
Intro
ประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาเตือนทั่วพื้นที่ในกรุงเทพฯและปริมณฑลให้ระวังมีฝนตกหนักและให้เฝ้าระวังน้ำท่วมขังในบางพื้นที่รวมถึงการขับขี่ยานพาหนะบนท้องถนนในช่วงที่ฝนตก
เสียงประกาศเตือนจากวิทยุในรถก็ไม่อาจกลบเสียงฝนที่กำลังกระหน่ำเทลงมาใส่หลังคารถบีเอ็มดับเบิลยูสีดำที่จอดติดไฟจราจรอยู่กลางสี่แยกทางที่จะเลี้ยวเข้าหมู่บ้านได้
มิกซ์ ผู้ชายร่างสูงวัยยี่สิบสองปีมือขวาคนสนิทของมาเฟียเงยหน้ามองกระจกมองหลัง ดวงตาหม่นแสงสะท้อนถึงความโศกเศร้าของคนที่เขากำลังจ้องผ่านกระจกยังปรากฏให้เห็นอยู่บ่อยครั้งจนไม่อาจเลี่ยงความเวทนาในใจเขาได้
“นายน้อยอยากแวะซื้ออะไรก่อนถึงบ้านไหมครับ” มิกซ์เอ่ยถามว่าที่เจ้านายเขาในอนาคตผ่านน้ำเสียงทุ้มต่ำ ทว่าเด็กชายวัยสิบขวบกลับเบือนหน้าไปมองนอกกระจก ใบหน้าจิ้มลิ้มไร้รอยยิ้มสดใส รอยยิ้มควรจะปรากฏบนใบหน้าของเด็กวัยกำลังซนกลับเลือนหายไป
“พ่อโทรหานายบ้างไหม”
“นายใหญ่ทำธุระยังไม่เสร็จครับ ผมเองก็ติดต่อไม่ได้เหมือนกัน” มิกซ์ให้คำตอบกับเขา และปลอบโยนเขาในคราวเดียวกัน น้ำเสียงที่เปล่งออกมาไร้ความหวังจนน่าหดหู่ใจ พอมองออกไปนอกกระจกรถก็ยิ่งรู้สึกว้าเหว่ ท้องฟ้ามืดครึ้มไร้แสง
“กลับบ้านเถอะ ผมไม่มีอะไรจะซื้อ” เด็กชายกล่าวพร้อมกับหันมามองหน้าลูกน้อง มุมปากเขาเหมือนจะบิดยิ้มบาง ๆ แต่มิกซ์คงคาดหวังและจินตนาการไปเองว่าเจ้านายตัวน้อยเขายิ้มอยู่
“ครับ”
นานหลายนาทีที่ภายในรถถูกปกคลุมด้วยความเงียบ แม้แต่เพลงภายในรถก็ถูกห้ามไม่ให้เปิด เพราะเจ้านายตัวน้อยไม่ชอบฟังเพลงเศร้าหรือเพลงทุกชนิด เขาเป็นคนเงียบขรึมต่างจากเด็กในวัยเดียวกันที่กำลังเล่นซุกซนตามประสา
ไคเลอร์ เป็นเด็กที่ถูกเลี้ยงมาโดยมาเฟียตั้งแต่เกิดจนถึงตอนนี้ การเลี้ยงดูจึงแตกต่างจากครอบครัวอื่นมาก ในวันหยุดเด็กคนอื่นที่อยู่ในชั้นเรียนเดียวกับเขามักถูกพาไปเที่ยวในสถานที่ต่าง ๆ แต่ไคเลอร์ต้องเรียนพิเศษอยู่ที่บ้านโดยมีครูมาสอนถึงที่จนบางครั้งมิกซ์ก็อดสงสารไม่ได้ที่ไคเลอร์ไม่ได้ใช้ชีวิตในวัยเด็กอย่างที่ควรจะเป็น
เขาถูกเลี้ยงมาให้เข้มแข็งและต้องแข็งแกร่ง จนชีวิตมีหลุมดำขนาดใหญ่ที่กลบยังไงก็ไม่มีวันตื้นขึ้นหรือหายไปจากใจเขา
“เชิญครับนายน้อย” มิกซ์เปิดประตูให้เจ้านายตัวน้อยพร้อมกับหันไปพยักหน้าให้ลูกน้องนำรถไปเก็บ วันนี้ที่บ้านเงียบจนผิดสังเกต ปกตินายหญิงเธอจะลงมายืนรอลูกอยู่หน้าบ้าน แต่วันนี้กลับไม่เห็นแม้เงา ฝนตกฟ้าร้องทำให้บรรยากาศภายในบ้านดูอึมครึมและหดหู่ใจมากกว่าเดิม
บ้านที่ไร้ซึ่งความอบอุ่นและความรัก
“ผมอยากไปนอนเล่นที่ห้องมิกซ์” ไคเลอร์เอ่ยบอกความต้องการโดยหลีกเลี่ยงที่จะขึ้นไปหาแม่บนชั้นสอง ห้องนอนกว้างใหญ่สุขสบายกาย มีเครื่องใช้ทุกอย่างครบครันแต่นั่นกลับทำให้เขารู้สึกเดียวดายจนไม่อยากอยู่ในนั้น แต่กลับกัน ห้องนอนแคบ ๆ มีเพียงเตียงนอนขนาดสามจุดหน้าฟุตกับตู้เสื้อผ้าหนึ่งหลังกลับทำให้ไคเลอร์รู้สึกอบอุ่นและปลอดภัย เขายกให้ห้องนอนของมิกซ์เป็นพื้นที่หลบซ่อนจากความกลัวหลายอย่างที่ไม่อาจแสดงให้ใครเห็นได้
“ไม่ขึ้นไปหานายหญิงหน่อยเหรอครับ เผื่อท่านกำลังรอนายน้อยอยู่” คำพูดของมิกซ์ไม่เป็นผลกับไคเลอร์ เด็กชายเดินตรงไปยังห้องพักโดยที่เจ้าของห้องก็เดินตามมาติด ๆ เขาไม่เคยห้ามปรามที่ไคเลอร์มานอนเล่นอยู่ในห้องตัวเองแบบนี้ แต่รู้สึกเห็นใจและสงสารมากกว่า เรื่องครอบครัวของเจ้านายเขาก็พอรู้อยู่บ้าง แต่เขาก็ไม่ก้าวเข้าไปยุ่ง
“คืนนี้ผมนอนที่นี่ได้ไหม”
“หากอยู่ที่นี่แล้วสบายใจก็อยู่ได้ครับ แต่...”
“…” ไคเลอร์หันหลังให้มิกซ์ทันทีพร้อมกับหยิบหนังสือออกมาอ่าน การกระทำเจ้านายตัวน้อยบอกชัดแล้วว่าไม่อยากให้เขาพูดถึงนายหญิงกับนายใหญ่ ไคเลอร์มักมานอนพักที่ห้องเขาอยู่บ่อยครั้งคล้ายว่าพื้นที่ในห้องสี่เหลี่ยมแคบ ๆ แห่งนี้เป็นเหมือนเปลือกไข่บาง ๆ ที่ห่อหุ้มตัวอ่อนป้องกันอันตรายและไคเลอร์คือตัวอ่อนที่ต้องได้รับการปกป้องอย่างดี
“นายครับ นายหญิง...” พยายามโน้มน้าวใจแล้วแต่เหมือนไม่เป็นผลเลย ลูกน้องหนุ่มถอนหายใจยาวอย่างปลงตก
“ผมจะไปก็ต่อเมื่ออ่านหนังสือจบ”
มิกซ์จ้องหนังสือเล่มหนาที่ไคเลอร์หยิบออกมาอ่านแล้วเบือนหน้าหนี หนังสือหรือพระไตรปิฎก เล่มหนากว่าถนนลาดยางมะตอยในประเทศไทยอีก
“แต่ท่านน่าจะรอนายน้อยอยู่นะครับ ไปหาท่านสักเดี๋ยวเถอะนะครับ” มิกซ์พยายามอีกครั้ง แม้รู้ว่าไม่อาจโน้มน้าวไคเลอร์ให้ขึ้นไปหาแม่ได้ มูลเหตุทั้งหมดเขาก็พอรู้มาบ้างและรับรู้มาโดยตลอดว่านายหญิงกับนายใหญ่มีปัญหากันและคนที่ได้รับผลกระทบเรื่องนี้เต็ม ๆ คือไคเลอร์
“…” เด็กชายเดินออกมาจากห้องลูกน้องหนุ่มแล้วขึ้นไปหาแม่ตัวเองที่อยู่ในห้องนอนใหญ่ชั้นสอง
เท้าที่ยังสวมถุงเท้านักเรียนพื้นสีเทาหยุดชะงักเพราะกลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งลอยมาแตะจมูก ทั้งกลิ่นบุหรี่และแอลกอฮอล์ตีกันจนไคเลอร์ต้องรีบเดินผ่านจุดนั้นไปที่ห้องนอนด้านในสุด พอมาถึงเขาก็ชะงักกว่าเดิม ร่างกายหยุดนิ่งกับภาพแม่ที่นั่งพิงเตียงนอนจมกองเลือดอยู่
“เครย์...” ภาพตรงหน้าทำให้ไคเลอร์แน่นิ่งไปชั่วขณะ เด็กชายทั้งอึ้งทั้งตกใจจนไม่รู้จะทำอย่างใดต่อ ร่างผอมเปียกโชกด้วยเหงื่อและเลือดที่ไหลออกมาจากข้อมือมารดากำลังทำเขาขวัญผวา
“แม่...” น้ำเสียงที่เปล่งออกไปแผ่วเบาตามความกลัว ทั้งอยากถอยออกมาทั้งอยากเดินเข้าไปหา ความรู้สึกก้ำกึ่งจนเริ่มสับสน นัยน์ตาฉายความกลัวชัดเจน
“พ่อแกทิ้งแม่ไป พ่อแกไปมีผู้หญิงคนใหม่...จำเอาไว้นะเครย์”
“…” ไคเลอร์กลืนน้ำลายเหนียว ๆ ลงคอ
“แกอย่ามีความรัก เพราะความรักแม่ถึงเป็นแบบนี้” เขามองดูภาพตรงหน้าด้วยความไม่เข้าใจว่าสิ่งที่แม่กำลังเอ่ยหมายความว่ายังไง “จำเอาไว้ พ่อแกมันเลวกว่าสัตว์นรกตัวไหน มักมาก...ทิ้งแกกับแม่ไปหาอีนางนั่น!”
“พ่อรักแม่” เขาพยายามหาเหตุผลมาโต้แย้งในสิ่งที่แม่กำลังพูดแม้จะไม่เข้าใจว่า ‘ความรัก’ ที่แม่บอกมานั้นมันเหมือนความรักที่เขามีให้พ่อกับแม่ไหม
“รัก...นี่คือความรักที่พ่อแกมีให้ฉันเหรอ”
“…”
“ผู้ชายมักมากอย่างพ่อแกมันไม่จบแค่นี้หรอก”
“…”
“ช่วยแม่ได้ไหม”
“…” เด็กหนุ่มจ้องนัยน์ตาแม่และยืนนิ่งงัน มือเปื้อนเลือดชี้ไปที่ตู้ลิ้นชัก

