@ผับ
ในผับแห่งหนึ่งที่มีแสงสีเสียงปลุกเร้าอารมณ์ของผีเสื้อราตรีทั้งชายและหญิงให้ออกมาโลดเต้นตามอารมณ์ ที่มีฤทธิ์ของแอลกอฮอล์ในร่างกาย ฉันที่นั่งอยู่โซน VIP ชั้นบนได้แต่มองพวกเขาเหล่านั้นด้วยความอิจฉา หากฉันไม่กลัวเป็นข่าวคงไปร่วมวงโชว์สเตปเท้าไฟของฉันแล้ว ก้มมองนาฬิกาที่ตอนนี้บอกว่ามันถึงเวลาที่ต้องกลับบ้านแล้ว แต่ก่อนที่ฉันจะตัดสินใจลุกก็ไม่ลืมหันไปมองขวดสีอำพันที่วางเรียงกันอยู่ตรงหน้า บอกก่อนตรงนี้เลยว่าฉันไม่ใช่คนคอแข็งอะไร เผลอ ๆ คออ่อนด้วยซ้ำ ไม่รู้เหมือนกันว่าตัวเองกินไปได้ไงคนเดียว 5 ขวด ปกติฉันกินไม่เกิน 3 ขวดก็ไม่ไหวแล้ว อยู่ ๆ ก็รู้สึกเมาขึ้นมาทันทีทั้งที่ก่อนหน้านี้ยังดี ๆ อยู่เลย พยายามพุงตัวเองให้ลุกขึ้นถึงแม้จะล้มไปหลายทีก็ตาม ตั้งสติมองตรงไปข้างหน้าก่อนจะค่อย ๆ เดินออกไป ให้ตาย!! แผ่นดินไหวเนี่ย
ตุ๊บบบ!
ถึงแม้พาตัวเองออกจากผับได้อย่างปลอดภัยแต่ฉันก็มาเดินชนกับใครบางคน ร่างสูงใหญ่ แถมกลิ่นตัวยังหอมชื่นใจ มือของฉันทั้งสองข้างเกาะไหล่หนาเอาไว้แน่นเพื่อหาที่ยึดไม่ให้ตัวเองล้ม
“.....” ฉันเงยมองคนตัวสูงที่ขมวดคิ้วเป็นปมอย่างไม่สบอารมณ์
“หล่อจัง”
มือที่เกาะไหล่เขาไว้ตอนแรกเลื่อน ไปจับใบหน้าเขาแทน ซึ่งเขาเองก็ทำทีเหมือนจะหลบแต่ก็ไม่ทัน
“ธะ เธอ!”
“คาลวิน”
อยู่ ๆ ฉันก็เอ่ยชื่อ ไม่รู้ว่าทำไมถึงพูดออกไปอาจเป็นเพราะฉันจำเขาได้แม่นตั้งแต่วันนั้น
“!!”
“ไปส่งหน่อยสิ”
“เป็นบ้าอะไรของเธอ เมาแล้วก็เรียกแท็กซี่กลับเอง” เขาปฏิเสธแทบจะทันทีพร้อมดันฉันออกห่างอย่างไม่ใยดี
“....”
ก็รู้อยู่หรอกว่าโลกเรามันหมุนรอบตัว แต่ไม่คิดว่าจะหมุนเร็วขนาดนี้ มึนหัวไปหมด
“ยืนดี ๆ ดิ! เซไปเซมา”
“โอเค ยืนดี ๆ ”
ฉันรีบเอามือทั้งสองข้างแนวชิดติดลำตัวเพื่อให้ตัวเองไม่เซอย่างที่เขาบอก เมื่อเห็นแบบนั้นเขาทำท่ากำลังเดินผ่านไปอย่างไม่สนใจ เร็วกว่าความคิดฉันรีบคว้ามือของคาลวินไว้เพื่อไม่ให้เขาไป เมื่อเห็นว่าเขาทำท่าทางไม่พอใจ จิ๊ปากจิ๊คออย่างไม่สมอารมณ์ หัวใจของฉันที่เต้นตุบ ๆ สั่งให้ฉันรีบเข้าจูบเขาอย่างเร็ว ใช่แล้ว ฟังกันไม่ผิดหรอกค่ะ ฉันควบคุมตัวไปไม่ได้ เป็นบ้าไปแล้วหรือไงก็ไม่รู้ ฉันยื่นหน้าเข้าไปประกบริมฝีปากของเขาอย่างเร็วราวกับว่ากลัวเขาหายไปไหน
“อื้มมมม!”
