.
.
ดึกดื่นค่อนคืนล่วงเลยไป หลังจากที่ผู้เป็นพ่อของข้าวปั้นได้แวะเวียนเข้ามาดูหลังจากกลับจากงานเลี้ยงก็ไม่ได้เข้ามารบกวนอีก เอวาในร่างข้าวปั้นยังคงนั่งงจ้องหน้าจอคอมอย่างไม่ลดละ เหล่าบอดี้การ์ดบางส่วนก็นอนพักและผลัดเวรกันตื่นขึ้นมานั่งเฝ้าเธอ แม้ว่าเธอจะบอกว่าไม่เป็นไรแต่พวกเขาก็ยังยืนกรานคำว่าถ้าคุณหนูไม่หลับพวกเขาจะหลับลงได้อย่างไร จึงผลัดกันสามคนนอนสองคนอยู่เฝ้า
“เป็นนักเขียนต้องอดหลับอดนอนด้วยหรือไง?”
ฟีฟ่าพูดหลังจากที่นั่งจ้องเอวาอยู่นาน เธอเอาแต่ง่วนกับการพิมพ์แล้วลบพิมพ์แล้วลบอยู่อย่างนั้น จนเขาอดที่จะเอ่ยปากถามไม่ได้...เห็นแล้วมันน่ารำคาญใจ
“นั่นสิ เอาสมองไหนเขียนไม่ยอมพักผ่อนขนาดนี้”
เคนพูดขึ้นหลังจากที่ฟีฟ่าเริ่มเปิดประเด็นพร้อมกับหันไปมองเอวาที่หน้าแทบจะติดกับคอมพิวเตอร์ก่อนที่เธอะจะหันทางพวกเขา
“งานเขียนมันต้องเขียนตอนกลางคืนที่อากาศกำลังดี เงียบสงบ สมองมันแล่น แต่...”
“แต่?” -เคน
“เพราะพวกนายเนี่ย ไอเดียของฉันกระเจิงหมด ง่วงก็ไปนอนสิอย่าหาบ่น”
“เหอะ...เธอนี่เป็นคนแบบไหนกันแน่นะ”
ฟีฟ่าพูดออกมาอย่างยิ้มๆ ก่อนจะหันไปสนใจอย่างอื่นต่อ แต่ก็ยังคงไม่ยอมไปนอนพักผ่อนตามที่เธอบอก เคนเหลือบมองนาฬิกาดิจิตอลที่วางอยู่หน้าคอม นี่มันก็เวลาปาเข้าไปตีสี่ใกล้จะตีสี่ครึ่งเกือบเช้าแล้ว แต่เอวากลับไม่มีทีท่าว่าจะคิดไปนอนเลย
“พวกนายพักเถอะ เดี๋ยวฉันดูต่อให้เอง”
มาเวลตื่นขึ้นมาพร้อมกับเดินไปหาเคนและฟีฟ่าที่ตอนนี้นั่งอ้าปากหาววอดๆ อยู่โซฟาในห้อง การที่พวกเขาทำตัวสบายๆได้นั้นเป็นเพราะคุณหนูของเขาตอนนี้ที่ไม่ใช่คนเดิมอีกต่อไปแล้ว ถ้าเป็นแต่ก่อนพวกเขาคงไม่ได้แม้แต่จะเข้าใกล้ นอกเสียจากยืนมองอยู่ห่างๆเท่านั้น
“ฝากด้วยแล้วกัน ยัยคุณหนูนี่ยังไม่ยอมนอนเลยจะเช้าอยู่แล้ว”
เคนพูดขึ้นพร้อมกับเดินไปตบบ่ามาเวลเป็นเชิงให้กำลังใจ ก่อนจะเดินไปยังฟูกนอนที่เพื่อนๆของพวกเขานอนพักอยู่ มาเวลพยักหน้าเล็กน้อยก่อนจะเดินเข้าไปหาเอวาที่ตอนนี้กำลังจมอยู่กับนิยายที่เธอเขียน เขามองหญิงสาวที่ขึ้นชื่อว่าคุณหนูนั่งพิมพ์ด้วยสีหน้าเคร่งเครียดก็เลยตัดสินใจช้อนตัวของเธออุ้มขึ้นจากเก้าอี้
“เดี๋ยวๆ! นายจะทำอะไรของนายเนี่ย!!”
