ตอนที่1 ไหว้วาน
ตอนที่1 ไหว้วาน
เธอไม่สนใจไม่แคร์ไม่คิดว่าจะต้องเสียใจกับการจากไปของใครสักคน โดยเฉพาะคนคนนั้นที่เธอเกลียดมาแทบจะทั้งชีวิต คนที่สร้างบาดแผลขนาดใหญ่ในจิตใจของเธอ และเธอพยายามผลักไสให้เขาออกไปจากชีวิตมาโดยตลอด แต่ในช่วงเวลาที่น่าอึดอัดใจ ความรู้สึกที่พยายามเก็บซ่อนเอาไว้ก็แทบจะปิดไว้ไม่อยู่ ดีใจหรือเสียใจเธอแยกมันไม่ออก
"ต่อไปนี้ไม่ต้องมาหาฉันอีก…ยิ่งถ้าเป็นเรื่องของผู้ชายคนนั้นไม่ต้องมาบอกให้รับรู้" พิมตะวันหรือตะวันตอบคนที่เธอเกลียดอีกคนหนึ่งออกไปและไม่เคยพูดจากันด้วยถ้อยคำดีๆสักครั้ง ถึงแม้วันนี้เจ้าหล่อนจะมาหาเธอเพื่อขอร้องและยอมพูดจาดีที่สุดเท่าที่เคยได้ยินมาก็ตาม
"นี่แก" ผู้สูงวัยกว่าลุกขึ้นพร้อมทั้งตั้งท่าจะวาดฝ่ามือลงบนใบหน้าสวยที่มีแต่ท่าทีเย็นชา แววตาที่ดูเหมือนคนไม่มีชีวิตนั่น เธอเกลียดที่สุดและรับไม่ได้กับคำพูดของหญิงสาวตรงหน้า แต่ก็ต้องชะงักมือเอาไว้เมื่อคิดได้ว่าการมาที่นี่ของตนเองคือการอ้อนวอนขอความเห็นใจ
"ใครจะเป็นจะตายยังไงไม่เกี่ยวกับฉัน…ต่อให้มาตายอยู่ตรงหน้าฉันก็เดินข้ามไปได้" พิมตะวันพูดออกไปและเธอจะทำแบบนั้นจริงๆแน่
"แล้วแกจะเสียใจ" หลังจากที่ถูกปฏิเสธอย่างไม่ไยดี เจ้าตัวก็ไม่คิดที่จะทนอยู่สนทนาอีกต่อไป เพราะหล่อนเองก็ไม่ได้อยากจะมาเผชิญหน้ากับพิมตะวันตั้งแต่แรก
หล่อนจากไปทิ้งให้พิมตะวันอยู่กับความรู้สึกที่ขัดแย้งกันภายในใจ ความรู้สึกทั้งรักทั้งเกลียดคือสิ่งที่เธอเผชิญมาทั้งชีวิต
"ช่วงที่พี่ไม่สบายคงต้องวานให้ตะวันทำงานหลายๆอย่างแทน"
“ตะวัน..ตะวัน.. ตะวันจ๊ะ”
“คะคุณลักษ์!” พิมตะวันหลุดออกจากภวังค์ความคิดของตนเอง หลังจากที่จมอยู่กับเรื่องเมื่อสามวันก่อนตอนที่ได้พบกับแขกไม่ได้รับเชิญ จนเผลอทำตัวไร้มารยาทต่อหน้าลักษ์นารา
ลักษ์นาราหรือคุณลักษ์ที่มีตำแหน่งเป็นเจ้านายและผู้มีพระคุณของเธอ เธอรู้จักกับลักษ์นาราในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ ตอนที่ตัวเองคิดว่าอยู่ในจุดที่ย่ำแย่ที่สุดในชีวิตก็ได้ลักษ์นาราช่วยเอาไว้
เธอรู้ว่าลักษ์นาราทำงานเป็นเลขาให้ประธานบริษัทในเครือกิติคุณานันท์ บริษัทยักษ์ใหญ่แห่งหนึ่งที่ควบหลายๆธุรกิจในไทยและรวยติดอันดับประเทศเธอรู้แค่นั้น
“ตะวันเป็นอะไรหรือเปล่าทำไมเหม่อลอยขนาดนี้ที่พี่พูดเมื่อกี้ได้ฟังหรือเปล่า" ลักษ์นารามองคนตรงหน้าด้วยความสงสัย เพราะสังเกตเห็นว่าเจ้าหล่อนไม่ได้ฟังที่เธอพูดเลยแถมจิตใจดูไม่อยู่กับเนื้อกับตัวเท่าไหร่
"ขอโทษค่ะคุณลักษ์" พิมตะวันมีสีหน้ารู้สึกผิดอย่างเห็นได้ชัด และด้วยความที่ดูแลกันมาหลายปีลักษ์นาราไม่คิดจะละลาบละล้วงถามเอาความกับคนตรงหน้าให้ได้ว่ามีเรื่องอะไรเกิดขึ้น
"ไม่เป็นไรพี่รู้ว่าถึงตะวันจะเหม่อแต่ได้ยินที่พี่พูด"
"ได้ยินค่ะตะวันจะทำงานแทนช่วงที่คุณลักษ์ไม่สบายเอง คุณลักษ์พักรักษาตัวให้ดีแล้วรีบหายไวๆก็พอ" เธอยิ้มพร้อมทั้งเอื้อมมือไปจับมือของลักษ์นาราที่นั่งอยู่บนรถเข็นด้วยท่าทีให้กำลังใจ เธอรู้ดีว่าหญิงแกร่งอย่างลักษ์นาราถ้าไม่อับจนหนทางจริงๆไม่มีทางมาขอความช่วยเหลือคนอย่างเธอแน่นอน แต่เพราะลักษ์นาราเกิดประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์จนขาหักไม่สามารถเดินเหินได้สะดวกต้องเข้าเฝือกพักรักษาตัวจนกว่าจะหายเป็นปกติ จึงไม่สามารถทำงานประจำของตนเองได้
"ท่านประธานเธอไม่ใช่คนเรื่องมากอะไรอย่าล้ำเส้นอย่าพูดมากเป็นพอ" เธอพยักหน้ารับถึงแม้จะรู้สึกหนักใจอยู่บ้างกับการที่ต้องทำหน้าที่แทนลักษ์นารา คราแรกพิมตะวันปฏิเสธและบอกให้ลักษ์นาราจัดการหาคนที่เหมาะสมกว่าเพราะเธอเป็นนักศึกษาที่เพิ่งเรียนจบมาได้ไม่นาน แถมยังไม่มีประสบการณ์ในการทำงาน แต่ลักษ์นาราก็ยืนยันว่าต้องเป็นเธอเพราะไม่ไว้ใจใคร และที่สำคัญกลัวว่าถ้าเป็นคนอื่นจะทนความเข้มงวดของเจ้านายไม่ไหว ลักษ์นาราดูแลพิมตะวันมานาน ความรู้ ความสามารถ นิสัยใจคอของพิมตะวันเธอรู้ดีที่สุด จึงไว้ใจให้พิมตะวันทำหน้าที่แทนไปสักระยะ อีกอย่างเจ้านายของเธอก็มีคำสั่งลงมาว่าให้เธอเป็นคนจัดการหาคนมาทำหน้าที่แทน หาคนที่ทำงานคล่องและใช้เวลาในการเรียนรู้งานไม่นาน เพราะเวลาทุกนาทีของ ชัชรินทร์ กิติคุณานันท์ นั้นมีค่ามากแค่ไหน ลักษ์นารารู้ดีว่างานนี้คนที่ทำแทนเธอได้มีเพียงพิมตะวันเท่านั้นเพราะเธอสอนทุกอย่างมาเองกับมือ
"ตะวันเข้าใจจะไม่ทำให้คุณลักษ์ผิดหวัง" พิมตะวันรับคำผู้มีพระคุณอีกครั้ง ลักษ์นาราคือคนที่เธอเคารพและเชื่อฟังรองจากแม่ของเธอ แต่ตอนนี้แม่ของเธอไม่อยู่แล้ว คนที่มีค่ากับเธอมากที่สุดก็คือลักษ์นาราถึงแม้ทั้งสองจะไม่ได้มีความเกี่ยวพันกันทางสายเลือดเลยก็ตาม
"กฎข้อแรกที่ต้องปฏิบัติคืออย่าใจอ่อนเด็ดขาดไม่ว่าเรื่องอะไรก็ตาม"
"คะ" เธอไม่เข้าใจในสิ่งที่ลักษ์นาราบอกเท่าไหร่นักและรู้สึกมีลางสังหรณ์แปลกๆแต่ก็ยังทำใจดีสู่เสือ
"ถ้าเกี่ยวกับการทำงานตะวันยึดหลักความถูกต้องค่ะคุณลักษ์ไม่ต้องเป็นห่วง"
"เดี๋ยวเจอก็จะรู้เองว่าพี่หมายความว่ายังไง" ลักษ์นาราเผลอหลุดปากพูดออกไปจนได้ ทั้งที่ตั้งใจจะไม่ให้พิมตะวันรู้สึกกดดันแท้ๆ เพราะการทำงานกับเจ้านายของตัวเองนั้นมันยิ่งกว่าออกรบซะอีก
“เริ่มงานอาทิตย์หน้า พี่ให้คนเตรียมเสื้อผ้าไว้ให้แล้วเธออาจได้ออกไปพบลูกค้ากับท่านประธานบ่อยๆจะแต่งตัวตามใจตัวเองไม่ได้ถึงรสนิยมของเธอจะดีมากก็ตาม แต่แบบที่ท่านประธานชอบต้องใส่แต่ยูนิฟอร์มสีดำเท่านั้น"
"คุณลักษ์บอกว่าท่านประธานไม่ใช่คนเรื่องมาก ตะวันว่ามันแปลกๆนะคะ"
"นี่แหละคือไม่เรื่องมากของท่านประธาน" ลักษ์นาราบอกแกมทีเล่นทีจริงอดนึกเป็นห่วงหญิงสาวตรงหน้าอยู่ไม่น้อย ที่ต้องไปทำหน้าที่เลขาส่วนตัวแทนตัวเองเพราะรู้ดีว่าเจ้านายของเธอเป็นคนเช่นไร และก็รู้เช่นกันว่านิสัยของหญิงสาวตรงหน้าเป็นยังไง
ภายนอกพิมตะวันเหมือนจะพูดด้วยง่ายและหัวอ่อนก็จริง แต่แท้จริงแล้วหญิงสาวเป็นคนไม่ยอมใครมีความพยศอยู่ในสายเลือดของเธอถ้าเปรียบ พิมตะวัน ธาดาดำรงกุล เป็นไฟอันร้อนแรงที่พร้อมจะเผาผลาญทุกอย่างตรงหน้า
ชัชรินทร์ กิติคุณานันท์ ก็คือไฟที่ร้อนแรงกว่า ไฟที่จะทำลายทุกอย่างให้มอดไหม้จนเหลือแต่เศษซากของความสิ้นหวังอันไร้จุดจบ ลักษ์นาราพลางคิด ไฟกับไฟมาเจอกันผลของมันจะออกมาเป็นยังไงไม่มีใครรู้