“ไม่ใช่ค่ะ แต่พั้นซ์อยากนอนพักผ่อนมากกว่าและพรุ่งนี้พั้นซ์ก็ต้องกลับกรุงเทพเพราะพี่เทมส์ไม่อยู่พั้นซ์ต้องไปช่วยแทมมี่ดูแลงานค่ะ” แค่เดินทางก็สูบเอาพลังงานของเธอไปหมดแล้วไหนจะต้องจัดการกับลูกค้าหัวใสที่คอมเพลนโรงแรมอีกวันนี้พลังงานของเธอหมดแล้ว
“แค่ทานข้าวนะครับ หรือว่าน้องพั้นซ์รังเกียจพี่ครับ”
“เดี๋ยวพั้นซ์จะบอกอีกที ขอตัวก่อนนะคะ” วธูพูดจบก็ขอตัวไปทำงานเพราะคุยกับพงศกรไม่รู้เรื่องทั้งที่พ่อตัวเองป่วยติดเตียงทำอะไรไม่ได้และไม่รู้ว่าจะรักษาตัวนานแค่ไหนถึงจะหายกลับไม่สนใจและพี่กรที่เธอรู้จักไม่ใช่คนแบบนี้
“พี่ไม่ปล่อยเธอไปแน่ น้องพั้นซ์ต้องเป็นเมียพี่ไม่ใช่เมียไอ้เทมส์” พงศกรมองตามหลังน้องสาวนอกไส้อย่างหมายมาดและคืนนี้เขาจะต้องเอาวธูมาเป็นเมียให้ได้ในเมื่อพูดคุยกันดีๆไม่ชอบ เขาก็จะร้ายให้ดูและอย่ามากล่าวหาว่าเขาใจร้ายก็แล้วกัน
เวลาผ่านไปจนบ่ายคล้อยเพื่อนๆของพงศกรก็มาถึงและแต่ละคนก็ควงสาวสวยมาด้วยยกเว้นพงกรที่เขาหมายปองวธูและคืนนี้เขาวางแผนจะรวบหัวรวบหางเธอเป็นเมียก็เท่าเขาได้เหยียบหน้ากฤติธี จากนั้นเขาก็จะพูดถึงเรื่องพันธะของกฤติธีกับวธูว่าเขาไม่ได้แย่งวธูแต่เขากับวธูรักกันแค่นี้ทุกคนก็เข้าใจแล้ว
“มึงเอาของที่กูสั่งมาด้วยมั้ย” พงศกรถามเพื่อนตัวร้ายที่ไม่ถูกกันกับกลุ่มของกฤติธี
“เอามาสิวะ ว่าแต่อย่างมึงต้องใช้ยานี่ด้วยเหรอวะไอ้กร” นรุมต์ยื่นซองยาปลุกเซ็กส์ให้เพื่อน
“มึงไม่ต้องรู้หรอกน่าน”
“มึงมันร้ายจริงๆว่ะกร” ธงชัยมองเพื่อนยิ้มๆเขาพอจะรู้ว่ามันมาที่นี่ทำไม
“มึงรู้อะไรมาวะหนุ่ม บอกกูบ้างสิวะ” นฤมิตรถามเพื่อนที่พูดเหมือนกับรู้ว่าพงศกรจะทำอะไรและเขากับพงศกรเพิ่งมาสนิทกันได้ไม่นานปกติมันอยู่กลุ่มเดียวกับกฤติธี จักรภัทร ตีรณ บรรณวีและชยานันท์ที่เก่งรอบด้านไม่ว่าการเรียนการกีฬาและฝีมือการทำงานและตอนนี้ยังเข้าไปทำงานในบริษัทของพงศกรทำให้เจ้าของตัวจริงต้องระเห็จออกมาเปิดบริษัทของตัวเองแข่งกับบริษัทของพ่อและลงทุนด้วยกันและมีนายทุนจีนสีเทามาร่วมลงทุนด้วยเงินก้อนใหญ่และให้พวกเขาบริหาร
“ไม่มีอะไร เดี๋ยวกูไปอาบน้ำก่อนดีกว่าเย็นนี้เจอกันนะเว้ย” นรุมต์ลุกขึ้นก่อนใครเพื่อไปอาบน้ำเพราะตอนนี้อากาศร้อนมาก
ทุกคนก็ลุกตามและแยกย้ายกันไปพักผ่อนและนัดเจอกันตอนเย็นเพื่อมารับประทานอาหานและดื่มด้วยกันซึ่งงานนี้พงศกรเป็นเจ้ามือ ส่วนวธูก็คิดไม่ตกว่าจะไปรับประทานอาหารเย็นกับพงศกรดีหรือไม่
“คุณหน่อยตามพี่นุมาพบพั้นซ์ที่ห้องทำงานด้วยค่ะ” เสียงหวานพูดผ่านอินเตอร์คอมบอกเลขาสาวของผู้จัดการใหญ่ที่คอยช่วยงานเธอและสามีรวมถึงทุกคนที่มาตรวจงาน
“ได้ค่ะคุณพั้นซ์”
วธูเอนตัวพิงพนักเก้าอี้ยกมือประสานกันไว้บนอกมองไปนอกกระจกใสเห็นน้ำทะเลสีเขียวราวกับมรกตที่เวิ้งว้างกว้างใหญ่ไพศาลสะท้อนแสงแดดจัดจ้านเป็นเงาระยิบระยับและคิดถึงเรื่องของตัวเองที่คาราคาซังและตอนนี้กฤติธีคงไปหาแฟนสาวของเขาหากกลับมาเมื่อไหร่เธอจะคุยกับเขาเรื่องทำอิกซี่หรือเด็กหลอดแก้วแม้เขาจะไม่ต้องการแต่เธอจะดูแลลูกที่เกิดมาจะเป็นทั้งพ่อทั้งแม่และเลี้ยงดูให้เขาเป็นเด็กที่มีความสุขที่สุดในโลกไม่ใช่ว่าเพราะทรัพย์สินแต่เธอมีเหตุผลของตัวเองที่บอกใครไม่ได้
“ก๊อกๆๆ..”
“ผมภานุครับ”
“เชิญค่ะพี่นุ” เสียงหวานตอบภานุที่ติดตามดูแลขับรถและเดินทางไปไหนมาไหนกับเธอตามคำสั่งของสามีที่เป็นห่วงความปลอดภัยของเธอเวลาเดินทางคนเดียวแม้จะมีเลขาส่วนตัวเป็นผู้หญิงแต่พี่อ้นเดินทางไปด้วยทุกครั้งไม่ได้เพราะต้องดูแลประสานงานที่สำนักงานด้วย
“คุณพั้นซ์มีอะไรจะใช้ผมครับ”
“เย็นนี้พั้นซ์จะไปทานข้าวกับพี่กร พี่นุไปกับพั้นซ์ด้วยนะคะ” เธอไม่ไว้ใจพงศกรเพราะท่าทีของเขาเวลาพูดถึงกฤติธีและพ่อของเธอกับลุงอาร์ทด้วยสายตาลุกวาวและเธอก็เป็นลูกของพ่อจึงระวังตัวไว้ก่อน
“คุณพั้นซ์จะไปกี่โมงครับ”
“น่าจะทุ่มหนึ่งค่ะ พี่นุเตรียมตัวเสร็จก็ไปเรียกพั้นซ์ที่ห้องนะคะ” เธอไว้ใจภานุมากกว่าพงศกรเพราะภานุอยู่กับลุงชิตมานานก่อนจะมาอยู่กับพี่เทมส์และครอบครัวของภานุก็ทำงานในโรงแรมหลายคนและพ่อของเธอกับลุงชิตและสามีไว้ใจเขาให้ดูแลเธอ
“ได้ครับ เอ่อ ผมขอพูดหน่อยได้มั้ยครับ”
“ได้ค่ะ พี่นุพูดได้เลยค่ะ”
“ผมขอดูแลคุณพั้นซ์อยู่ห่างๆได้มั้ยครับ ผมบอกตรงๆว่าผมไม่ไว้ใจคุณกรเพราะเพื่อนของเขาที่มาด้วยแต่ละคนก็ไม่น่าไว้ใจครับ”
“พี่นุคิดเหมือนพั้นซ์เลยค่ะ พี่กรพูดดีและดีกับพั้นซ์แต่พูดถึงพ่อของพั้นซ์ลุงชิตพี่เทมส์ด้วยความไม่พอใจมันดูย้อนแย้งกันค่ะ” เธอก็คิดว่าตัวเองจะคิดมากเป็นฝ่ายเดียวและต้องยอมรับว่าภานุหูตากว้างไกลและยังอัธยาศัยดีเข้ากับทุกคนได้ง่ายจึงรู้ข้อมูลดีๆมีประโยชน์มากมายเพราะไม่ใช่แค่คนขับรถและติดตามแต่เขาเป็นบอดี้การ์ดและยังสามารถช่วยงานเธอได้อีกด้วย
“งั้นคุณพั้นซ์ก็ไปทานข้างกับคุณกรและทำตัวตามปกตินะครับ ผมจะคอยดูอยู่ห่างๆและจะประสานงานกับผู้จัดการและทีมรักษาความปลอดภัยให้ช่วยดูอีกแรงด้วยครับ”
“ขอบคุณค่ะพี่นุ”
“งั้นผมขอตัวไปคุยกับทีมงานรักษาความปลอดภัยของโรงแรมนะครับ”
“เชิญค่ะ”
ภานุเดินออกไปจากห้องทำงานของเจ้านายสาวเพื่อไปคุยกับผู้จัดการฝ่ายรักษาความปลอดภัยของโรงแรมและโทรรายงานเจ้านายหนุ่มที่กำชับให้เขาดูแลเจ้านายสาวให้ดี
“ยังดีที่ยังพอฉลาดอยู่บ้าง ฝากด้วยนะพี่นุ” กฤติธีพูดกับตัวเองเบาๆอย่างน้อยวธูก็ไม่ได้ซื่อจนไม่มีเหตุผลและยังมองพงศกรออก
“ครับคุณเทมส์” เขาจะดูแลเจ้านายสาวให้ดีที่สุดสมกับที่เจ้านายหนุ่มและเจ้านายใหญ่ทั้งสองไว้ใจ
กฤติธีวางสายแล้วก็อาบน้ำเตรียมตัวกลับเมืองไทยในเวลาสิบหกนาฬิกาซึ่งก่อนกำหนดและต้องทบทวนเรื่องของเขากับทิชาภรณ์ว่าจะทำยังไงต่อไปแต่ที่แน่ๆเขามีหลักฐานในมือแต่ก็ให้คนตามดูพฤติกรรมของทิชาภรณ์ต่อไปอย่างน้อยเวลายุติความสัมพันธ์เขาจะได้จัดการได้ง่ายๆ
เวลา18.30น.
วธูอาบน้ำแต่งตัวด้วยชุดผ้าบาติกสีขาวพิมพ์ลายดอกกุหลาบสีแดงตรงชายชุด ผมยาวมัดรวบไว้ด้านหลังอวดใบหน้าสวบหวานที่แต้มลิปสติกสีชมพูอ่อนสวยน่ารักราวกับเด็กมหาลัยทั้งที่อายุยี่สิบแปดปีแล้วเดินออกจากห้องลงลิฟต์ไปชั้นล่างรอพงศกรที่ล็อบบี้
“ตู้ดดๆๆ..” เสียงโทรศัพท์ในกระเป๋าผ้าใบเล็กที่ถือมาดังขึ้นวธูก็หยิบมาดูเห็นเบอร์ของคนที่เธฮนัดโชว์อยู่ก็กดรับสาย
“ค่ะพี่กร”
“น้องพั้นซ์แต่งตัวเสร็จหรือยังครับ” เขามองวธูจากช่องตาแมวจนร่างเล็กบอบบางเดินไปที่ลิฟต์และรอจนกระทั่งหญิงสาวเข้าลิฟต์ก็เดินออกจากห้องพักแล้วโทรหา
“เสร็จแล้วค่ะ พี่กรอยู่ไหนคะ”
“พี่กำลังจะออกจากห้อง น้องพั้นซ์จะให้พี่ไปรับที่ไหนครับ” พงศกรแกล้งถามหญิงสาวแล้วตรงไปที่ลิฟต์
“พั้นซ์รอที่ล็อบบี้นะคะ”
“โอเคครับ พี่กำลังลงไปครับ” พงศกรวางสายแล้วกดลิฟต์ลงไปชั้นล่างอย่างอารมณ์ดีเพราะทุกอย่างราบรื่นแม้จะเห็นว่ามีคนติดตามก็ไม่ได้ทำให้เขากลัว
ภานุยืนพิงเคาน์เตอร์คุยกับประชาสัมพันธ์แต่สายตามองไปที่เจ้านายสาวและเขารู้ว่าพงศกรจองโต้ะที่ห้องอาหารของโรงแรมจึงให้เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยอยู่หน้าประตูคอยสอดส่งดูแลเป็นหูเป็นตาให้เรียบร้อยก่อนจะเห็นพงศกรเดินไปหาเจ้านายสาว
“น้องพั้นซ์มารอพี่นานหรือยังครับ”
“ไม่นานค่ะ ไปเถอะค่ะแต่พั้นซ์อยู่นานไม่ได้นะคะ” วธูออกตัวก่อนว่าอยู่นานไม่ได้เพราะอยากพักผ่อน
“โอเคครับ แต่มื้อนี้มีเพื่อนๆของพี่มาทานอาหารด้วยนะครับ”
“ค่ะ” ก็รับปากเขาไปแล้วก็ทำอะไรไม่ได้ก็ไปทานอาหารให้จบๆไป
“เชิญครับ” พงศกรผายมือเชิญหญิงสาวเดินไปห้องอาหารพร้อมกัน
สองหนุ่มสาวเดินไปห้องอาหารพร้อมกันท่ามกลางสายตาของพนักงานและลูกค้าของโรงแรมทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติซึ่งคนที่มาพักก็ต้องมีเงินระดับหนึ่งจนถึงห้องอาหาร
“สวัสดีครับคุณพั้นซ์ เชิญครับ” ผู้จัดการห้องอาหารเชิญเจ้านายสาวกับเพื่อน
“ผมพงศกร จองโต้ะไว้ครับ”
“อ่อครับ งั้นเชิญทางนี้ครับ” ผู้จัดการห้องอาหารพาทั้งสองไปที่โต้ะจองไว้และมีเพื่อนของคนจองมารอแล้ว
“โทษทีเพื่อนมาช้าไปหน่อย” พงศกรขอโทษเพื่อนที่มาช้าแต่ก็ยังมาตรงเวลานัดพอดี
“ไม่เป็นไรหรอกกร พวกฉันมาก่อนเอง สวัสดีครับน้องพั้นซ์” นรุมต์ทักทายวธูเพราะเป็นคนในวงการธุรกิจเหมือนกันและเจอกันตามงานเลี้ยงบ่อยๆ
“สวัสดีค่ะคุณน่าน คุณมิตร คุณหนุ่ม คุณออม คุณกิ๊บ คุณเมนี่ ขอบคุณมากนะคะที่มาใช้บริการโรงแรมของเราค่ะ” วธูยกมือไหว้ขอบคุณไฮโซหนุ่มหล่อทั้งสามและยิ้มให้ดารานางแบบสาวคู่ควงของสามหนุ่มที่คนทั้งประเทศรู้จักโดยไม่ต้องแนะนำตัว
“โรงแรมของคุณพั้นซ์สวยและบรรยากาศดีมากเลยค่ะ” เมนี่นางแบบสาวลูกครึ่งชมโรงแรมหรูหกดาวริมชายหาดไร้ที่ติตั้งแต่ประตูทางเข้าไปจนถึงห้องน้ำสมกับโรงแรมหกดาวที่ไม่ใช่ว่าจะได้ดาวมาง่ายๆ
“ขอบคุณค่ะ”
“งั้นสั่งอาหารกันเลยมั้ย ว่าแต่เดี๋ยวทานข้าวอิ่มแล้วไปฟังเพลงต่อด้วยกันนะครับคุณพั้นซ์” นฤมิตรยอ้มให้เจ้าของโรงแรมหรูและชวนไปฟังเพลงในคลับหรูของโรงแรมที่เขาเคยมาพักหลายครั้งเพราะมันมีความเป็นส่วนตัวและไม่ค่อมีคนไทยลูกค้าส่วนมากจะเป็นชาวต่างชาติ
“พั้นซ์ต้องขอตัวนะคะ พอดีพรุ่งนี้ต้องบินกลับไปทำงานต่อที่กรุงเทพแต่เช้าค่ะ” เสียงหวานปฏิเสธเพราะไม่ไว้ใจและเธอเหนื่อยจริงๆ
“เสียดายจังเลยค่ะ คุณพั้นซ์น่าจะไปดื่มด้วยกันสักแก้วนะคะ ออมอยากรู้ว่าคลับในโรงแรมของคุณพั้นซ์จะแตกต่างจากคลับในกรุงเทพหรือเปล่าค่ะ” ดาราสาวพูดแล้วยิ้มและอดอิจฉาวธูไม่ได้ขนาดไม่แต่หน้าและแต่งตัวเรียบง่ายด้วยชุดธรรมดาก็ยังดูสวยโดดเด่นกว่าเธอกับเพื่อนที่เป็นดาราด้วยกันอีก
“นานๆจะได้เจอผู้บริหารโรงแรมสักทีไปดื่มด้วยกันสักแก้วก็ยังดีนะครับคุณพั้นซ์” ธงชัยพูดเสริมขึ้นเพื่อชวนสาวสวยไปดื่มด้วยกัน
“ถึงผมกับเพื่อนจะไม่ลงรอยกับนายเทมส์แต่เราก็เป็นเพื่อนกันได้ครับ หรือว่าคุณพั้นซ์รังเกียจพวกเราครับ” นรุมต์พูดช่วยเพื่อนที่หมายปองวธูแม้จะมีสามีแต่วธูกับกฤติธีไม่เป็นสามีภรรยากันจริง