นักเขียน NO NAME

1887 Words
. . “พี่เอวา!! มานอนอะไรตรงนี้เนี่ย” เสียงแหลมแสบแก้วหูตวาดลั่นเมื่อเห็นว่าพี่สาวของตนนอนฟุบหลับอยู่บนโต๊ะคอมพิวเตอร์ที่สิงสถิตประจำ หญิงสาวค่อยๆ ตื่นขึ้นมาพร้อมกับปรือตามองใบหน้าของน้องสาว หญิงสาวยังคงไม่สนใจเปิดปากหาวอย่างง่วงงันก่อนจะบิดขี้เกียจเพราะความเมื่อยล้าร่าง เธอจำได้ว่าล่าสุดที่มองนาฬิกามันเป็นเวลาตีห้าแล้วก่อนทุกอย่างจะดับวูบไป “กี่โมงแล้วเนี่ยแองจี้” “แปดโมงแล้วค่าคุณพี่สาว” แองจี้ตอบพร้อมกับวุ่นวายกับการเตรียมตัวเพื่อไปทำงาน เอวามองน้องสาวตาปริบๆ ที่วิ่งไปวิ่งมาอยู่ในห้องอย่าว้าวุ่น ก่อนลุกขึ้นไปชงกาแฟอย่างสบายๆ “สายแล้วๆ โอ๊ย...ลืมอะไรไหมเนี่ย” “กาแฟหน่อยไหม?” “ไม่มีเวลามานั่งจิบกาแฟแล้ว ว่าแต่พี่เถอะดื่มแต่กาแฟระวังจะช็อกตายนะ” “อ้าว...ไอ้น้องคนนี้ แช่งพี่ซะแล้ว” “พูดให้คิดค่า ไปก่อนนะ” แองจี้พูดจบก็รีบใส่รองเท้าส้นสูงแล้วรีบเปิดประตูออกจากห้องไป เอวามองตาหลังผู้เป็นน้องสาวของเธอก่อนจะส่ายหน้าเบาๆ ในครอบครัวมีเหลือแค่เธอกับน้องสาวอยู่สองคน เพราะพ่อแม่เสียไปตั้งแต่เธอยังเรียนไม่จบด้วยซ้ำ การแต่งนิยายเพื่อหาเลี้ยงชีพส่งตัวเองเรียนจนจบมันถือว่าเป็นงานที่ไม่ทำให้เสียเวลาเรียนและเธอเองก็สนุกไปกับมัน เอวาเรียนจบมหาวิทยาลัยชื่อดังก็จริงแต่ก็ไม่ได้ไปหางานที่ไหนทำ ได้แต่นั่งเขียนนิยายเป็นอาชีพจนตอนนี้อายุก็ปาเข้าเลขสามแล้ว ก็ถือว่ารายได้ดีไม่น้อย เธอกับน้องสาวเช่าคอนโดอยู่ใกล้ๆ ที่ทำงานของน้องสาว แองจี้ผู้เป็นน้องค่อนข้างเก่งด้านภาษาและตอนนี้ก็มีตำแหน่งใหญ่โตในบริษัทเล็กๆ พวกเธอจึงไม่ได้ลำบากมากนัก และเอวาเองก็ไม่อยากห่างจากน้องสาวของตัวเองจึงไม่ได้เช่าห้องแยก เพราะยังต้องคงความประหยัดอยู่บ้าง รายได้ของเธอเองก็ไม่แน่นอนสักเดือน ในชีวิตนี้ตั้งใจจะดูแลผู้เป็นน้องแทนแม่เพราะน้องสาวคือชีวิตทั้งหมดของเธอ ติ่ง! เสียงแจ้งเตือนจากแอปพลิเคชั่นของนักเขียนดังขึ้น เอวาเดินถือแก้วกาแฟดำไปที่โต๊ะทำงานของตนก่อนจะกดเข้าไปดูความคิดเห็นที่นักอ่านส่งมาให้ก่อนจะยิ้มออกมาอย่างมีความสุข แต่ก็ต้องไปสะดุดความคิดหนึ่งที่จะว่าดีก็ไม่เชิงจะว่าแย่ก็ไม่ได้แย่ ‘นักอ่านนิรนาม’ ‘คุณนักเขียนเคยมีความรักไหมคะ? ทำไมเรื่องนี้นางเอกอ่อนแอจัง ถ้านักเขียนเป็นนางเอกบ้างจะเป็นอย่างไรคะ? สงสารนางเอกจริงๆ’ คิ้วเรียวขมวดเล็กน้อยก่อนจะยกยิ้มกับความคิดเห็นนั้น อีกความหมายหนึ่งก็คือนักอ่านเข้าถึงนิยายของเธอหรือเปล่านะ เอวาวางแก้วกาแฟข้างๆ คอมพิวเตอร์ของเธอแล้วนั่งลงที่เก้าอี้เพื่อที่จะเตรียมตอบกลับความคิดเห็นนั้นแหย่นักอ่านเล่นขำๆ เสียหน่อย “ถ้าไรท์เป็นนางเอกมันจะเก่งเกินพระเอกนะคะ อยากเป็นนางเอกบ้างจังมีแต่หนุ่มหล่อรายล้อม อิอิ” เอวาตอบความคิดเห็นนั้นพร้อมกับหัวเราะคิกคักอยู่คนเดียวก่อนจะหมุนเก้าอี้ไปมาอย่างสบายใจ และแล้วเสียงแจ้งเตือนก็ดังขึ้นอีกครั้ง หญิงสาวรีบหันตัวมาแล้วอ่านความคิดเห็นเดิมที่ตอบเธอกลับมา ‘ถ้าอย่างนั้นหวังว่าคุณนักเขียนจะสนุกกับนิยายที่ตัวเองแต่งนะคะ ฉันคาดหวังว่าเส้นเรื่องจะเปลี่ยนไปถ้าคุณนักเขียนเข้าไปในนิยายดราม่าของตัวเอง’ “จะเข้าไปได้อย่างไรเล่า นี่มันโลกความจริงนะคะนักอ่านขา” เอวาหัวเราะออกมาอีกครั้งที่นักอ่านนิรนามคนนั้นอินกับนิยายของเธอเข้าขั้น แสดงว่าเธอก็แต่งได้ไม่แย่เท่าไหร่นี่นาแต่นิยายกลับไม่ดังเหมือนฟ้าผ่าอย่างที่คิดไว้นี่สิ ....อย่างน้อยก็มีคนอ่านก็ดีแล้วล่ะนะ... เอวาคิดก่อนจะเปิดปากหาวอีกครั้งเพราะเธอพึ่งนอนไปแค่สามชั่วโมงเท่านั้น หญิงสาวพิงพนักเก้าอี้ก่อนจะหลับตาลงคิดว่าจะพักสายตาเสียหน่อย เผื่อตื่นขึ้นมาคิดตอนถัดไปต่อได้ โดยลืมที่จะวางแก้วกาแฟไปเพราะเธอคิดว่าจะพักสายตาไม่ได้จะหลับแต่ก็ดันผล็อยหลับไปเสียอย่างนั้น แก้วกาแฟที่ถืออยู่ก็ค่อยๆ เอียงหลุดจากมือจนกาแฟคว่ำหกเลอะคอมพิวเตอร์ทำให้เกิดกระแสไฟฟ้าช็อตโดยที่เธอไม่รู้ตัวเลย กระแสไฟฟ้าแล่นเข้าสู้ร่างกายเมื่อมือของเธอแตะโดนกาแฟที่หก หน้าจอคอมพิวเตอร์ติดๆ ดับๆ ก่อนจะเปิดหน้านิยายดราม่าที่เธอแต่งนั้นขึ้นมาเอง ร่างกายกระตุกเกร็งความรู้สึกเจ็บแปลบแล่นเข้ามาตามร่าง รู้สึกแต่กลับลืมตาไม่ขึ้นพูดไม่ออก หัวใจเต้นระรัวจนเจ็บอกไปหมด เธอทำได้แค่ปรือตามองหน้าจอตรงหน้าเท่านั้น ...ใคร...ใครก็ได้ช่วยด้วย!!...แองจี้...น้องสาวที่แสนบริสุทธิ์ของฉัน.... ความรู้สึกนึกคิดปั่นป่วนไปหมด ไม่สามารถพูดหรือขยับเลยแม้แต่นิดเดียว ก่อนที่ทุกอย่างจะดับวูบไป แต่ในห้วงความคิดหนึ่งกลับตื่นตัวขึ้นมาอย่างน่าประหลาด เปลือกตาไม่กล้าแม้แต่จะลืมขึ้น ความมรู้สึกร่างกายแข็งเกร็งจนขยับเขยื้อนไม่ได้คล้ายกับถูกตรึงไว้ ก่อนจะได้ยินเสียงอ่อนหวานแต่คำพูดกลับไม่อ่อนหวานเอาซะเลยดังก้องอยู่ในหู "อยากเขียนบทให้ฉันอ่อนแอดีนักใช่ไหม...งั้นมาเป็นนางเอกเองละกัน เหนื่อยแล้ว!" เสียงก้องกังวานไปทั่วบริเวณความมืดมิด ที่ภาพเบื้องหน้าที่ปรือตามองบิดเบี้ยวไปหมด ไม่เหมือนกับสถานที่ที่คนจะสามารถอาศัยได้ เอวามองรอบๆ ตัว ดวงตาปรือเหมือนคนยังไม่ตื่นก็ต้องเบิกกว้างขึ้น เมื่อรู้สึกว่าร่างกายของตนล่องลอยเหมือนอยู่ในสุญญากาศ ก่อนจะมองไปเบื้องหน้าที่หญิงสาวนิรนามกอดอกมองเธออยู่ ใบหน้าสวยที่เหมือนกับรูปปั้นยืนมองเธออย่างโกรธเคือง "ใคร...ใครกัน?" "ฉัน...นางเอกของเธอไง" "ฮะ?...เดี๋ยวนะ แล้วที่นี่ที่ไหน?" "ขอบ่นหน่อยเถอะ มีที่ไหนแต่งนิยายให้นางเอกอ่อนแอทำอะไรไม่เป็นสักอย่างแล้วจะใช้ชีวิตอยู่ยังไง" "อะไร..ยังไง??" "เชิญ ไปเป็นนางเอกเองเลยค่ะ" สิ้นเสียงก้องกังวานของหญิงสาวนิรนามตรงหน้าก็เหมือนถูกถีบเข้าหาแสงที่สว่างจ้าจนเข้ามากระทบของร่างกายของหญิงสาวทั้งสองมันจ้าแทบลืมตาไม่ได้ ก่อนทุกอย่างจะดับวูบลงไป... แองจี้ที่ทำงานอยู่อย่างขะมักเขม้นอยู่ๆ ก็ได้ยินเสียงโทรศัพท์ของตนดังขึ้น หญิงสาวมองดูเบอร์โทรศัพท์ที่ไม่คุ้นเคยก่อนจะชั่งใจว่ากดรับดีหรือไม่ เพราะสมัยนี้มิจฉาชีพเยอะเสียด้วย ในที่สุดเธอก็ไม่กดรับสายแต่กดปิดเสียงไปแทน แล้วหันไปทำงานของตนต่อ แม้โทรศัพท์ของเธอจะมีสายเข้าไม่หยุดก็ตาม หญิงสาวทำงานจนล่วงเลยมาถึงตอนเลิกงาน เธอบิดตัวคลายความเมื่อยล้าก่อนจะเอื้อมมือไปหยิบโทรศัพท์จากกระเป๋าของตนเพื่อที่จะทักถามพี่สาวว่าอยากทานอะไรไหมเธอจะได้ซื้อเข้าไป แต่ก็ต้องตกใจเมื่อเห็นสายเรียกเข้าเกือบห้าสิบสายที่เธอไม่ได้รับ แองจี้เช็คดูประวัติการโทรเหล่านั้นมีทั้งเบอร์แปลกและเบอร์โทรของนิติคอนโดที่เธอเช่าอยู่ ใจคอเริ่มรู้สึกไม่ดีว่ามีเหตุอะไรเกิดขึ้นหรือเปล่า ระหว่างเดินทางไปที่ลานจอดรถเธอก็ได้กดโทรหานิติคอนโดทันที ก่อนที่จะมีเสียงตอบกลับจากปลายสาย “สวัสดีครับ คุณแองจี้ตึกเอห้อง8808รึเปล่าครับ?” “ค่ะ ใช่ค่ะ มีอะไรรึเปล่าคะ?” “ครับ ผมจะโทรมาแจ้งเหตุว่าเกิดไฟฟ้าช็อตภายในห้อง และตอนนี้พี่สาวของคุณอยู่ที่โรงพยาบาลอาการโคม่าครับ” “คะ?...เดี๋ยวนะคะ...มันเป็นไปได้ยังไง?” “เหตุเพราะกาแฟหกบนคอมพิวเตอร์ครับพอมันช็อตก็เลยทำให้กระแสไฟส่งไปยังปลั๊กที่เสียบอยู่ และผู้ได้รับบาดเจ็บเพราะมือไปวางไว้ตรงกาแฟที่หกพอดีครับ น่าจะโดนช็อตเป็นเวลานานป่านนี้ยังไม่ฟื้นเลยครับ” “โรงพยาบาลไหนคะ?!! ฉันจะรีบไป!!” “โรงพยาบาลพลีชีพครับ...” “ขอบคุณค่ะ!!” แองจี้รีบวางสายก่อนจะวิ่งขึ้นและเหยียบคันเร่งจนมิดอย่างใจร้อน ภายในใจกระวนกระวายเพราะเป็นห่วงพี่สาวเพียงคนเดียวของตนอย่างสุดใจ น้ำตาเริ่มเอ่อคลอเบ้าตาสวยอย่างห้ามไม่อยู่ “บ้าเอ๊ย!! พี่บ้า!! ไหนบอกว่าจะไม่มีทางป่วยเข้าโรงพยาบาลนั้นไง ไหนบอกว่าชื่อโรงพยาบาลก็ไม่น่าเข้าแล้ว ทำไมถึงเข้าไปได้ล่ะเนี่ย!! บอกแล้วว่าอย่านอนดึกดื่มแต่กาแฟ!!” แองจี้บ่นไปเหยียบคันเร่งไปปาดน้ำตาไปด้วยอย่างเร่งรีบ เธอทำได้แต่ภาวนาว่าผู้เป็นพี่สาวจะไม่เป็นอะไรไปถึงชีวิต เพราะถ้าเอวาเป็นอะไรเธอก็จะเหลือตัวคนเดียวไม่เหลือใครอีกแล้ว... โรงพยาบาล พลีชีพ แองจี้รีบจอดรถแล้วรีบวิ่งเข้าไปสอบถามพยาบาลที่อยู่ด้านหน้า สีหน้าของเธอไม่สู้ดีนัก พร้อมกับมองไปรอบๆ ก็เห็นคนป่วยที่เหมือนจะหมดแรงพร้อมพลีชีพเหลือเต็มทน ก็ยิ่งทำให้สีหน้าของหญิงสาวยิ่งแย่เข้าไปใหญ่ เมื่อได้เลขห้องของผู้เป็นพี่สาวก็รีบเดินไปทันทีเพื่อดูอาการว่าจะหนักถึงขั้นไหน แองจี้พรวดพราดเข้าห้องไปที่กำลังมีคุณหมอตรวจอาการอยู่ ก่อนสสายตาจะมองเห็นร่างของพี่สาวที่มีสายระโยงรยางค์เต็มตัวไปหมด คุณหมอใส่แมสยืนอยู่ข้างๆ เตียงก็หันไปมองผู้มาเยือนอย่างสงสัย แองจี้มองหน้าหมอหนุ่มก่อนจะรีบเข้ามาหาพี่สาวที่นอนหลับไม่ได้สติอยู่ “ฉันเป็นน้องสาวเพียงคนเดียวของเธอค่ะ อาการของพี่สาวเป็นยังไงบ้างคะ?” “อ๋อครับ...ตอนนี้เธออยู่ในสภาพเจ้าหญิงนิทรา...หมอไม่อาจจะบอกได้ว่าเธอจะฟื้นเมื่อไหร่ เพราะกระแสไฟฟ้าช็อตทำลายเส้นประสาทและส่วนอื่นๆ จนสาหัสครับ” “มีโอกาสฟื้นกี่เปอร์เซ็นคะ?” “เอ่อ...” หมอหนุ่มทำหน้าลำบากใจไม่น้อยที่จะตอบคำถามของหญิงสาวผู้ซึ่งเป็นญาติผู้ป่วย แองจี้เห็นอย่างนั้นจึงพอจะเข้าใจได้ เธอทำได้แต่พยักหน้าแล้วร้องไห้อยู่ข้างๆ เตียงเท่านั้น เมื่อหมอหนุ่มเห็นว่าไม่ใช่เวลาที่จะต้องมารบกวนญาติคนไข้จึงเดินออกจากห้องไปเงียบๆ “ไหนว่าจะไม่ทิ้งฉันไงพี่...ฮึกๆ ฮือ....” . . . . .
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD