ส่วนกฤติธีเมื่อมาถึงคุยกับเพื่อนเสร็จแล้วก็เดินไปทักทายพ่อแม่ที่นั่งดื่มกาแฟพูดคุยกันยิ้มแย้มมีความสุขและเขาก็อยากมีคู่ครองที่เข้าอกเข้าใจกันและรักกันเหมือนพ่อแม่ของเขา
“ทำไมไม่มาพร้อมน้องล่ะลูก” คุณกนกขวัญถามลูกชายที่มาทีหลังลูกสะใภ้
“พั้นซ์ไม่ได้บอกว่าจะมาที่นี่ครับ”
“เราเคยถามน้องบ้างมั้ยล่ะ ว่าไปไหนทำอะไรบ้างไม่ใช่ว่าถามแต่คนอื่น” คุณกนกขวัญพูดแล้วค้อนลูกชายด้วยความหมั่นไส้
“โธ่แม่ครับ ผมก็มีงานเยอะ พั้นซ์ก็มีงานเยอะเวลาที่จะเจอกันแทบจะไม่มีและกว่าจะได้คุยกันก็วันหยุดเท่านั้นนะครับ”
“แล้วทำไมแกถึงมีเวลาให้คนอื่นล่ะ”
“โอเคๆ ผมผิดเองครับที่ไม่ใส่ใจลูกสาวของพ่อกับแม่ โอเคมั้ยครับ” กฤติธียอมรับผิดไม่งั้นพ่อกับแม่ไม่จบเรื่องแน่
“แล้วมีอะไรล่ะถึงมากันแต่หัววันทั้งผัวทั้งเมีย”
“ผมมาหาปู่ครับ”
“อยู่ในสวนโน่นแน่ะ”
“จะไม่ถามถึงหนูพั้นซ์หรือไง”
“ก็น่าจะอยู่กับแทมมี่มั้งครับ” ถ้าวธูมาบ้านนี้ก็ต้องมาหาน้องสาวของเขาน่ะสิ
“จะไปหาคุณปู่ก็ไปเถอะลูก” คุณกนกขวัญไล่ลูกชายไปหาปู่ด้วยความหมั่นไส้แล้วถ้าถึงเวลานั้นมาจริงๆเธอก็คงต้องยอมรับทิชาภรณ์เป็นสะใภ้
“ครับแม่ ผมไปนะครับพ่อเดี๋ยวคุยกับปู่เสร็จแล้วผมจะมาคุยด้วยครับ อ้อ แม่ครับเดี๋ยวไอ้ช้างมาแม่ทำอาหารกลางวันเผื่อมันด้วยนะครับ”
“ได้ลูก” กนกขวัญรับปากลูกชายแล้วมองตามหลังร่างสูงไปอย่างระอาทั้งที่วธูเพียบพร้อมทุกอย่างแต่ทำไมลูกชายของเธอมีตาแต่ไม่มีแววเลยและไม่ใช่ว่าเธอมีอคติกับทิชาภรณ์แต่การกระทำของอีกฝ่ายแสดงออกว่าต้องการแค่ชื่อเสียงเงินทองของลูกชายเท่านั้นและทางแม่ของทิชาภรณ์ยังปล่อยข่าวเป็นระยะว่าลูกสาวของตัวเองยังคบกับลูกชายของเธอ
“ดูลูกชายคุณสิขวัญ เมื่อไหร่มันจะฉลาดนะ” คนเป็นพ่อพูดตามหลังลูกชายแต่ไม่ก้าวก่ายเขาอยากให้กฤติธีเรียนรู้ด้วยตัวเองว่าใครเหมาะที่จะเป็นภรรยาเป็นแม่ของลูกและได้แต่หวังว่าลูกชายจะเลือกคู่ชีวิตได้ดีเหมือนเขา
“คุณก็ ลูกชายเราฉลาดนะแต่ตาเทมส์ก็มีเหตุผลของเขาและไม่ว่าลูกจะเลือกยังไงเราก็ได้แค่ดูอยู่ห่างๆและคอยแนะนำให้คำปรึกษาเท่านั้นค่ะ และขวัญก็หวังว่าลูกจะเลือกถูกนะคะ”
“นั่นสินะ”
“ขวัญไปดูอาหารในครัวดีกว่าค่ะ” นานๆลูกชายกับลูกสะใภ้จะมาทานอาหารกลางวันด้วยและยังมีเพื่อนของลูกชายที่นานๆจะมาเหมือนกันเพราะหลังจากลูกชายแต่งงานแล้งไปอยู่บ้านใหม่เพื่อนๆก็จะไปบ้านของลูกชายมากกว่า
กฤติธีเดินไปหลังบ้านตามที่แม่บอกเพื่อทักทายปู่และมองหาภรรยาสาวว่าอยู่ตรงไหนพอเดินออกไปหลังบ้านก็ได้ยินเสียงพูดคุยและหัวเราะดังมาจากสระน้ำจึงเดินเลยไปหาปู่ในสวน
“หวัดดีครับปู่”
“อ้าว มาได้ยังไงเจ้าเทมส์” นายนทีหรือปู่ทีหันไปตามเสียงมองหลานชายแล้วถามอย่างแปลกใจที่มาเวลานี้ปกติจะมาช่วงเย็นพร้อมกับหลานสะใภ้
“คิดถึงปู่ไงครับ”
“เหอะ..” นายนทีมองหลานชายแล้วแบะปากใส่บอกให้รู้ว่าท่านไม่เชื่อ
“ผมพูดจริงๆนะปู่..”
“เออ คิดถึงก็คิดถึงแล้วทำไมแกไม่มาพร้อมหนูพั้นซ์ล่ะ” นายนทีมองหลานชายที่บอกว่าคิดถึงเขาแต่มาทีหลังหลานสะใภ้
“ผมไม่รู้ว่าพั้นซ์จะมานี่ครับ”
“แล้วแกใส่ใจน้องบ้างมั้ยล่ะ หรือว่าใส่ใจแต่แฟนของแก” คนเป็นปู่ประชดหลานชายที่ไปทำงานก็ยังแวะไปหาแฟนสาวที่ฝรั่งเศส
“โอเคๆ ผมผิดเองที่ไม่เอาใจใส่พั้นซ์ครับ” เจอเข้าอีกหนึ่งดอกก็ยอมรับผิดก่อนที่จะโดนมากไปกว่านี้
“เฮ้อ แกนี่น้า..” คุณนทีมองหลานชายแล้วถอนหายใจหากพูดมากไปก็กลายเป็นว่าเขาบังคับจิตใจลูกหลานมากเกินไปอีกแค่ทั้งสองยอมแต่งงานกันก็ถือว่าเขากับเพื่อนได้ทำเต็มที่และได้แก้ไขพินัยกรรมและข้อตกลงเรียบร้อยหากเด็กทั้งสองหย่ากันก็ไม่เป็นไรพวกเค้ายังมีสิทธิ์เหมือนเดิมทุกอย่างก็ถือเสียว่าพวกเขาไม่ใช่เนื้อคู่กัน
“ผมช่วยครับลุงเสก” ร่างสูงเดินไปช่วยคนสวนยกกระถางดอกไม้ที่กำลังจะออกดอกไปวางเรียงกันตามแนวทางเดินแทนต้นที่ดอกมันม้วย
นายนทีมองหลานชายที่ได้ดั่งใจเขาทุกอย่างทั้งเรื่องเรียนเรื่องงานแต่เรื่องส่วนตัวเขาไม่ยุ่งปล่อยให้ใช้ชีวิตโสดเต็มที่ ส่วนเรื่องแต่งงานเขากับสนั่นมัดมือชกแม้จะเคยพูดกันไว้แต่ลูกๆของพวกเขาไม่ได้รักใคร่ชอบพอกันก็ปล่อยผ่านไปแต่พอรุ่นหลานก็คิดว่ากฤติธีกับวธูน่าจะไปกันได้เพราะพวกเขารักใคร่สนิทสนมกันมาตั้งแต่เด็ก แต่เขากับเพื่อนคิดผิดและได้ทำไปแล้วมันไม่ได้ผล หลังจากนี้ก็ให้พวกเด็กๆจัดการกันเอง
“เข้าไปคุยกับปู่ในบ้านเถอะ” นายนทีพูดกับหลานชายแล้วเดินกลับเข้าบ้าน
สองหนุ่มต่างวัยเดินคุยกันไปและนายนทีก็พาหลานชายเดินไปทางสระน้ำที่หลานสาวกับหลานสะใภ้ว่ายน้ำอยู่อยากรู้ว่าหลานชายมันมาหาเขาหรือว่าตามหลานสะใภ้มากันแน่
“พี่เทมส์มาว่ายน้ำด้วยกันมั้ย” กาญธิดาเรียกพี่ชายมาเล่นน้ำด้วย
“ไม่อ่ะ เดี๋ยวไอ้ช้างมาหา”
“ตามใจ เล่นสองคนกับพั้นซ์ก็ได้” คนเป็นน้องสะบัดหน้าหนีแล้ววักน้ำใส่เพื่อน
“ยัยแทมมี่..” จากนั้นก็กลายเป็นสงครามสาดน้ำของสองสาว
“เจ้าเทมส์ เจ้าเทมส์..”นายนทีหันไปเรียกหลานชายที่มองหลานสะใภ้ว่ายน้ำอย่างลืมตัว
“ครับปู่” กฤติธีมองสบตากับปู่แล้วทำหน้านิ่งเดินไปหาท่านเมื่อเห็นสายตาจับผิดของท่าน
“อยากว่ายน้ำหรือไง” นายนทีถามหลานชายแล้วแอบจับผิดเพราะพักนี้หลานชายดูแปลกๆ
“เปล่าครับ”
“อ้าว ปู่เห็นแกจ้องสระน้ำอยู่ก็คิดว่าอยากว่าน้ำกับหนูพั้นซ์เสียอีก หึหึๆ..” นายนทีหัวเราะในลำคอขำหลานชายที่ปากไม่ตรงกับใจก็หลานสะใภ้ของเขาทั้งสวยทั้งน่ารักมันจะมองข้ามได้หรือเล่าและสายตาของหลานชายที่มองหลานสะใภ้ก็เปลี่ยนไปด้วย
กฤติธีไม่ตอบเขาเดินไปเงียบๆเพราะปู่มองเขาอย่างจับผิดจึงทำหน้านิ่งเฉยเหมือนไม่ได้สนใจโลกทั้งที่ในใจเขาก็อยากเปลี่ยนบรรยากาศว่ายน้ำออกกำลังกายเหมือนที่ปู่พูดเหมือนกัน
“สวัสดีครับคุณปู่” ชยานันท์ยกมือไหว้ปู่ของเพื่อน
“สวัสดีเจ้าช้าง ไปไงมาไงถึงมาโผล่บ้านปู่ได้ล่ะ” นายนทีแซวเพื่อนหลานชายยิ้มๆเพราะหนุ่มๆย้ายไปดื่มบ้านหลานชายทำให้บ้านหลังนี้เงียบเหงายังดีที่มีหลานสาวพอให้ท่านได้หายเหงาได้บ้าง
“มาเพราะคิดถึงคุณปู่ครับ” ไฮโซหนุ่มอ้อนปู่ของเพื่อน
“ปากหวานนะเรา สมกับเป็นเพื่อนเจ้าเทมส์จริงๆ”
“ผมพูดจริงๆนะครับคุณปู่”
“ปู่ไม่ได้ว่าอะไรนี่ แล้วทำหน้าเหมือนคนอมทุกข์เลยล่ะ” นายนทีพูดกระเซ้าชยานันท์ที่ปกติจะยิ้มแย้มอารมณ์ดี
“คุณปู่สายตาแหลมคมมากเลยครับ ผมมีเรื่องกลุ้มใจพอดีและอยากได้คำปรึกษาจากไอ้เทมส์ด้วยครับ” ชยานันท์ตอบปู่นทีไปตรงๆเพราะเขากลุ้มใจจริงๆถึงได้มาหากฤติธี
“ถ้าจะปรึกษาเรื่องงานกับเจ้าเทมส์ก็ไม่มีปัญหาแน่ แต่ถ้าปรึกษาเรื่องหัวใจละก็อย่าเลยขนาดตัวมันยังเอาตัวไม่รอดเลย ปู่ไปเอนหลังสักหน่อย ปรึกษากันตามสบายนะ” นายทีพูดจบก็ยิ้มให้สองหนุ่มก่อนจะเดินไปที่ห้องพักผ่อนของเขาให้สองหนุ่มพูดคุยปรึกษากันเองส่วนเรื่องอะไรเขาไม่ได้ก้าวก่าย
“โห..คุณปู่นี่เฉียบจริงๆว่ะ ทำเอากูไม่กล้าปรึกษามึงเลยอ่ะ” คนเครียดพูดติดตลกคำพูดของปู่นทีที่พูดหยิกแหมหยอกหลานชายสุดที่รักของท่าน
“พูดมาก แล้วมึงมีอะไรจะปรึกษากูล่ะ อย่าบอกนะว่าเรื่องหัวใจเหมือนคุณปู่พูด” เจ้าของบ้านถามเพื่อนเพราะคนอย่างชยานันท์เก่งทุกอย่างไม่น่าจะมีเรื่องอะไรให้เครียดจนต้องมาปรึกษาเขา
“ไม่ใช่ก็ใกล้เคียงว่ะ”
“งั้นไปคุยกันตรงโน้นเถอะ” กฤติธีพูดกับเพื่อนแล้วเดินไปนั่งที่โต้ะตรงมุมสระที่มีต้นไม้ร่มรื่นและมองเห็นภรรยาสาวกับน้องสาวแล้วแม่บ้านก็นำน้ำเย็นและอาหารว่างมาเสิร์ฟให้เจ้านายหนุ่มกับเพื่อน
พอแม่บ้านเดินไปแล้วชยนันท์ก็ยกแก้วน้ำเย็นขึ้นดื่มเกือบหมดแก้วเพื่อให้ใจเย็นลงเพราะตอนนี้มันสับสนวุ่นวายตีกันไปหมดไม่รู้จะจัดการกับชีวิตของตัวเองทำยังไงดี
“หนักอกขนาดนั้นเลยเหรอวะ” กฤติธีถามเพื่อนเพราะชยานันท์ไม่เคยมีท่าทีแบบนี้มาก่อน
“กูทำผู้หญิงท้อง หนักพอมั้ยวะ”
“ท้องเลยเหรอวะ..” กฤติธีถามเพื่อเสียงดังด้วยความตกใจและคาดไม่ถึงว่าชยานันท์จะทำผู้หญิงท้องและไม่ได้สังเกตุเห็นน้องสาวว่ายน้ำมาริมสระใกล้กับที่เขากับเพื่อนนั่งอยู่ไม่ถึงสิบเมตร
“ใครท้องเหรอพี่เทมส์” กาญธิดาตะโกนถามพี่ชายทันที
“ไม่มีอะไรหรอกแทมมี่” คนเป็นพี่ปฏิเสธน้องสาวเพราะเขายังไม่รู้ว่าเรื่องของเพื่อนเป็นมายังไง
“มีสิ ต้องมีแน่ๆ หวัดดีค่ะพี่ช้าง” ร่างผอมเพรียวโหนตัวขึ้นบันไดมายืนบนพื้นแล้วเดินไปหยิบเสื้อคลุมมาสวมก่อนจะเดินไปหาพี่ชายกับเพื่อน
“ยุ่งจริงๆเลยนะแทมมี่ ไปเล่นน้ำเลยผู้ใหญ่จะคุยกัน กฤติธีไล่น้องสาวจอมยุ่งเพราะยังไม่รู้ว่าเพื่อนไปทำท่าไหนถึงได้ทำให้ผู้หญิงท้อง
“ก็ได้ค่ะ เช้อะ ..” กาญธิดาเชิดหน้าใส่พี่ชายแล้วเดินไปหาวธูที่ขึ้นจากน้ำแล้วยกมือไหว้เพื่อนของสามี
กฤติธีมองตามหลังน้องสาวแล้วเห็นร่างเพรียวในชุดบิกินี่สีเหลืองนวลอวดผิดขาวนวลเนียนขนาดอยู่ไกลก็ยังมองเห็นชัดเจนแล้วหันไปมองเพื่อนก็สบตากัน
“มีอะไร”
“มึงชอบพั้นซ์” ชยานันท์พูดขึ้นเบาๆ
“พูดเรื่องของมึงดีกว่าไอ้ช้าง ตกลงมึงทำท่าไหนผู้หญิงถึงท้องได้ล่ะแล้วผู้หญิงคนนั้นเป็นใครวะ” กฤติธีเปลี่ยนเรื่องก่อนจะเข้าตัวเพราะเขาก็มีปัญหาชีวิตเหมือนกัน
“มึงแน่ใจนะว่าอยากรู้จริงๆว่ากูทำท่าไหน”
“ยังมีอารมณ์ขันนะมึง”
“ก็มึงถามกูนี่หว่า เฮ้อ..”
“ตกลงว่าผู้หญิงที่มึงทำท้องเป็นใครวะ”
“ก็เด็กที่เพนท์เฮ้าส์นั่นแหละ พอดีเธอมาทำความสะอาดห้องกูแล้ว...” ชยานันท์ก็เล่าเรื่องของตัวเองกับเด็กเลี้ยงให้เพื่อฟังอย่างไม่ปิดบัง
"หน้ามืดขนาดนั้นเลยหรือไงวะ"
"ไม่ใช่ ก็ยังไงดีล่ะ กูชอบเธอน่ะ" ชยานันท์สารภาพกับเพื่อนว่าเขาชอบคนึงนิตย์
“มันจะยากอะไรล่ะ ในเมื่อมึงชอบเธอก็รับผิดชอบแต่งงานเลยสิ” เจ้าของบ้านแนะนำเพื่อนไหนๆก็มีลูกด้วยกันแล้ว
“กูจะรับผิดชอบอ้อกับลูก แต่กูยังไม่อยากแต่งงานน่ะ” ชยานันทยังยืนยันกับความคิดของตัวเองที่ยังไม่อยากแต่งงานมีพันธะผูกพันกับผู้หญิงคนไหน
“แล้วมึงจะให้เมียกับลูกของมึงอยู่ในสถานะไหนล่ะ และมึงไม่ใช่ไก่อ่อนที่มีเซ็กส์กับผู้หญิงโดยไม่ป้องกันนะ” กฤติธีอยากจะด่าเพื่อนที่พูดอย่างเห็นแก่ตัวทั้งที่ไปทำผู้หญิงท้องถึงแม้ผู้หญิงจะเต็มใจก็ตามและมันก็ต้องรู้จักป้องกันสิ
“ก็ลูกเมียมั้ยวะ” มันจะมีสถานะอื่นให้คนึงนิตย์กับลูกอีกหรือไง
“ลูกเมีย แต่ไม่แต่งงานนี่นะ มันจะดีเหรอกูว่ามันดูเห็นแก่ตัวไปว่ะ”
“กูก็คิดอย่างมึงนี่แหละ แล้วกูจะทำยังไงดีวะ”
“เป็นไงล่ะมึง ตอนทำไม่คิดแล้วตอนนี้จะมาโอดครวญทำไมวะ ในเมื่อมึงทำให้เด็กเขาเกิดมามึงก็ต้องรับผิดชอบเขาสองแม่ลูกและถ้ามึงไม่อยากให้ลูกเกิดมามีปมก็ต้องแต่งงานกับแม่ของลูกมึง หรือว่ามึงรังเกียจเธอล่ะ”
“เปล่า กูไม่ได้รังเกียจแต่ไม่แต่งงานไม่ได้เหรอวะ”
“ก็แล้วแต่มึงสิ กูก็แค่แนะนำเท่านั้นและจะให้ดีก็ปรึกษากับคุณแม่ของมึงสิท่านอาจจะมีคำแนะนำดีๆให้มึงก็ได้นะ” สำหรับเขาในเมื่อทำให้เด็กคนหนึ่งถือกำเนิดมาแล้วก็จะรับผิดชอบเลี้ยงดูให้ดีที่สุดแม้ว่าจะไม่ได้รักแม่เด็ก
“แม่ก็ให้กูแต่งงานน่ะสิ” แม่ของเขาอยากมีหลานเป็นทุนเดิมอยู่แล้วหากรู้ว่าเขาทำผู้หญิงท้องก็ให้เขารับผิดชอบแน่นอน