เอวาพูดอย่างตกใจก่อนจะรีบเอามือคว้าจับโต๊ะคอมไว้ไม่ให้เขายกเธอไม่ไหน มาเวลถอนหายใจแล้วหันไปพูดกับคุณหนูจอมดื้อของเขา
“ปล่อยมือครับคุณหนู”
มาเวลพูดด้วยน้ำเสียงนิ่งเรียบพร้อมกับต้องมองความดื้อดึงของเธอทั้งที่ยังคงอุ้มเธออยู่ เอวาหันไปส่ายหน้ารัวๆ พร้อมกับจ้องมองเขาอย่างออดอ้อน
“ไม่...มันจะจบตอนนี้แล้ว...ให้ฉันทำงานต่อเถอะนะ นะๆ”
“ไม่ได้ พรุ่งนี้ค่อยมาเขียนต่อก็ยังไม่สาย เพราะยังไงเธอก็แต่งมันไม่จบวันนี้อยู่แล้ว”
มาเวลตอบคุณหนูของเขาเสียงแข็ง ก่อนจะจับข้อมือของเธอออกจากการเกาะขอบโต๊ะด้วยมือหนาข้างเดียวของเขา เอวาทำท่าทางงอแงไม่น้อยแต่ก็ไม่สามารถสู้แรงแขนแกร่งนั้นของเขาได้อยู่แล้ว
มาเวลอุ้มร่างบางๆของเอวามาวางลงบนเตียงกว้างโดยที่เธอเองก็จ้องมองใบหน้าของเขาอย่าไม่สบอารมณ์นัก สายตาของเขาเลื่อนลงมองร่างกายของเธอทำเอาเอวาเบือนสายตาหนีอย่างเขินๆกับสายตานั้น
“คุณหนู....”
มาเวลเลื่อนใบหน้าเข้าไปกระซิบข้างๆใบหูของเธอด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาชวนใจหวิว เอวาถึงกับทำตัวไม่ถูกใจเต้นรัวจนไม่กล้าที่จะขยับหนี
“เอ่อ...คือ...”
“คุณหนูยังไม่ได้อาบน้ำใช่ไหมครับ?”
“ฮะ? ก็...แฮะๆ ใช่ ทำไมหรอ? เหม็นหรอ?”
“จะให้พูดหรือจะเดินไปอาบน้ำแต่โดยดีล่ะ?”
“นาย! จะไปอาบน้ำแล้ว!”
“ผู้หญิงอะไร น้ำท่าไม่ยอมอาบ”
มาเวลพึมพำหลังจากที่เอวาเดินกระฟัดกระเฟียดเข้าไปอาบน้ำ เขาอดไม่ได้ที่จะแอบยิ้มพร้อมกับส่ายหน้าให้กับคุณหนูสาวสวยที่มีนิสัยแปลกแตกต่างไปจากลูกผู้รากมากดีไปแทบจะสุดขั้ว ถึงจะน่าสงสัยแต่เขาก็ไม่อยากที่จะหาความจริง ความคิดที่ว่าเธอเป็นแบบนี้อาจจะดีกว่าก็ได้
เสียงสายน้ำไหลจากฝักบัวกระทบกับพื้นร่างเพรียวบางเปลือยเปล่าแทรกเข้าระหว่างสายน้ำที่ไหลลงมาจากฝักบัวไม่ขาดสาย ความเย็นของสายน้ำไม่อาจจะทำให้ใบหน้าที่ร้อนผ่าวและใจที่เต้นรัวไม่เป็นจังหวะสงบลงได้เลย
“อย่านะเอวา! เธอจะตกหลุมรักตัวละครในนิยายที่ตัวเองสร้างขึ้นไม่ได้”
เธอพูดกับตัวเองอย่างข่มใจที่เต้นรัวกับเหตุการณ์เมื่อครู่ ใบหน้าของเขาใกล้มากจนสังเกตเห็นผิวที่เนียนละเอียดริมฝีปากที่ชมพูเรื่อธรรมชาติ จมูกโด่งเป็นสัน ใบหน้ารูปไข่หน้าหวาน ไหนจะดวงตาเฉี่ยวคมที่จ้องมองตาเธอนั่นอีก ทั้งน่ารักสวยและหล่อในคนๆเดียว ใครจะไม่ใจเต้นกันล่ะ เสียอยู่อย่างเดียวคือเขาฝีปากจัดจ้านไปเสียหน่อย นิสัยใจคอก็ดูโหดเกินหน้าตาที่มี
หลังจากที่เอวาพยายามคิดถึงข้อเสียของบอดี้การ์ดหนุ่มคนเมื่อครู่ก็ถอนหายใจออกมา แล้วเร่งรีบอาบน้ำพลางคิดเรื่องอื่นแทนที่จะคิดเรื่องของเขา ใช่...เธอจะต้องออกไปบันทึกไฟล์งานตัวเอง...
หลังจากที่อาบน้ำแต่งตัวในชุดนอนสุดเชยลายเป็ดเหลืองเรียบร้อย เอวาก็เดินออกมาจากห้องน้ำเห็นมาเวลนั่งอยู่หน้าคอมพิวเตอร์ของตัวเองแล้วกอดอก เธอรู้ได้ทันทีว่าเขากำลังอ่านนิยายของตนเองอยู่ เอวาจึงรีบวิ่งไปทางเขาอย่างรวดเร็ว ตอนแรกมาเวลก็ไม่ได้ขยับเขยื้อนไปไหน แต่พอเธอมาถึงก็หันเก้าอี้คว้าเอวเธอให้ลงมานั่งบนตักของเขาแทน
“นี่นายกล้าแอบอ่านนิยายของฉันหรอ!”
เอวาหันไปทำหน้าดุใส่เขา แต่มาเวลไม่สนใจแถมยังหันหน้าไปจ้องคอมพิวเตอร์อ่านนิยายของเธอต่อ เอวาจึงพยายามเอามือปิดตาของเขาและเขาก็จับมือเธอออก เธอจึงดิ้นเพื่อสะบัดมือของเขาที่จับเธอไว้แน่นเพราะตั้งใจขัดขวางการอ่านของเขา
“ปล่อยฉันสิ! บอกว่าอย่าอ่านไง!”
“คุณหนู...ดิ้นบนตักแบบนี้มันอันตรายนะ...”
มาเวลร้องเตือนคุณหนูของเขาแต่เธอกลับไม่ฟังเลย จนเธอรู้สึกถึงบางสิ่งบางอย่างที่กำลังตื่นตัวขึ้นตรงบั้นท้ายของเธอ เอวาถึงกับชะงักเบิกตากว้างอ้าปากค้างหันไปมองหน้ามาเวลด้วยใบหน้าแดงเรื่อ มาเวลปรายตามองเอวาก่อนจะเอามืออีกข้างกุมขมับครู่หนึ่งแล้วหันไปจ้องมองเอวาด้วยสีหน้าเรียบเฉย
“บอกแล้วว่าอย่าดิ้น...”
“นะ...นาย นายมาเวล!”
เอวารีบลุกพรวดขึ้นมองเขาก่อนจะเผลอไปเห็นสิ่งปูดนูนแทบจะทะลุเป้ากางเกงนั้นขึ้นเป็นสัน จะให้เธอพูดจาดูถูกเขาเห็นทีจะไม่ได้เพราะมันไม่เล็กเลย ใครเห็นก็ต้องอ้าปากค้างรวมถึงเธอด้วย
“จะจ้องมันอีกนานไหม? อยากดูมากหรอ? เดี๋ยวจะได้เปิดให้ดู”
“ค..คนบ้า! โรคจิต!”
“ผมว่าคุณหนูมากกว่าที่โรคจิตน่ะ จ้องเหมือนอยากได้มัน...หรือว่า...”
“ฉันไปนอนแล้ว!!”
เอวาเลี่ยงที่จะมองเขาก่อนจะเดินหน้าแดงไปยังเตียงกว้างของตนแล้วล้มตัวนอนลงพร้อมกับเอาผ้าห่มคลุมโปง ภาพที่เห็นยังคงติดตาจนใจสั่นอยู่เลย แต่งนิยายฉากแบบนั้นมาก็มากตามจินตนาการและในหนังติดเรทแต่ไม่เคยเห็นจริงสักที เอวาพยายามข้มตัวเองไม่ให้นึกถึงแต่ยิ่งหลับตาก็ยิ่งเห็นภาพนั้น...หรือจะเป็นโรคจิตจริงๆนะ..
มาเวลมองร่างที่นอนซ่อนอยู่ใต้ผ้าห่มก็อดยกยิ้มออกมาไม่ได้ เพราะความดื้อของเธอแท้ๆ เขาถึงต้องลำบากจัดการตัวเองอีกแล้ว มันจะไม่ผยองขึ้นมาได้ยังไง ไอ้นิยายเจ้ากรรมที่เธอแต่งก็มีแต่ฉากอย่างนั้น แล้วเธอดันมาดิ้นอยู่บนตักเขาเสียอีก เขาเองก็ชายชาตรีไม่ใช่พระอิฐพระปูนเสียหน่อย...แต่อาจจะเป็นเพราะว่าเธอน่ารักพ่วงด้วย มันถึงตื่นเต็มที่อย่างนี้..มาเวลพยายามขจัดความคิดของตนออก เพราะว่าเธอคือคุณหนูที่เขาต้องดูแล จะมาคิดเรื่องแบบนั้นกับเธอไม่ได้...มันผิดกฎถ้าเธอไม่ยอม
หนุ่มบอดี้การ์ดหน้าหวานถอนหายใจก่อนจะนั่งลงบนโซฟาปลายเตียง พยายามทำใจให้นิ่งแต่กลับไม่สงบลงเลย เขาจึงต้องเดินเข้าห้องน้ำไป...
.
.
เป็นเวลาเที่ยงสายบ่ายเข้าไปแล้ว แต่...คุณหนูของพวกเขายังคงนอนขดอยู่บนเตียงไม่ยอมตื่น ก็แน่ละกว่าเธอจะนอนก็ปาไปเกือบจะเช้าแล้ว ไม่ว่าบอดี้การ์ดจะแวะเวียนกันเข้ามาปลุกเธอยังไงก็ไม่ขยับเลย ไม่รู้ว่าเธอหลับหรือซ้อมตายกันแน่
“ไอ้เวล มึงไปปลุกคุณหนูสิ วันนี้ต้องไปดูเสื้อผ้าอีก มีงานตอนเย็น”
คิรินหันไปโบ้ยงานให้มาเวล และเพื่อนคนอื่นๆก็ดันพยักหน้าเห็นด้วย เพราะดูเหมือนคนที่จะคุมคุณหนูอยู่ก็มีแต่เขาเท่านั้น
“กูอีกแล้ว?” -มาเวล
“ก็มึงสนิทกับคุณหนูที่สุด” -เคน
“กูก็อยากจะสนิทบ้าง...คุณหนูโคตรน่ารัก” -เสือ
“น่าแปลกล่ะสิไม่ว่า” -ฟีฟ่า
“งั้นก็ไปพร้อมกันหมดนี่แหละ”
มาเวลพูดก่อนจะเดินนำเพื่อนๆไปที่ห้องของคุณหนูของพวกเขา เพราะช่วงเช้าพวกเขาก็ต้องมาประชุมกันแล้วเตรียมงานสำหรับคืนนี้ พวกคนรวยนนี่มีงานเลี้ยงไม่จบไม่สิ้นเสียที
บอดี้การ์ดทั้งห้าเดินเข้าไปรายล้อมรอบเตียงที่เอวานอนสลบหลับใหลอยู่ เสือนั่งลงบนเตียงตรงข้ามมาเวลที่นั่งไขว้ห้างอยู่ใกล้ๆเอวา คนอื่นๆ เคนและฟีฟ่ายืนกอดอกส่วนคิรินก็ยืนเอามือยันปลายเตียง สายตาทุกคู่จ้องมองเอวาไม่วางตา ก่อนที่คิรินจะหันไปพยักหน้าให้มาเวลปลุกคุณหนูจอมขี้เซาของเขา
“เฮ้อ...คุณหนูครับ...คุณหนู...”
“......”
มาเวลทั้งเรียกทั้งเขย่าตัวของเธอ แต่ก็ยังคงนิ่งเงียบกริบไม่มีทีท่าว่าจะตื่นขึ้นมาเลยแม้แต่น้อย ทุกคนมองหน้ากันไปมาก่อนจะพยักหน้าให้กันเหมือนรู้ว่าต้องทำยังไงกับยัยคุณหนูนี่ดี
“เอวา!!”
“ฮะๆๆ...”
เอวาสะดุ้งสุดตัวเด้งตัวลุกพรวดขึ้นทั้งที่เปลือกตายังคงไม่ได้ลืมตาตื่นดี ผมเผ้าพะรุงพะรังฟูฟ่องไปหมด ก่อนที่ดวงตาสวยปรือขึ้นจะมองไปรอบเตียงแล้วเบิกตากว้างตื่นเต็มตา ชายหนุ่มหล่อทั้งห้าจ้องมองมายังเธอเป็นตาเดียวอย่างยิ้มๆกึ่งหัวเราะ สมองที่หลับใหลอยู่เริ่มประมวลผลได้ใบหน้าของเธอก็แดงเรื่อขึ้นมาอย่างเขินๆ แล้วก็
“กรี๊ดดดดดดดด!!!”
“อา....หนวกหูชะมัด”
ฟีฟ่าพูดขึ้นอย่างเซ็งๆ สีหน้าเหยเกเมื่อเสียงเล็กแหลมทะลุโสดประสาทเต็มที่ พร้อมกับเอามือที่ประสานอกข้างหนึ่งมาตบที่หูของตัวเองเบาะๆ คนอื่นๆเองก็ไม่ต่างกัน
“ตื่นขึ้นมาก็แหกปากเลยนะ”
มาเวลพูดพร้อมกับหันไปมองเอวาที่ดึงผ้าห่มมาม้วนตัวเองเหลือไว้แค่ดวงตาที่พอมองเห็น สายตาของเธอไล่วนมองใบหน้าของบอดี้การ์ดของตนทุกคนไปมา
“ก็พวกนาย...ใครใช้ให้เข้ามาจ้องหน้ากันขนาดนั้นเล่า?”
“เขินหรือครับคุณหนู? ฮึๆ” -เสือ
“หายใจออกหรือไงปิดซะมิดขนาดนั้น” -เคน
“คุณหนูไม่ตื่นสักทีเราก็ต้องมาช่วยกันปลุกนี่ไง” -คิริน
“ขี้เซาชะมัด” -มาเวล
“ตื่นแล้วนี่ไง...พะ..พวกนายออกไปก่อนได้ไหมเล่า!”
เอวาพูดตะคอกเสียงเบาแล้วมุดหัวลงใต้ผ้าห่มจัดแจงชุดนอนของตัวเองภายใต้ผ้าห่มที่เลิกขึ้นไปถึงไหนต่อไหนแล้ว ยิ่งเห็นสภาพตัวเองยิ่งที่รู้สึกเขินไปกันใหญ่ เธอไม่รู้เลยว่าพวกเขาเข้ามาตอนไหนและเห็นอะไรบ้าง
“ไม่ได้อยากอยู่ดูหน้าศพของเธอนักหรอก ยัยคุณหนูผีจีน”
ฟีฟ่าพูดพร้อมแสยะยิ้มก่อนจะเดินออกไปเพื่อจะลงไปรอด้านล่างอย่างไม่สนใจ
“ว่าไงนะ! ผีจีน?!!”
เอวาดึงผ้าห่มออกพร้อมกับตะโกนตามหลังฟีฟ่าที่กำลังจะเดินออกจากห้องไปโดยลืมบอดี้การ์ดคนอื่นๆที่ยังคงยืนอยู่เสียสนิท
“ฮ่าๆๆๆๆ”
คิรินมองดูชุดนอนลายเป็ดสุดน่ารักของเอวาก็อดที่จะกลั้นหัวเราะออกมาไม่ได้ ภาพในหัวของพวกเขาระดับคุณหนูของผู้บริหารที่ร่ำรวยติดอันดับห้าของประเทศจะต้องใส่ชุดนอนหรูหราไม่ก็เลิศหรูอลังการไปเลย แต่ดูยังไงคุณหนูของพวกเขาก็ยังคงเหมือนเด็กกะโปโลอยู่ดี
“เหลือจะเชื่อ...ชุดนอนของเธอกับสภาพตอนนี้มันเด็กกวนบาทาแถวบ้านเลย” -เคน
“เงียบนะ! ออกไปให้หมดเลย!” -เอวา
“ไม่ต้องห่วง ไม่มีใครอยากทนดูผีจีนติ๊งต๊องแบบเธอหหรอก -มาเวล
“แต่ผมว่าน่ารักดีนะครับ รีบอาบน้ำแต่งตัวสวยๆนะครับ เย็นนี้เรามีงานเลี้ยงเราต้องไปห้างอีก” -เสือ
“งานเลี้ยงอีกแล้ว? เลี้ยงทำไมบ่อยนัก ชุดเดิมก็มีตั้งเยอะต้องไปซื้อใหม่อีกเหรอ?”
เอวาพูดพร้อมกับทำหน้ามุ่ยเมื่อได้ยินถึงภารกิจอันแสนยุ่งยากสำหรับเธอ การเดินช็อปปิ้งของพวกไฮโซลูกท่านหลานเธอเป็นสิ่งที่เธอไม่เข้าใจเอาเสียเลย
“นายท่านสั่งมา รีบๆเข้าเถอะตื่นทีก็ปาไปบ่ายสามแล้วจะได้ไปกี่โมง”
มาเวลพูดก่อนจะปรายตามองเอวาแล้วเดินออกไปด้วยใบหน้าเรียบนิ่ง คิรินเองก็เดินออกไปหัวเราะเธอไปไม่หยุด เสือมองเธอพร้อมกับรอยยิ้มแฉ่งและเดินออกไปเช่นกัน เอวามองพวกเขาเดินออกจากห้องไปจนลับตาก็ถอนหายใจแล้วพาร่างตัวเองลุกขึ้นเพื่อไปอาบน้ำแต่งตัว ไปห้างอีกแล้วสินะสังหรณ์ใจไม่ค่อยดีเท่าไหร่เลย
“ฉันเกลียดการเดินห้างที่สุด!”
.
.
.