ตำนานบทใหม่

2402 Words
. . หลังจากที่ไปเดินห้างและทานข้าวกับเหล่าบอดี้การ์ดกลับมายังห้องของตัวเอง ก็โดนช่างแต่งหน้าและพวกเหล่าบรรดาคอสตูมจับแต่งตัวแทบจะทันที เธอเองก็ลืมไปเสียสนิทว่าเย็นนี้มีงานเลี้ยงใหญ่และต้องได้เจอกับคู่หมั้นที่แสนชั่วร้ายนั่น แค่คิดเธอก็ขนลุกแล้ว และยังคิดอีกว่าเธอเขียนไปได้ยังไงให้ชายผู้นั้นน่ารังเกียจขนาดนั้นกันนะ ฃ ช่างแต่งหน้าและคอสตูมชุดแบรนด์หรูต่างพากันมารุมยั๊วะเยี๊ยะทั้งตัวและหน้าของจนเธอรู้สึกรำคาญไปหมด เพียงพริบตาเดียวเท่านั้นที่คนเหล่านั้นเนรมิตเธอขึ้นมาจนแทบจะจำไม่ได้ เอวามองตัวเองในกระจกดูสวยสะพรั่งจนเธอเองก็ตกตะลึง แต่ก็อย่างว่าแหละ มันไม่ใช่ร่างจริงๆของเธอนี่ ก็แค่เล่นไปตามบทเท่านั้น ก๊อกๆ “คุณหนูครับ” “อืม...กำลังลงไปน่า เร่งจังเลย” หลังจากที่ได้ยินเสียงที่คุ้นหูเธอละสายตาจากตัวเองในกระจก ก่อนจะหันไปยังหน้าประตูแล้วตอบรับคนที่เรียก เอวาหันมาจัดเองตัวเองอยู่คู่หนึ่งก่อนจะเปิดประตูห้องออกมา มาเวลในชุดสูทสีดำสนิทภายในรัดสายกักทับเสื้อเชิ้ตขาวด้วยที่เก็บอาวุธปืนของเขา มันดูเท่ห์จนเธออดมองสำรวจไปทั่วร่างกายของเขาไม่ได้ หูข้างหนึ่งมีสายสมอทอคสื่อสารทำให้ดูสมกับเป็นบอดี้การ์ดไม่น้อย แต่ที่น่าแปลกคือเขาเอาแต่จ้องเธอไม่หยุดโดยไม่พูดอะไรสักคำ “นายก็ดูเท่ห์เหมือนกันนะเนี่ย” เอวาพูดพร้อมยิ้มกริ่มออกมาอย่างภูมิใจ จะไม่ภูมิใจได้อย่างไรในเมื่อเธอเป็นคนสร้างเขามาเองกับมือ และสมองอันน้อยนิดกว่าจะคิดบุคลิกรูปร่างหน้าตาของแต่คนละคนแล้วบรรยายออกมาได้ ก็ถือว่าไม่เลวเลย “คุณหนูก็...ดูแปลก..” มาเวลพูดขึ้นพร้อมกับขมวดคิ้วเล็กน้อย แต่ที่เห็นจะขมวดคิ้วหนักกว่าเขาน่าจะเป็นเจ้าตัวที่ถูกชมว่าแปลกเสียมากกว่า นี่คงเป็นข้อผิดพลาดของเธอที่สร้างเขามาให้ปากแบบนี้ “ค่า...แปลกละเนอะ” เอวาพูดด้วยน้ำเสียงประชดประชันก่อนจะเชิดหน้าสะบัดบ๊อบเฉมองทางอื่นอย่างนึกเคือง แต่อีกใจก็คิดว่ามีอะไรแปลกไปหรือเปล่า ช่างแต่งหน้าเลือกโทนที่มันไม่เข้ากับเธอไหม แต่ตอนมองกระจกก็ไม่เห็นมีอะไรแปลกนี่ เสื้อผ้าก็ไม่ได้โป๊เท่าไหร่มั้ง “...สวยดี” คำพูดสั้นที่ออกจากปากเขาพร้อมเฉมองไปทางอื่นและกะแอมเบาๆ เอวาหันควับกลับมามองชายหนุ่มตรงหน้า บรรยากาศชวนทำให้เขินแบบนี้มันยังไงกัน ถ้าเธอรักคนในนิยายก็จะกลับโลกเดิมไม่ได้น่ะสิ หรือว่าต้องรัก...ภายในหัวตีกันสับสนวุ่นวายไปหมดจนเอวเลือกที่จะ...ช่างมัน และมันจะไม่มีอะไรเกิดขึ้น “เอ่อ...ไปกันเถอะ” “อืม...” มาเวลตอบเพียงสั้นๆ ก่อนจะยื่นมือผายออกให้เธอ เอวามองมือหนานั้นก่อนจะเอื้อมมือไปแตะเบาๆตามมารยาท ทั้งสองเดินไปพร้อมกับเหมือนเจ้าหญิงกับเจ้าชายในเทพนิยายอย่างไรอย่างนั้น คนที่น่าตาเป็นสุขมากกว่าคนอื่นๆ คงจะไม่พ้นเอวาที่ตอนนี้ยิ้มหวานเยิ้มแทบจะตัวลอยที่มันฝันชัดๆ ฝันที่ไม่อยากตื่น ทั้งสองเดินลงบันไดมาพร้อมกับกันทำเอาเพื่อนๆที่ยืนเตรียมพร้อมประจำจุดคนละทิศคนละทางต่างมองเธอเป็นตาเดียว ในสายตาของพวกเขาตอนนี้เธอช่างแตกต่างจากเมื่อตอนกลางวันลิบลับราวกับเปลี่ยนยาจกให้เป็นเจ้าหญิง “สวยว่ะ” เสือพูดขึ้นพร้อมกับยิ้มออกมาทั้งที่ยังมองค้างอยู่ ทุกคนเห็นด้วยจริงพยักหน้าอย่างลืมตัว สายตายังคงมองหน้าที่คุณหนูของพวกเขา แต่คนที่ได้สติก่อนเห็นทีจะเป็นฟีฟ่า เขากะแอมกับตัวเองเบาๆก่อนจะเดินออกไปเพื่อเตรียมรถ “มองอะไรกันนักเล่า” เอวาพูดขึ้นด้วยความรู้สึกเขินจนตอนนี้ตัวของเธอแทบจะเกร็งไปหมด ก็หนุ่มหล่อเล่นมองเธอแบบนั้นไม่วางตาเป็นใครก็เขิน ทุกคนจึงยอมละสายตาจากเธอก่อนจะคุ้มกันเธอขึ้นรถไปอย่างเงียบๆ ก่อนจะมุ่งตรงไปยังงานเลี้ยงตัวท่าทางจริงจัง เอวาที่มองการกระทำของพวกเขาได้แต่มองตาปริบๆ หันหน้าไปมามองการที่พวกเขาทำงาน เพราะมันไม่มีรายละเอียดนี้ในนิยายของเธอ มันเริ่มจะเหมือนชีวิตจริงจนน่าขนลุก รถตู้ของเธอแล่นเข้ามาในงานนิทรรศการภาพวาดในบริเทียมแห่งหนึ่ง ที่ทรงอาคารจะออกแนวไปทางเทพนิยายกรีก เพื่อให้เข้ากับบรรยากาศของงาน ชุดที่เธอใส่นั้นก็เหมือนนางฟ้าในเทพนิยาย เพราะชุดที่เธอตั้งใจไปเลือกวันนี้นั้นมันไม่ถูกใจผู้เป็นพ่อเลยสักนิด พ่อของข้าวปั้นเจ้าของร่างเดิมจึงจัดการส่งชุดมาให้ใหม่ ขาเรียวยาวก้าวลงจากรถตู้คันหรู นักข่าวมากมายต่างพากันมารุมถ่ายภาพคุณหนูทายาทห้างสรรพสินค้าชื่อดังของประเทศกันอย่างคับคั่ง บทจะให้เธอมาแสดงตัวตลกจนเสียหน้าผู้เป็นพ่อต่อหน้านักข่าวเห็นทีคงจะไม่ได้ เธอเดินลงมาอย่างสง่าพร้อมกกระเป๋าถือใบเล็กประดับเพชรสมฐานะ เดรสกระโปรงยาวสีขาวเปิดไหล่แหวกสูงเผยให้เห็นไหล่เพรียวและขาสวยดั่งนางฟ้านางสวรรค์ รองเท้าส้นสูงรัดข้อขาเรียวสวยทำเอาสะกดทุกสายตาแค่ก้าวออกมา “ว้าย!!” พ่อลื่นแม่ลื่นใครจะไปคิดว่าเธอจะสะดุดชายกระโปรงยาวของตัวเองเสียอย่างนั้น เอวาหลับตาแน่นท่ามกลางเสียงตกอกตกใจของพวกนักข่าว เธอได้แค่คิดขอโทษผู้เป็นพ่ออยู่ในใจและมันต้องล้มลงแน่ๆ หมับ!! แขนแกร่งคว้าเอวบางคอดกิ่วของเธอไว้ทันท่ามกลางฝูงชนไม่ให้เธอล้มหัวฟาดพื้นลงไป ใบหน้าเรียวมองคุณหนูสาวจอมซนของเขาพร้อมกับคิ้วขมวดแน่น เพราะเธอนั้นยังไม่ยอมที่จะลืมตาเสียที “ยัย...เอ่อ...คุณหนูครับ” “ฮะ? ฉันยังไม่...” เอวารีบลืมตาขึ้นมองใบหน้าที่หล่อเหลาตรงใจตรงสเปคนั้นของมาเวลก่อนจะมองไปรอบๆตัว แล้วหยัดตัวยืนขึ้นอย่างสง่าเช่นดังเดิม อายก็อายแต่ก็ทำได้เพียงปั้นหน้ายิ้มเจื่อนๆ และโบกมือให้นักข่าวแทน บอดี้การ์ดคนอื่นๆมองท่าทางของเธอก็อดที่จะกลั้นหัวเราะแทบไม่ไหวพร้อมกับความรู้สึก...อายแทน “คุณหนูครับ...เลิกโบกมือเป็นนางงามหุ่นยนต์แบบนั้นทีได้ไหม?” เคนที่ยืนอยู่อีกข้างหนึ่งสะกิดคุณหนูของเขาพร้อมกับเอนตัวไปกระซิบข้างหูเออด้วยน้ำเสียงที่ดูเหมือนจะข่มขู่ เอวากัดกัดฟันแน่นก่อนจะเอนตัวไปทางเข้าพร้อมกับกัดฟันพูดทั้งที่ยังโบกมืออยู่อย่างนั้น “แล้วนายจะให้ฉันทำไงเล่า อายจะตายอยู่แล้ว” “ยิ้มก็พอ ยิ้มหวานๆ ไม่ใช่ยิ้มสยอง” เอวาพยักหน้าหงึกๆ ก่อนจะปั้นยิ้มหวานตามคำแนะนำของเคนเพื่อยืนถ่ายรูปกับสื่อ ก่อนที่สื่อจะรุมเข้ามาพยายามจะสอบถามเรื่องที่เธอถูกลักพาตัวไป แต่เอวาไม่ทันได้ตอบอะไรเหล่าบอดี้การ์ดของเขาก็กันท่าแล้วพาเข้างานไปในทันที “โอ๊ย! งานเลี้ยงทำไมมันวุ่นวายอย่างนี้เนี่ย” เอวาพูดพร้อมกับคว้าแก้วแชมเปญที่มีบริกรมาเดินเสิร์ฟทั่วทั้งงาน พร้อมกับยกขึ้นมาดื่มโดยไม่ทันได้เอะใจ “หือ...แชมเปญรสชาติแบบนี้นี่เอง” เอวาพูดพลางจิบแชมเปญไปพลางอย่างเอร็ดอร่อย ตอนที่อยู่โลกฝั่งนู้นเธอได้ชิมแค่ไม่กี่ครั้ง ส่วนใหญ่จะกินสาโท 40ดีกรี โซจู หรือไม่บางครั้งก็ไวน์เสียมากกว่า แต่เธอเป็นคนแพ้ไวน์กินทีไรแก้วเดียวก็เมาจนแทบไม่รู้เรื่องแล้ว ในใจก็แอบคิดว่าแชมเปญจะเหมือนไวน์ไหมนะ...แล้วมีหรือที่เธอจะสนใจ เอวาหันไปจิบแชมเปญต่อแบบสวยๆ “ยัยขี้เหล้าเอ้ย” ฟีฟ่าเดินเข้ามาพร้อมกับส่ายหน้าเบาๆ มองเอวาที่เอาแต่สนใจแชมเปญ เอวาหันมามองค้อนควับไปหนึ่งกรุบก่อนจะจิบแชมเปญต่อ ฟีฟ่ายกยิ้มอย่างนึกเอือมก่อนจะหันไปมองทางอื่นเพื่อหาผู้ว่าจ้างของตนอย่างพ่อของยัยคุณหนูกำมะลอนี่ “ที่รักครับ ผมรอคุณนานมากเลยนะ” เสียงๆหนึ่งดังขึ้นมาจากด้านข้าง เอวาหันหน้าไปมองก็เห็นชายหนุ่มร่างสูงหน้าตาออกแนวลูกครึ่งกำลังกางแขนเดินเข้ามาโอบกอดเธอแนบแน่นโดยที่เธอเองก็ไม่ทันได้ตั้งตัวเลยด้วยซ้ำ ไม่ผิดแน่...เขาคือคู่หมั้นตัวดีของยัยนางเอกคนนี้ สายตาเรียวที่ยืนอยู่ใกล้ๆมองทั้งสองร่างกอดกัน ภายใต้ใบหน้าเรียบนิ่งนั้นต่างเต็มไปด้วยความรู้สึกที่ไม่ค่อยชอบใจนัก แต่เขาก็ทำได้เพียงยืนอยู่เงียบๆเท่านั้น และไม่ค่อยชอบใจตัวเองนักที่รู้สึกอย่างนั้น มันทำให้เขาสับสนและหงุดหงิดชะมัด “ที่รักดู...มีน้ำมีนวล...กว่าทุกทีนะครับเนี่ย สวยขึ้นเป็นกองเลย” สายตาของคู่หมั้นหนุ่มมองหญิงสาวตรงหน้าอย่างไม่อยากเชื่อ ว่าหญิงสาวที่ผอมบางกับดูมีน้ำมีนวลขึ้นจนน่ามองและน่า... เอวามองสายตาที่มองดูเธอเหมือนจะรู้ความคิดที่ไม่ดีกับเธอนัก ถ้าเธอรีบผลีผลามปฏิเสธมันจะดูน่าสงสัยเกินไปเสียหน่อย ตอนนี้เธอทำได้เพียงเล่นไปตามน้ำ แล้วเน้นแก้ไขเรื่องที่ไม่ถูกใจเฉพาะหน้าเท่านั้น เพราะเนื้อเรื่องตอนนี้มันเริ่มดำเนินไปเรื่อยๆ อย่างห้ามไม่อยู่ “หรอคะ” เอวาตอบพลางหันหน้าไปทางอื่น คู่หมั้นหนุ่มเอะใจไม่น้อยที่เธอดูเมินเขามากกว่าปกติ เพราะข้าวปั้นนั้นหลงรักเขาหัวปักหัวปำแท้ๆ แต่ตอนนี้เหมือนกับว่าเธอไม่มีความรู้สึกกับเขาเลย เหมือนเป็นแค่คนรู้จักจนเขาชักไม่ชอบใจแล้ว มือหนาของชายหนุ่มรูปงามจับปลายคางเรียวของเธอให้หันกลับมามองเขาพร้อมกับเชิดมันขึ้น ก่อนจะโน้มใบหน้าหล่อนั้นเข้ามาใกล้ๆ จ้องมองลึกเข้าไปในดวงตากลมของคู่หมั้นสาวคนสวยแล้วยกยิ้ม บอดี้การ์ดที่ยืนอยู่ทำได้แค่ยืนหันหลังแล้วปรายตามองพวกเขาเท่านั้น ไม่สามารถ...ทำอะไรได้มากกว่านั้น “คิดจะทำอะไรในที่สาธารณะกันคะ คุณเดล” ดวงตาสวยจ้องมองใบหน้าของเดวิด หรือเดลที่เธอเรียกเขม็ง สายตาแข็งกร้าวนั้นทำให้เขาอดไม่ได้ที่จะแค่นหัวเราะออกมาอย่างไม่ชอบใจ “อะไรกันคะ...เราก็คนเคยๆ น่าที่รัก...