ตอนที่ 11 โจวกุ้ยเฟย

1695 Words
ตอนที่ 11 โจวกุ้ยเฟย โจวกุ้ยเฟย ตำแหน่งสูงกว่าเสียเฟยทอดกายอยู่บนตั่งไม้ ข้างกายมีนางกำนัลกำลังรับใช้ปรนนิบัติมิขาดตกบกพร่อง นางได้ยินข่าวนี้แล้ว ย่อมเบิกบานใจยิ่งนัก ด้วยเพราะนางและเสียนเฟยมิได้ลงรอยกันสักเท่าไหร่ ยามนี้หากอีกฝ่ายรับโทษจะสาแก่ใจนางยิ่งนัก เมื่อใคร่ครวญอย่างรอบคอบแล้ว นางจึงกวักมือเรียกองค์หญิงสี่ “ไปกับแม่ที่ตำหนักเหวินหนิง” “เหตุใดลูกจะต้องไปตำหนักของฮองเฮาด้วยเพคะ” องค์หญิงสี่เป่ยซูหลิว มีสีหน้าไม่พอใจยิ่งนัก นั่นเพราะว่าพระมารดาผู้นั้นมักตำหนิติเตียนบ่อยครั้ง นางจึงไม่ชมชอบ “แม่บอกก็ต้องเชื่อแม่สิ ไปดูอะไรสนุก ๆ กัน” โจวกุ้ยเฟยไม่รอช้า จับจูงมือองค์หญิงสี่เรียกได้ว่าคล้าย ๆ ลากเป่ยซูหลิวไปด้วยถึงจะถูก “ท่านแม่มีอะไรสนุก ๆ หรือขอรับ” แฝดน้องของเป่ยซูหลิวเอ่ยสอบถาม ในมือยังถือกระบี่เอาไว้ ใบหน้าชุ่มไปด้วยเหงื่อ “สือเอ๋อร์ อย่าชักช้าไปดูสิว่า ตาแก่เสียนนั่นจะมีโทษสถานใดกัน” โจวกุ้ยเฟยเบิกบานใจยิ่งนัก ยังไม่ปล่อยข้อมือองค์หญิงสี่ แต่กำชับองค์ชายห้าให้ไปสืบข่าวเสียแล้ว “เหตุใดท่านแม่จะต้องไปยุ่งเรื่องของนางด้วยเล่าขอรับ” เป่ยซูสือสอบถาม เห็นว่าไม่สมควรอย่างยิ่ง เพราะไม่อยากมีเรื่องชวนปวดหัว เขาอยากอยู่นอกวังหลวงจะแย่ แต่มารดามักขัดขวางเสมอ “สือเอ๋อร์ แม่บอกอันใดเจ้าไปทำก็พอแล้ว” น้ำเสียงแข็งกระด้างแววตาดุดันยิ่งนัก ชักสีหน้าไม่พอใจเล็กน้อย “ขอรับท่านแม่” องค์ชายห้าเดินคอตกออกจากห้องโถงใหญ่ในตำหนักสืออวี้ เขาเป็นแฝดน้องขององค์หญิงสี่ อายุเพิ่งสิบห้าปียังไม่มีคู่หมั้นคู่หมาย แต่แอบชมชอบคุณหนูจางตั้งแต่ที่ศึกษาอยู่ในสำนักศึกษาหลวง ทว่าหญิงสาวผู้นั้นมีชายในดวงใจแล้ว ซึ่งเป็นองค์ชายสาม แต่เมื่อคืนที่ผ่านมา นางกลับมีใจให้กับพี่ใหญ่ ซึ่งมีตำแหน่งเป็นถึงองค์รัชทายาท ทำให้เขาแปลกใจยิ่งนัก โจวกุ้ยเฟยเดินมาถึงตำหนักเหวินหนิงแล้ว แต่ก็ไม่ได้เข้าไปข้างใน กลับแอบลอบมองอยู่ไกล ๆ ก็พบว่าเสียนเฟยยังคงนั่งคุกเข่าอยู่บนพื้น แก้มทั้งสองข้างอาบไปด้วยน้ำตา คงถูกเสิ่นฮองเฮาตำหนิยกใหญ่ “เจ้าคิดจะทำอันใด กล้าเหิมเกริมถึงขั้นจะเข้าเฝ้าฝ่าบาทหรือ” เสิ่นฮองเฮาเดือดดาลยิ่งนัก “คุกเข่าสำนึกผิด ควรยับยั้งชั่งใจบ้างว่าอะไรควรมิควร” “แต่ว่าพี่หญิง” เสียเฟยน้ำตาอาบแก้ม สะอึกสะอื้นปวดร้าวยิ่งนัก เมื่อบิดาของนางถูกลงโทษโบยห้าสิบไม้ งดเบี้ยหวัดสามปียังยึดทรัพย์คืนกองคลังอีกหนึ่งร้อยตำลึงทอง ยามนี้ตระกูลเสียนกำลังตกต่ำแล้ว “ไม่ต้องมาแต่ เป็นแผนของเจ้าไม่ใช่รึ คิดสาดโคลนให้หลานสาวของข้า จงระวังให้ดี หากมีอะไรเกิดขึ้นอีกแม้แต่น้อยนิด ข้าจะไม่ละเว้นเจ้า” เสิ่นฮองเฮาข่มขู่เสียนเฟย เพราะนางมีตำแหน่งสูงกว่าซ้ำยังมีอำนาจเต็มที่ในวังหลัง ดังแล้วเรื่องนี้เกี่ยวกับหลานสาวโดยตรง แล้วนางจะปล่อยให้เสียนเฟยหลุดมือไปได้ง่าย ๆ ย่อมไม่ใช่เสิ่นฟางเซียน “น้องมิเคยคิดเยี่ยงนั้นเลยเพคะ พี่หญิงโปรดเมตตาน้องสักครั้ง” เสียนเฟยแก้ต่าง เพราะยามนี้กำลังอับจนหนทางไร้ทางต่อสู้กับหวงโฮ่แล้ว ดวงตาของนางเต็มไปด้วยน้ำตาแห่งความปวดร้าว แต่แอบซ่อนความเคียดแค้นชิงชังเอาไว้ บัดนี้ต้องก้มหน้ารับชะตาอันแสนเลวร้ายต่อไป “เมตตารึ เหตุใดเจ้าจึงให้ข้าเมตตาด้วยเล่า เป็นเจ้าเองมิใช่หรือที่วางแผนใส่ร้ายป้ายสีหลานสาวของข้า” น้ำเสียงเนิบนาบ แววตาเยียบเย็นหนาวเหน็บสะท้านกาย หากให้นางออกโรงแล้วละก็ มิมีผู้ใดกล้าล่วงเกินหรือเอ่ยปากห้าม แม้กระทั่งหวงตี้ยังปล่อยให้เป็นหน้าที่ของนางสั่งสอนเหล่าพระสนมผู้ถือดีทั้งหลายให้รู้จักเข็ดหลาบ “ต่อไปนี้น้องจะไม่ยุ่งเกี่ยวกับคุณหนูจางอีกแล้ว พี่สาวโปรดอภัยให้ข้าด้วยเถิดเจ้าค่ะ” เสียนเฟยเอ่ยวิงวอนขอร้อง นางยอมละทิ้งศักดิ์ศรีเพื่อการใหญ่ โจวกุ้ยเฟยยิ้มเยาะหัวเราะเบา ๆ อยู่ด้านนอก เมื่อพบว่าเสียนเฟยมีสีหน้ากล้ำกลืนฝืนทนเพียงใด แม้ว่าจะแอบมาซุ่มดูแต่ก็อยู่ในสายตาของเสิ่นฟางเซียน ขณะที่กำลังแอบดูอยู่กลับพบว่าแววตาของฮองเฮามีแต่เพลิงโทสะอยู่ในดวงตาคู่สวย “ท่านแม่แอบดูพอใจหรือยังเจ้าคะ หากยังขืนเป็นเช่นนี้...” พูดยังไม่ทันจบประโยค นางกำนัลจึงเดินออกมาเชิญสตรีสูงศักดิ์ทั้งสองเข้าไปด้านในตำหนัก เป่ยซูหลิวยิ้มแห้ง “เปิ่นกงมีธุระขอตัวก่อน” นางจะเข้าไปให้โง่นะสิ ยามนี้ฮองเฮาอารมณ์ไม่ดี ขืนเดินเข้าไปมีหวังได้ถูกนางสั่งสอนจนหูชาเป็นแน่ “เอ่อ...” โจวกุ้ยเฟยหน้าถอดสี ลูกสาวตัวดีไม่รั้งอยู่ข้างกายแล้ว รีบวิ่งพรวด ๆ หนีไปอย่างเร่งรีบ ปล่อยให้มารดาเผชิญชะตากรรมอยู่เพียงลำพัง “มาถึงเหตุใดไม่เข้า รึว่าอยากให้พี่หญิงเดินออกไปต้อนรับ!” นางชักสีหน้าพร้อมกับเอ่ยวาจาแดกดันพระสนมผู้ถือดี โจวกุ้ยเฟยนั้นมีความสำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่านาง ซ้ำร้ายยังเป็นคนรักของฮ่องเต้อีกด้วย แม้ว่าอำนาจของนางจะเหนือกว่า แต่นางก็ยังด้อยกว่าโจวกุ้ยเฟยหลายขุม “พี่สาว ข้าเพียงแค่เดินผ่านมาเท่านั้นเองเจ้าคะ” ถ้อยคำเรียกขาน พี่สาว น้องสาว คล้ายว่าสนิทสนมชิดเชื้อ แต่เปล่าเลยพวกนางล้วนอยากอยู่ในตำแหน่งมารดาแผ่นดิน กระทั่งโจวกุ้ยเฟยยังอยากแย่งชิงตำแหน่งนี้มาครอบครอง แต่แล้วนางก็ถูกหมายหัวเอาไว้ จึงทำได้แค่แอบซ่อนเคี้ยวเล็บรอวันที่ตำแหน่งนี้จะเป็นของนาง เสิ่นฮองเฮาฉายแววประหลาดใจนัก หลายเดือนมานี้โจวกุ้ยเฟยสงบเสงี่ยมมิได้ออกจากตำหนัก “ข้านึกว่าชาตินี้คงไม่ได้พบเจ้าเสียแล้ว” “เหตุใดพี่สาวจึงกล่าววาจาแสนร้ายกาจเยี่ยงนี้เจ้าคะ” นางแสร้งบีบน้ำตากลายเป็นสตรีอ่อนแอไร้หนทางต่อสู้ เพื่อให้ข่าวนี้ลอยเข้าหูของเป่ยเฟิ่งหวง หวังว่าเขาจะกลับมารักนางเหมือนวันวานที่ผ่านมา “เอาละ เจ้ามาที่ตำหนักของข้า มีธุระอันใดหรือไม่” เสิ่นฟางเซียนสีหน้าเรียบเฉยแผ่กลิ่นอายดุดันออกมาอย่างต่อเนื่องไม่พอใจยิ่งนักเพราะนางมิชมชอบสตรีตีสองหน้าเสแสร้งแกล้งทำเป็นอ่อนแอและอ่อนหวาน แต่ลับหลังกลับถือกริชหวังจะทิ่มแทงได้ทุกเมื่อที่มีโอกาส เสียนเฟยยังคงคุกเข่าอยู่บนพื้นผูกใจเจ็บหวังจะชำระหนี้อายได้สักวัน ส่วนโจวกุ้ยเฟยออกจากตำหนักคงไม่มีสิ่งใดคงมาเยาะเย้ยถากถางนางนะสิ ส่วนโจวกุ้ยเฟยทำทีเป็นนั่งลงบนเก้าอี้ นางกำนัลนำน้ำชาและขนมมาถวาย ไหน ๆ มาถึงแล้วจะขอดูว่าเสิ่นฮองเฮาจะลงโทษเสียนเฟยอย่างไร จึงเอ่ยขึ้นว่า “น้องได้ข่าวว่าเสียนเฟยบุกท้องพระโรง อ้อนวอนฝ่าบาทอภัยให้ใต้เท้าเสียน” “แล้วอย่างไร” เสิ่นฮองเฮาถามต่อ แววตาเยียบเย็นยิ่งนัก “อย่างไรเจ้าคะ เรื่องนี้เห็นทีว่าพี่สาวย่อมต้องลงโทษให้หนักอย่าได้เป็นเยี่ยงอย่าง” ช่างร้ายกาจยิ่งนัก ตำแหน่งนี้ควรเป็นของนางแต่กลับตกมาอยู่ในมือของเสิ่นฟางเซียนเสียนี่ จะไม่ให้นางเจ็บปวดและแค้นใจได้อย่างไรกัน “ใช่ ข้าย่อมลงโทษให้หนัก ข้าไม่ลืมว่าผู้ใดลอบทำร้ายข้า หากจับได้ข้าจะสั่งตัดหัวพวกมันทั้งตระกูล” เสิ่นฟางเซียนกระแทกเสียงดัง จ้องเขม็งไม่วางตาเมื่อสบโอกาสนางจึงไม่รีรออีกต่อไป เพล้ง! ถ้วยน้ำชาหลุดมือทันใด เมื่อเสิ่นฮองเฮาเอ่ยถึงเรื่องลอบสังหาร นางตระหนกตกใจจึงทำให้ถ้วยน้ำชาหลุดมือลงบนพื้นและมันแตกออกเป็นเสี่ยง ๆ เสิ่นฟางเซียนยิ้มเล็กน้อย แววตาเปี่ยมไปด้วยความเจ้าเล่ห์แสนร้าย จึงเอ่ยวาจากระทบกระแทกอย่างจงใจแก่โจวกุ้ยเฟย “มือเจ้าไร้เรี่ยวแรงถึงเพียงนี้ รีบกลับไปพักผ่อนเถิด ประเดี๋ยวฝ่าบาทจะเข้าใจผิดคิดว่าข้า… วางยาพิษในน้ำชาของเจ้า” “พี่สาวมิใช่สตรีจิตใจโหดเหี้ยม” โจวกุ้ยเฟยระบายยิ้มอ่อน แต่แววตาของนางนั้นแฝงไปด้วยความอำมหิตอยู่หลายส่วน หากมิใช่เพราะฮูหยินแม่ทัพจางช่วยเหลือเสิ่นฟางเซียนเอาไว้ จึงทำให้เสิ่นฮองเฮาระแวดระวังตัวมากขึ้น เพิ่มการคุ้มกันอย่างแน่นหนาทำให้ไม่มีโอกาสได้ลงมือ ซ้ำหวงตี้ยังตีตัวออกหากไม่เหมือนดั่งวันวานอีกแล้ว จะไม่ให้นางโกรธแค้นได้อย่างไรกันแผนการที่วางเอาไว้ล้มครืนไม่เป็นท่า “ถ้าข้าโหดเหี้ยมได้สักครึ่งหนึ่งของพวกชั่วช้านั่นก็คงดี ป่านนี้พวกสารเลวนั่นคงถูกข้าสั่งประหารทั้งตระกูลไปแล้ว ไม่หลงเหลือให้รำคาญลูกตา” “พี่หญิงทราบหรือเจ้าคะ ว่าเป็นผู้ใดลงมือ” โจวกุ้ยเฟยแสร้งสอบถาม แต่ภายในอกกลับมิได้ตื่นเต้นจนเกินไปนัก จดจ้องใบหน้าสตรีสูงส่งด้วยอำนาจของวังหลัง เสิ่นฮองเฮากดยิ้มส่งเสียงเนิบนาบว่า “เหตุใดจะไม่รู้เล่า อสรพิษตัวนี้สักวันข้าจะตีหลังมันให้หัก!”
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD