ตอนที่ 2 : ทำได้แค่รอ

2269 Words
หนูสะดุ้งตื่น หนูเป็นเด็กที่ตื่นเช้าเสมอ หนูไม่ชอบนอนขี้เซา หนูชอบมาโรงเรียน เพราะจะได้เจอเพื่อนๆ และเหล่าตัวละครที่หนูรัก ใบพัดสีเขียวของพัดลมเพดาน ถูกฝุ่นจับหนา มันกำลังหมุนเอื่อยช้าพร้อมเสียงดังแต๊ก แต๊ก มันไม่ได้ช่วยให้ห้องนี้เย็นขึ้นสักเท่าไหร่ แต่มันก็ทำหน้าที่ของมันได้อย่างดีเยี่ยม มันต้องผ่านนักเรียนมาหลายรุ่นแน่ ๆ หนูนอนอยู่บนเตียงขนาดพอดีตัว อืมมม ... เมื่อตอนอยู่ ป.2 หนูว่าเตียงมันใหญ่กว่านี้นะ แต่ตอนนี้ขนาดของมันพอดีตัวหนูเลย หนูหันไปมองเตียงข้าง ๆ นั่นคือเตียงของยาใจ ยาใจเป็นเด็กอีกคนที่ต้องอาศัยโรงเรียนนอน เธอเพิ่งย้ายเข้ามาอาศัยในโรงเรียนตอน ป.4 ด้วยสาเหตุอะไรหนูก็ไม่รู้หรอก ครูสารภีไม่ได้บอก แต่ยาใจไม่เหมือนหนู อย่างน้อยยาใจก็ยังเคยได้อยู่กับพ่อแม่ ยังเคยเห็นหน้าพ่อแม่ แต่หนูไม่มีโอกาสสักครั้ง เอาล่ะ ... ความคิดวกวนทำให้หนูเสียเวลาเล่นสนุกมาเยอะแล้ว หนูต้องรีบอาบน้ำ จะได้ทันซื้อนมรสสัปะรด รสนี้หมดเร็วจะตาย หนูคว้าผ้าเช็ดตัวบนราวและตรงไปยังห้องอาบน้ำ แต่เมื่อเปิดประตูเข้าไปหนูก็ต้องผงะ .... เธอนั่งอยู่ตรงนั้นและ ... เปลือยอก!!! หนูหน้าแดงทั้งๆ ที่ไม่ใช่หน้าอกหนู เธอหันมายิ้มสวยให้หนู และเลื่อนตัวลงอ่างปูนซีเมนต์ที่บรรจุน้ำไว้เต็ม "น้ามาทำอะไรคะ เอ่อ .. คือว่าหนูจะอาบน้ำค่ะ" หนูรวบรวมความกล้าถามไปตรงๆ "ฉันมาหาน้ำจ๊ะ ร่างกายฉันต้องการน้ำนะ" เธอตอบพร้อมยิ้มสวยเอียงหน้าเล็กน้อยให้หนู เธอสวยจริงๆ หนูยอมรับ แต่หนูไม่สนใจความสวยของเธอหรอก เพราะตอนนี้เธอกำลังขัดขวางการอาบน้ำของหนู และอาจทำให้หนูพลาดนมรสสัปะรด เธอยังดำผุด ดำว่ายด้วยครีบหางในอ่างปูนอย่างสบายใจ เธอทำเสียเรื่องแล้ว เธอทำให้ตะกอนที่นอนก้นอยู่ลอยกระจายไปทั่ว แล้วหนูจะใช้น้ำนี้อาบได้ยังไง ... หนูต้องการน้ำใสใช้สำหรับอาบนะ หนูต้องไล่เธอไป "น้าไม่ไปหาลูกเหรอคะ" นี่หนูยังสุภาพนะ "ลูกอะไรหรือจ๊ะหนู น้ายังไม่มีลูกนะ" เธอตอบด้วยเสียงอ่อนหวาน เอาล่ะ!!! หนูเข้าใจเหตุการณ์แล้ว นี่เธอคงยังไม่เจอสินสมุทรจับหางลากขึ้นฝั่ง จนได้เจอกับพระอภัยซึ่งจะเป็นสามีในอนาคตสินะ หนูควรจะบอกเธอดีไหม หนูคงใจร้ายมากถ้าบอกเธอไปว่าอีกไม่นาน หางสวยๆ ที่กำลังทำน้ำขุ่นอยู่นี้จะถูกเด็กมือบอนที่มีพละกำลังมหาศาลคนหนึ่งลากขึ้นฝั่ง และเธอเองก็เกือบจะตายด้วยความซนของเด็กคนนั้น แต่เธอยังโชคดีที่พ่อของเด็กช่วยไว้ได้ทัน แต่ต้องแลกกับการที่เธอต้องพาสองพ่อลูกหนี และการที่เธอเอาตัวเองเข้าไปเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ก็จะทำให้พ่อแม่เธอตาย ... อืมมม ตายแบบโดนฉีกร่างเลยแหละ ท้ายสุดเธอก็จะกลายเป็นหม้ายลูกติด เธอยังคงไม่สนใจท่าทีของหนู การดำผุดดำว่ายและเสียงหัวเราะของเธอช่างร่าเริงจนหนูไม่กล้าบอกเรื่องราวสุดรันทดเหล่านี้ให้เธอฟัง "เอ่อ ... คุณน้าขา ... หนูอยากจะอาบน้ำ และตอนนี้น้ำก็ขุ่นมากแล้วด้วย เอ่อ .. คือ ... หนู" นี่หนูยังรักษาน้ำใจนะ แต่ถ้าเธอไม่หยุด .... "ออ... ได้จ๊ะ น้าแค่เห็นว่าไม่มีคนเลยลงมาเล่นน้ำจ๊ะ งั้นน้าไปล่ะ ไว้มาคุยกับหนูใหม่นะ" พูดจบเธอก็ผุดดำหายลงไปจนน้ำกระฉอกออกมานอกอ่างปูน ท่ามกลางความโล่งใจของหนูที่จะได้อาบน้ำเสียที ความวุ่นวายช่วงเช้าทำให้หนูเสียเวลา แต่ก็ถือว่ายังโชคดีที่หนูยังทันนมรสสัปะรด รสชาติโปรดของหนูเลยแหละ คุณครูห้องสหกรณ์ใช้กรรไกรตัดมุมซองนม ใส่หลอด แล้วยื่นให้หนู หนูเดินดูดมันอย่างสบายอกสบายใจ จนมาถึงเรือนเพาะชำ หนูดีใจที่วันนี้ไม่ใช่เวรรดน้ำต้นไม้ของหนู ต้นไม้ดูเหี่ยวเฉา แห้งแล้งกว่าทุกวัน ต้นไม้ในกระถางแห้งตาย หนูนึกโมโหว่าวันนี้เป็นเวรรดน้ำต้นไม้ของใครนะ ... ถ้ารู้ล่ะก็!!! ... บางทีหนูต้องถามครูสมชายที่สอนวิชาเกษตร ครูสมชายจะรู้ไหมนะว่าเรือนเพาะชำแห้งแล้งขนาดนี้ หนูกวาดสายตาไปทั่วบริเวณล้วนเจอแต่ความเหี่ยวเฉา ไร้ชีวิตชีวา ... แต่ว่าตรงนั้น!!! .... ต้นไม้ยักษ์ที่สูงตระหง่าน ทอดยาวขึ้นไปยังท้องฟ้าเบื้องบน มันสูงสุดลูกหูลูกตา หนูแหงนหน้าจนตั้งฉากกับคอ ยกมือขึ้นป้องแสงแดดที่ส่องมาแยงตา สิ่งที่หนูเห็นเป็นอย่างแรกคือ ... 'ก้น' ... ใช่แล้ว!!! ก้นของเด็กชายคนหนึ่งที่กำลังปีนป่ายตามลำต้นไม้ยักษ์ มือและขาของเขาเกาะเกี่ยวกับลำต้นและดันตัวสูงขึ้น สูงขึ้นเรื่อยๆ และเรื่อยๆ ... แน่นอนหนูรู้จักเขา เขาชื่อ 'แจ๊ค' ค่ะ หนูไม่เคยคุยกับเขาหรอกนะ เพราะกว่าเขาจะลงมาจากต้นถั่วมันก็นานมาก หนูขี้เกียจรอ อืมมม ... แต่ความจริงคือหนูก็คุยกับเขาไม่รู้เรื่องหรอกนะคะ ถึงหนูจะเรียนวิชาภาษาอังกฤษกับครูสารภีแล้วก็ตาม หนูฟังเขาไม่เข้าใจสักคำเดียว ใครต่อใครต่างพากันชื่นชมแจ็ค เพราะอะไรน่ะเหรอ ก็เพราะเขารวยน่ะสิ นอกจากชื่นชมแล้วก็ยังนินทากันให้ทั่ว มิหนำซ้ำคนชื่นชมกับคนนินทาดันเป็นคนเดียวกันซะด้วย ... ผู้ใหญ่นี่เข้าใจยากจริงๆ หนูได้ข่าวเขาเยอะแยะเลยแหละ เขาว่ากันว่าแจ็คร่ำรวยจากการขโมยและฆ่าเจ้าทรัพย์!!! โอ ... นี่มันมากเกินไป มากเกินกว่าที่เด็กอย่างหนูจะเข้าใจและทำใจยอมรับ 'ฆ่าคนเนี่ยนะ' เขาก็เป็นเพียงเด็กผู้ชายอายุไล่เลี่ยกับหนู ... แต่เขาฆ่าคนเนี่ยนะ ... หนูไม่อยากจะเชื่อเลย ด้วยสาเหตุนี้หรือเปล่าหนูถึงไม่อยากเข้าใกล้เขา ส่วนแม่ของแจ๊ค ตั้งแต่ฐานะทางบ้านร่ำรวย เธอก็ใส่เสื้อผ้าและเครื่องประดับราคาแพง จนถูกใครต่อใครหมั่นไส้ แต่ช่างเถอะ เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับหนู หนูเบ้ปากและเดินออกจากเรือนเพาะชำที่ขณะนี้แจ๊คปีนขึ้นไปสูงมากจนหนูมองไม่เห็น 'ก้น' ของเขาแล้ว เสียงออดดังพอดี หนูต้องเรียนวิชาแรก วันนี้วิชาแรกคือวิชาพละของครูวีรกิจ พวกเราออกมายืนกลางสนามและทำท่าทำทางตามที่ครูสั่ง มันสนุกและตลกมาก หนูแอบขำกิตติเพื่อนพุงอ้วนในชั้นเรียนที่พยายามกระโดดตบให้สูงที่สุด แต่ด้วยน้ำหนักตัวที่เยอะ การกระโดดของเขาจึงไม่ง่ายนัก ภาพที่ออกมาจึงดูขำชะมัด ... หนูคิดว่าครูวีรกิจก็กำลังแอบยิ้มอยู่เหมือนกัน ในวิชาพละครูวีรกิจเล่นพวกเราซะเหนื่อยหอบ ... แต่หนูยังหายใจได้อยู่นะ ครูบอกว่าใครไม่ไหวให้ไปนั่งข้างสนามได้ แต่หนูไม่ไปหรอก หนูยังไหว เพราะมันสนุกดี ครูเดินมาหาหนู "ไหวไหมเดือนเต็ม หายใจทันไหม" "ไหวค่ะ ทันค่ะ" หนูตอบอย่างหอบเหนื่อย ทั้งที่ความจริงตรงกันข้าม หนูเริ่มหายใจทางปากแล้ว "หายใจเข้าทางจมูกนะ และตอนหายใจออกให้ห่อปากแบบนี้ และหายใจออกทางปากช้า ๆ เบาๆ ให้นานที่สุด" ครูวีรกิจพูดพร้อมทำท่าห่อปากให้หนูดู หนูทำตามและพบว่ามันได้ผล การหายใจของหนูดีขึ้น ... 'ขอบคุณครูนะคะ' หนูพูดในใจเพราะหนูเหนื่อยมากเกินกว่าจะพูดออกมาได้ พอหมดคาบเด็กนักเรียนต่างพากันแยกย้ายไปดื่มน้ำ ปัสสาวะ หนูหายเหนื่อยแล้ว หายใจได้แล้ว และกำลังต่อแถวเพื่อดื่มน้ำจากแทงค์น้ำ หนูยืนถัดจากอำพลเลขที่ 17 ดูเขาเหนื่อยและหิวน้ำ หนูก็เช่นกัน พอถึงตาอำพลดื่มน้ำ เขาก็ทำให้เพื่อนทั้งแถวร้องยี้กันหมด "ไอ้บ้า กินอย่างงี้ใครจะไปกินต่อได้ เล่นอมไปทั้งหัวก๊อกแบบนี้ ทำไมไม่ใช้มือรองแบบคนอื่น ไอ้บ้า ... ไ*********ก" หนูต่อว่าเพื่อนอย่างโมโหจัด ... แล้วมันสนที่ไหนล่ะ มันอมน้ำไว้เต็มปากซ้ำยังทำท่าจะพ่นใส่หนูด้วย "อี๋ ... ไอ้บ้า ไปเลย" หนูไล่ตะเพิด มันวิ่งหนีไปพร้อมระเบิดเสียงหัวเราะออกมา "ไ*********กบ้า" หนูด่าไล่หลัง หนูยังเคืองไอ้บ้าหมูสกปรกไปตลอดช่วงเช้า แต่ยังดีที่ตอนพักเที่ยงสุกัญญาห้อง 1 ชวนหนูเล่นซ่อนแอบ ทำให้หนูลืมความโกรธไปได้ หนูนอนราบทำตัวแนบกับพื้นห้อง ใต้เตียงในห้องพยาบาล หนูพยายามทำตัวให้ลีบแบนมากที่สุด เพื่อให้สุกัญญาหาไม่เจอ เพื่อนคงไม่คาดคิดหรอกว่าหนูจะมาแอบใต้เตียงนี้ ซ้ำหนูยังเอาชายผ้าปูเตียงคลุมปิดมาถึงพื้นอีก ... จ้างให้ก็หาไม่เจอ เสียงเปิดประตูดังขึ้น ใจหนูเต้นระทึก หลับตาปี๋แทบจะกลั้นลมหายใจ .. อย่าหาฉันเจอนะสุกัญญา เสียงฝีเท้าย่ำเข้ามาในห้อง คนที่หนึ่ง .... ตามด้วยคนที่สอง หนูหลับตาแน่น หูคือทางเดียวที่หนูใช้รับรู้เรื่องราวภายนอก เสียงลมหายใจแรงขาดช่วง เสียงอึกอักในลำคอ เสียงฝ่ามือลูบไล้เนื้อผ้าดังมาจากด้านหน้า พร้อมเสียงปิดประตูและกดล็อค เสียงนั้นใกล้เข้ามายังเตียงที่หนูหลบซ่อนมาเรื่อยๆ และหนูก็ต้องสะดุ้งอีกครั้งเมื่อรู้สึกถึงน้ำหนักตัวของทั้งคู่ที่ทิ้งตัวลงบนเตียง "โอย!!! สาจ๋า ผมไม่ไหวแล้ว" ชายคนหนึ่งพูดขึ้นมา เสียงเขาคุ้นมาก คล้ายเสียงที่พูดใส่ไมโครโฟนในทุกเช้า เสียงเขาแผ่ว กระเส่า ร้อนรน "เถอะค่ะ ... สาก็เหมือนกัน" เสียงหญิงสาวครวญคราง ร้องขอ อ้อนวอน และชายหญิงทั้งคู่ก็อุรุงตุงนัง ขยับกายโยกไหวบนเตียงที่หนูซ่อนอยู่ เตียงโยกเอนตามจังหวะ พร้อมด้วยชายหญิงที่แข่งกันส่งเสียงที่หนูไม่รู้ความหมาย เสียงพ่นลมหายใจแรง บางช่วงเป็นเสียงผิวกระทบกันคล้ายเสียงปรบมือ ตามด้วยเสียงกรีดร้องของฝ่ายหญิงที่ดูโหยหวนแต่เป็นสุข .... หนูไม่รู้ว่าคืออะไร หนูแค่ซ่อนและเงียบ หนูจะทำให้ดีที่สุด สิ้นเสียงรูดซิป เสียงพึมพำเบาๆ และเสียงเปิดประตู ชายหญิงทั้งคู่ออกจากห้องไปโดยไร้การรับรู้ถึงการมีตัวตนของหนูที่ซุกซ่อน หนูคลานออกมาจากใต้เตียงหลังจากนั้นไม่นาน บทสนทนาที่พอจับใจความได้ "พี่ไม่ทิ้งหนูหรอกสา ... อย่ากังวัลไป ... ว่าแต่ผัวเธอเถอะ" "ช่างหัวมัน ... สาไม่สน ... สาเกลียดมัน .. มันตีสา ... ผอ.รีบสั่งย้ายมันสิคะ" "รีบร้อนไม่ได้ ... มันมีกระบวนการ ... แต่พี่สัญญาจะรีบทำ" หนูได้ยินแค่นั้น หนูไม่รู้ความหมาย หนูไม่เข้าใจ และไม่อยากเข้าใจ เพราะสิ่งที่หนูกำลังเผชิญสำคัญกว่านั้น ความมืดกลับมาอีกครั้ง มันคืบคลานมาช้า ๆ พร้อมกับเสียงเดินลากเท้า หนูได้ยินแม้อยู่ระยะไกล เสียงนั้นค่อยๆ ใกล้เข้ามา ใกล้เข้ามาทุกขณะ เสียงเดินลากเท้าที่มาพร้อมกับกลิ่นอายของความคลื่นเ**ยน มันเหม็นคล้ายซากสัตว์ตายที่ซุกซ่อนในท่อระบายน้ำ หนูไม่กล้าขยับตัว ใจหนึ่งคิดว่าจะเข้าไปแอบใต้เตียงดังเดิม แต่ทำได้เพียงคิด เพราะร่างกายกลับแข็งทื่อ ขยับไม่ได้แม้แต่น้อย หนูได้แต่นั่งนิ่งพยายามบังคับลมหายใจให้แผ่วเบาที่สุด ... มันมาแล้ว!!! หนูร้องขอต่อทุกสรรพสิ่งในโลก ให้วินาทีนี้ผ่านไปให้เร็วที่สุด เสียงลากฝีเท้าเดินผ่านสนามหน้าเสาธงตรงไปยังด้านหลังอาคาร หนูรู้ว่าห้องนี้ไม่ใช่สถานที่ของมัน แต่สิ่งที่มันทิ้งไว้คือกระแสของความดำมืดอัดแน่น มันยังล่องลอยอยู่ในอากาศรอบตัวหนู เสียงหนึ่งจากที่ห่างไกลแว่วลอยมากระทบโสตให้หนูได้ยิน มันกำลังขบกัด ดูดกลืน อย่างหิวกระหาย ตะกละตะกลาม ราวกับอาจมนี้เป็นสิ่งโปรดปรานและเป็นอาหารมื้อสุดท้ายของมัน หนูต้องพยายามไม่ให้มันรู้ว่าหนูอยู่ที่นี่ หนูทิ้งตัวลงนอนกับพื้นห้องเย็นเยียบ นอนฟังเสียงน่าสะอิดสะเอียนนี้ แค่จินตนาการว่าภายในปากที่มีฟันสีขุ่นสกปรกของมันเต็มไปด้วยเศษอาหารเน่าเหม็นพร้อมหนอนชอนไช หนูก็แทบจะอาเจียนแล้ว แต่หนูจะทำอะไรได้ นอกจากนอนอยู่อย่างนี้ และนับเวลาแต่ละวินาที ... แต่ละวินาที 1...2....3 นับไปเรื่อยๆ และรอ รอจนกว่าจะมีแสงสาดเข้ามา เมื่อนั้นทุกสิ่งจะอันตรธานหายไป
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD