“ตู้ดดๆๆ..”
“ตื่นแล้วเหรอแก” กาญธิดายิ้มให้เพื่อนเพราะเธอตื่นนอนเวลาแปดนาฬิกาแล้วเตรียมตัวลงไปว่ายน้ำออกกำลังกายแล้วเพื่อนก็โทรมาพอดี
“ตื่นนานแล้ว แกเพิ่งตื่นหรือไง”
“อื่อ ว่าจะลงไปว่ายน้ำสักหน่อยนะ แกมาว่ายน้ำด้วยกันมั้ยล่ะ”
“ก็ได้ พั้นมีเรื่องจะคุยกับแกพอดีงั้นอีกชั่วโมงฉันไปหาแกนะ”
“โอเค” กาญธิดาพูดกับเพื่อนจบก็วางสายแล้วลงไปชั้นล่างเพื่อรับประทานอาหาร
ส่วนวธูก็หยิบชุดว่ายน้ำครีมกันแดดและชุดเอาไปเปลี่ยนลงกระเป๋าแล้วลงไปชั้นล่างบอกภานุกว่าเธอจะไปบ้านใหญ่และจะขับรถไปเอง
“พี่นุพักผ่อนเถอะค่ะ แค่ไปบ้านใหญ่พั้นซ์ขับรถแป๊บเดียวก็ถึงแล้วค่ะ”
“แต่ว่า..”
“เป็นคำสั่งค่ะพี่นุ”
“ครับคุณพั้นซ์” ภานุคำนับเจ้านายสาวแม้วธูจะอายุน้อยกว่าและเป็นเจ้านายของเขาเธอให้เกียรติเขาไม่เคยจิกหัวใช้หรือพูดจาดูถูกเขาเลย
“ดีค่ะ พั้นซ์ไปนะคะ” วธูพูดยิ้มๆแล้วเดินไปที่รถคันเล็กของเธอที่นานๆจะเอามาขับสักทีและคันนี้พ่อซื้อให้เป็นของขวัญวันเกิดปีที่แล้วแต่ไม่ใช่คันโปรดของเธอเพราะคันโปรดคือคันที่แม่ซื้อให้ตอนเรียมหาวิทยาลัยปีสองแม้ราคาจะไม่แพงแต่เป็นรถคันแรกของเธอ
กฤติธีมองตามท้ายรถของภรรยาสาวที่ขับออกไปจากบ้านแล้วเดินออกมาจากห้องทำงานเพื่อถามภานุเพราะวธุขับรถออกไปคนเดียว
"พั้นซ์ไปไหนครับพี่นุ ทำไมถึงขับรถไปคนเดียว"
"คุณพั้นซ์บอกว่าไปบ้านใหญ่ครับ"
"งั้นเหรอครับ แต่ว่าเย็นนี้ก็ต้องไปอยู่แล้วนี่หรือว่านัดกับแทมมี่" ชายหนุ่มพูดเบาๆเพราะภรรยาสาวชอบนัดกับน้องสาวของเขาและบางครั้งกาญธิาก็มากินนอนบ้านเขาแต่พักนี้งานเยอะจึงไม่ค่อยได้มา
"คุณเทมส์จะไปไหนครับ"
"ผมจะไปคุยกับปู่หน่อยครับ บอกพี่ครว่าไม่ต้องตามไปเดี๋ยวตอนเย็นผมจะกลับมาพร้อมกับพั้นซ์" เสียงห้าวบอกภานุเพราะเป็นวันหยุดก็อยากให้พวกเขาได้พักกันบ้าง
"ครับคุณเทมส์" ภานุยิ้มให้เจ้านายหนุ่มและเดินตามไปส่งถึงรถ
"ผมเอามอไซค์ไปดีกว่าครับ" กฤติธีเลือกเอามอเตอร์ไซค์มาขี่ไปบ้านของปู่เพราะอยู่ไม่ไกลขับรถไม่ถึงยี่สิบนาทีก็ถึงแล้ว
"เดี๋ยวผมไปหยิบหมวกกันน็อคให้ครับ"
"เอาไปเผื่อพั้นซ์ด้วยนะครับ"
"ครับคุณเทมส์" ภานุเดินไปในโรงรถเพื่อหยิบหมกกันน็อดที่อยู่ในตู้กระจกให้เจ้านายและเผื่อเจ้านายสาวอีกหนึ่งใบตามคำสั่ง
กฤติธีสตาร์ทมอเตอร์ไซค์แล้วรับหมวกมาสวมส่งนภานุก็เก็บหมวกวางบนเบาะหลังให้เจเรียบร้อยก็ขี่รถออกไปจากบ้านของเขาตรงไปบ้านปู่
"พักนี้คุณเทมส์ดูแปลกๆแฮะ" ภานุพูดคนเดียวเบาๆมองตามหลังเจ้านายขี่รถมอเตอร์ไซค์คันโปรดออกไป
"แปลกยังไงเหรอ"
"ก็ตามคุณพั้นซ์ เอ่อ.. พี่คร แฮ่ะๆๆ.." ภานุหัวเราะแก้เก้อกับคนสนิทของเจ้านาย
“พูดมาเถอะฉันจะเกบเป็นความลับ” สาครก็อยากรู้ว่าภานุสังเกตุเห็นความเปลี่ยนแปลงของเจ้านายเหมือนที่เขาเห็นหรือเปล่า
“พูดเรื่องเจ้านายจะดีเหรอพี่คร”
“ถ้าไม่นิททาก็ไม่เป็นไรหรือว่านานนินทาเจ้านายล่ะ”
“ไม่ๆ ผมไม่ได้นินทาแค่แปลกใจว่าทำไมช่วงนี้คุณเทมส์ตามคุณพั้นซ์จัง ปกติไม่ได้สนใจกันพี่ครสังเกตุเห็นมั้ยครับ” เขาไม่ได้นินทาเจ้านายก็แค่แปลกใจว่าทำไมกฤติธีถึงได้ตามวธูหรือว่าเป็นห่วงเพราะเรื่องที่เกิดขึ้น
“นายก็เห็นเหมือนพี่เห็นเลยว่ะ ดูท่าจะสมใจคุณท่านแล้วล่ะสิ” สาครพูดแล้วยิ้มเพราะเขาติดตามกฤติธีมานานและเห็นความเปลี่ยนแปลงของเจ้านายหนุ่มที่มองภรรยาสาวนั้นแตกต่างจากมองแฟนของตัวเองและคิดว่าสองผู้เฒ่าอาจจะสมหวังในเร็ววัน
“ผมว่าคุเทมส์ต้องชอบคุณพั้นซ์แน่ๆเลยพี่ แต่ไม่ใช่พี่น้องนะ”
“เราก็ดูกันต่อไปละช่วยกันอวยพรให้เจ้านายทั้งสองปรองดองกันและรักกันจริงๆดีกว่ามั้ยวะนุ” สาครพูดกับรุ่นน้องแล้วยิ้ม
“ครับพี่”
“งั้นพี่กลับบ้านก่อนนะ” สาครบอกภานุเพื่อกลับบ้านที่มีพ่อแม่เพราะเขากับภรรยาเลิกกันตั้งแต่ปีแรกที่แต่งงานทั้งที่รักกันมาหลายปีแต่สุดท้ายก็อยู่ด้วยกันไม่ได้และหย่ากันภายในปีเดียวแล้วโชคดีที่ไม่มีลูกทำให้เขาไม่คิดจะมีใครอีกนอกจากตัวเองและดูแลพ่อแม่
“ครับพี่คร” ภานุตอบรุ่นพี่แล้วเดินกลับไปที่ห้องพักของเขาที่อยู่ด้านหลังบ้านเป็นตึกสองชั้นมีแปดห้องมีเฟอร์นิเจอร์พร้อมและห้องน้ำในตัวเหมือนอาพาร์ทเมนท์แต่ใหญ่กว่าเกือบเท่าตัวและทุกคนก็มีห้องส่วนตัว ส่วนห้องครัวก็อยู่ด้านหลังหากใครอยากทำอาหารทานกันเองก็มีอาหารสดและอาหารแห้งให้แต่อาหารของทุกคนก็ทำจากห้องครัวบ้านของเจ้านาย
ที่เพนท์เฮ้าส์ของชยานันท์
หลังกลับมาจากคอนโดของเขาที่มีไว้หาความสำราญกับสาวแล้วก็กลับมานอนที่เพนท์เฮ้าส์เพราะเขาไม่ชอบนอนค้างคืนกับผู้หญิงที่มีวันไนท์สแตนด์ด้วยกันแม้พวกเธอจะมีชื่อเสียงหรือเป็นคนดังแค่ไหนก็ตามและเขาไม่ได้คิดจริงจังกับใครและคราวนี้เขาแค่ดื่มกับนาตาชาไม่ได้มีความสัมพันธ์กันเพราะเขาไม่มีความต้องการแม้จะถูกยั่วยุ
“ติ้ดดๆๆ..” เสียงประตูห้องดังขึ้นแสดงให้รู้ว่ามีคนเข้ามาทำให้ร่างใหญ่ที่นั่งดื่มกาแฟดื่มด่ำกับท้องฟ้ากว้างใหญ่มีพระอาทิตย์ดวงใหญ่ส่องแสงสว่างเจิดจ้าหันไปมองในห้องก็เห็นสาวร่างเล็กเดินเข้ามาในห้องก็ถอนหายใจเพราะอีกฝ่ายหายไปไม่บอกไม่กล่าวเกือบสองอาทิตย์และเขาไม่รู้จะติดต่อใครแม้แต่นิติกรของคอนโดก็ไม่รู้
“คุณช้างคะ” คะนึงนิตย์เรียกไฮโซหนุ่มเบาๆ
“กลับมาแล้วเหรอ”
“ค่ะ..” คะนึงนิตย์ตอบเบาๆแล้วนิ่งไปเพราะเธอไม่กล้าจะบอกเขาว่าทำไมถึงหายไป
“จะไปไหนทำไมไม่บอก” ชยานันท์ถามโดยไม่หันไปมองคนที่หายหน้าไปไม่บอกกล่าวทำให้เขาเป็นห่วงแต่ไม่คิดจะตามหา
“คือว่า อ้อไม่สบายค่ะ”
“เป็นอะไรแล้วทำไม่ถึงปิดโทรศัพท์” ร่างใหญ่ลุกขึ้นแล้วหันมามองคนตัวเล็กเต็มตาก็ถอนหายใจเพราะเธอผอมลงกว่าเดิมหน้าตาก็ซีดเซียวจึงเดินไปหา
“อ้อ คือ อ้อท้องค่ะ” คนึงนิตย์พูดจบทั้งห้องก็เงียบกริบไม่ได้ยินแม้กระทั่งเสียงหายใจทำให้เธอใจไม่ดีสองมือบีบกันแน่นและตอนแรกเธอคิดจะเอาลูกออกเพราะยังไม่มีงานทำประจำและคิดว่าไม่สามารถเลี้ยงลูกได้แต่เด็กยังมีพ่อทำให้เธอหน้าด้านมาบอกเขาและถ้าเขาไม่ยอมรับเธอก็จะกลับไปอยู่บ้านที่ต่างจังหวัดแม้จะทำให้พ่อแม่อับอายแต่เธอไม่มีทางเลือก
“กี่เดือนแล้ว” ชยานันท์ตกใจคิดไม่ถึงว่าอีกฝ่ายจะท้องและกว่าจะหาเสียงเจอแล้วถามเธอ
“เกือบสามเดือนแล้วค่ะ”
“เกือบสามเดือน” เขารู้จักกับคนึงนิตย์เพราะเธอรับจ้างทำความสะอาดห้องเมื่อหกเดือนก่อนและถูกตาต้องใจเขาจึงรับเลี้ยงดูให้ทำความสะอาดห้องให้เขาคนเดียวและให้เงินเดือนเธอเดือนละหนึ่งแสนไม่รวมค่าอาหารค่าที่พักของเธอที่เขาให้อยู่ชั้นล่างห้องเดิมของคนสนิทและให้คนสนิทมาอยู่ห้องว่างที่เพนท์เฮ้าส์ของเขา
“อ้อแค่มาบอกคุณช้างค่ะ และไม่ต้องกลัวว่าอ้อจะสร้างความเดือดร้อนให้คุณช้างนะคะ อ้อจะกลับไปอยู่บ้านที่ต่างจังหวัดค่ะ” คะนึงนิตย์พูดเบาๆก้มหน้าลงมองพื้นกลัวเขาจะเห็นน้ำตาเพราะได้พูดชัดเจนแล้วว่าคบหากันด้วยความพอใจไม่จริงจังหากเธอรับได้เขาก็จะเลี้ยงดูให้เงินเดือนเธอใช้จ่ายแค่ทำงานบ้านและดูแลเขาตอนเขามาพักที่เพนท์เฮ้าส์
“เธอคิดว่าฉันจะใจดำทิ้งลูกของตัวเองได้ลงคองั้นเหรอคะนึงนิตย์” เขาไม่เลวถึงขนาดทิ้งขว้างลูกของตัวเองได้ลงคอแต่จะทำยังไงดีเขายังไม่พร้อมจะมีครอบครัวตอนนี้
“แต่คุณช้างบอกอ้อว่าไม่อยากแต่งงานมีครอบครัวนี่คะ” แค่เขาไม่ว่าเธอจับเขาก็ดีแค่ไหนแล้ว
“ใช่ ฉันยังไม่พร้อมจะมีครอบครัว แต่ฉันเลี้ยงดูเธอกับลูกได้” ตอนนี้เขายังคิดไม่ออกว่าจะทำยังไงกับคะนึงนิตย์กับลูกเพราะมันกระทันหัน
“แค่คุณช้างยอมรับอ้อกับลูกก็พอแล้วค่ะ อ้อจะไม่เรียกร้องอะไรจากคุณช้างค่ะ” เธอพลาดไปเพราะความเมาและเขาเองก็เมาจึงไม่ได้ป้องกันและเธอยอมรับผลการกระทำของตัวเอง
“เธอไปพักก่อนเถอะอ้อ เดี๋ยวฉันจะจัดการทุกอย่างเองแล้วมีอะไรก็บอกนุกูลละกัน” ตอนนี้สมองของเขาแทบจะระเบิดเพราะคิดไม่ออกว่าจะทำยังไงกับชีวิตของตัวเองและเด็กที่เกิดมายังไงดีจะเอาแต่ลูกเขาก็ปล่อยแม่เด็ไปไม่ได้จะแต่งงานสร้างครอบครัวเขาก็ไม่พร้อม
“ค่ะคุณช้าง” คะนึงนิตย์ตอบเบาๆแล้วหันหลังเดินออกไปจากเพนท์เฮ้าส์ของเขาลงไปห้องพักของตัวเอง
“เอาไงดีวะกู ไม่น่าเลยจริงๆ..” ชยานันท์ขยุ้มผมของตัวเองแล้วทุบกำปั้นลงบนผนังห้องก่อนจะโทรหาเพื่อนเพราะตอนนี้เขาต้องการที่ปรึกษาด่วน
“ตู้ดดๆๆ..”
“ว่าไงไอ้ช้าง มีแรงลุกแล้วเหรอวะ หุหุๆๆ..” กฤติธีเพิ่งจอดรถแลถอดหมวกกันน็อคแล้วรับสายเพื่อนก่อนจะดับเครื่องรถ
“มึงอยู่ไหนวะเทมส์” เขาได้ยินเสียงมอเตอร์ไซค์แต่ตอนนี้เสียงเงียบแล้ว
“กูอยู่บ้านปู่น่ะ มีอะไรวะฟังเสียงมึงเหมือนมีปัญหาหนักอกเลยว่ะเพื่อน ฮ่าๆ..” ชายหนุ่มพูดหยอกเพื่อนแล้วหัวเราะพราะน้ำเสียงเนือยๆ
“เออว่ะ กูมีปัญหาใหญ่มากๆต้องการที่ปรึกษาด่วนงั้นกูไปหามึงที่บ้านคุณปู่ได้มั้ย” หากเขาไม่ได้คุยกับใคอกคงจะแตกตายแน่ๆ
“มาสิ กูอยากรู้ว่ามึงมีปัญหาอะไรถึงบอกว่าใหญ่มากคงไม่ไปทำใครเขาท้องนะเว้ย” คนอย่างชยานันท์มันจะมีปัญหาอะไรนอกจากพ่อแม่เร่งรัดให้แต่งงานล่ะซึ่งเพื่อนๆของเขาโดนกันทุกคน
“ปากมึงนี่นะ เดี๋ยวกูคุยให้ฟังแค่นี้แหละ” ชยานันท์พูดจบก็วางสายแล้วเดินเข้าห้องเปลี่ยนชุดเพื่อไปบ้านของเพื่อนเพราะมันมีครอบครัวก็น่าจะช่วยเขาได้เยอะกว่าเพื่อนอีกสามคน
ที่คฤหาสน์ตระกูลมหัทนกิตติรัตน์
วันนี้ทุกคนอยู่บ้านก็ทำกิจกรรมของตัวเองประมุขของบ้านก็เดินเล่นออกกำลังกายและดูต้นไม้ใบหญ้ารอบบ้านตามประสาคนแก่ที่ว่างงาน ส่วนลูกชายลูกสะใภ้ก็ดื่มน้ำชากาแฟคุยกันอยู่ที่โต้ะหน้าบ้ัานและหลานสาวคนเล็กก็ว่ายน้ำที่สระน้ำกับหลานสะใภ้
“แล้วแกจะทำยังไงล่ะพั้นซ์” กาญธิดาถามเพื่อนเมื่อเล่าเรื่องที่คุยกับพี่ชายให้ฟัง
“ไม่รู้เหมือนกันแก” ตอนนี้เธอก็จนปัญญาที่จะทำให้สามีเห็นด้วยกับการทำอิกซี่
“งั้นมีวิธีเดียว” กาญธิดาพูดแล้วยิ้มเจ้าเล่ห์
“ม่ายอ่ะ..” วธูเห็นสายตาของเพื่อนก็รู้เลยว่ากาญธิดาจะแนะนำเธอยังไง
“มันไม่มีทางอื่นแล้วนะพั้นซ์”
“แต่ต้องไม่ใช่วิธีนี้นะแก พี่เทมส์เขามีแฟนและวางแผนจะแต่งงานกันหลังจากหย่ากับพั้นซ์และแกจะให้พั้นซ์แย่งผัวคนอื่นนี่นะ ไม่เอาหรอกแก ยังไงก็ไม่เอาจ้ะ” วธูส่ายหน้าและปฏิเสธเสียงแข็ง
“แทมมี่หมดปัญญาแล้วนะแก” กาญธิดายอมแพ้เพราะคิดไม่ออกว่าจะทำยังไงกับเรื่องนี้
“พั้นซ์ก็คิดไม่ออกเลยแก เฮ้อ..”
“แกมันดีแต่ปากนะยัยพั้นซ์”
“ไม่ได้ปากดีนะแก ก็แค่หมั่นไส้พี่เทมส์เพราะพั้นซ์รู้ว่าเขาทำไม่ได้ไง” วธูยอมรับว่าเธอปากดีที่ไปพูดแบบนั้นกับกฤติธีเพราะรู้ว่ามันเป็นไปไม่ได้ หนึ่งเขาไม่ได้รักเธอ สองเขารอหย่ากับเธอเพื่อแต่งงานกับแฟนสาว หากมีลูกกับเธอก็เท่ากับว่าเขาไม่มีโอกาสได้แต่งงานกับแฟนสาวตามที่ได้วางแผนกันไว้
“ผู้ชายนะแก เขามีเซ็กส์กับใครก็ได้มันเป็นเรื่องปกติของพวกเขาที่ต้องระบายอารมณ์ ไม่เหมือนผู้หญิงอย่างเรานะยะ แกพูดท้าทายพี่เทมส์บ่อยเข้าเกิดเขาปล้ำแกขึ้นมาจะทำยังไง”
“แกก็พูดไปเรื่อง พี่เทมส์เขาก็มีผู้หญิงเยอะแยะ พอๆไม่พูดเรื่องนี้แล้วไปว่ายน้ำกันดีกว่า” วธูพูดจบก็ลุกขึ้นสะบัดเสื้อคลุมออกจากตัวเหลือแต่บิกินี่ตัวจิ๋วสีเหลืองปกปิดทรวงอกอวบอิ่มและเนินเนื้อนุ่มอวบอูมที่ไร้แมลงดอมดมลิ้มรสหวานจากกายสาว
“งั้นแข่งกันว่ายน้ำสามรอบใครชนะเป็นเจ้ามือไปดำน้ำที่มัลดีฟ”
“ได้เลยแก”
จากนั้นสองสาวก็ว่ายน้ำวอร์มร่างกายกันไปมาช้าๆสี่ห้ารอมก่อนจะว่ายน้ำแข่งกันและกาญธิดาเป็นฝ่ายชนะทำให้วธูเป็นเจ้ามือทริปดำน้ำที่มัลดีฟ