ตอนที่ 1
ตอนที่ 1
เมืองเหลียงโจว
ตำบลต้าเหยียน
หมู่บ้านยูปิง
“พี่ใหญ่ ฮึก เมื่อไหร่ท่านจะตื่นเจ้าคะ พี่ใหญ่”
“พี่ใหญ่ ตื่น ตื่น พี่ตื่น แง้ ไม่ตื่นพี่ไม่ตื่น”
เสียงเด็กร้องไห้อยู่ข้าง ๆ หู ทำให้คนที่นอนหลับอยู่รู้สึกหงุดหงิดไม่น้อย ด้วยคิดว่าเสียงที่ได้ยินนั้นเป็นเสียงของเด็กที่อยู่ข้างบ้าน แต่พอผ่านไปได้สักพักก็นึกขึ้นได้ ว่าตนเองไปหาของป่าแล้วถูกงูกัดจะมีเสียงเด็กได้อย่างไร หรือว่าเขาอยู่โรงพยาบาล
พอนึกขึ้นได้เช่นนั้นแล้ว ชายหนุ่มก็พยายามลืมตาขึ้นมาด้วยความยากลำบาก แต่พอสายตาเริ่มชินกับแสงก็ต้องตกใจ เมื่อเห็นว่าที่ที่ตนเองคิดว่าเป็นโรงพยาบาล กลับเป็นเพียงห้องเก่า ๆ โทรม ๆ ห้องหนึ่งเท่านั้น
เมื่อมองสำรวจไปเรื่อย ๆ ก็พบกับเด็กสองคน ที่กำลังนั่งจ้องมองเขาอยู่ ใบหน้าเล็กเต็มไปด้วยคราบน้ำตาที่ยังไม่แห้งดี ทำให้ชายหนุ่มรู้ว่า เสียงที่เขาได้ยินนั้นเป็นเสียงของเด็กสองคนนี้อย่างแน่นอน ยังไม่ทันที่ชายหนุ่มจะเอ่ยถามอะไร เด็กน้อยก็ชิงพูดก่อน
“พี่ใหญ่ท่านตื่นแล้ว”
“พี่ตื่นแล้ว”
พี่ ? พี่ใหญ่ ?
ชายหนุ่มขมวดคิ้วมองเด็กสองคนตรงหน้าด้วยความสงสัย ก่อนที่จะเริ่มสำรวจทั้งสองอีกครั้ง และครั้งนี้ก็ทำให้เขาต้องตกใจอีกหน เมื่อเห็นเสื้อผ้าเครื่องแต่งกายของทั้งสองคนชัด ๆ
อะไรกันวะเนี่ย ?
ยังไม่ทันที่ชายหนุ่มจะได้คิดหรือถามอะไรออกไป ความเจ็บปวดที่ศีรษะก็เกิดขึ้นก่อน พร้อมกับมีความทรงจำสายหนึ่ง วิ่งผ่านเข้ามาในหัวของเขา ก่อนที่จะแน่นิ่งไปอีกครั้ง
ผ่านไปประมาณสองชั่วยาม (1 ชั่วยาม เท่ากับ 2 ชั่วโมง) ชายหนุ่มก็ลืมตาขึ้นมาอีกครั้ง แต่ครั้งนี้เขาตื่นขึ้นมาพร้อมกับความทรงจำของใครอีกคน และสิ่งนั้นมันทำให้เขารู้ว่า ตัวเองในโลกก่อนได้ตายไปแล้ว และได้เข้ามาอยู่ในร่างของเด็กคนหนึ่ง ที่ตายในเวลาเดียวกันกับเขา
เด็กที่เขาเข้ามาอาศัยร่างอยู่นั้นชื่อ ถังรั่วอวิ๋น อายุสิบสองขวบ มีน้องสาวหนึ่งคนชื่อ ถังจินเยว่ อายุเก้าขวบ และน้องชายคนเล็กอีกหนึ่งคนชื่อ ถังซิน หยาน อายุสามขวบ บิดามารดาได้ตายจากทั้งสามคนไปเพราะไข้ป่าเมื่อสองปีที่แล้ว
ทำให้ทั้งสามคนต้องอยู่กันเพียงลำพัง ไม่มีญาติพี่น้องที่ไหน ชาวบ้านหลายคนต่างก็สงสารและเห็นใจเด็ก ๆ แต่ก็ไม่มีใครสามารถที่จะรับอุปการะได้ เนื่องด้วยชาวบ้านแต่ละคนนั้น ต่างก็มีฐานะที่ยากจน เป็นเพียงคนหาเช้ากินค่ำเท่านั้น
เพียงแค่หาข้าวกรอกหม้อให้ครอบครัวได้กินอิ่มก็ยังลำบาก จะให้รับเลี้ยงเด็กอีกตั้งสามคนก็คงไม่ไหว ที่ทำได้ก็มีเพียงยื่นน้ำใจเล็ก ๆ น้อย ๆ ตามโอกาสเท่านั้น
วัชรพงษ์ค้นความทรงจำของเด็กน้อยแล้วรู้สึกสงสารจับใจ แม้ว่าโลกที่แล้วเขาจะกำพร้าพ่อแม่ แต่ก็ยังมีตากับยายคอยเลี้ยงดู ไม่ได้อดอยากขนาดนี้
ในความทรงจำของเขา เด็กอายุเพียงแค่สิบขวบ ต้องดูแลน้อง ๆ แทนบิดามารดาที่เสียชีวิตไป ตอนพอแม่ยังอยู่ว่าลำบากแล้ว พอไม่มีพ่อแม่ความเป็นอยู่ทั้งสามชีวิต ยิ่งขัดสนมากขึ้นไปอีกหลายเท่า วัชรพงษ์ชื่นชมเด็กน้อยเป็นอย่างมาก ที่แม้จะลำบากแค่ไหน ก็ไม่ยอมทอดทิ้งน้อง ๆ ไปไหนเลย
ชายหนุ่มคิดตรึกตรองไปมาอยู่นาน ก่อนที่จะตัดสินใจที่จะใช้ชีวิตอยู่ที่นี่ให้มีความสุข เขาจะทำให้ชีวิตของน้องสาวกับน้องชาย และก็ชาวบ้านที่นี่ดีขึ้นให้ได้ เริ่มจากการยอมรับว่าตนเองได้เข้ามาอยู่ในร่างของคนอื่น และตอนนี้เขาคือ ถังรั่วอวิ๋น
ถังรั่วอวิ๋นที่กำลังนอนคิดอะไรเพลิน ๆ ก็ได้ยินการเคลื่อนไหวจากด้านนอก ไม่นานประตูห้องก็ถูกเปิดออกทำให้เห็นว่าคนที่เข้ามาคือน้องสาวของเขาเอง
“พี่ใหญ่ท่านตื่นแล้ว”
“พี่ตื่นแล้ว”
“ดีจังเลยเจ้าค่ะ พี่ใหญ่หลับไปตั้งสองวัน”
ใบหน้าที่เปื้อนไปด้วยรอยยิ้มของเด็กน้อย เริ่มจืดเจื่อนลงไปเรื่อย ๆ เมื่อนึกถึงตอนที่นางพยายามปลุกผู้เป็นพี่ แต่ไม่ว่าจะปลุกเท่าไหร่ พี่ชายของนางก็ไม่ยอมตื่นขึ้นมาสักที ทำให้เด็กน้อยเกิดความหวาดกลัวขึ้นมาในจิตใจ
เนื่องจากตอนที่มารดาจากพวกนางไป ก็นอนไม่ยอมตื่นแบบนี้เช่นกัน
“น้องสามไปไหนหรือ”
เมื่อมองไปรอบ ๆ ห้อง ไม่เห็นร่างเล็ก ๆ ของน้องชาย เด็กหนุ่มจึงถามหาน้องชายที่อายุห่างกันกับเขาเกือบสิบปี
“น้องสามเล่นอยู่ข้างนอกเจ้าค่ะ พี่ใหญ่อยากเจอหรือไม่ ข้าจะไปเรียกให้”
“ไม่เป็นไร เดี๋ยวพี่ก็ออกไปแล้ว”
“ลุกไหวแน่นะเจ้าคะ”
“ไหวสิ พี่หายแล้วจริง ๆ”
ถังรั่วอวิ๋นพูดกับน้องสาวด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน พร้อมกับยกมือลูบกลุ่มผมนิ่มเบา ๆ
จะว่าไปแล้ว สาเหตุที่ทำให้ถังรั่วอวิ๋นคนก่อนตาย ก็เพราะเด็กหนุ่มไปเก็บน้ำหวานของผึ้ง แต่เพราะไม่รู้วิธีเก็บ จึงทำให้ถูกผึ้งรุมต่อยเป็นจำนวนมาก หลังจากกลับบ้านมา เด็กหนุ่มก็นอนป่วยอยู่สองวันกับสองคืนเต็ม ๆ ก่อนที่จะสิ้นใจ
“พี่ใหญ่จะไปไหนหรือเจ้าคะ”
“ออกไปข้างนอก”
“แต่ท่านไม่สบายอยู่นะเจ้าคะ”
“พี่หายแล้ว ไม่เชื่อลองจับดูก็ได้”
เด็กหนุ่มพูดขึ้น พร้อมกับยื่นแขนของตัวเองไปให้น้องสาวจับ
มือเล็ก ๆ ที่ค่อนข้างหยาบของถังจินเยว่ ยื่นมาสัมผัสตัวของพี่ชายเบา ๆ ทำให้เด็กน้อยรู้ว่าตัวของพี่ชายไม่ได้ร้อนเหมือนอย่างเคยแล้ว ใบหน้าเล็กยิ้มออกมาด้วยความดีใจ ก่อนที่จะเอื้อนเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงเจื้อยแจ้ว
“พี่ใหญ่หายแล้วจริง ๆ ด้วย”
“ก็พี่บอกแล้ว”
“หิวหรือไม่เจ้าคะเดี๋ยวข้าไปทำข้าวต้มมาให้ พี่ใหญ่ไม่ได้กินอะไรมาตั้งสองวัน”
“พี่ยังไม่หิว ไว้กินพร้อมกันทีเดียวตอนเย็นก็ได้ เราออกไปข้างนอกกันเถอะน้องสามคงมองหาแล้ว”
ถังรั่วอวิ๋นตอบน้องสาวด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน เด็กหนุ่มไม่ได้โกหกแม้จะไม่ได้กินข้าวมาสองวันเต็ม แต่ตอนนี้เขายังไม่หิวจริง ๆ ถังรั่วอวิ๋นจึงเลือกที่จะชวนน้องสาวออกไปด้านนอก หากปล่อยให้ถังซินหยานอยู่คนเดียวนาน ๆ คงไม่เป็นการดีเท่าไหร่ เพราะถึงจะรู้ความอย่างไรก็เป็นแค่เด็กสามขวบเท่านั้น
สองพี่น้องเดินออกมานอกตัวบ้าน ก็เห็นร่างเล็ก ๆ ของถังซินหยานนั่งจุ้มปุ๊กอยู่กับพื้น สองมือน้อย ๆ กำลังพยายามใช้ไม้ขุดดินขึ้นมา แต่พอเงยหน้าขึ้นแล้วเห็นพี่ชาย ก็ทิ้งสิ่งของที่อยู่ในมือทันที ก่อนที่จะลุกวิ่งเข้าใส่ถังรั่วอวิ๋น เด็กหนุ่มก็คว้าเอาร่างเล็ก ๆ ของน้องชายขึ้นมาอุ้มไว้
“พี่ใหญ่ตื่นแล้ว…”
“พี่ตื่นแล้ว ไหนมาดูหน่อยสิ ว่าตอนที่พี่หลับอาหยานน้อยดื้อกับพี่รองรึเปล่า”
“ไม่ดื้อ พี่รองหยานหยานไม่ดื้อ”
ถังซินหยานที่อยู่ในอ้อมกอดของพี่ชาย ชะโงกหน้าไปพูดกับพี่สาวที่ยืนอยู่ทางด้านหลัง
“ใช่แล้ว หยายหยานน้อยไม่ดื้อ อาหยานเป็นเด็กดีมาก เชื่อฟังพี่รองทุกอย่างเลย”
“คริ คริ คริ หยานหยานเป็นเด็กดี”
“เอาล่ะ ถ้าอาหยานเป็นเด็กดีต้องเชื่อฟังพี่ใหญ่ อาหยานรอพี่ใหญ่อยู่ที่บ้านนะเดี๋ยวพี่ใหญ่กลับมา”
“ไปไหน”
“พี่ใหญ่จะไปหาของกินมาให้อาหยานกับพี่รองไง”
ในความทรงจำของถังรั่วอวิ๋น ในบ้านของพวกเขานั้นหากินกันวันต่อวัน เขาป่วยไปสองวันไม่รู้ว่าระหว่างนี้ น้อง ๆ ได้กินอะไรกันบ้าง เขาจำเป็นจะต้องไปหาของกิน ไม่เช่นนั้นได้อดตายกันหมดแน่นอน
“แต่ท่านพึ่งหายป่วยนะเจ้าคะ”
“ไม่ต้องเป็นห่วง พี่ไม่เป็นอะไรแล้ว”
“แต่ว่า…”
“พี่ไม่เป็นอะไร อยู่กับน้องรอพี่ที่บ้านนะ”
“ระวังตัวด้วยนะเจ้าคะ”
“พี่จะระวังตัว”
พูดจบถังรั่วอวิ๋นก็เดินไปหยิบตะกร้าที่วางอยู่ข้าง ๆ ห้องครัว พร้อมกับพร้าหนึ่งด้ามและกระบอกน้ำไม้ไผ่หนึ่งอัน ก่อนที่จะเดินออกไปทางหลังบ้าน จุดหมายคือเขาลูกที่ถังรั่วอวิ๋นคนก่อนไปเอาน้ำผึ้ง