“ห้องเก่าของชายคินน์ไงคะ แม่ห้ามท่านพ่อก็ไม่ยอมฟัง ว่าเป็นห้องเก่าของชายคินน์ และ...เอ่อ...ชายคินน์รักห้องนั้นมาก”
คุณผู้หญิงบงกชเพชรเติมเชื้อไฟลงไปทันที เมื่อเธอรู้ว่าไฟเริ่มที่จะติดแล้ว ห้องเก่านั้นก็คือห้องของหม่อมราชวงศ์นวลปรางค์ มารดาของท่านชายอคิราห์นั่นเอง
“ห้องมีตั้งเยอะแยะ ทำไมคุณพ่อถึงเลือกห้องนั้นให้เธอ!”
อคิราห์หันไปฟาดเด็กสาวที่นั่งหน้านิ่งนั้นทันที ใบหน้าสง่างามเต็มไปด้วยความดุร้าย ความเจ็บปวดที่แม่ทิ้งเขาไปยังอยู่ในความทรงจำของเขาตลอดเวลา ทำไมคุณพ่อถึงได้บดขยี้ใจของเขาซ้ำเพิ่มขึ้นไปอีก
“ท่านชายคินน์ถามแก ไม่ได้ยินหรือไง นังขวัญข้าว!”
นายว่าขี้ข้าพลอย คุณหญิงบงกชเพชรใช้จังหวะนี้เล่นงานทายาทศัตรูใจของเธอทันที
“หนูไม่รู้ค่ะ...คุณ-ละ เอ่อ ท่านชายนวพลให้หนูกับน้องมาอยู่ค่ะ...หนูไม่รู้จริงๆ ว่าคือห้องของใครค่ะ”
ขวัญข้าวตอบกลับไปแบบตรงๆ เธอไม่รู้ว่าการที่แม่ของเธอเป็นคนรักเก่าของหม่อมราชวงศ์นวพลนั้น มันผิดมากมายขนาดนั้นเลยเหรอ ทำไมทุกคนถึงได้จงเกลียดจงชังแม่ของเธอนัก ทั้งที่แม่ของเธอกับหม่อมราชวงศ์นวพลก็เป็นได้แค่คนเคยรักกันเท่านั้น
“งั้น เธอควรรีบย้ายของออกจากห้องนั้น เพราะฉันไม่อนุญาตให้ใครมาแตะห้องของแม่ฉันโดยเด็ดขาด”
ถึงแม้อคิราห์จะอยู่ในวัย 29 ปีแล้วก็ตาม แต่ความรู้สึกและความทรงจำในวัยเด็กของเขานั้น ยังมีแม่ของเขาอยู่เสมอ ภาพจำที่แม่ของเขาเดินจากไป มันยังตราตรึงอยู่ในใจเขาทุกห้วงเวลา
“งั้น ท่านชายคินน์ ก็ควรที่จะบอกกับท่านชายนวพลสิคะ เพราะท่านพ่อของท่านชายเองเป็นคนที่ให้หนูมาอยู่ค่ะ”
ขวัญข้าวหมายความอย่างที่เธอพูดจริงๆ ไม่ได้คิดที่จะก้าวร้าวแต่อย่างใด หม่อมราชวงศ์นวพลคือคนที่พาเธอกับน้องมาจริงๆ เพราะฉะนั้นถ้าจะให้เธอย้ายห้องนั้น ท่านก็ควรจะมาเอ่ยด้วยตัวเองสิ ถึงจะถูก
“ต๊าย! แก นังขวัญข้าว แกกล้าขัดใจชายคินน์เลยเหรอ นี่แกไม่รู้หรือแกล้งโง่กันแน่ ในอนาคตท่านชายคินน์ก็ต้องเป็นเจ้าของบ้านหลังนี้แล้ว แกช่างกล้านะ”
“ไม่เป็นไร ถ้าอยากจะอยู่ต่อล่ะก็ ฉันไม่รับประกันความปลอดภัยของเธอ อยากอยู่ก็แล้วแต่เธอล่ะกัน”
ใบหน้าคมกระตุกยิ้มราวกับมีบางอย่างอยู่ในใจ ความเจ็บปวดมักจะตามด้วยการแก้แค้นเสมอ ‘เธอรู้จักนายอคิราห์คนนี้น้อยไป’
.........................
[เวลาต่อมา...]
“พี่ข้าวจะอยู่ห้องนี้จริงๆ เหรอครับ”
“อืม...ก็ต้องอยู่ห้องนี้แหละ จะให้พี่ย้ายไปอยู่ห้องไหนกันล่ะ...ถ้าจะให้พี่ไป คุณลุงท่านต้องเป็นคนจัดการนะภัทร พี่ตัดสินใจเองไม่ได้หรอก”
บทสนทนาเมื่อครู่ได้สร้างความไม่พอใจให้กับคนเหล่านั้นมาก พวกเขาช่างเป็นคนใจร้ายใจดำเหลือเกิน เธอในฐานะที่ไม่ได้รู้เห็นอะไรเลยกับเหตุการณ์ของความเกลียดชังนั้น แต่ทำไมพวกเขาถึงไม่แยกแยะกันนะ
“พี่ข้าวไม่กลัวว่าท่านชายคินน์จะเล่นงานพี่เหรอครับ ภัทรว่าพี่ข้าวย้ายมาอยู่ห้องภัทรก็ได้นะครับ ห้องกว้างมากๆ”
ณภัทรเป็นห่วงพี่สาวเป็นอย่างมาก เขาเห็นแววตาของพวกคนใจร้ายนั้นแสดงความโกรธไม่พอใจออกมาอย่างชัดเจน
“พี่ไม่ได้ทำอะไรผิดนะภัทร ถ้าท่านชายคินน์อยากให้พี่ย้าย ท่านชายก็ต้องไปบอกคุณลุงสิ อย่าลืมนะว่าตอนนี้ คุณลุงเป็นเจ้าของบ้าน ภัทรจำไม่ได้เหรอ ว่าคุณลุงบอกเราสองคนว่าไง”
“จำได้ครับ...แต่ภัทรกลัวว่าท่านชายคินน์จะมาทำร้ายพี่ข้าวครับ”
“ไม่มีอะไรหรอกภัทร ท่านชายคินน์ก็แค่โกรธเท่านั้นแหละ”
ขวัญข้าวรู้ว่าเขาไม่ใช่แค่โกรธอย่างที่เธอบอกน้องแน่นอนระยะเวลาที่ขวัญข้าวอยู่ที่นี่หกเดือนนั้น เธอรู้ว่าหม่อมราชวงศ์อคิราห์นั้นหมายหัวแม่ของเธอเอาไว้ แต่ทว่าแม่ของเธอมาด่วนจากไปเสียก่อน เพราะฉะนั้นคนต่อไปก็ต้องเป็นเธอกับน้องอย่างแน่นอน
ปึ่ง! ปึ่ง! เสียงทุบประตูห้องดังสนั่น
แกร๊ก! ประตูถูกเปิดโดยพลการในเวลาต่อมา
ปึก! เอกสารจำนวนหนึ่งถูกโยนลงพื้นตรงหน้าคนทั้งสอง
“คุณท่านให้ฉันเอาตารางการทำงานมาให้แกสองคน ฉันมอบหมายงานในแต่ละวันให้แกแล้ว ส่วนอีกอันหนึ่งคือตารางเข้าออกตึกนี้ คุณท่านบอกว่า ถึงแม้คุณท่านนวพลจะอนุญาตให้แกอยู่ในตึกนี้ได้ ก็ไม่ได้หมายความว่าแกสองคนจะเที่ยวเดินเข้าออกตามใจ เพราะฉะนั้นอ่านรายละเอียด และปฏิบัติทุกอย่างให้เคร่งครัดด้วย”
“ค่ะคุณป้า”
“นี่! ใครเป็นป้าแกยะ...ฉันอายุ 45 เองนะ อย่ามาเรียกฉันแบบนี้ และอีกอย่างฉันก็ไม่ใช่ญาติของแกด้วย”
“แล้วจะให้หนูเรียกว่าอะไรล่ะคะ”
“คุณอบเชย”
“ค่ะคุณอบเชย”
“ดี! บอกน้องแกด้วย มีอะไรข้องใจก็ถามฉันได้ อย่าเที่ยวไปเสนอหน้าในเขตหวงห้ามเด็ดขาด ไม่งั้น คุณท่านไม่เอาแกสองคนไว้แน่! เข้าใจมั้ย!”
“เข้าใจค่ะคุณอบเชย”
“ฮึ่ม...ดี!!! เข้าใจง่ายๆ ไม่ดื้อไม่แข็งข้อ แบบนี้แกถึงจะอยู่บ้านหลังนี้ได้...แต่ก็ไม่รู้ว่าจะอยู่ได้นานหรือเปล่านะ แล้วแต่เวรแต่กรรมของแกล่ะกัน”
.........................
[โรงเรียนรัฐแห่งหนึ่ง...กรุงเทพมหานคร]
“พี่นนท์เขาน่ารักมากๆ เลยนะข้าว ตอนนี้ยิ่งเตยรู้ว่าข้าวอยู่บ้านเดียวกับพี่เขาแล้ว ตื่นเต้นสุดๆ เลยอ่ะ เตยไปเที่ยวหาข้าวได้มั้ย...คือเตยอยากเจอพี่นนท์น่ะ”
“คุณนนท์ไม่ได้เป็นอย่างที่เตยเห็นนะ ข้าวว่าเตยอย่าไปชอบพี่เขาเลยนะ”
ขวัญข้าวรีบเตือน‘ชมพูนุท’ หรือ ‘ใบเตย’ เพื่อนรักตั้งแต่สมัยอนุบาลของเธอทันที ขวัญข้าวรู้ว่าชายที่เพื่อนเธอชอบนั้น ไม่ธรรมดา ขวัญข้าวไม่ได้ปิดกั้นเพื่อนของเธอเลยนะ แต่เธอรู้มาว่า คุณธนนท์หรือพี่นนท์ที่เพื่อนเธอชอบน่ะ ไม่ได้เป็นอย่างที่เพื่อนเธอเพ้อฝันเลยสักนิด
“เตยรู้...เตยไปส่องไอจีพี่เขาแล้วนะ พี่เขาเปลี่ยนสาวๆ ไม่ซ้ำหน้าเลยนะ แต่ก็อย่างว่าแหละ พี่เขาหล่อขนาดนั้น จะไม่มีคนชอบได้ยังไงล่ะ”
ชมพูนุทรู้ทุกอย่างที่เพื่อนเธอบอก แต่จะให้เธอทำยังไงล่ะ ในเมื่อเธอชอบพี่เขาไปแล้ว จุดเริ่มต้นเกิดจากที่พี่เขาติดตามขวัญข้าวเพื่อนของเธอในไอจี หลังจากนั้นชมพูนุทก็ได้เข้าไปส่องในไอจีเขาอยู่บ่อยๆ จนเกิดเป็นความชอบและคลั่งไคล้หนักขึ้นเรื่อยๆ และยิ่งมารู้ว่าเพื่อนเธออยู่บ้านเดียวกับเขาอีก
“เตย...ข้าวเตือนเตยแล้วนะ ตอนนี้ปัญหาใหญ่ของข้าวคือ...คนของบ้านวรารักษ์เมธานนท์ ซึ่งก็รวมพี่เขาด้วยนะ”
“อืม...สรุปคุณลุงรู้เรื่องนี้หรือยังข้าว”
“จะรู้ได้ยังไง...ข้าวไม่มีแม้แต่โอกาสที่จะเข้าใกล้คุณลุงเลยด้วยซ้ำ ก็ได้แต่โทรบ้าง แต่ข้าวก็ไม่อยากเอาเรื่องนี้ไปรบกวนคุณลุงเลยนะเตย”
“แล้วตอนนี้...คนพวกนั้นทำอะไรข้าวบ้างล่ะ พี่นนท์ไม่ได้เข้ามา...เอ่อ...แกล้งข้าวด้วยใช่มั้ย”
“คุณนนท์ไม่ได้เป็นอย่างที่เตยเห็นนะ...ข้าวจะบอกเตยยังไงดีล่ะ...เอาเป็นว่าเตยเลิกชอบพี่เขาเถอะ”
แค่เธอเห็นแววตาของเขาที่มองมาที่เธอ ขวัญข้าวก็รู้ได้ในทันทีว่า ธนนท์ไม่ได้มีจุดประสงค์ดีต่อเธอเลย เขาไม่ได้จะทำร้ายเธอหรอกนะ แต่เขามักจะพูดจาในเชิงชู้สาวกับเธอ เพื่อหวังบางอย่างจากเธอมากว่า
“พี่เขาจีบข้าวใช่มั้ย หรือพี่เขาชอบข้าว อืม เตยรู้หมดแหละว่าพี่เขาเป็นยังไง แต่เตยชอบพี่เขาไปแล้วอ่ะ จะให้ทำยังไงข้าว รู้ว่าพี่เขาไม่โอเคนะ แต่เตยก็ยังชอบพี่เขา เตยเข้าใจความหวังดีของข้าวนะ คนมันชอบไปแล้วอ่ะ จะให้ทำยังไงล่ะ”
“อือ งั้นก็แล้วแต่เตยแล้วกันนะ ส่วนเรื่องที่จะไปหาข้าวที่บ้านล่ะก็ ตอนนี้ข้าวยังไม่สะดวกหรอกนะ ข้าวยังลำบากอยู่เลย ข้าวกับภัทรต้องทำงานทุกวัน เวลานอนก็แทบจะไม่มีเลยนะ”
ตารางงานที่หัวหน้าแม่บ้านเอาให้เธอกับน้องนั้น มันแน่นเอี๊ยดเลยทีเดียว กวาดบ้าน ถูบ้าน ซักล้าง เก็บขยะ ทำสวน ทุกอย่างในคฤหาสน์หลังใหญ่ เธอเหนื่อยสายตัวแทบขาด ขวัญข้าวสงสารน้องของเธอเหลือเกิน บางงานเธอยังต้องทำแทนน้องด้วย ณภัทรอายุยังน้อย
“ทำไมคนบ้านวรารักษ์เมธานนท์ถึงได้ใจร้ายขนาดนั้นนะ ทั้งที่น้ามุกดาก็ไม่ได้ทำอะไรให้เลย ยิ่งข้าวกับน้องด้วยแล้ว ก็ยิ่งไม่เกี่ยวกับเรื่องอดีตนั่น ทำไมเขาถึงไม่แยกแยะกันนะ”
“นั่นสิเตย...บ้านวรารักษ์เมธานนท์มีแค่คุณลุงเท่านั้นที่ไม่เกลียดข้าวกับน้อง ที่เหลือก็...แม้กระทั่งคนรับใช้ก็ยังเกลียดเลย”
“เฮ้อ สงสารข้าวกับภัทรจริงๆ ถ้าบ้านเตยร่ำรวยล่ะก็ เตยก็จะขอให้พ่อกับแม่เตยรับข้าวกับภัทรมาอยู่ด้วยแล้วนะ”
“ขอบใจมากนะเตย ไม่ว่ายังไงข้าวก็จะอดทนต่อไปเรื่อยๆ อย่างน้อยก็ยังมีคุณลุงที่ดีกับข้าวอยู่”
กำลังใจในการสู้ต่อของเธอนั้นคือความฝันที่จะมีชีวิตที่ดี และเป็นอิสระ มีบ้านเป็นของตัวเอง และมีงานทำสามารถเลี้ยงตัวเองและน้องได้ อีกนานแค่ไหนกันนะ ที่เธอจะไปให้ถึงฝันนั้น อายุเธอพึ่งจะ 16 เองนะ...
....................