ภายในห้องประชุมกระจกใสชั้นบนสุดที่ถูกปิดไฟเงียบสนิท
เงามืดของชายร่างสูงยืนพิงกระจกบานใหญ่ มองลงไปยังชั้นล่าง... ชั้นที่พนักงานทั่วไปไม่มีทางเงยหน้าขึ้นมาเห็นเขาได้
"อยู่นั่นไง..."
เวหาพึมพำเสียงต่ำ สายตาคมกริบจับจ้องไปยังผู้หญิงตัวเล็กๆ ที่กำลังพิมพ์งานงกๆ เงิ่นๆ อยู่ในโต๊ะทำงาน
เธอไม่รู้ตัวหรอก ว่ากำลังถูกจ้องมองจากจุดที่สูงที่สุดของตึก
ไม่รู้ตัวด้วยซ้ำ... ว่าชีวิตเธอกำลังจะเปลี่ยนไป
มือหนาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา นิ้วโป้งปัดหน้าจออย่างใจเย็น พิมพ์ข้อความสั้นๆ ส่งหาลูกน้องคนสนิท
[ยืนยันเป้าหมาย เริ่มแผนได้เลย]
มุมปากของเขายกขึ้นเล็กน้อย ไม่ใช่รอยยิ้ม แต่เป็นสีหน้าของคนที่เพิ่งวางหมากตัวสำคัญลงบนกระดาน
"เธอหนีฉันไม่พ้นหรอกญาดา... ต่อให้เธอจะทำเป็นเมินเมลนั่นก็เถอะ"
เวหาหมุนตัวกลับ เดินออกจากเงามืด ทิ้งให้ภาพหญิงสาวเบื้องล่างทำงานต่อไปโดยไม่รู้อนาคตตัวเอง
กริก...
เสียงเมาส์คลิกครั้งสุดท้ายดังขึ้น ญาดาถอนหายใจเฮือกใหญ่ ปิดหน้าจอคอมพิวเตอร์ที่ยังค้างชื่อไฟล์ปริศนา Dinner_for_One.pdf ไว้อย่างนั้น
"ไร้สาระ"
เธอส่ายหน้า ปัดความคิดฟุ้งซ่านทิ้ง แล้วคว้ากระเป๋าขึ้นสะพาย
"กลับก่อนนะคะทุกคน"
เสียงหวานเอ่ยลาตามมารยาท รอยยิ้มการค้าถูกงัดขึ้นมาใช้เป็นครั้งสุดท้ายของวัน
"กลับดีๆ นะคะพี่ญาดา"
ลับหลังน้องฝึกงาน ญาดารีบก้าวเข้าลิฟต์ทันทีที่ประตูเปิด ทันทีที่อยู่คนเดียวในกล่องสี่เหลี่ยม... รอยยิ้มนั้นก็หายวับไปเหมือนปิดสวิตช์
ร่างบางยืนพิงผนังลิฟต์อย่างหมดแรง ไหล่ที่เคยตั้งตรงลู่ลง
"เหนื่อยชิบหาย..."
คำสบถที่หลุดออกจากปากคุณเลขาญาดาดังลอดไรฟันออกมาเบาๆ
เธอหลับตาลง ปล่อยให้ลิฟต์พาเธอดิ่งลงสู่ชั้นล่าง
ทิ้งคอมพิวเตอร์ที่หน้าจอเพิ่งสว่างวาบขึ้นมาเองเพราะอีเมลเข้าใหม่ ไว้เบื้องหลัง
หน้าจอที่ยังคงโชว์ชื่อไฟล์เดิม... ราวกับกำลังรอคอยให้เธอกลับมาเปิด
...
คอนโดมิเนียมเก่าๆ ชานเมือง
ตึก... ตึก...
เสียงส้นสูงลากไปตามทางเดินซีเมนต์ที่ไฟติดๆ ดับๆ
แกร๊ก...
ญาดาไขกุญแจห้อง เปิดประตูเข้าไปเจอกับความมืดและความเงียบที่คุ้นเคย
ไม่มีคำว่า "กลับมาแล้วเหรอ"
ไม่มีกลิ่นกับข้าวหอมๆ
มีแค่กลิ่นอับจางๆ ของห้องที่ไม่ค่อยได้เปิดหน้าต่าง
"เฮ้อ..."
เธอมองไปรอบห้องที่ว่างเปล่า แล้วโยนกระเป๋าลงบนโต๊ะกินข้าวอย่างไม่ไยดี
ตุ้บ!
รองเท้าส้นสูงคู่สวยถูกสลัดทิ้งไว้หน้าประตูข้างละทิศละทาง สูทตัวเก่งถูกถอดพาดลวกๆ ไว้กับพนักเก้าอี้
สภาพตอนนี้... เธอไม่ใช่นางฟ้าของออฟฟิศ แต่เป็นแค่ผู้หญิงตัวคนเดียวที่แบกโลกจนหลังแอ่น
ติ๊ง!
เสียงไลน์เด้ง ญาดาล้วงมือถือขึ้นมาดูด้วยความหวังลึกๆ ว่าอาจจะเป็นข่าวดี
...แต่เปล่าเลย
[ธนาคาร xx: ยอดคงเหลือ 3,241.89 บาท]
และบิลบัตรเครดิตที่วางกองอยู่บนโต๊ะ ยอดรวมเกือบสามหมื่น
ญาดาทิ้งตัวลงนอนแผ่บนโซฟาเก่าๆ ที่สปริงเริ่มยุบ ยกมือขึ้นก่ายหน้าผาก
"สามพัน... กับอีกยี่สิบวัน..."
เธอหัวเราะแห้งๆ ในลำคอ เสียงหัวเราะที่ฟังดูเหมือนคนจะร้องไห้
"ตลกชะมัด ชีวิต..."
"ไหวสิญาดา มึงต้องไหว... แม่รอมึงอยู่"
เธอกัดฟันลุกขึ้น เดินไปเปิดตู้เย็นที่ว่างเปล่า มีแค่น้ำเปล่ากับข้าวกล่องเซเว่นที่ซื้อตุนไว้เมื่อวาน
วิ้งงงงง... ติ๊ง!
เสียงไมโครเวฟทำงานดังแข่งกับความเงียบในห้อง
ระหว่างรอกินข้าว สายตาเธอก็เหลือบไปเห็นซองจดหมายสีขาววางอยู่ข้างทีวี
บิลค่ารักษาพยาบาลงวดล่าสุด...
มือเรียวสั่นน้อยๆ ตอนที่เอื้อมไปแตะมัน แต่สุดท้ายก็ชักมือกลับ
"ไว้พรุ่งนี้ค่อยดูแล้วกัน วันนี้ไม่ไหวแล้วจริงๆ"
เธอบอกตัวเอง แล้วหอบร่างพังๆ พร้อมข้าวกล่องไปนั่งกินหน้าทีวีที่ไม่ได้เปิด
กินไป... ถอนหายใจไป
ก่อนจะลากสังขารไปอาบน้ำ เปลี่ยนชุดเป็นเสื้อยืดกางเกงขาสั้นตัวเก่ง แล้วกระโดดขึ้นเตียง
มือคว้าโน้ตบุ๊กส่วนตัวมาเปิดกะว่าจะหางานแปลทำเพิ่ม
แต่ทันทีที่หน้าจอติด... สายตาก็ดันไปเห็นไฟล์เจ้าปัญหาที่เธอฟอร์เวิร์ดมาเข้าเมลส่วนตัวไว้เมื่อเช้า
Dinner_for_One.pdf
"อีกแล้วเหรอวะ..."
ญาดาขมวดคิ้ว จ้องชื่อไฟล์นั้นเขม็ง
"โรคจิตหรือเปล่าเนี่ย ส่งมาทำไมนักหนา"
เธอพึมพำอย่างหงุดหงิด แล้วพับหน้าจอลงดัง ปึ้บ! ปิดไฟหัวเตียง นอนคลุมโปงหนีปัญหาไปดื้อๆ
ทิ้งความสงสัยไว้ในความมืด... ว่ามันคือเรื่องตลกฝืดๆ หรือโชคชะตาที่กำลังเล่นตลกกันแน่
ตัดภาพมาที่ห้องทำงานลับ บนชั้นดาดฟ้าที่ไม่มีระบุในแปลนตึก
แสงไฟสลัวจากโคมไฟตั้งโต๊ะสาดส่องลงบนใบหน้าคมเข้มของชายหนุ่ม
เวหานั่งไขว่ห้างอยู่บนเก้าอี้หนังตัวใหญ่ นิ้วมือเคาะกับที่วางแขนเป็นจังหวะเนิบนาบ
ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก...
สายตาเขาจับจ้องไปที่หน้าจอแท็บเล็ต ระบบติดตามแจ้งเตือนสถานะ
[Status: Unopened (ยังไม่เปิดอ่าน)]
"หึ..."
เสียงหัวเราะทุ้มต่ำดังในลำคอ
"ใจแข็งกว่าที่คิดแฮะ"
เขาพูดเหมือนกำลังชม แต่แววตากลับสนุกเหมือนเด็กได้ของเล่นใหม่
เวหาเอื้อมมือไปเปิดลิ้นชัก หยิบซองเอกสารสีน้ำตาลออกมา เทรูปถ่ายข้างในลงบนโต๊ะ
รูปญาดาในอิริยาบถต่างๆ... ตอนยืนรอรถเมล์หน้ามันแผล็บ ตอนนั่งกินข้าวแกงข้างทางคนเดียวด้วยสีหน้าเหนื่อยหน่าย
ไม่ใช่รูปสวยหรูเหมือนที่ใครเห็นในบริษัท
แต่มันคือ 'ของจริง'
"ฉันรู้นะญาดา... ว่าเธอเหนื่อยแค่ไหน"
เขาหยิบรูปใบหนึ่งขึ้นมาดู... รูปที่เธอกำลังแอบปาดน้ำตาตรงป้ายรถเมล์
"เธอเก่งนะ ที่ซ่อนมันไว้ได้เนียนขนาดนั้น"
"แต่ขอโทษที... ฉันดูออก"
เวหาวางรูปลง แล้วกดปุ่มอินเตอร์คอมบนโต๊ะ
"เตรียมรถ อีกครึ่งชั่วโมงฉันจะออกไปข้างนอก"
สั่งเสร็จเขาก็ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เดินไปที่ผนังกระจก มองออกไปเห็นแสงไฟยามค่ำคืนของกรุงเทพฯ
"ถ้าเธอไม่เปิดไฟล์นั่น..."
เขากระตุกยิ้มมุมปาก แววตาเป็นประกายวาวโรจน์
"เดี๋ยวฉันจะเอาคำตอบไปให้เธอถึงที่เอง"
"คืนนี้เธอต้องได้กินข้าวหรูแน่ ญาดา... ไม่ว่าเธอจะอยากกินหรือไม่ก็ตาม"