facebook