ผมแค่ไม่ว่างไปหาคุณ ก็โกรธขนาดนี้เลยหรอ?” เดลพูดพร้อมกับเลื่อนหน้าเข้าใกล้อีกครั้ง เอวาเอนตัวหลบใบหน้าของเขาแต่ก็ได้เพียงแต่เล็กน้อย ก่อนที่ใบหน้าหล่อนั้นจะเลื่อนไปที่ข้างใบหูเล็ก “ผมคิดถึงคุณจังเลยครับข้าวปั้น...คืนนี้เราคงต้องรำลึกเรื่องของเราทั้งคู่หน่อยดีไหมครับ” น้ำเสียงกระซิบกระซาบข้างใบหูพร้อมกับลมหายใจร้อนที่ลดต้นคอ ก่อนที่ริมฝีปากบางหยักของเขาจะประทับจูบลงบนไหล่เพรียว ทำเอาเอวาสะดุ้งสุดตัว “กรี๊ดดดด! บักสีดาโรคจิต!” ซ่า.... แชมเปญจากแก้วที่เธอถืออยู่ได้ถูดส่งสาดไปยังใบหน้าหล่อลูกครึ่งนั้นทันที ทำเอาเดวิดถึงกับช็อคค้างกับการกระทำของหญิงสาวที่หลงรักเขาจนโงหัวไม่ขึ้นอย่างคุณหนูข้าวปั้น “ข้าว...เธอ...” “ก็นายทำให้ตกใจทำไมล่ะ! ช่วยไม่ได้!” “อุ๊บ...หึๆ” เหล่าบอดี้การ์ดอดไม่ได้ที่จะกลั้นหัวเราะ คุณหนูข้าวปั้นเวอร์ชั่นเอวาทำถูกใจพวกเขาไม่น้อย ไม่เหมือนกับที่ผ่านมาที่ดูคลั่งรักคู่หมั้นจนน่ารำคาญ สายตาของเดวิดมองบอดี้การ์ดก่อนที่พวกเขาจะทำหน้านิ่งเช่นเดิม “ผมว่าเราต้องคุยกันหน่อยนะครับข้าวปั้น” เดวิดเค้นเสียงจากไรฟันอย่างข่มอารมณ์ เพราะตอนนี้เขาเสียหน้าเหลือเกินที่เธอทำแบบนี้ เอวาได้แต่ยิ้มแห้งๆ พร้อมกับโบกมือปัดๆ เชิงปฏิเสธกลายๆ สายตาทุกคู่จับจ้องมายังพวกเขา พร้อมกับซุบซิบว่าทั้งคู่ระหองระแหงกัน หมับ! “ตามผมมาเถอะครับที่รัก” เดวิดไม่พูดเปล่ารีบเดินเข้าไปคว้ามือของหญิงสาวทันทีก่อนจะลากให้เธอเดินตามเขาไป บอดี้การ์ดเห็นอย่างนั้นจึงเดินตาม เดวิดหยุดชะงักฝีเท้าก่อนจะหันหน้าไปมองเหล่าบอดี้การ์ดเล็กน้อย “ไม่ต้องตาม” “....ครับ” พวกเขาตอบอย่างเสียไม่ได้ เพราะทุกครั้งที่เดวิดสั่งพวกเขาก็ไม่เคยขัด แถมคุณหนูข้าวปั้นยังระริกระรี้ที่จะตามไป แต่สำหรับตอนนี้พวกเขาอดที่จะห่วงคุณหนูของพวกเขาไม่ได้ เพราะเธอไม่ใช่คนเดิมอีกต่อไปแล้ว และนั่นยิ่งทำให้เขารู้สึกเป็นห่วงขึ้นมาจับใจ ใบหน้าสวยหันไปมองบอดี้การ์ดของตนอย่างร้องขอความช่วยเหลือทั้งที่ตนเองโดนลากไป พวกเขาทำได้แค่มองและหลบสายตาที่น่าสงสารนั้นเท่านั้น ก่อนที่ทุกคนจะหันมามองหน้ากันแล้วพยักหน้าอย่างรู้กันเงียบๆ แล้วแยกย้ายไปยืนตามจุดต่างๆเหมือนที่เคยๆทำ . . .
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD