bc

Inle อินเล

book_age4+
4
FOLLOW
1K
READ
like
intro-logo
Blurb

เมื่อเกือบยี่สิบปีก่อน รัฐบาลพม่าได้ยกเลิกสัมปทานหยกของบริษัทต่างชาติไปมากมาย แต่มีอยู่บริษัทหนึ่งที่ยังคงครอบครองสัมปทานหยกอยู่ เพราะหนึ่งตระกูลลีนหยั่งรากฝังลึกในธุรกิจด้านนี้มานานมาก และสองบริษัทของลีนมีการร่วมลงทุนกับรัฐบาล ทั้งยังไม่ได้คิดจะกอบโกยแต่เพียงอย่างเดียว หากยังมอบผลประโยชน์กลับคืนประเทศในรูปแบบของภาษีและการบริจาคที่เต็มเม็ดเต็มหน่วย นอกจากนั้นยังสร้างงานจำนวนมากให้แก่คนในประเทศ ด้วยระบบการทำเหมืองที่มีความก้าวหน้า ปลอดภัยและยังเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม สร้างระบบสาธารณูปโภคหลายๆอย่างมอบแก่รัฐด้วยงบประมาณส่วนตัวของลีนเอง มูลค่าสูงลิบลิ่วชนิดที่บริษัทต่างชาติทำได้แค่มองแล้วกลืนน้ำลายลงคออย่างพรั่นใจ กิตติศัพท์เสือจา จา ลีน ผู้สืบทอดรุ่นที่สองต่อจากอดีตนายพลบิดา ก็ยังสามารถคานอำนาจระหว่างกองกำลังติดอาวุธต่างๆในเขตนี้ได้อย่างสมดุล                แต่ว่าต่อให้จา ลีนเก่งกาจแค่ไหน เสือก็ต้องมีวันแก่เฒ่าและเขี้ยวเล็บจะยังคมถึงได้สักกี่ปี เดิมพวกที่ซุ่มในเงารอวันที่จา ลีนค่อยๆหมดอำนาจก็กระหยิ่มยิ้มย่อง แต่พอรู้ว่าเมียเขาท้องแล้วท้องอีก แถมลูกทุกคนที่คลอดมาก็เป็นผู้ชายล้วน พวกเขาก็เริ่มหางตากระตุก อะไรจะลูกถี่ขนาดนั้น แต่ลูกชายเยอะแล้วยังไง พวกเขาโตมาในครอบครัวที่ร่ำรวย มีตัวอย่างเยอะไปที่กลายเป็นหนุ่มเสเพล ทายาทมิลเลี่ยนแนร์ไม่ได้เรื่องไม่ได้ราว เป็นชายหนุ่มกระดูกอ่อนที่คงไม่สามารถแบกรับภาระได้ อย่างมากก็พึ่งพวกที่ปรึกษา พวกดูแลกองทุน ไม่ก็ทีมงานบริหาร แล้วรับเงินปันผลอยู่ข้างหลัง จะมาป่าเถื่อนดุร้ายเหมือนสมัยพ่อคงยาก                คนที่คิดแบบนี้ไม่ใช่แค่พวกบริษัทต่างชาติหรือคนที่จ้องจะฮุบเหมืองลีนตาเป็นมัน แต่ยังรวมทั้งกลุ่มกองกำลังต่างๆที่เคยต้องเกรงใจเสือจาด้วย เดิมก็แสยะยิ้มเหี้ยม รอให้เสือแก่ ลูกเสือที่อ่อนแอแบบแมวน้อยเข้ามาดูแลสัมปทานเมื่อไหร่ เสือสิงห์กระทิงแรดทั้งหลายก็พร้อมจะรุมขย้ำ พวกเขารู้ว่าจา ลีนมอบหมายหน้าที่ดูแลงานเหมืองที่คะฉิ่นให้แก่อินเล ลูกชายคนที่สองของเขา  ฉินเต้ ลูกชายคนโตของจา มีภาพลักษณ์ในวงการนักธุรกิจเป็นหนุ่มหล่อ ถึงจะไม่ค่อยออกสื่อก็ใช่ว่าจะหาข้อมูลหรือรูปของเขาไม่ได้ ดังนั้นบรรดาคนที่จับจ้องรอลูกชายคนที่สองของจา ก็วาดภาพในใจไว้เหมือนกันโดยไม่ได้นัดหมายว่า อินเลก็คงไม่ต่างจากพี่ชาย ผิวขาว สำอาง ดูเป็นผู้ดีทุกกระเบียดนิ้ว                เมื่ออินเลโดนส่งมายังสำนักงานในเซตมู ไม่รู้มีคนถ่ายรูปเขาส่งให้เจ้านายมากมายเท่าไหร่ บางคนเห็นชายหนุ่มรูปร่างสูง ไว้ผมยาว หน้าขาวแบบไข่ปอก ปากแดง จมูกโด่ง หน้าตาประพิมพ์ประพายไปคล้ายน้าสาวอย่างนินสิปันมากกว่าคนเป็นพ่อ พวกเขาก็หัวเราะกระหึ่มในลำคออย่างย่ามใจ และเริ่มทำการหยั่งเชิงลูกแมวน้อยปากแดงตัวนี้กันเป็นแถว สองเดือนหลังจากที่อินเลเข้ามาในเซตมู ก็เกิดเรื่องขึ้น มีไฟไหม้แคมป์คนงานของลีน คนงานหลายคนที่หนีไม่ทันเพราะหลับลึกจากการเหนื่อยที่ต้องทำงานตลอดทั้งวันโดนไฟคลอกตายไปหลายศพ อีกไม่ถึงสามวันต่อมารถเสบียงของลีนก็โดนปล้น มีคนโดนโจรยิงตายไปอีกสี่คน                มีคนบอกว่า คืนที่เกิดไฟไหม้ ชายหนุ่มรูปร่างสูงเกือบสองเมตร ยืนมองเศษซากจากกองเพลิงที่หลงเหลือเงียบๆ เขาเดินไปดูร่างที่ไหม้เกรียมจนแยกไม่ออก ขดงออยู่บนพื้นจนน่าสังเวชอยู่อีกพักใหญ่ แล้วก็กลับไปที่รถของตัวเอง ขับออกจากที่เกิดเหตุเงียบๆ ไม่ได้อาละวาดเหมือนจา ลีน ไม่แสดงสีหน้าใดใดทั้งนั้น และไม่ให้ข้อมูลอะไรแม้แต่คำเดียวกับเจ้าหน้าที่ของรัฐที่เข้ามา ทั้งยังไม่ปริปากพูดแม้แต่คำเดียว เขาหายไปเงียบๆจากสำนักงานเซตมู ไม่มีคนเห็นชายหนุ่มที่เหมืองในคะฉิ่น ทุกคนคิดว่าอินเลอาจจะเสียขวัญ แล้วก็บินหนีกลับไปย่างกุ้ง ซบตักพ่อร้องไห้โฮแล้ว                หนึ่งอาทิตย์ที่เขาหายหน้าไป ในป่าที่ห่างไกลทางตอนเหนือของคะฉิ่น มีเสียงปืนดังขึ้นก้องป่า พร้อมกับหมู่บ้านกองโจรขนาดใหญ่ที่ผู้นำเป็นพวกหัวรุนแรง โหดเหี้ยมและรับจ้างงานที่เลวทรามทุกอย่าง ได้ถูกกำจัดไปภายในคืนเดียว แน่นอนว่ามีคนหนีรอดได้เป็นผู้หญิงที่โดนพวกมันฉุดคร่าไว้ข่มขืน ขังไว้เหมือนไม่ใช่คน ตกนรกบนดินอยู่นาน พวกเธอมาถึงบ้านได้อย่างเหลือเชื่อ จนแอบอนุมานไม่ได้ว่ามีคนคุ้มครองพากลับมาส่งเงียบๆ พวกเธอเมื่อร่างกายกลับมาแข็งแรง ก็ได้เล่าให้ญาติพี่น้องและทุกคนฟังถึงคืนที่กองโจรโดนกวาดล้าง กลุ่มคนแค่สิบกว่าคนที่เข้ามาอย่างเงียบกริบ พวกโจรไม่มีใครรู้ตัวด้วยซ้ำ คนที่เฝ้าหน้ากรงขังพวกเธอยังยืนฉี่อย่างสบายใจยามเงาของใครบางคนเดินเข้าไปด้านหลังแล้วปาดลำคออีกฝ่ายด้วยมีด ฆ่าอย่างเงียบกริบและรวดเร็ว พวกเธอไม่เห็นหน้าเขา จำได้อย่างเดียวว่า ท่ามกลางคบไฟที่จุดไว้อันเดียวข้างๆกรง ส่องให้เห็นว่าเขาเป็นคนสูงมาก สวมกางเกงทหารสีดำ ไว้ผมยาวและขมวดเป็นมวยไว้ตรงท้ายทอย มีผู้หญิงคนหนึ่งบอกว่า เธอทันเห็นว่าเขามีรอยสักตรงหลังใบหู แต่ดูไม่ออกว่าเป็นรูปอะไร                แน่นอน ... มีใครที่ส่งคนมาสอดแนนอินเลไม่รู้บ้างว่า ชายหนุ่มไว้ผมยาว ขมวดมวยต่ำตรงท้ายทอยไว้เสมอ และมีรอยสักหลังใบหูขวาขนาดเท่าครึ่งฝ่ามือยาวลงมาถึงซอกคอ                แต่ว่าทุกคนก็ยังคลางแคลงใจและสงสัยว่าเป็นเรื่องจริงเหรอ อินเลจะเป็นคนถล่มรังโจรนั่นเองเหรอ เขาเป็นทายาทรุ่นที่สาม เรียนจบปริญญาโทจากต่างประเทศ ไม่ใช่พ่อเขา จา ลีน ที่คลุกคลีและใช้ชีวิตท่ามกลางพวกป่าเถื่อนมาตลอดชีวิต มีการขุดคุ้ยข้อมูลของอินเลมากขึ้น และได้รู้ว่าที่แท้ เขาไม่ได้แค่ไปเรียนปริญญาที่ต่างประเทศ แต่ไปอยู่สมัครเข้าหน่วย SAS ต่างหาก                หนึ่งอย่างที่พวกสอดแนมรายงานเกี่ยวกับอินเลคือ เขาไปเรียนที่อังกฤษมาจริงๆ แต่เขาไม่ได้เป็นผู้ดีอังกฤษอย่างที่คนชอบเรียกกัน เขาไปเรียนการฆ่ามาต่างหาก หนึ่งในคนที่ลองของอินเลเองถึงกับเรียกคนของเขามาหา แล้วถีบเข้ากลางอกอีกฝ่ายอย่างกราดเกรี้ยว‘มหาวิทยาลัยบ้านพ่อง! หน่วยปฏิบัติการพิเศษทางอากาศของอังกฤษ British Special Air Service เป็น หน่วยฝึกที่ดีที่สุดของทั้งหมด best of the best ต่างหากโว้ย!’

chap-preview
Free preview
Inle อินเล (ภาคต่อรุ่นลูกเสือจา ลีน จาก Tatiya)
เมื่อเกือบยี่สิบปีก่อน รัฐบาลพม่าได้ยกเลิกสัมปทานหยกของบริษัทต่างชาติไปมากมาย แต่มีอยู่บริษัทหนึ่งที่ยังคงครอบครองสัมปทานหยกอยู่ เพราะหนึ่งตระกูลลีนหยั่งรากฝังลึกในธุรกิจด้านนี้มานานมาก และสองบริษัทของลีนมีการร่วมลงทุนกับรัฐบาล ทั้งยังไม่ได้คิดจะกอบโกยแต่เพียงอย่างเดียว หากยังมอบผลประโยชน์กลับคืนประเทศในรูปแบบของภาษีและการบริจาคที่เต็มเม็ดเต็มหน่วย นอกจากนั้นยังสร้างงานจำนวนมากให้แก่คนในประเทศ ด้วยระบบการทำเหมืองที่มีความก้าวหน้า ปลอดภัยและยังเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม สร้างระบบสาธารณูปโภคหลายๆอย่างมอบแก่รัฐด้วยงบประมาณส่วนตัวของลีนเอง มูลค่าสูงลิบลิ่วชนิดที่บริษัทต่างชาติทำได้แค่มองแล้วกลืนน้ำลายลงคออย่างพรั่นใจ กิตติศัพท์เสือจา จา ลีน ผู้สืบทอดรุ่นที่สองต่อจากอดีตนายพลบิดา ก็ยังสามารถคานอำนาจระหว่างกองกำลังติดอาวุธต่างๆในเขตนี้ได้อย่างสมดุล แต่ว่าต่อให้จา ลีนเก่งกาจแค่ไหน เสือก็ต้องมีวันแก่เฒ่าและเขี้ยวเล็บจะยังคมถึงได้สักกี่ปี เดิมพวกที่ซุ่มในเงารอวันที่จา ลีนค่อยๆหมดอำนาจก็กระหยิ่มยิ้มย่อง แต่พอรู้ว่าเมียเขาท้องแล้วท้องอีก แถมลูกทุกคนที่คลอดมาก็เป็นผู้ชายล้วน พวกเขาก็เริ่มหางตากระตุก อะไรจะลูกถี่ขนาดนั้น แต่ลูกชายเยอะแล้วยังไง พวกเขาโตมาในครอบครัวที่ร่ำรวย มีตัวอย่างเยอะไปที่กลายเป็นหนุ่มเสเพล ทายาทมิลเลี่ยนแนร์ไม่ได้เรื่องไม่ได้ราว เป็นชายหนุ่มกระดูกอ่อนที่คงไม่สามารถแบกรับภาระได้ อย่างมากก็พึ่งพวกที่ปรึกษา พวกดูแลกองทุน ไม่ก็ทีมงานบริหาร แล้วรับเงินปันผลอยู่ข้างหลัง จะมาป่าเถื่อนดุร้ายเหมือนสมัยพ่อคงยาก คนที่คิดแบบนี้ไม่ใช่แค่พวกบริษัทต่างชาติหรือคนที่จ้องจะฮุบเหมืองลีนตาเป็นมัน แต่ยังรวมทั้งกลุ่มกองกำลังต่างๆที่เคยต้องเกรงใจเสือจาด้วย เดิมก็แสยะยิ้มเหี้ยม รอให้เสือแก่ ลูกเสือที่อ่อนแอแบบแมวน้อยเข้ามาดูแลสัมปทานเมื่อไหร่ เสือสิงห์กระทิงแรดทั้งหลายก็พร้อมจะรุมขย้ำ พวกเขารู้ว่าจา ลีนมอบหมายหน้าที่ดูแลงานเหมืองที่คะฉิ่นให้แก่อินเล ลูกชายคนที่สองของเขา ฉินเต้ ลูกชายคนโตของจา มีภาพลักษณ์ในวงการนักธุรกิจเป็นหนุ่มหล่อ ถึงจะไม่ค่อยออกสื่อก็ใช่ว่าจะหาข้อมูลหรือรูปของเขาไม่ได้ ดังนั้นบรรดาคนที่จับจ้องรอลูกชายคนที่สองของจา ก็วาดภาพในใจไว้เหมือนกันโดยไม่ได้นัดหมายว่า อินเลก็คงไม่ต่างจากพี่ชาย ผิวขาว สำอาง ดูเป็นผู้ดีทุกกระเบียดนิ้ว เมื่ออินเลโดนส่งมายังสำนักงานในเซตมู ไม่รู้มีคนถ่ายรูปเขาส่งให้เจ้านายมากมายเท่าไหร่ บางคนเห็นชายหนุ่มรูปร่างสูง ไว้ผมยาว หน้าขาวแบบไข่ปอก ปากแดง จมูกโด่ง หน้าตาประพิมพ์ประพายไปคล้ายน้าสาวอย่างนินสิปันมากกว่าคนเป็นพ่อ พวกเขาก็หัวเราะกระหึ่มในลำคออย่างย่ามใจ และเริ่มทำการหยั่งเชิงลูกแมวน้อยปากแดงตัวนี้กันเป็นแถว สองเดือนหลังจากที่อินเลเข้ามาในเซตมู ก็เกิดเรื่องขึ้น มีไฟไหม้แคมป์คนงานของลีน คนงานหลายคนที่หนีไม่ทันเพราะหลับลึกจากการเหนื่อยที่ต้องทำงานตลอดทั้งวันโดนไฟคลอกตายไปหลายศพ อีกไม่ถึงสามวันต่อมารถเสบียงของลีนก็โดนปล้น มีคนโดนโจรยิงตายไปอีกสี่คน มีคนบอกว่า คืนที่เกิดไฟไหม้ ชายหนุ่มรูปร่างสูงเกือบสองเมตร ยืนมองเศษซากจากกองเพลิงที่หลงเหลือเงียบๆ เขาเดินไปดูร่างที่ไหม้เกรียมจนแยกไม่ออก ขดงออยู่บนพื้นจนน่าสังเวชอยู่อีกพักใหญ่ แล้วก็กลับไปที่รถของตัวเอง ขับออกจากที่เกิดเหตุเงียบๆ ไม่ได้อาละวาดเหมือนจา ลีน ไม่แสดงสีหน้าใดใดทั้งนั้น และไม่ให้ข้อมูลอะไรแม้แต่คำเดียวกับเจ้าหน้าที่ของรัฐที่เข้ามา ทั้งยังไม่ปริปากพูดแม้แต่คำเดียว เขาหายไปเงียบๆจากสำนักงานเซตมู ไม่มีคนเห็นชายหนุ่มที่เหมืองในคะฉิ่น ทุกคนคิดว่าอินเลอาจจะเสียขวัญ แล้วก็บินหนีกลับไปย่างกุ้ง ซบตักพ่อร้องไห้โฮแล้ว หนึ่งอาทิตย์ที่เขาหายหน้าไป ในป่าที่ห่างไกลทางตอนเหนือของคะฉิ่น มีเสียงปืนดังขึ้นก้องป่า พร้อมกับหมู่บ้านกองโจรขนาดใหญ่ที่ผู้นำเป็นพวกหัวรุนแรง โหดเหี้ยมและรับจ้างงานที่เลวทรามทุกอย่าง ได้ถูกกำจัดไปภายในคืนเดียว แน่นอนว่ามีคนหนีรอดได้เป็นผู้หญิงที่โดนพวกมันฉุดคร่าไว้ข่มขืน ขังไว้เหมือนไม่ใช่คน ตกนรกบนดินอยู่นาน พวกเธอมาถึงบ้านได้อย่างเหลือเชื่อ จนแอบอนุมานไม่ได้ว่ามีคนคุ้มครองพากลับมาส่งเงียบๆ พวกเธอเมื่อร่างกายกลับมาแข็งแรง ก็ได้เล่าให้ญาติพี่น้องและทุกคนฟังถึงคืนที่กองโจรโดนกวาดล้าง กลุ่มคนแค่สิบกว่าคนที่เข้ามาอย่างเงียบกริบ พวกโจรไม่มีใครรู้ตัวด้วยซ้ำ คนที่เฝ้าหน้ากรงขังพวกเธอยังยืนฉี่อย่างสบายใจยามเงาของใครบางคนเดินเข้าไปด้านหลังแล้วปาดลำคออีกฝ่ายด้วยมีด ฆ่าอย่างเงียบกริบและรวดเร็ว พวกเธอไม่เห็นหน้าเขา จำได้อย่างเดียวว่า ท่ามกลางคบไฟที่จุดไว้อันเดียวข้างๆกรง ส่องให้เห็นว่าเขาเป็นคนสูงมาก สวมกางเกงทหารสีดำ ไว้ผมยาวและขมวดเป็นมวยไว้ตรงท้ายทอย มีผู้หญิงคนหนึ่งบอกว่า เธอทันเห็นว่าเขามีรอยสักตรงหลังใบหู แต่ดูไม่ออกว่าเป็นรูปอะไร แน่นอน ... มีใครที่ส่งคนมาสอดแนนอินเลไม่รู้บ้างว่า ชายหนุ่มไว้ผมยาว ขมวดมวยต่ำตรงท้ายทอยไว้เสมอ และมีรอยสักหลังใบหูขวาขนาดเท่าครึ่งฝ่ามือยาวลงมาถึงซอกคอ แต่ว่าทุกคนก็ยังคลางแคลงใจและสงสัยว่าเป็นเรื่องจริงเหรอ อินเลจะเป็นคนถล่มรังโจรนั่นเองเหรอ เขาเป็นทายาทรุ่นที่สาม เรียนจบปริญญาโทจากต่างประเทศ ไม่ใช่พ่อเขา จา ลีน ที่คลุกคลีและใช้ชีวิตท่ามกลางพวกป่าเถื่อนมาตลอดชีวิต มีการขุดคุ้ยข้อมูลของอินเลมากขึ้น และได้รู้ว่าที่แท้ เขาไม่ได้แค่ไปเรียนปริญญาที่ต่างประเทศ แต่ไปอยู่สมัครเข้าหน่วย SAS ต่างหาก หนึ่งอย่างที่พวกสอดแนมรายงานเกี่ยวกับอินเลคือ เขาไปเรียนที่อังกฤษมาจริงๆ แต่เขาไม่ได้เป็นผู้ดีอังกฤษอย่างที่คนชอบเรียกกัน เขาไปเรียนการฆ่ามาต่างหาก หนึ่งในคนที่ลองของอินเลเองถึงกับเรียกคนของเขามาหา แล้วถีบเข้ากลางอกอีกฝ่ายอย่างกราดเกรี้ยว ‘มหาวิทยาลัยบ้านพ่อง! หน่วยปฏิบัติการพิเศษทางอากาศของอังกฤษ British Special Air Service เป็น หน่วยฝึกที่ดีที่สุดของทั้งหมด best of the best ต่างหากโว้ย!’ การฝึกฝนเคี่ยวกรำอย่างหนักของหน่วยนี้ เป็นแบบอย่างของโปรแกรมการฝึกของเกือบทุกหน่วยปฏิบัติการพิเศษของโลก จา ลีนถึงกับตัดใจส่งลูกชายไปที่นั่น พวกเขาไม่คิดว่าเสือจาจะเหี้ยมโหดกับเลือดเนื้อเชื้อไขตัวเองได้แบบนี้ หน่วยนี้ส่งคนเข้าโปรแกรมไป จะรอดตายกลับมาหรือเปล่ายังไม่แน่ด้วยซ้ำ! นี่ก็เป็นอีกอย่างที่พวกลองของเข้าใจผิด จาไม่ได้ส่งลูกไปเข้าหน่วยอะไรนั่นสักหน่อย เขาไม่เคยรู้ว่ามีหน่วยนี้อยู่ด้วยซ้ำ เขาส่งมันไปเรียนดีๆ ในมหาวิทยาลัยดีๆ หวังให้อินเลเป็นสุภาพบุรุษดีๆนี่แหละ แต่มันไปของมันเอง ตอนเมียเขารู้ว่าลูกหายไปเข้าหน่วยอะไรมา จายังเกือบตายใต้ตีนเมียด้วยซ้ำ เขาเองก็โมโหลูกไม่น้อยเหมือนกัน จะปกปิดก็ควรปกปิดเป็นความลับตลอดรอดฝั่งสิ ให้เขารู้น่ะพอว่า ให้แม่รู้ได้ยังไง! เพราะการเล่นใหญ่ดราม่าปานจะขาดใจของมัมหมีลันตานี่เอง ที่ทำให้อินเลออกจากหน่วยแล้วบินกลับมาพม่าทันที ก่อนถูกส่งมาคะฉิ่นรับหน้าที่ดูแลเหมืองเสียเลย กลับมาว่าด้วยเรื่องกองโจรก่อน ตอนที่เจ้าหน้าที่รัฐไปถึงเพื่อตรวจสอบ พวกเขาก็พบว่าปฏิบัติการที่เกิดขึ้นล้างบางกองโจร ใช้คำว่านรกมาเปรียบยังน้อยไป เมื่อกลับมาก็มีข่าวลือกันอีกว่า สภาพศพโจรแต่ละคนนั้นดูไม่ได้ ทหารที่ว่ากรำในการสู้รบมานานยังต้องวิ่งไปอาเจียนอย่างสะอิดสะเอียน บ้างว่าศพบางศพโดนแขวนไว้กับต้นไม้ เครื่องเพศโดนเฉือดทิ้งทั้งพวง โดนฆ่าควักท้องเครื่องในกองที่พื้น ความเหี้ยมโหดนี้กระจายเป็นวงกว้างทันที หลังจากนั้นก็ไม่มีใครคิดจะแหย่ลูกแมวอีกเลย พวกเขารู้แล้วว่าตัวเองแหย่ผิดคน อินเลไม่ใช่ลูกแมว เขาไม่ใช่ลูกเสือด้วย แต่เป็นเสือตัวโตเต็มวัยที่กระหายเลือดและเหี้ยมเกรียมกว่าพ่อหลายเท่า ข่าวนี้ต้องถึงหูครอบครัวลีนอยู่แล้ว เมื่ออินเลเดินทางกลับมาเยี่ยมแม่และพ่อที่มัณฑะเลย์ จาก็ถามว่าเรื่องที่เกิดขึ้นเป็นฝีมือเขาหรือเปล่า ... แน่นอน ว่าถามตอนลันตาลุกไปเข้าห้องน้ำ ‘เกินจริงไปมากครับ’ ชายหนุ่มตอบเสียงเรียบ พลางยกแก้วน้ำดื่ม เขาไม่ได้ควักเครื่องในใคร แต่ก็ไม่ได้ปฏิเสธว่าตนเองลงมีดเชือดคอไปหลายคน และสั่งให้แขวนทุกศพไว้บนต้นไม้ เหมือนที่พวกมันแขวนร่างไร้ลมหายใจของคนที่มันจับมาทรมานไว้จนศพแห้งกรังเช่นกัน ครั้งแรกของฉันตอนอยู่ไฮสคูล ให้ตายเถอะ เขาเป็นรุ่นพี่ที่ฮอตเป็นบ้า อยู่ทีมฟุตบอล ตัวใหญ่ผิวแทน ตาสีฟ้า ฉันกับเขาไปดูหนังด้วยกัน แล้วก็... รู้ใช่ไหมว่ามันต้องจบยังไง ใช่แล้ว ในรถเขา รถฟอร์ดของเขา เขาก็เก่งอยู่หรอก แต่รู้อะไรไหม การเป็นกัปตันทีมฟุตบอลไม่ได้รับประกันว่าเขาจะอึด เขาขยับสี่ครั้งก็เสร็จ ปล่อยให้ฉันที่ยังไม่ทันได้ครางสักคำต้องค้าง จนกลับมาช่วยตัวเองต่อที่บ้าน” เสียงของคนที่นั่งจิบแชมเปญข้างเธอหัวเราะร่วน หญิงสาวในชุดสีโรสโกลด์ที่นั่งไล้นิ้วบนปากแก้วอยู่ เธอก้มหน้าลงเล็กน้อย เรือนผมยาวที่มัดเป็นหางม้าสูงพาดไหล่ข้ามมาด้านหน้า บรรดาสาวๆที่นั่งในงานนี้ หน้าตาสวยมาก สวยชนิดที่ว่าเดินไปไหนก็ตกสายตาหนุ่มๆได้ ไม่แปลกหรอก ... ทุกคนมีมงกุฎการันตีความสวยนี่ รวมทั้งเธอด้วย เสียงหัวเราะนั่นมาจากมิสประเทศหนึ่งในยุโรป เธอเปิดเผยและหัวเราะ เธอได้ตำแหน่งอะไรนะ อ้อ ตำแหน่งพิเศษจากคะแนนโหวตของคนทั้งโลกด้วย ดังนั้นต่อให้เวทีนี้เธอไม่ติดหนึ่งในสิบ เธอก็ยังสามารถยิ้มกว้างและเฮฮากับสาวๆคนอื่นได้อย่างเป็นธรรมชาติ ตรงกันข้ามกับเธอทั้งที่เธอได้รางวัลแม้จะไม่ใช่ที่หนึ่ง แต่ก็เป็นคนสำคัญของงานนี้กลับไม่มีคนห้อมล้อม อาจจะเพราะเธอเป็นคนไม่ค่อยมีอัธยาศัยด้วย หญิงสาวยกแก้วแตะริมฝีปาก รสของแชมเปญในงานเลี้ยงหอมหวาน หากเธอกลับคิดถึงรสขื่นลำคอของเบียร์กระป๋องราคาถูกที่เคยดื่ม คงเพราะเรื่องที่ได้ยินมันสะกิดความทรงจำเธอ ครั้งแรกเหรอ? เธอก็มีนะ แต่คงเอามาเล่าให้ใครฟังไม่ได้ เปล่า เธอไม่ได้อายที่ครั้งแรกเธอมันไม่โรแมนติก ไม่ใช่ป๊อปปี้เลิฟอะไร แต่เกิดกับคนแปลกหน้าที่เธอไม่รู้จักชื่อเขาด้วยซ้ำ ถ้าต้องเล่า เธอคงเริ่มต้นเล่าจากตรงที่ ผู้ชายคนแรกของเธอ เขาจูบเก่ง เธอจูบตอบเขา แต่พอเขาทิ้งตัวลงมา เธอกลับรู้สึกอึดอัดเขาตัวใหญ่เกินไป ลมหายใจเขาร้อน ลิ้นเขามีรสชาติของมิ้นต์ปนกับรสชาติของเบียร์กระป๋องราคาถูก อุณหภูมิร่างกายเขาร้อน เธอรู้ได้ยังไง? รู้เพราะทุกส่วนของร่างกายเขาแนบอยู่บนผิวเธอสนิทแนบ มือเขาใหญ่ทาบอยู่กลางเรียวขาเธอ ขยับอย่างรวดเร็วอยู่ตรงนั้น ลำคอเธอแห้งผาก แต่ด้านล่างเธอเปียกชุ่ม เธอขยับตัวอย่างอึดอัด ตอนที่รู้สึกว่าเขากำลังยกขาเธอขึ้นบนบ่า เธอตื่นเต้น มึนเมา เลือดในตัวร้อนฉ่าเพราะเบียร์ที่ดื่ม บ่าเขาเปียกเพราะเหงื่อ บนเตียงที่มีกลิ่นอับของโมเต็ลข้างทางราคาไม่กี่เหรียญ หญิงสาวรู้สึกถึงส่วนที่จ่ออยู่กลางขาที่แยกออกจากกัน มือใหญ่ข้างหนึ่งกดขาอ่อนเธอกับเตียง อีกมือเอื้อมมากุมอกเธอไว้ เธอสูดหายใจลึกเมื่อความคับแน่นจู่โจมตรงจุดที่บอบบาง ถึงจะมีน้ำหล่อลื่นเพราะการเล้าโลมและอารมณ์ที่เตลิดไปไกล มันก็ยังยากเย็นที่จะยัดเข้ามาได้อยู่ดี เขาหยุดขยับ เหมือนลังเลแต่ก็ยังเดินหน้าเข้ามา พร้อมกับก้มลงจูบเธอ กลืนเสียงอุทานและครางของเธอไว้ ทุกอย่างมันเหมือนโลกพลิกตลบ เธอรู้สึกเจ็บ แต่ก็แค่สิบถึงสิบห้านาทีแรก หลายชั่วโมงหลังจากนั้น ตอนหัวเตียงเลื่อนกระแทกผนังห้องดังตลอดไม่หยุด เธอตาพร่า สมองขาวโพลน ไม่เจ็บอีกแล้ว รู้แค่ว่าเธอกัดเขา ครวญคราง ไม่รู้ว่าตอนไหนที่มันจบลง แต่เขาเก่ง เก่งที่ทำให้เธอถึงจุดสุดยอดได้ติดกันสองครั้งแบบไม่ทันตั้งตัว เธอมองเขามัดขอดคอนด้อมแล้วโยนลงถังขยะ เขาใช้มันเปลืองมาก ตอนเช้าที่เธอตื่นขึ้นมา เขายังนอนคว่ำหน้าบนเตียง แผ่นหลังลาดยาว บั้นท้ายเปลือยตึงหนั่น บ่ากว้างที่มีรอยแผลเป็นสองสามรอย และรอยที่เด่นที่สุดคือรอยแผลสดๆร้อนๆเมื่อคืน รอยข่วนเป็นทางยาวจากเอวเขาลากมาถึงบั้นท้ายเขา รอยจากนิ้วมือทั้งสิบของเธอ นิสรีน เธอเสียตัวให้ผู้ชายที่เธอรู้จักแค่หน้าเขาเท่านั้น เธอไม่รู้อะไรเกี่ยวกับเขาเลย เธอลุกคว้าเสื้อผ้ามาสวมแล้วออกจากโมเต็ลอย่างรวดเร็ว วิกผมสั้นสีแดงที่ทำให้เธอดูเป็นสาวฮอตตกตรงพื้นข้างเตียง ตอนขับรถกลับที่พัก เธอแวะร้านขายยา ซื้อยาคุมฉุกเฉินกินแล้วก็กลับมาอพ้าทเม้นต์ ทิ้งตัวบนโซฟาแล้วก็มองเพดานห้องเงียบๆ สองขายังรู้สึกอ่อนแรง และตรงนั้นก็ยังระบมเวลาเดิน กระทั่งตอนแคลร์มาหา เรียกเธอให้เปิดประตูเธอก็ยังไม่คิดจะลุกไป นอนอยู่บนโซฟาแล้วพยายามนึกให้ออกว่า เธอเริ่มต้นที่พรอมแต่ไปจบลงด้วยการดื่มเบียร์ราคาถูกในผับ ก่อนจะถูกจับพลิกไปพลิกมาบนเตียงในโมเต็ลไม่ไกลจากผับได้ยังไง แล้วหลังจากนั้นเธอก็ต้องปวดหัวเพราะทำใบขับขี่หาย ใบขับขี่ที่สอบมาได้อย่างยากเย็นด้วย

editor-pick
Dreame-Editor's pick

bc

เชลยรักท่านอ๋องอำมหิต

read
17.2K
bc

วิญญาณตามรัก

read
1K
bc

พันธะร้าย..ดวงใจรัก

read
2.1K
bc

แม่หมอแห่งซูโจว

read
7.5K
bc

คุณหนูสิบเจ็ดตระกูลเจียง

read
10.6K
bc

รักต้นฉบับ(ไม่ลับ)แม่มดมนตรา

read
1K
bc

หยุดหัวใจไม่รักดี

read
4.4K

Scan code to download app

download_iosApp Store
google icon
Google Play
Facebook