EP. 01
EP. 01
ร่างบอบบางก้าวเดินเรื่อยเปื่อย พลางทอดสายตามองบรรยากาศยามเย็น ในโรงพยาบาลเอกชนชั้นนำ ที่ในเวลานี้ไม่พลุกพล่านด้วยผู้คนมากมายนัก คงมีเพียงเสียงเรียกขานชื่อคนไข้เข้าตรวจเป็นระยะ และเสียงเรียกรับยาเป็นครั้งคราว ตามปกติวิสัยของคลินิกพิเศษ ซึ่งเปิดให้บริการในช่วงเวลาเย็นถึงหัวค่ำ สองเท้าเรียวไม่รีบร้อนตามประสาคนใช้ชีวิตโสด ที่ไม่มีความจำเป็นต้องรีบกลับบ้านไปหาคนรู้ใจในเวลาหลังเลิกงาน
“กำลังจะกลับบ้านใช่ไหมวุ้น กลับพร้อมพี่เลยก็แล้วกัน เพราะพี่กำลังจะกลับบ้านพอดี”
น้ำเสียงละไมแสนคุ้นหูของใครบางคน สั่งการให้พิลาสลักษณ์หยุดชะงักปลายเท้า ก่อนจะหันกลับมาทางต้นเสียง คนขี้อายไม่อาจเอื้อมสบสายตาคมเข้มคู่นั้น ได้แต่ก้มหน้านิ่ง ปรายตามองปลายเท้าแข็งแรงภายใต้คัทชูสีดำของเขา
“ไม่เป็นไรค่ะพี่กลาง เดี๋ยววุ้นกลับแท็กซี่ดีกว่าค่ะ”
เสียงตอบนั้นดูอ้อมแอ้ม ร่างบางกระถดกายร่นถอยเล็กน้อย ยามร่างหนาของเขาขยับเคลื่อนเข้าใกล้เธอมากกว่าเดิม
“ทำไมล่ะ... บ้านเราก็อยู่ติดกัน กลับพร้อมกับพี่ก็ได้ หรือวุ้นมีธุระที่อื่นต่อ”
ชายหนุ่มเอ่ยถามอย่างสงสัย เธอและเขารู้จักมักคุ้นกันตั้งแต่จำความได้ บ้านเธอและเขามีเพียงรั้วคอนกรีตสูงท่วมศีรษะคั่นกลาง ใกล้เสียยิ่งกว่าบ้านญาติสนิทบางคนเสียด้วยซ้ำ
“เปล่าค่ะ วุ้นไม่มีธุระที่ไหน”
พิลาศลักษณ์ปฏิเสธ ใบหน้าหวานก้มลงมองมือตัวเอง ที่ขยับยุกยิกไปมาอย่างหาที่วางไม่ถูก อย่าว่าแต่มองหน้าเขาเเล้วพูดคุยเลย... แค่ปรายตามองเสี้ยวลูกคางบุ๋มนั่นเธอยังไม่กล้า จะให้ทำอย่างไรได้ ในเมื่ออยู่ใกล้เขาทีไร ก็ดูเหมือนหัวใจดวงน้อยจะไหวสั่นทุกครั้งไป
“หรือวุ้นรังเกียจพี่...”
ชายหนุ่มคล้ายตัดพ้อ เธอได้ยินเสียงถอนหายใจเบาๆ จากร่างหนา ที่ซุกซ่อนความเเข็งแรงอยู่ภายใต้เสื้อเชิ้ตสีขาวและกางเกงสแล็กสีดำ ภูมิฐานเฉกเช่นหมอหนุ่มผู้มากความสามารถ
“ปะ... เปล่าค่ะพี่กลาง ไม่ใช่อย่างนั้น วุ้นแค่... แค่รู้สึกเกรงใจพี่กลาง”
เธอตอบเลี่ยงตะกุกตะกัก ก็จะให้ตอบอย่างไร ให้บอกว่าเธอกลัวหัวใจตัวเอง กลัวจะหวั่นไหวไปกับความหล่อเหลาสมบูรณ์พร้อม และความเป็นสุภาพบุรุษเสมอต้นเสมอปลายที่เขามอบให้เธองั้นหรือ... อย่าเลยดีกว่า
“เกรงใจอะไรกันล่ะ เราเติบโตมาด้วยกัน ไม่ใช่คนอื่นคนไกลที่ไหนสักหน่อย วุ้นเสร็จธุระแล้วก็ตามมาที่รถของพี่... พี่จะรออยู่”
รังสิโรจน์ตัดบท ด้วยเกรงว่าหญิงสาวจะหาสารพัดเหตุผลมาปฏิเสธเขาอีกรอบ ก่อนร่างสูงจะรีบก้าวเดินทิ้งห่างออกไป ทำเอาหญิงสาวต้องรีบเดินตามเขาอย่างไม่มีทางเลือก
พิลาศลักษณ์... หญิงสาวเจ้าของใบหน้าสวยหวาน ทุกส่วนสัดบนดวงหน้าสวยนั่นแลดูหวานหยดย้อย คงมีแต่เพียงดวงตาคู่โศกแสนเศร้า ผิวพรรณขาวสะอ้านอมชมพู ยิ่งขับให้เธอน่ามองมากขึ้นเป็นเท่าตัว พิลาศลักษณ์ทำงานเป็นพยาบาล ที่โรงพยาบาลเอกชนชื่อดังในกรุงเทพฯ หญิงสาวเรียนจบมาด้วยเกียรตินิยมอันดับสองของมหาวิทยาลัยชั้นนำ ทำให้เธอมีโอกาสเข้าทำงานในโรงพยาบาลนี้ ด้วยนิสัยเงียบขรึมและชอบเก็บตัว จึงทำให้หญิงสาวเป็นคนไม่ค่อยมีเพื่อน ที่พอจะมีก็ไม่สนิทสนมมากนัก
รังสิโรจน์ หรือ กลาง... หนุ่มหล่อเหลาผิวขาวสะอาดตา เรียวปากสีแดงเข้มและขนตางอนยาวเหมือนผู้หญิง แต่งแต้มให้ใบหน้าคมคายมีเสน่ห์ ส่วนดวงตาคมเข้มสีดำสนิทนั้น ส่งให้เขาดูทระนงและน่าเกรงขามอยู่ในที ชายหนุ่มทำงานอยู่โรงพยาบาลเดียวกันกับพิลาศลักษณ์ ในตำแหน่งแพทย์อายุรกรรม ครอบครัวของเธอกับครอบครัวของเขารู้จักกันมานาน ตามประสาคนบ้านใกล้เรือนเคียง ที่ถ้อยทีถ้อยอาศัยกันมาแต่เก่าก่อน เธอกับรังสิโรจน์สนิทสนมกันมาตั้งแต่ยังเด็ก แต่พอโตขึ้นวันและเวลากลับทำให้เขาและเธอห่างกันราวกับอยู่คนละโลก
“ขอโทษค่ะพี่กลางที่วุ้นมาช้า”
ใบหน้าหวานก้มลงอย่างคนขอลุแก่โทษ เธอดูเกรงอกเกรงใจเขาอย่างเสมอต้นเสมอปลาย ข้อนั้นเขารู้ดี
“ก็ไม่ได้ช้าอะไรนี่”
ชายหนุ่มคลี่ยิ้มพลางสั่นศีรษะเป็นเชิงว่าไม่เป็นไร ก่อนที่พิลาศลักษณ์จะนั่งตัวตรงแข็งทื่อ เมื่อร่างสูงโน้มกายเข้าหา ทำเอาหญิงสาวหลับตาปี๋ด้วยความตกใจ ทั้งที่จริงแล้วชายหนุ่มแค่มาช่วยคาดเข็มขัดให้เท่านั้น เมื่อดวงตาคู่โศกค่อยๆ ลืมตาขึ้น ก็พบว่าใบหน้าหล่อเหลาน่ามองนั้นอยู่ใกล้เธอเพียงคืบ กลิ่นน้ำหอมจางๆ จากร่างบุรุษเพศ ทำเอาหัวใจดวงน้อยเต้นไม่เป็นจังหวะ สองสายตาประสานกันนิ่ง แม้เวลาผ่านไปเพียงชั่วอึดใจ แต่ดูเหมือนแสนยาวนานสำหรับคนทั้งคู่ ชายหนุ่มรู้สึกตัวก่อนจึงขยับกายถอยกลับไปนั่งที่เดิม ก่อนจะรีบขับรถออกไป ปล่อยให้ใครอีกคนได้แต่มองบรรยากาศภายนอก บรรเทาอาการหัวใจเต้นโครมครามที่เป็นอยู่
ถนนหนทางช่วงเวลาเลิกงาน แน่นขนัดไปด้วยรถราขวักไขว่ ต่างคนต่างก็รีบเร่งที่จะไปยังจุดหมายของตัวเองในช่วงเวลาเย็น ไม่มีคำพูดใดๆ เอื้อนเอ่ยออกมาจากปากของทั้งคู่ รังสิโรจน์ทอดสายตามองแต่เพียงเส้นทางข้างหน้า ขณะที่พิลาศลักษณ์มองออกไปด้านนอกดูฝูงชนและรถที่ขับผ่านไปมา แม้รถจะเคลื่อนตัวไปช้าๆ แต่ถึงกระนั้นก็เถอะ... สำหรับเธอแล้วเวลาช่างเดินเร็วเหลือเกิน