ทว่า...ทุกอย่างกลับผิดคาด ดูเหมือนเขาเองก็จะชอบใจ ดันตัวฉันออกก่อนจะจับให้ฉันถอยไปชนกับผนังที่มีหลอดไฟสีส้มติดอยู่ข้างบนเพดาน นั้นยิ่งทำให้เห็นใบหน้าอันหล่อเหลาของคาลวินได้ชัดเจน ฉันมองเขานิ่งพรางคิดในใจว่า...หากคืนนี้เราทั้งสองจบที่เตียง ฉันจะมีความสุขไหมนะ?
Part Calvin
ให้ตายเถอะ! ยัยดาราคนนี้เป็นบ้าอะไรของมัน อยู่ ๆ ก็คว้าผมไปจูบ คนไม่เคยรู้จักกันถึงเนื้อถึงตัวกันง่ายขนาดนี้เลยหรอวะ ถามว่าตกใจไหม...งั้นขอถามหน่อยเถอะเจอแบบนี้ใครบ้างละวะจะไม่ตกใจ โอเค เธอเมาผมเข้าใจได้ ก็จะถือว่าผมได้กำไรก็แล้วกันเพราะรสจูบของเธอนั้นหวานปานน้ำผึ้ง ตอนแรกคิดว่าเป็นคนใสซื่อจูบไม่เป็นสะอีก ที่ไหนได้เธอจูบเก่งกว่าผู้หญิงทุกคนที่ผมเคยเจอ ผมดันร่างบางติดกับผลังข้างที่มีแสงไฟตกลงกระทบใบหน้าสวยที่แดงระเรื่อจากฤทธิ์แอลกอฮอล์ ริมฝีปากอวบอิ่มสีชมพูของเธอนั้นน่ากินเหลือเกิน ไม่รอช้าผมโน้มใบหน้าไปจูบเธออีกครั้ง กลิ่นกายหอมอย่างกับเด็กอยากจะซุกอยากจูบให้เธอช้ำจริง ๆ
“ถ้าฉันจะบอกว่า...ฉันอยากต่อ เธอจะว่าไง?” ผมผละออกจากอย่างอ้อยอิงก่อนจะเลื่อนใบหน้าไปกระซิบห้างหูเธอเบา ๆ
“แล้วถ้าฉันบอกนายว่า...ฉันก็อยากต่อ นายจะพาฉันไปที่ไหนหรอ?”
“หึ”
เกินคาดจริง ๆ ผู้หญิงคนนี้ ไม่ปฏิเสธกันสักคำ น่าสนใจดีนิ ในเมื่อของอร่อยมาวางอยู่ตรงหน้าแล้ว ทำไมผมต้องปฏิเสธมันด้วยละ ผมยกยิ้มมุมปากก่อนจะฝังใบหน้าที่ซอกคอขาวใบปากดูดเม้นเบา ๆ พร้อมทั้งสูดกลิ่นกายหอมของเธอให้เต็มปอด เธอเอียงคอรับใบหน้าของผมอย่างง่ายดาย
“อ้ะ อื้อออ” เธอเปล่งเสียงออกมาเมื่อมือของผมต่ำลงจับขาเรียวเนียนก่อนจะเลื่อนไปจับน้องสาวของเธอ
“ที่ไหนก็ได้ แต่ไม่ใช่ที่นี่”
“ทำไม??”
“ฉันไม่อยากเป็นข่าว”
จะว่าเธอเมาจนไม่มีสติก็ไม่ใช่ เธอมีสติทุกอย่างที่เธอยอมขนาดนี้อาจจะเป็นเพราะ...ความต้องการสูง...เหมือนกันผมที่ตอนนี้ หรือเราอาจจะเป็นคนจำพวกเดียวกันก็ได้ ที่ใคร ๆ เขาพูดว่าศีลเสมอกัน