.
.
“ใครจะไปคิดว่าคุณหนูผู้สูงศักดิ์จะมานั่งกินชาบู แทนที่จะไปร้านอาหารหรูๆ เธอ...เป็นใครกันแน่”
ฟีฟ่าพูดพร้อมกับแค่นยิ้มอย่างเยาะเย้ย แต่นั่นไม่ได้ทำให้เอวารู้สึกรู้สาอะไรเลย กลับยักไหล่อย่างไม่รู้ไม่ชี้ เพราะอะไรน่ะหรอ เพราะเธอไม่รู้จักร้านอาหารหรูๆ พวกนั้นต่างหาก ใครจะไปรู้ล่ะในเมื่อตัวจริงๆในโลกจริงเธอนั่งอยู่แต่หน้าคอม ขลุกตัวอยู่แต่ในห้อง กินกาแฟและขนมปังเป็นหลัก จะออกมากินอะไรนอกห้องทีน้องสาวตัวดีต้องเป็นคนลากไปเท่านั้น พอคิดอย่างนั้นก็อดไม่ได้ที่จะคิดถึงน้องสาวสุดที่รักของตน ไม่รู้ว่าป่านนี้จะเป็นยังไงบ้างแล้ว เอวาทำหน้าสลดลงทันที
“มึงนี่เก่งเรื่องพูดให้คนอื่นรู้สึกแย่จริงๆนะไอ้ฟ่า” -คิริน
“กูผิดอะไร ก็กูพูดความจริง” -ฟีฟ่า
“มึงก็รู้ว่าคุณหนูนี่สมองยังไม่ปกติ...” -คิริน
“พอๆ ฉันว่าดูแย่ทั้งคู่นั่นแหละ หลบสิ! จะไปกดน้ำ”
เอวาพูดพร้อมกับทำท่าปัดมือให้มาเวลหลบ แต่เขากลับนั่งเอามือเท้าคางหันมองเธอพร้อมรอยยิ้มยียวนไม่ยอมหลบให้ เอวามองมาเวลพร้อมกับขมวดคิ้วแน่น
“นี่! จะไม่กินรึไงน้ำน่ะ”
“จะไปกดมาให้หรือไงครับคุณหนู”
“นายมาเวล!”
“ไม่ต้องเถียงกัน เดี๋ยวไปกดเอง”
เสือพูดขึ้นแทนก่อนจะถามไถ่ว่าคนอื่นๆจะดื่มอะไร เอวาเห็นอย่างนั้นก็หันไปหยิบอาหารสดจากสายพานข้างๆมาแทนอย่างหงุดหงิด ไม่น่านั่งก่อนเลย ไม่งั้นคงได้เดินหยิบอาหารตามใจโดยไม่ต้องมีใครกวนแล้ว มาเวลเอื้อมมือไปหยิบผักชนิดหนึ่งแล้ววางลงตรงหน้าเธอหลายจาน
“อะไรของนายเนี่ย? อยากกินก็ไปวางที่ของตัวเองสิ!”
“เอาไว้ให้เธอกินไง นี่ปวยเล้ง กินเยอะๆ มันช่วยบำรุงสมอง”
“นายมาเวล! มาต่อยกันสักยกไหมจะได้จบ!”
“น้ำครับน้ำ ดื่มน้ำก่อนจะได้ใจเย็นๆ”
เสือยกน้ำมาให้ทั้งสองพร้อมกับพนักงานเดินตามมาเพื่อเอาน้ำมาเสิร์ฟ จึงทำให้ทั้งสองสงบศึกลงได้ หม้อชาบูที่สั่งไปพึ่งเองมาส่ง เอวาจึงเทจานปวยเล้งที่มาเวลหยิบมาลงทั้งสองหม้อ
“พวกนายก็กินเยอะๆ เพื่อนพวกนายบอกเองว่ามันช่วยบำรุงสมอง”
เอวายิ้มร้ายมองไปรอบโต๊ะ ที่ดูจะกระอักกระอ่วนที่สุดคงเป็นเสือ เพราะเขาไม่ค่อยชอบกินผักเท่าไหร่นัก จะกินก็เลือกกินบางอย่างเท่านั้น เอวาหันไปหยิบจานเนื้อที่ติดป้ายไว้หลังจากที่สายพานอาหารไหลผ่านมาถึง ก่อนจะจับตะเกียบให้มั่นแล้วคีบเนื้อสไลด์แผ่นบางนั้นขึ้นพร้อมกับสะบัดตะเกียบจนเนื้อชิ้นนั้นเหวี่ยงขึ้นพันรอบตะเกียบของเธออย่างชำนาญ เอวายิ้มกริ่มจ้องมองผลงานของตนเองตาเป็นวาวก่อนจะจุ่มมันลงในหม้อหม่าล่า
“หนึ่ง...สอง...สาม! กินได้!”
เอวาพูดขึ้นพร้อมกับยกตะเกียบขึ้นมามองเนื้อไลด์ที่ไม่ได้สุกมากนัก ทำเอาคนที่จ้องมองถึงกับตาค้างและสะดุ้งไปพร้อมๆกับท่าทีของเธอ สายตาทั้งสิบคู่มองเธอเขมือบเนื้อชาบูอย่างเอร็ดอร่อยก็อดไม่ได้ที่จะกลืนน้ำลายตามกันเป็นแถบจนเอวาที่สนใจแต่เนื้อเหล่านั้นถึงกับชะงัก
“มองอะไรเล่า กินสิ..มีตั้งเยอะ”
“สุดยอดปรมาจารย์แห่งเนื้อ”
“ใช่ไหมล่า”
เสือพูดพร้อมกับทำหน้าทึ่งด้วยความว้าว ก่อนจะหยิบตะเกียบขึ้นมาแล้วคีบเนื้อหวังจะทำตามบ้าง เขาเริ่มเหวี่ยงเนื้อเหมือนที่เอวาทำแต่...
แปะ!
“เอ่อ...เกิดการผิดพลาดนิดหน่อย...ขอโทษทีเพื่อน”
“ไอ้เสืออออ....”
“อุบ...ฮึๆ”
ใครจะไปคิดว่าผู้เชี่ยวชาญอย่างพวกเขาจะพลาดแค่เรื่องตะหวัดเนื้อพันตะเกียบได้ เนื้อที่แสนน่าอร่อยมันปลิวไปแปะตรงหน้าผากของทหารแพทย์ผู้เก่งกาจทันที คิรินมองตาขวางใส่เพื่อนของตนทั้งที่ยังนิ่งช็อกค้างอยู่อย่างนั้น มีหรือที่คนอื่นๆจะไม่หัวเราะ เสือยิ้มแห้งๆก่อนจะค่อยเอาตะเกียบเมื่อครู่คีบเนื้อบนหน้าผากของคิรินออกมาพร้อมกับยกมือข้างหนึ่งเพื่อเป็นการขอโทษ ก่อนจะหันหน้าไปอีกทางเพื่อขำ
“ไอ้เพื่อนเวรนี่...ทำกูเสียหล่อหมด”
“อุบ...หึๆๆ”
คิรินเอื้อมมือไปหยิบทิชชูแล้วมาเช็ดหน้าเช็ดตาตัวเอง ก่อนจะหันไปสนใจกินชาบูต่อ ก่อนที่ทุกคนจะเริ่มกินชาบูกันอย่างเอร็ดอร่อย แต่ที่ทำเอาเขาอึ้งคือการกินของยัยคุณหนูที่เขามาอารักษ์ขานี่แหละ...เธอแทบจะหยิบทุกอย่างบนสายพานแล้วเขมือบเข้าไป ไม่หนำซ้ำยังลุกออกไปตักอาหารว่างอื่นๆ ด้านนอกแทบจะทุกอย่างที่มีมากินเหมือนอดอยากมาจากไหน
“ไอ่อิดเอย อ่าอาอ๋ารใอโอกอี้อะอินไอ้” (ไม่คิดเลยว่าอาหารโลกนี้จะกินได้)
“เคี้ยวให้หมดก่อนไหม? ค่อยพูด” -มาเวล
“อำไออ่ะ”(ทำไมล่ะ)
“แล้วนึกอยากจะพูดทำไมตอนกินวะเนี่ย” -เคน
“อึก...ก็อยากบอก แค่กๆ”
“ขยันพูดซะด้วยนะ”
คิรินพูดก่อนที่มาเวลจะยื่นแก้วน้ำให้เธอเพราะเห็นเธอเริ่มสำลักอาหารที่พึ่งกลืนลงไป เอวารีบคว้าแก้วขึ้นมาดื่มน้ำ มาเวลเองก็คอยลูบหลังให้พร้อมมองอย่างเป็นห่วง
“เมื่อกี้ตีกันตอนนี้เป็นห่วงเหมือนแอบชอบนะไอ้มาเวล”
พรวดดดด!!
“แค่กๆ...”
พอฟีฟ่าพูดจบเอวาที่ตั้งใจดื่มน้ำอยู่นั้นถึงกับพ่นน้ำออกมา ทั้งสามที่นั่งอยู่ตรงข้ามหลับตาแทบไม่ทัน พร้อมกับสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อระงับอารมณ์ตัวเอง
“หึๆ...เสือกอยากพูดอะไรที่ไม่น่าพูดขึ้นมาเอง” -เคน
“ทำไมต้องกูอีกแล้วเนี่ย” -คิริน
“โค้กรสหม่าล่า...” -เสือ
“อา...ยัยคุณหนูนี่สกปรกชะมัด” -ฟีฟ่า
“ก็ไม่น่าพูด” -มาเวล
“ขอโทษ แฮะๆ”
เอวายิ้มแห้งๆ พร้อมกับมองไปยังใบหน้าทั้งสามที่เปื้อนไปด้วยน้ำอัดลมที่เธอพึ่งดื่มเข้าไป ทั้งแอบขำทั้งรู้สึกผิด ถ้าพูดถึงเขาก็ไม่ควรพูดจริงๆนั่นแหละ ทำเอาเธอตกใจแทบแย่ ถึงจะพูดแค่หยอกเล่น แต่นั่นเป็นสิ่งที่เธอไม่อยากให้เกิดขึ้น ไม่งั้นคงจะยากถ้าเธออยากจะกลับไปโลกเดิม มันจะวุ่นวายเอาเสียเปล่าๆ
“อิ่มแล้วใช่ไหม? จะได้ไปห้องน้ำ” -คิริน
“เออ ไปก่อนเลยเดี๋ยวกูจะไปจ่ายเอง” -มาเวล
“ไม่สิ ฉันต้องจ่าย” -เอวา
“บัตรเธออยู่กับฉัน พ่อเธอฝากฉันไว้เพราะเธอยังไม่หายดี ฉันก็ต้องดูแลไปก่อน” -มาเวล
“อ๋อ...งั้นหรอ”
เอวาพยักหน้าอย่างเข้าใจ เพราะใครจะไปไหว้ใจลูกของตัวเองที่เปลี่ยนไปเป็นคนละคนกันล่ะ ลูกที่สมองกลับกับบอดี้การ์ดระดับเอส เขาก็ต้องไว้ใจพวกบอดี้การ์ดอยู่แล้ว เมื่อตกลงกันได้ทั้งสามที่นั่งฝั่งตรงข้ามก็เดินออกไปก่อน เคนและมาเวลรวมถึงเอวาก็เดินไปจ่ายเงินที่เคาน์เตอร์ ก่อนจะเดินไปยังห้องน้ำเช่นกัน
“เธอ...ไม่สิ คุณหนูจะเข้าห้องน้ำไหม?” -เคน
“ไม่ล่ะ อยากรีบไปรีบกลับ” -เอวา
“อืม ก็ดี”
เคนพูดแค่นั้นก่อนจะยืนเฝ้าเอวาอยู่อย่างนั้น เอวาคิดว่ามาห้างทั้งที่อยากจะได้อะไรที่เธอไม่เคยได้เสียหน่อย มันจะเป็นช่องทางการหาเงินของเธอเองโดยที่ไม่ต้องพึ่งผู้เป็นพ่อ เพราะนางเอกเรื่องนี้ไม่ทำอะไรเลย และเธอไม่อยากเป็นอย่างนั้น ในเมื่อเธอเลือกที่จะไม่สานสัมพันธ์กับผู้ชายคนไหนก็ต้องหาทางเอาตัวรอดแล้วทำอาชีพเอง ...และเป็นอาชีพที่เธอถนัด
“มาเวล..”
“หืม?”
“ฉันอยากได้คอมพิวเตอร์ โต๊ะ แล้วเก้าอี้...สักหน่อยจะได้ไหม?”
“เอาไปทำอะไร ที่บ้านก็มีแม็คบุ๊คและจอโปรเจกต์เตอร์สำหรับให้คุณหนูดูซีรี่ย์ที่ชอบอยู่แล้วนะครับ”
มาเวลขมวดคิ้วยุ่งเมื่อได้ยินสิ่งที่เธอร้องขอ นึกว่าเธออยากจะได้พวกเครื่องเพชรหรือกระเป๋าแบรนด์เนมเสียอีก แต่ดันเป็นคอมพิวเตอร์ เอวาทำหน้าเลิ่กลั่กชั่งใจว่าจะพูดหรือไม่พูดดี แต่ในเมื่อมีเงินก็ต้องลองอ้อนดูสักตั้งละนะ
“ฉัน...อยากได้ไว้ทำงาน?” -เอวา
“ฮะ?...ทำงาน? พูดจริง?” -มาเวล
“เอาดี?” -เคน
เคนที่ยืนเงียบอยู่นานถึงกับหันมาทำหน้าตั้งคำถามอย่างนึกสงสัยกับสิ่งที่ได้ยินไม่ต่างจากมาเวลเลย เอวาเงยหน้ามองคนตัวสูงกว่าทั้งสองก่อนจะพยักหน้าด้วยสีหน้าจริงจัง มาเวลและเคนมองหน้ากันไปมาก่อนจะหันไปมองใบหน้าที่เต็มไปด้วยความคาดหวังของเอวา เพราะถึงยังไงเงินก็ไม่ใช่ของพวกเขาอยู่แล้ว ถ้าคุณหนูอยากใช้อะไรพวกเขาก็ไม่กล้าที่จะขัด แต่มันน่าแปลกที่วันนี้เธอใช้เงินทั้งหมดไม่ถึงครึ่งจากที่เธอเคยใช้ด้วยซ้ำ
“ได้สิ”
“เย้!”
“เฮ้อ...ยัยคุณหนูนี่คิดจะทำอะไรกันเนี่ย”
เคนถอนหายใจมองทั้งสองที่พากันเดินไปยังโซนอุปกรณ์ไอที ก่อนจะเดินตามไปทีหลังพร้อมกับส่งข้อความบอกเพื่อนๆของเขาที่ยังไม่ออกจากห้องน้ำไว้ เอวาเดินเลือกดูคอมพิวเตอร์ที่ต้องการพร้อมโต๊ะทำงานในฝันอย่างที่เธออยากได้รวมถึงเก้าอี้ที่เอาไว้สำหรับทำงาน ถึงจะเป็นเก้าอี้เกมเมอร์ก็เถอะ แต่มันเหมือนในโลกเดิมของเธอที่มีอยู่แล้ว
ไม่นานทั้งสามคนก็ได้ซื้อคอมพิวเตอร์ โต๊ะและเก้าอี้อย่างที่เธอต้องการ และไม่ได้รอให้ทางร้านเอาไปส่ง พวกเขากลับเข็นรถเข็นขนของเหล่านั้นแทน ก่อนที่เอวาจะเดินเข้าไปซื้อของกินพวกขนมชา กาแฟ อื่นๆ อย่างที่พวกเขาไม่เคยเห็นเพราะปกติเธอจะต้องสั่งแต่ของแบรนด์จากนอก กาแฟก็จากเมืองนอก ชาก็ต้องจากจีน ช็อกโกแลตจากเบลเยี่ยมบลาๆ ไม่เคยเห็นเธอกินง่ายอยู่ง่ายแบบนี้มาก่อน เพราะแบบนั้นพวกเขาถึงไม่กล้าขัด มันไม่ได้แพงอะไรขนาดนั้น
“เอ่อ...คุณหนูต้องไปวัดตัวชุดราตรีคืนนี้นะ...จะกลับเลยหรอ?” -เสือ
“ชุดไหนก็ได้ ทางร้านน่าจะมีไซส์อยู่แล้วมั้ง เคยมาวัดบ่อยนี่” -เอวา
“แต่ตอนนี้ไซส์ไม่น่าจะตรงนะ เพราะพุงหมาน้อยเธอแลบออกมาจากชายเสื้อแล้ว” -มาเวล
“พรุ่งนี้มันก็ยุบย่ะ!” -เอวา
“ทะเลาะกันอีกแล้ว ลูกดกหัวปีท้ายปีนะเว้ย” -คิริน
คิรินพูดเชิงติดตลกเมื่อเห็นทั้งสองคนเริ่มที่จะแยกเขี้ยวใส่กันอีกแล้ว คนอื่นๆก็พลางส่ายหัวอย่างระอากับคนทั้งคู่เป็นบอดี้การ์ดกับคุณหนูแต่ดันทะเลาะกันเหมือนเพื่อนเล่นเสียอย่างนั้น แต่เอวาก็ทำตัวไม่เหมือนคุณหนูจริงๆนั่นแหละ แทบจะไม่ออกคำสั่งเลยด้วยซ้ำ เหมือนเพื่อน หรือน้องสาวเสียมากกว่า
“กูไหวอยู่แล้ว ว่าแต่...คุณหนูไหวหรอครับ?”
มาเวลพูดพร้อมกับยื่นใบหน้าหวานเข้าไปหาเธอพร้อมกับมองอย่างเจ้าเล่ห์ เอวาเอนตัวเล็กน้อยก่อนจะมองหน้าเขาพลางขมวดคิ้วเล็กน้อย จะว่าเขินก็เขิน คนหล่อขนาดนี้ใครจะไม่เขิน หล่อแบบที่ไม่เคยเจอในชีวิตจริงเสียเลย
“พูดอะไรของนาย?...ใครจะอยากมีลูกกับนายกัน ยึ๋ย...แค่คิดก็สยอง”
ท่าทางที่ดูขนลุกขนพองของเอวาทำให้เพื่อนๆของมาเวลถึงกับหัวเราะลั่นออกมา ถึงเธอจะพูดอย่างนั้นออกไปแต่ใบหน้าของเธอกลับแดงเรื่ออย่างปิดไม่มิด ภายในใจเต้นโครมครามไม่หยุด คงมีแต่มาเวลที่สังเกตเห็น เขาถึงได้ยกยิ้มมองเธอไม่วางตา
.
.
.