bc

สงครามรักในเงามืด

book_age18+
41
FOLLOW
1K
READ
adventure
love-triangle
family
time-travel
system
fated
opposites attract
second chance
friends to lovers
curse
kickass heroine
heir/heiress
blue collar
drama
mystery
scary
vampire
detective
campus
city
mythology
office/work place
magical world
another world
cheating
childhood crush
superpower
rebirth/reborn
kingdom building
war
addiction
like
intro-logo
Blurb

เคียร์เนย์แวมไพร์ผู้มีชีวิตมานานหลายพันปีในโลกมนุษย์เมื่อโชคชะตานำพามินาโกะเจ้าหน้าที่ข่าวกรองสืบสวนขององค์กรซีไอเอทำให้ทั้งสองต้องมาเผชิญหน้ากันที่เต็มไปด้วยความอันตราย เคียร์ที่รู้สึกถึงพลังบริสุทธิ์ในตัวมินาโกะที่เขาได้เฝ้าตามหามาตลอด เขาตัดสินใจวางแผนเพื่อให้เธอไล่ล่าในทางที่กำหนดและเริ่มเข้าหาเธอในสิ่งที่เขาต้องการกลอุบายเพื่อควบคุมเส้นทางการสืบสวนของเธอทว่าการเจอหน้าระหว่างพวกเขากลับก่อให้เกิดความรู้สึกที่ซับซ้อนและยากจะอธิบายสงครามแห่งรักและการไล่ล่าจึงเริ่มต้นขึ้น กลายเป็นสนามรบแห่งหัวใจที่ไม่มีใครรู้ว่าจะจบลงด้วยความรักหรือความตาย...

chap-preview
Free preview
ตอนที่1 🖤😈ผู้ชายแปลกหน้า...
ยามราตรีกาลโลกซินด์เธีย....... เสียงฝีเท้าหนักๆ ดังกระทบพื้นถนนเป็นจังหวะ ใบหน้าของหญิงสาวซีดเผือดด้วยความหวาดกลัว เธอหอบหายใจแรงขณะที่พยายามเร่งฝีเท้าให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ เงาดำที่ไล่ตามเธอมาติดๆ ทำให้หญิงสาวไม่สามารถหยุดวิ่งได้แม้แต่วินาทีเดียว "ช่วยด้วย! ใครก็ได้ช่วยฉันที!" หญิงสาวร้องตะโกนขอความช่วยเหลือ แต่ในยามวิกาลเช่นนี้ ดูเหมือนจะไม่มีใครได้ยินเสียงของเธอ เงาดำมืดนั้นเข้ามาใกล้ขึ้นเรื่อยๆ หญิงสาวรู้สึกได้ถึงลมหายใจเย็นยะเยือกที่เป่ารดต้นคอ ตัวหญิงสาวแข็งทื่อขาที่จะก้าวหนีไม่ขยับไปไหนทันใดนั้น จู่ๆ ชายผู้นั้นก็พุ่งเข้ามาคว้าตัวเธอจากด้านหลัง เขาลากเธอเข้าไปในตรอกมืด ร่างของหญิงสาวกระแทกกับกำแพงอย่างแรง เธอพยายามดิ้นรนสุดชีวิตแต่ ก็ไม่สามารถสู้ได้ เขาแข็งแกร่งเกินกว่าที่เธอจะต่อกร "อย่าทำอะไรฉันเลยนะ ได้โปรดนะ ขอร้อง" หญิงสาวอ้อนวอน แต่เสียงของเธอถูกกลืนหายไปในความมืดมิด เขาฉีกยิ้ม ก้มลงไปใกล้ๆ คอของหญิงสาวได้กลิ่นคาวเลือดจางๆ จากลมหายใจของเขา เขี้ยวแหลมคมของเขาจมลงไปในผิวเนื้อของเธอ หญิงสาวร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด แต่เสียงของเธอกลับค่อยๆ เงียบลงเรื่อยๆ ร่างกายของเธอซีดราวกับศพ เขาดูดเลือดของเธออย่างตะกละตะกลาม จนกระทั่งเธอแน่นิ่งไป เมื่อเขาเงยหน้าขึ้นมาดวงตาของเขาเป็นสีแดง เขายิ้มอย่างพึงพอใจก่อนจะเลียริมฝีปากตัวเอง จากนั้นเขาหายตัวไปในความมืด ทิ้งไว้เพียงร่างไร้ชีวิตของหญิงสาวที่นอนอยู่บนพื้นดิน.... ขณะเดียวกันชายคนหนึ่งยืนนิ่งสงบ บนดาดฟ้าตึกสูงสายลมเย็น พัดร่างของผมแต่ไม่อาจทำให้ผมรู้สึกหนาวเหน็บได้ดวงตาสีโลหิต เส้นผมสีไข่มุก ใบหน้าคมหล่อ ผิวที่ซีดเผือด ภายใต้แว่นกันแดดสีดำทอดมองลงไปยังเมืองแสงไฟระยิบระยับ ราวกับดวงดาวบนผืนผ้ากำมะหยี่แต่ท่ามกลางความงดงามนั้น ผมกลับสัมผัสได้ถึงความมืดที่กำลังคืบคลานเข้ามา ผมเคียร์เนย์ แวมไพร์ที่อยู่มาพันปีเป็นราชาแห่งโลกพรีโม่ นับเป็นผู้ที่ยิ่งใหญ่ที่สุด เสียงหัวเราะ เสียงพูดคุย เสียงรถรา เสียงทั้งหมดขึ้นประสานกันจนราวกับเป็นเสียงเดียว แต่สำหรับหูอันเฉียบคมของแวมไพร์อย่างผม เสียงเหล่านั้นกลับแตกต่างชัดเจนดุจดังว่าอยู่ใกล้เพียงเอื้อมมือ ผมได้ยินเสียงหัวใจเต้นของผู้คนมากมาย เสียงลมหายใจแผ่วเบาแม้กระทั่งเสียงกระซิบที่แทบไม่ได้ยิน "พวกหนูสกปรกเพิ่มจำนวนขึ้นมากเลยนี่" รายงานที่ผมได้รับนั้นไม่เกินจริงปีศาจที่เคยหลบซ่อนตัวอยู่ในเงามืด บัดนี้กลับกล้าออกมาเพ่นพ่านในโลกมนุษย์อย่างเปิดเผย ผมถอดแว่นกันแดดออก มือเสยผมสูดกลิ่นอายของเมืองเข้าปอดกลิ่นคาวเลือดจางๆ ลอยมาตามลมทำให้ผมมั่นใจว่าพวกเขากำลังออกล่า "อยู่ดีๆ ไม่ชอบกันใช่ไหม ข้าที่อยู่โลกมนุษย์มาตั้งนานดันต้องมาเจอเรื่องปวดหัว" ผมที่ยิ้มมุมปากกำลังจะกระโดดแต่โดนขัดขึ้นซะก่อน "เดี๋ยวก่อนครับ เอาเสื้อโค้ตไปด้วย กลางคืนอากาศหนาว" มาร์ชินลูกน้องของผมพูดขึ้น "จะให้ฉันออกเท่ๆ หน่อยไม่ได้เลยหรือไง! ชอบขัดทุกเรื่อง จะขัดอยู่ไหม" "ไม่ๆ แล้วครับ เชิญไปได้เลยครับ" จากนั้นร่างผมก็หายวับไปในความมืด ราวกับเป็นเพียงภาพลวงตา สำนักงานองค์กรซีไอเอภาคปฏิบัติ... หญิงสาวนั่งหลังพิงเก้าอี้ในห้องทำงานอันแสนจะไม่สุขสบาย ฉันมินาโกะ ผู้ไม่เคยกลัวใครนอกจากพ่อแม่ เป็นคนที่ชอบทำอะไรบุ่มบ่ามจนเพื่อนเอือมระอา ดวงตากลมโต สีช็อกโกแลต ผมสีเพลงนิล (ไฟสีดำ) ใบหน้างดงามดั่งเทพี อายุ ยี่สิบสามปี มีไฝใต้ตาสองจุด ความเคร่งเครียดทำเอากระเพาะอาหารไม่ย่อยขณะที่สายตาไล่อ่านรายงานคดีล่าสุดที่วางอยู่ตรงหน้า "เหยื่อรายที่ห้าในรอบเดือนนี้....จะทำสถิตแข่งกันหรือยังไง ไม่ใช่โอลิมปิกนะ" รายงานระบุว่าเหยื่อแต่ละรายเสียชีวิตด้วยสาเหตุที่ไม่สามารถอธิบายได้แต่สิ่งหนึ่งที่เหมือนกันคือ รอยแผลสองรอยที่ปรากฏบนต้นคอของเหยื่อทุกราย ฉันขมวดคิ้วเล็กน้อยการที่ฉันเป็นนักข่าวกรองไม่ค่อยเชื่อเรื่องผีสางหรือปีศาจ แต่รอยแผลประหลาดเหล่านี้ทำให้ฉันอดคิดไม่ได้ว่าอาจจะมีสิ่งที่เหนือธรรมชาติอยู่เบื้องหลัง "มันต้องได้อะไรมาบ้างสิ" ฉันหยิบเสื้อโค้ตและกุญแจรถเตรียมตัวออกไปยังที่เกิดเหตุ พอมาถึงเป็นตรอกเล็กๆ สังเกตเห็นร่องรอยการต่อสู้ รอยเลือดและรอยเท้าที่ดูเหมือนจะลากไปตามพื้น ฉันย่อเข่าลงตรวจสอบรอยเท้ากับเลือด ก็พบว่ารองเท้ามีขนาดเท่ากับมนุษย์ทั่วไปและมีรอยเล็บที่แหลมคมปรากฏอยู่บนกำแพง "ดูท่าแรงจะเยอะไม่ใช่เล่น ทำให้เป็นรอบข่วนได้ขนาดนี้ " จู่ๆ ในหัวก็มีคำหนึ่งปรากฏขึ้นมา "บ้าน่าจริงเหรอ?!" เล่นทำเอาฉันขนลุกซู่ ทันใดนั้นฉันก็ได้ยินเสียงบางอย่างดังมาจากด้านหลัง ฉันหันหลังกลับไปมองแต่ก็ไม่เห็นอะไรเลย "ใครน่ะ! อย่ามาเล่นตุกติกนะ จะเป็นผีอะไรก็ช่างฉันไม่เชื่อทั้งนั้น!" "ออกมาเดี๋ยวนี้นะ!" ฉันถามกลับแต่ไม่มีเสียงตอบรับ มีเพียงความเงียบสงัดที่น่ากลัว ทำให้ฉันรู้สึกว่ามีใครบางคนหรือบางสิ่ง กำลังเฝ้ามองฉันอยู่ในเงามืด ฉันรีบเก็บหลักฐาน แล้วออกจากตรอกนั้นทันที กลับมาที่ห้องทำงาน ฉันนั่งทบทวนรูปภาพบนจอภาพเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ฉันไม่สามารถสลัดความคิดที่ว่ามีใครบางคนกำลังเฝ้ามองฉันจากที่ไกลๆ ฉันหยิบคีย์บอร์ดมาพิมพ์บนหน้าจอค้นคว้าข้อมูลเกี่ยวกับตำนานและเรื่องเล่าต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับรอยแผลสองรอยบนต้นคอ ยิ่งฉันค้นคว้ามากเท่าไหร่ ฉันก็ยิ่งรู้สึกว่าคดีนี้อาจจะไม่ใช่คดีที่ฉันจะสามารถแก้ไขได้ มันอาจจะต้องเผชิญหน้ากับบางอย่างที่ฉันไม่เคยคิดถึงมันมาก่อน... ผมที่นั่งอยู่บนหลังคาเฝ้ามองหญิงสาวที่เอาแต่ทำหน้าเคร่งขรึม ผมนึกถึงภาพเมื่อครู่ในซอยมืด เห็นความมุ่งมั่นและความกล้าหาญในแววตาของเธอแม้ว่าเธอจะรู้สึกหวาดระแวง แต่เธอก็ไม่ยอมถอยหนี ยังพูดด้วยน้ำเสียงดังฟังชัดว่าไม่กลัวผีสาง ขณะที่เธอออกจากตรอกนั้น สายตาเห็นป้ายชื่อของเธอหล่นลงพื้น จึงก้าวออกมาจากเงามืดและเก็บมันขึ้นมามือหันป้ายชื่อ ของเธอจึงตามมาถึงที่ทำงาน "เป็นสายลับของข่าวกรองนี่เอง" ผมยิ้มร้ายๆ ในขณะมองเธออยู่ รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ปรากฏขึ้นบนใบหน้าของผม "ไหนมาดูหน่อยสิ ว่าคนธรรมดาแบบพวกเธอจะรับมือกับปัญหายังไง" ผมชักจะสนุกกับเกมนี้แล้ว รู้ว่าเธอกำลังตามล่าหาฆาตกรที่ฆ่าคนไปหลายศพแต่เธอไม่รู้ว่าฆาตกรที่เธอตามล่าอยู่นั้นไม่ใช่มนุษย์ อยากจะเห็นปฏิกิริยาของเธอเมื่อรู้ความจริงกลับกลายเป็นผมที่ตัดสินใจมองดูเธอต่อไป ทำให้ผมอยากรู้ว่าเธอจะสามารถไขคดีนี้ได้หรือไม่ถ้าเธอพบกับความจริงที่ทว่าพวกนั้นคือแวมไพร์เธอจะทำหน้าตายังไง แสงแดดยามเช้าสาดส่องผ่านม่านบังตาเข้ามาในห้องทำงาน ฉันยังคงหลับสนิทอยู่บนโต๊ะ เอกสารกองโตและแฟ้มคดีวางระเกะระกะ รอบตัวบ่งบอกถึงการทำงานหนักตลอดทั้งคืน "มินาโกะตื่นได้แล้ว" เสียงใสๆ ของซากุระผมสีเหล้าองุ่น ดวงตาสีแอปเปิลเขียว ผิวขาวผ่อง ใบหน้าอ่อนหวานใส่แว่นตา เธอคือเพื่อนสนิทของฉันเป็นพยาบาลที่นี่ กลิ่นหอมหวานของขนมอบอวลไปทั่วห้อง ฉันค่อยๆ ลืมตาขึ้นอย่างงัวเงีย มือขยี้ตาและบิดขี้เกียจ พลางมองไปยังซากุระที่ยืนถือกล่องขนมปังอบสดใหม่มาให้... "ซากุระเหรอ นี่กี่โมงแล้วเนี่ย" "เก้าโมงแล้วจ้ะ" ซากุระตอบพลางวางกล่องขนมลงบนโต๊ะ "เป็นหัวหน้าทำไมถึงได้ทำงานหนักกว่าลูกน้อง ฉันเห็นเธอยังไม่ตื่นเลยแวะซื้อขนมปังมาเพื่อเธอหิวจะได้กินเลย" ฉันลุกขึ้นไปกอดซากุระ"เอาน่า เป็นหัวหน้าก็ต้องทำงานหนักถูกต้องแล้ว ขอบใจนะ ซากุระ แล้วพวกผู้ชายล่ะ" "พวกผู้ชายเดี๋ยวก็คงจะมากันแหละ" เท้าเดินไปหยิบขนมปังขึ้นมากิน กลิ่นหอมหวานของเนยและน้ำตาลช่วยให้ฉันรู้สึกสดชื่นขึ้นมาบ้าง สายตาสังเกตเห็นได้ชัดจึงเดินเอามือเอื้อมเปิดกระจกลงเล็กน้อย ชายคนนั้นที่ยืนมองมาตั้งแต่ตอนไหนกัน ทำไมฉันถึงพึ่งมาสังเกตเอาตอนนี้ "ไปสืบที่เกิดเหตุมาอีกแล้วใช่ไหม ได้อะไรมาบ้างไหมมินาโกะ " ฉันส่ายหน้า"คดีฆาตกรรมต่อเนื่องนั้นยังไม่คืบหน้าเลย ไม่ว่าจะทำงานหนักแค่ไหนมันก็ยังไม่พบอะไร" ซากุระมาบีบแก้มทั้งสองข้างส่ายไปมา "อย่าทำให้ฉันต้องเป็นห่วงจะได้ไหมยัยบ้า" "โอ๊ย!! เจ็บนะ รู้แล้วน่า" ฉันอมยิ้มให้เพราะรู้ว่าเธอเป็นห่วงฉันมาตลอด ค่ำคืนอันงดงามดั่งห้วงฝัน... ขณะที่ฉันกำลังเดินกลับบ้านหลังเลิกงานอันเหน็ดเหนื่อย ได้เดินผ่านผู้หญิงคนหนึ่งที่ดูแปลกตา เธอแต่งกายด้วยเสื้อผ้าสีดำสนิทและมีผ้าคลุมศีรษะปิดบังใบหน้าเกือบมิดชิดเวลานั้นเอง ผู้หญิงคนนั้นก็เอ่ยขึ้นเสียงแหบพร่า "เธอนั้นนะ มาดูดวงกับฉันหน่อยเป็นไง" ฉันหยุดชะงักทันที หันไปตามเสียงผู้หญิงคนนั้นด้วยความสงสัย "ฉันเหรอ?...คุณกำลังหมายถึงฉันใช่ไหม" "จะใครอีกล่ะ ก็เธอนั่นแหละ เดินผ่านอยู่คนเดียว" ผู้หญิงคนนั้นยิ้มและใช้มือกวักเรียกฉัน...เลยเดินไปนั่งตรงหน้าของเธอ "ดูฟรีปะเนี่ย ยิ่งเงินเดือนยังไม่ออกเหลือไม่กี่บาทเอง" "ยัยหนูนี่ ฉันดูให้ฟรีไหนบอกมาสิว่าจะดูอะไร" "เอ่อ...ความรักแล้วกัน ฉันอยากรู้ว่าจะมีเนื้อคู่ไหม" "โอ้วใจกล้าดี เลือกไพ่มาสามใบ" ฉันหลับตาตั้งสมาธิหยิบไพ่กลางซ้ายขวามาสามใบ แม่หมอเปิดออกมาเป็นรูปหัวกะโหลกสองตนที่คลุมผ้าอยู่กับหัวกะโหลกที่จับมีดแทงกลางอกแล้วไพ่สุดท้ายเป็นรูปผู้ชายสวมชุดสีดำใบหน้าใส่หน้ากากรูปยิ้ม "อื้มไม่ธรรมดาเลยนะ โชคชะตาของเธอมันยุ่งเหยิงไปหมด ถ้าจะให้พูดคือ ยังไม่มีความรักที่จริงใจ เพราะชีวิตของเธอนั้น กำลังเดินมาถึงทางตัน ที่ไม่มีใครสามารถจะตัดสินใจได้นอกจากตัวเธอ " "ฮะ!! พูดให้เข้าใจหน่อยได้ไหมแม่หมอ" "พูดง่ายๆ สามไพ่นี้ บ่งบอกถึงความรักที่เสียสละ เลือด หัวใจที่อันบริสุทธิ์ สิ่งที่ฉันเห็นในอนาคตนั้น ดวงวิญญาณเธอแตกสลายกลายเป็นเถ้าธุลี" "......." "ไพ่นี้ระวังผู้ชายแปลกหน้าให้ดี ไม่งั้นเธออาจจะต้องเสียใจชั่วชีวิตของเธอเลยก็ได้ เพราะเขาจะมาในรูปแบบที่เธอคาดไม่ถึงเลย" "นี่คือที่อยู่ของฉันถ้าเธอเจอผู้ชายคนนั้นตามที่ฉันบอกมาหาฉันได้เสมอ" สิ้นสุดคำพูดของ แม่หมอคนนั้นก็หายไป ทิ้งให้ฉันยืนอยู่คนเดียวด้วยความงง ว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่ คำพูดของเธอคนนั้นยังคงอยู่ในหัวของฉัน "ผู้ชายแปลกหน้า? ใครจะมายุ่งกับฉัน วันๆ แทบจะไม่มีเวลาให้ใครเลย อีกอย่างฉันจะตาย?" ฉันส่ายหัว พยายามปัดความคิดนั้นออกไป ไม่อยากจะเชื่อเรื่องอะไรแบบนี้ แต่ฉันก็เก็บที่อยู่แม่หมอคนนั้นไว้ในกระเป๋า "ถ้ามาจริงก็ขอหล่อๆ แบบดาราระดับโลกไปเลย ฉันจะดีใจมาก ฮ่าๆๆ เชื่อก็บ้าแล้ว!!"

editor-pick
Dreame-Editor's pick

bc

ข้าก็แค่ภูตน้อยจอมเกียจคร้านคนหนึ่ง

read
1.5K
bc

สร้างเนื้อสร้างตัวในยุคจีนโบราณ

read
19.4K
bc

เกิดใหม่มีสามีตาบอด

read
2.4K
bc

เซียนสาวเกิดใหม่ขอไลฟ์สดทำนายดวง

read
1K
bc

เก็บขยะจนรวย ด้วยระบบรักษ์โลก

read
1K
bc

เสมือนหนึ่งใจเคยรัก

read
2.0K
bc

เทวีนาคา

read
1K

Scan code to download app

download_iosApp Store
google icon
Google Play
Facebook