บทที่1 แผลในใจ
"สวัสดีค่ะป้าอุ่น หนูแวะมาเยี่ยมค่ะ" เสียงแจ๊วๆของสาวสวยวัย24ปีดังขึ้นพาให้ใจของป้าอุ่นเต้นรัวเมื่อรู้ว่าเธอมาหา
ป้าอุ่น: คุณหนูดอกไม้ โถ่ ไม่มาหาป้าตั้งเป็นปีๆ ไม่คิดถึงกันบ้างหรอคะ
เธอชื่อดอกไม้หน้าตาผิวพรรณดูสะอาดสะอ้าน ผิวขาว นัยตาสีน้ำตาลตากลมโต เข้ากับผมเปียสีน้ำตาลอ่อนและคิวสีน้ำตาลของเธอ เป็นอย่างมาก เธอเป็นหญิงสาวที่ดูตัวเล็ก เมื่อป้าอุ่นเห็นเธอก็อดร้องไห้ดีใจไม่ได้ กล้วยไม้รีบวิ่งเข้าไปกอดเธอเพื่อแสดงออกว่าคิดถึงแค่ใหน
ดอกไม้: หนูอยากมาหาป้าอุ่นมากนะคะ แต่ป้าก็รู้หนูเหยียบบ้านนี้ไม่ได้ นี่หนูเห็นว่าป้ามาอยู่บ้านสวนแล้วหนูเลยแอบเข้ามาค่ะ ขืนไปหาป้าอุ่นในบ้านหลังนั้นหนูคงโดนฆ่าตายแน่เลยค่ะ
ป้าอุ่นมีสีหน้าที่กังวลเมื่อเธอดีใจจนลืมนึกถึงคนที่เกลียดดอกไม้เลย "ใครใช้ให้เธอมาเหยียบที่นี่ ออกไปเดี๋ยวนี้นะ" ชายหนุ่มร่างสูงล่ำเดินมากระชากแขนเธอออกจากป้าอุ่นจนตัวเธอปลิว ดอกไม้ที่ยังไม่ทันตั้งหลักก็ถูกพลักออกมานอกบ้านเสียแล้ว
ภากรหนุ่มวัย29ปี เค้ามีรูปร่างที่สูงล่ำ คิ้วหนาสีดำ พาให้ดวงตาดูคมเข้มไปด้วย ผิวที่ขาวใสของเค้าถูกทำให้หน้าตาที่ดูดุดันเบาลง ดอกไม้ถูกพลักจนล้มลงจากฝีมือภากร
ภากร: อย่ามาเหยียบที่บ้านหลังนี้ หรือที่นี่ป้าอุ่นเป็นแม่นมของชั้นคนเดียว ไม่ใช่ลูกฆาตรกรแบบเธอ
ดอกไม้ลุกขึ้นพร้อมกับปัดเศษฝุ่นจากร่างกายของเธอ เธอที่โดนดุก็ทำให้กลัว น้อยใจ จึงทำให้เธอมีน้ำตาซึมออกมาา ดอกไม้ที่กำลังจะต่อปากต่อคำเธอก็มีอาการปวดหัวรุนแรง พาให้ภาพหน้ากลัวเสียงปืนที่ดังหลายนัดแว่วอยู่ในหูเธอทำให้เธอตาพล่ามัว ป้าอุ่นรีบวิ่งมาประครองเธอใว้ไม่ให้ล้ม “คุณหนู ๆเป็นอะไรคะคุณหนู” ป้าอุ่นมิงหน้าภากรพร้อมกับสีหน้าที่ร้อนรน…
ภากร: สำออยชะมัด ป้าอุ่นครับถ้าป้าจะช่วยผู้หญิงคนนี้ผมไม่ว่านะครับ แต่อย่าอุ้มเธอเข้าไปในบ้านเด็ดขาด
พูดจบเค้าก็เดินเข้าบ้านอย่างเลือดเย็น มีเพียงป้าอุ่นที่คอยดูแลเธออยู่ใต้ร่มไม้บริเวณหน้าบ้านของภากร ส่วนตัวของเขาเองกลับนึกถึงแม่ขึ้นมาสะอย่างงั้น ภากรเดินไปหยิบรูปถ่ายของเขาและแม่ดูก่อนจะนึก ....ย้อนไปเมื่อ10ปีที่แล้ว
-----เมื่อ12ปีก่อน ณ.ไร่ชาสวรรค์-----
ภากร: แม่จะพาผมมาเยี่ยมน้ากุหลาบกับลุงวิทย์หรอครับ
วิภา: ใช่ลูก แม่จะมาหนูมานอนค้างที่นี่สัก2อาทิตย์ รอแม่ทำธุระเสร็จค่อยกลับไปหาพ่อนะลูก
กุหลาบ วิภาและวิทย์เป็นเพื่อนรักที่คอยช่วยเหลือเกื้อกูลกัน วิภาเป็นเด็กกำพร้าที่ได้รับการอุปการะเลี้ยงดูมาจากพ่อแม่ของวิทย์ วิภารีบมาที่นี่ทันทีที่รู้ว่าเพื่อนกำลังเดือดร้อน “วิภา” เสียงกุหลาบเรียกหาเพื่อนรักด้วยเสียงสั่นเครือ วิภาสั่งให้ภากรออกไปนั่งรอด้านนอก ภากรตอนนั้นก็อายุ19ปีแล้วเค้ารู้เรื่องพอ ภากรกรแอบมองแม่และน้ากุหลาบผ่านกระจกก่อนที่พวกเค้าจะเซ้นเอกสารบางอย่างกัน นายวิทย์เมื่อรู้ว่าเมียตัวเองกำลังจะทำอะไรก็รีบวิ่งโล่เข้าไปทันที “นี่คุณจะทำอะไร…ที่นี่มันของผม ผมจะทำอะไรก็ได้” เสียงวิทย์ดังออกไปถึงด้านนอกเค้าใช้น้ำเสียงที่น่ากลัวและดูดุดันมากจนภากรแทบสะดุ้งทุกคำพูดของนายวิทย์
กุหลาบ: แต่ชั้นเป็นเมียคุณนะ ชั้นก็มีสิทธิ์จะทำอะไรก็ได้เหมือนกัน
วิทย์: แต่คุณจะดึงคนอื่นมาเดือดร้อนทำไม
กุหลาบ: คนอื่นตรงใหน กุหลาบไม่ใช่คนอื่น แล้วที่ชั้นทำ ก็ทำเพื่อที่จะให้พวกเราอยู่รอด
วิภา: พอๆ อย่าให้มันถึงขั้นนี้เลยนะ เธอ2คนเคลียกันไปก่อน ส่วนดอกไม้ชั้นจะเอาเธอไปดูแล สงบกันได้เมื่อไหร่ค่อยเอาลูกกลับมา
วิทย์: มันไม่ดีต่อตัวคุณนะจำใว้ ระวังตัวด้วย
วิภา: ช่างมันเถอะ อะไรจะเกิดก็ต้องเกิด
วิภาสั่งให้ภากรช่วยขนของทันที “เราไม่ค้างที่นี่แล้วหรอครับแม่” วิภาที่กำลังจะตอบคำถามลูกชายก็ต้องหยุดลงเพราะดอกไม้เด็กสาวอายุ15ปีเธอรีบวิ่งมาหาวิภาด้วยความสดใสและไร้เดียงสา
ดอกไม้: สวัสดีค่ะคุณน้าวิภา หนูจะได้ไปอยู่กับคุณน้าได้เที่ยวสวนสนุกด้วยหรอคะ
วิภา: ใช่จ๊ะ หนูต้องไปเรียนต่อที่นั่น ปิดเทอมเราค่อยกลับมาเที่ยวบ้านเนอะ ไม่ต้องห่วงน่ะ พี่ภากรจะช่วยดูแลหนูอีกทางนึง
ดอกไม้รีบหันไปยิ้มให้กับคนดูแลของเธอทันที ก่อนภากรจะทำหน้าหงิกใส่เธอพวกเค้าเดินทางจนไปถึงกรุงเทพบ้านของวิภาบ้านหลังใหญ่โตจนดอกไม้รู้สึกตื่นเต้น ไม่นานนายชัยพ่อของภากรสามีของวิภารีบมาดึงแขนเธอลงจากรถทำให้เด็กทั้ง2ตื่นตกใจ “คุณไปช่วยมันใช่มั๊ย ...หลงอะไรพวกมันนักหนา มันโยนความตายมาให้คุณแท้”
วิภา:ชั้นตาย ภากรยังมีคุณ แต่ถ้าพวกนั้นตายดอกไม้ก็จะไม่หลือใครเลยนะคะ แล้วพวกเค้าก็มีบุญคุณกับชั้นมาก
...คำพูดนั้นทำให้ภากรน้อยใจแม่ตัวเองถึง2ปี หลังจากที่ดอกไม้ปรับตัวเข้ากับที่นี่ได้แล้วโดยมีป้าอุ่นคอยดูแล ส่วนภากรพอโตเป็นหนุ่มก็ได้คบหาดูใจกับเปรยาลูกสาวของเสกสรรค์คู่ค้าของชัยพ่อของภากรนั่นเอง และเสกสรรค์ยังเป็นพี่ชายของพ่อดอกไม้อีกด้วยเสกสรรค์ทำธุระกิจเกี่ยวกับการจัดหาที่ดินที่มูลค่าสูงเพื่อขายต่อแก่นักธุรกิจต่างชาติที่เงินหนาๆเท่านั้น
---ณ.บ้านสวน----
บ้านสวนเป็นบ้านที่รั้วติดกับบ้านใหญ่ของนายชัยและวิภาเป็นที่ดินที่วิภารักมาก มีบ้านไม้หลังใหญ่ต้นไม้และสวนล้อมรอบ นายชัยไม่ยอมให้ดอกไม้มาอยู่ในบ้านหลังใหญ่เธอจึงต้องให้เธอยู่ในบ้านหลังนี้ แก๊กๆ ดอกไม้เปิดประตูเข้าไปในห้อ
งของภากร เพื่อที่จะเก็บผ้ามาให้ป้าอุ่นสักเหมือนทุกครั้ง และวันนี้ไม่เหมือนทุกครั้งเพราะภากรพาเปรยามานอนด้วยและทั้งคู่ก็นอนเปลือยกายกันอยู่บนที่นอน ดอกไม้ตกใจมากที่เห็นภาพนี้ เสียงร้องตกใจของทั้งคู่ดังจนทำให้วิภารีบเดินมาดู
วิภา: ว้าย ปิดตาเลยดอกไม้ ตากรแกทำอะไรห่ะ ทุเรศ ไปใส่เสื่อผ้าและลงมาคุยกะแม่เดี๋ยวนี้
ภากรและเปรยารีบลงมาเคลียเรื่องนี้ทันที “หนูขอโทษนะคะ หนูไม่ได้มีเจตนาอะไรแอบแฝงเลยนะคะ” วิภาถอนหายใจทันทีที่นึกถึงเรื่องนิ
ภากร: แม่ผมจะ20แล้วนะครับ ผมว่ามันเป็นเรื่องธรรมดานะครับแม่
วิภา: แกไม่สมควรจะมาทำมักง่ายให้น้องเห็น เพราะน้องยังเด็ก
ภากร: อะไรๆแม่ก็แคร์แต่มัน ผมลูกแม่นะ
วิภา: ก็ถ้ากรเป็นลูกแม่ แกก็ต้องเข้าใจแม่สิกร แม่เป็นเด็กกำพร้าแม่พยายามที่ก่อตั้งมูลนิธิแม่พยายามจะชดใช้หนี้บุญคุณคนที่ดูแลแม่มา
ภากร: แล้วแม่มีผมใว้ทำไมครับ เป็นเครื่องหมายประดับชีวิตแค่นั้นหรอ
วิภา: ถ้าแกคิดแบบนั้น แม่ก็จำทำเพื่อแกนะกร แม่จะพาดแกไม้กลับบ้าน แกจะได้สบายใจ
วิภาตัดสินใจพาดอกไม้กลับบ้านเพราะเธอห่วงความรู้สึกภากร และเรื่องราวที่บ้านดอกไม้สงบลงแล้วถึงเวลาที่ดอกไม้ควรจะกลับสู่อ้อมกอดพ่อแม่บ้าง “ภากร ๆ ลงมากับพ่อเดี๋ยวนี้”
ณ.ไร่ชาสวรรค์
ภากรเดินกลับมาที่ไร่อีกครั้งครั้งนี้ที่นี่วุ่นวายไปหมดมีทั้งพยาบาลและตำรวจวิ่งไปมากันวุ่นวายใจของภากรสั่นละรัว เดินเข้าไปไม่ถึงตัวบ้านตำรวจนายนึงก็เดินเข้ามาหาปราชัยทันที “ภรรยาผมเธอปลอดภัยดีมั๊ยครับ” น้ำตาแห่งความกลัวไหลออกมาทันทีที่เอ่ยปากถาม “ภรรยาของคุณถูกพบเป็นศพตั้งแต่เช้ามืดแล้วครับ ตอนนี้ทางเราสันนิฐานว่าเรื่องหึงหวงนะครับ ขอโทษที่ผมพูดตรงไป แต่จากพยานและหลักฐาน พุ่งเป้าไปที่เรื่องนี้เลยครับ นายวิทย์และคุณวิภาเป็นชู้กัน ทั้ง3คนพยายามจะเคลียเรื่องนี้ให้เด็ดขาด แต่กลับมาเป็นโศกอนาตกรรมครั้งนี้ ”
ชัย: แล้วดอกไม้ละครับเธอปลอดภัยรึเปล่า
ตำรวจ: เธอปลอดภัยดีครับ คาดว่าน่าจะหมดสติไปก่อนเห็นเหตุการณ์ ขอตัวนะครับ
ปราชัยหันมากอดลูกชายที่ยืนช็อคอยู่แบบนั้น ก่อนภากรจะรู้สึกตัวและรีบดึงสติกลับคืนมาในปัจจุบัน เค้าวางรูปวิภากลับที่เดิมก่อนนั่งนั่งลงและกุมขมับตัวเองจากอาการปวดหัวรุนแรง ไม่ทันไรป้าอุ่นก็เดินเข้ามาที่ห้องและเห็นภากรอาการไม่สู้ดีนัก
ป้าอุ่น: คุณกรคะ ป้าเอาน้ำหอมปรับอากาศที่คุณกรบอกว่าด้กลิ่นแล้วหายปวดหัวมาให้ค่ะ
ภากร: ป้าอุ่นเอามาจากใหนหรอครับ
ป้าอุ่น: อ่อๆ เพื่อนป้าเค้าทำขายค่ะ น้ำหอมพวกเนี้ยทำมาจากดอกไม้ ผลไม้ และก็พืชสมุนไพรนะคะ เห็นคุณกรบอกมันได้ผลดีป้าเลยซื้อมาให้บ่อยๆค่ะ
ภากร: เด็กคนนั้นกลับไปแล้วใช่มั๊ยครับ
ป้าอุ่น: เลิกเกลียดคุณหนูเถอะค่ะ บางทีที่คุณกรรับรู้มามันอาจจะไม่ถึงครึ่งเลยก็ได้นะคะ
ภากร: หรือว่าป้าอุ่นรู้เรื่องนี้ครับ ป้าอุ่นรู้อะไร เหมือนที่ผมสงสัยมั๊ยครับ
ป้าอุ่น: คุณกรสงสัยอะไรคะ บอกป้าได้มั๊ย
ภากร: ผม ...ผม สงสัยว่านายวิทย์ยังไม่ตาย ผผมเห็นศพทุกศพในบ้านหลังนั้น ยกเว้น ศพนายวิทย์นะครับป้า
ป้าอุ่น: ป้าบอกแค่ว่าป้าไม่มีวันเชื่อว่าคุณวิทย์กับคุณกุหลาบจะหักหลังคุณวิภาเรื่องเงิน แล้วยิ่งรักสามเศร้ายิ่งเป็นไม่ได้เลยค่ะ เพราะ....
ปิ้นๆ˜ ป้าอุ่นยังพูดไม่ทันจบประโยคเสียงแตรรถก็ดังมาจากหน้าบ้านของภากร เค้ารีบวิ่งออกไปดูแขกที่มาเยือน ส่วนป้าอุ่นเองเธอกังวลใจอยู่ไม่น้อย ก่อนเธอจะรีบเดินไปบ้านใหญ่เพราะว่าเธอไม่อยากตอบคำถามของภากร
ณ.บ้านไชยไพศาลสกุล
"ใครมาบ้านหลังนั้นหน่ะอุ่นเสียงดังเอะอะโวยวายเชียว" เสียงของปราชัยทำให้อุ่นสะดุ้งเพราะตกใจอีกครั้ง
ป้าอุ่น: เพื่อนๆของคุณกรค่ะ
ปราชัย: เพื่อนๆทนายกับตำรวจนั่นหรอ มาทำไม...หรือว่าเจ้ากรยังติดใจคดีนี้อยู่
ป้าอุ่น: อุ่นไม่ทราบค่ะ ...
ปราชัย: อย่าพูดเรื่องนี้อีก ให้มันจบแบบนี้แหละดีแล้ว อีกแค่ปีกว่าๆ เรื่องนี้มันก็ไม่เกี่ยวกับภากรอีกแล้ว
ป้าอุ่น: แต่....
ปราชัย: ผมอยากรักษาชีวิตลูกชายคนเดียวของผมใว้เหมือนกัน ถ้าต้องมีใครตายอีก ก็ต้องไม่ใช่คนในครอบครัวผม เข้าใจนะ...
อุ่นพยักหน้าก่อนที่สิภรรยาใหม่ของปราชัยและลูกติดเธอจะเดินมา "คุณค่ะ วันนี้คุณเสกสรรค์จะเข้ามาคุยเรื่องที่ดินที่ปราจีนบุรีค่ะ เค้าเห็นว่าคุณเป็นเจ้าของมันอยู่"
ปราชัย: รู้ได้ไง ผมยังไม่ปล่อยขายสะหน่อย
ติณ: แต่ที่ตรงนั้นมันเป็นที่ที่ปลูกอะไรก็ไม่ขึ้นนะครับแล้งอีกต่างหาก คุณลุงจะเก็บใว้ทำไมครับ
ปราชัย: รอราคาสิวะ อย่าคิดนะว่าไม่รุ้ว่ามีคนหนุนหลังมันจนกระเสือกกระสนอยากได้บ่อน้ำมันตรงนั้น หรือแกอยากขาย
ติณ: อาเสกสรรค์เค้าอยากได้นิครับ
สิ:ติณ...พี่ชายของคุณเสกสรรค์เคยฆ่าวิภานะลูก
ติณ: แล้วไงครับ นั่นไม่ใช่พ่อใช่แม่ผมนะครับ
"ไอ้ติณ หุบปากเน่าๆของแกสะนะ" ปราชัยรู้สึกโกรธที่ติณพูดถึงวิภาแบบไร้เยื่อใยทั้งๆที่ติณเองก็เป็นหลานแท้ๆของวิภา เค้าระงับอารมณ์โกรธด้วยการเดินหนีออกไป ก่อนที่สิจะบ่นลูกชายตัวดีต่อ...
ณ.บ้านสวน
"มานี่มีอะไรวะพวกแก" ภากรเอ่ยถามเพื่อรักทั้งสองคนก่อนที่พวกเขาจะรีบเดินเข้ามาประกบตัวภากรใว้ก่อนจะลากเค้าไปนั่งที่โซฟา ก้องทนายหนุ่มรีบเอ่ยปากถามเพื่อนรักทันที
ก้อง: ใคร ผู้หญิงตัวเล็กๆขาวๆคนนั้นที่พึ่งเดินออกจากบ้านแกไปคือใครตอบมานะ
เจษ: จะใครละก็ น้องดอกไม้ไงที่ชั้นเคยเล่าให้ฟังเกี่ยวกับคดีแม่ของไอกรมัน
ก้อง: เห้ย ...นี่ถ้าชั้นเจอแกทำร้ายร่างกายน้องเค้าชั้นจับจริงๆนะ
ภากร: แต่เธอบุกรุกเนี่ยนะ ชั้นสิที่ต้องให้แกจับยายนั่น
เจษ: สรุปแกจะลื้อคดีอีกหรอวะ คนที่อยู่ในเหตุการณ์ตายหมดแล้วนะแล้วจะเอาหลักฐานที่ใหน
ภากร: ชั้นเชื่อว่าพ่อยายดอก....ไม้ นั่นยังไม่ตาย เค้าต้องกลับมาแน่ๆ
ก้อง: งั้นแกช่วยรวบรวมเอกสารของแม่แกและก็ที่ดินนั่นให้หน่อย
เจษ: ชั้นจับตาดูเธอมาสักพักและ ชั้นไม่เห็นใครวนเวียนใกล้ๆกับดอกไม้นอกจากแกเลยนะไอ้กร...
ภากร: อะไรวะ เกี่ยวไรกับชั้นเนี่ย ก็... ก็ชั้นคบกับเปรยา เธอเป็นพี่น้องกันนิ มันก็ใกล้กันเป็นธรรมดา
เจษ: แกพักเรื่องนี้ก่อน รอพวกชั้นว่างเราจะเข้าไปใกล้กับจุดที่เกิดคดีให้มากที่สุด
ก้อง: ใช่เพราะอย่างงน้อยหลักฐานและพยานเป็นสิ่งสำคัญ
ณ.บ้านสกุลโชติสันติ
ดอกไม้: กลับมาแล้วค่ะคุณอา พี่เปรยา
เปรยา: ไปใหนมาดอกไม้...แล้วนั่นแผล ไปทำอะไรมา มาให้พี่ดูสิ
เสกสรรค์: จะไปทำอะไรละ ก็เข้าไปบ้านนั้นมาละสิ หาแต่เรื่อง
เปรยา: ไปๆ เดี๋ยวพี่ไปทำแผลให้
เสกสรรค์: ไม่ต้องเลย หาเรื่องเจ็บตัวเองก็ทำเองสิ เสร็จแล้วก็ไปขัดรองเท้าให้ชั้นด้วย วันนี้ต้องไปประชุม
ดอกไม้ยิ้มให้กับเปรยาเพื่อแสดงความรู้สึกให้เปรยารับรู้ว่าเธอไม่เป็นอะไร ก่อนจะรีบเดินเข้าครัวไป เปรยารีบหันมาดุพ่อของเธอทันที “คุณพ่อคะ แต่น้องก็เป็นญาติคนนึงของเรานะคะ พ่อช่วยปฏิบัติกับน้องดีๆหน่อยได้มั๊ยคะ ”
เสกสรรค์: ญาติหรอ พ่อแม่มันทำให้ชั้นอับอายขนาดใหน นี่ชั้นรับเลี้ยงส่งให้มันเรียนก็บุญแค่ใหนแล้ว นึกถึงตอนที่ตากับยายแกไล่เราออกจากบ้านเพราะพวกมันด้วย ตอนนั้นเราเจ็บเราลำบากขนาดใหน
ภากรที่มาถึงได้รับรู้ทุกคำพูดของพวก เขาก็ถึงกับหัวเราะเบาๆเพราะสะใจที่ดอกไม้ได้รับผลแห่งกรรมที่พ่อแม่สร้างใว้ให้แล้ว
ดอกไม้รีบไปนั่งขัดรองเท้าตามคำสั่งคุณอาทันทีหลังจากที่ทำแผลเรียบร้อย เธอมองออกไปที่สวนก่อนจะเห็นว่าโอ๊ดเพื่อนรักของเปรยามาเยี่ยม... ดอกไม้ทำทุกอย่างจนเสร็จและเรียบร้อยก่อนที่จะวิ่งถือรองเท้าไปสวมให้อาเสกสรรค์ “ดี ให้สมกับที่ชั้นให้ข้าวให้น้ำที่ซุกหัวนอนหน่อย” ดอกไม้ยิ้มตอบรับอาเสกสรรค์
“งั้น หนูขอออกไปนั่งเล่นกับพี่โอ๊ดนะคะ” เสกสรรค์พยักหน้าตอบรับคำขอก่อนที่ดอกไม้จะรีบวิ่งออกไปที่สวนหย่อมหน้าบ้าน เธอวิ่งไปด้วยสีหน้าที่ยิ้มแย้มก่อนจะเปลี่ยนสีหน้าที่บึ้งตึงไม่ต่างจากภากร ดอกไม้รีบเดินไปนั่งข้างๆโอ๊ดทันที
โอ๊ด: ทำไมทำหน้าบึ้งแบบนั้นละคะ ไม่ดีใจหรอที่พี่มา
ดอกไม้: ดีใจค่ะที่พี่โอ๊ดมา แต่ไม่ดีใจที่เห็นใครบางคน
โอ๊ด: อ่ะ แล้วนี่ไปโดนอะไรมาคะ ยังไม่เลิกเจ็บตัวอีกหรอ
โอ๊ดจับแขนดอกไม้ดูก่อนจะถอนหายใจและหันไปมองเปรยาที่กำลังสนใจเรื่องแผลของดอกไม้เช่นกัน “เนี่ยเปร เชื่อมั๊ยก่อนเราไปลอนดอนดอกไม้มีแต่เรื่องเจ็บตัว นี่ผ่านมา3เดือนแล้วยังไม่เลิกซวยอีก สงสัยใกล้จะเบญจเพศแล้วเลยซวยแบบนี้” เปรยาแอบขำให้กับความเชื่อของโอ๊ด
ภากร: สมัยนี้ไม่มีแล้วละครับเบญจเพศ ผมว่านะ น่าจะเป็นเวรกรรมมากกว่า
ทุกคนที่นั่งฟังภากรพูดจบก็พากันเงียบให้กับสิ่งที่ภากรพูดออกมาก่อนเปรยาจะตีแขนภากร “โอ๊ย อะไรละเปร กรเจ็บนะ” โอ๊ดที่กำลังนั่งนึกเหตุการณ์อยู่จึงอยากจะเล่าให้ทุกคนฟังและช่วยกันคิด “จะว่าแปลกก็แปลกนะ ก่อนที่จะไปลอนดอน มีเมลล์ปริศนาส่งมาให้ดอกไม้ ว่าเราต้องไปด้วยกัน ก่อนจะตกบันได ยังไปพอนะดูสิจู่ๆก็มีคนเดินชนดอกไม้ตอนกดน้ำร้อน แปลกๆนะ”
เปรยา: นี่แหละ คือสิ่งที่เราห่วง หวังว่าจะมีใครสักคนพาดอกไม้ออกไปจากที่นี่และดูแลเธอให้ดีที่สุด
“เราไง เราจะดูแลดอกไม้เอง ทุกครั้งที่เราไปใหนเราจะเอาดอกไม้ไปด้วยทุกที่ เราสัญญา” ดอกไม้เองเธอถึงกับยิ้มกว้างให้กับคำสัญญาของโอ๊ด เปรยาก็พากันหยอกล้อแซวโอ๊ดเรื่องที่หยอดคำหวานหยาดเยิ้มออกมา ส่วนภากรก็เอาแต่จ้องหน้าเธออยู่แบบนั้น ก่อนจะคิดย้อนกลับไปใหนสมัยเรียน
----------14 กุมภาพันธ์ เมื่อ10ปีก่อน-------
ภากรที่กำลังจะพักเที่ยงก็พากันเดินมาที่โรงอาหารของโรงเรียนพวกเค้านั่งกินข้าวตามปกติ “พี่กรคะ” เสียงของดอกไม้ดังมาจากด้านหน้าของภากร เค้าเงยหน้ามองเธอก่อนที่ ดอกไม้ยื่นดอกกุหลาบให้เค้าแล้วพูดอะไรบางอย่างที่ทำให้เค้าถึงกับอาย “ดอกไม้ ชอบ...พี่ภากรนะคะ” ทุกคนในโรงอาหารต่างพากันส่งเสียงแซวทำให้ภากรถึงกับหน้าชา
เจษ: เห้ย แกกำลังจะมีแฟนแล้วว่ะ สาวๆที่แกหว่านเสน่ห์คงจะหายหมดอะ เล่นประกาศสะทั่วหล้าขนาดนี้
ภากร: มีแฟนบ้าอะไร ชั้นไม่ชอบผู้หญิงแบบเธอ แรด
ภากรด่าดอกไม่ด้วยคำหยาบคายก่อนจะรีบเดินหนีเธอออกไป ดอกไม้ที่โกรธมากก็ตะโกนสาปแช่งไล่หลังภากรไปแต่ก็พอให้ภากรได้ยิน “ไอ้หล่อเลือกได้ ขอให้พี่ลื่นขี้หมาให้อับอายยิ่งกว่าเดิมเลยคอยดู” ไม่ทันที่ภากรจะหันกลับมาด่าเธอ ดูเหมือนคำสาปแช่งจะได้ผลเค้าได้รับเต็มๆจากการเหยียบขี้หมาจนลื่นล้ม ทำให้เพื่อนที่อยู่ในโรงอาหารพากันหัวเราะ ภากรทั้งเจ็บทั้งอายหนุ่มที่ฮอตที่สุดในโรงเรียนต้องถูกคนหัวเราะเยาะเพราะดอกไม้คนเดียว ภากรทั้งเจ็บและอายก่อนจะค่อยๆเดินไปที่ห้องน้ำเพื่อล้างตัวโดยมีเจษประครองไป ดอกไม่ที่รู้สึกผิดก็รีบวิ่งไปดู เธอเดินฝ่ากลุ่มนักเรียนชายเข้าไปหาภากรโดยไม่สนใจอะไร “เห้ยเข้ามาได้ไง ออกไปนี่ห้องน้ำชายนะ” เสียงเจษเอะอะโวยวาย ภากรที่กำลังจะปวดเข็มขัดเพื่อล้างตัวก็รีบหันมาดู
ภากร: หน้าด้านจริงๆ ไม่เห็นหรอว่าผู้ชายยืนฉี่อยู่เต็มเลย แบบนี้นี่เองถึงกล้าบอกรักผู้ชายต่อหน้าทุกคน
ดอกไม้: ไม่ใช่แบบนี้พี่กรคิดนะคะ พี่นั่งลงก่อนเดี๋ยวดอกไม้จะล้างขี้หมาให้
“โถ่วเว้ย ” ภากรที่เจ็บขาอยู่จึงไล่เธอไม่ไหว เค้าจึงยอมนั่งลงและยกเท้าขึ้นให้เธอล้าง ดอกไม้เธอยอมทำแต่โดยดี “หืม เหม็นอะไรขนาดนี้เนี่ย แหวะ” ภากรที่เอามือปิดจมูกอยู่ก็รีบเอาออกและบ่นเธอ “ก็เพราะเธอสาปแช่งชั้นไง นังแม่มด”
ดอกไม้: คำก็แรด คำก็แม่มด พี่อย่าเพ้อเจ้อหน่อยเลยที่ดอกไม้พูดเพราะดอกไม้เห็นกองขี้หมาพอดี และพี่ก็เดินผ่านมันไปแล้ว ถ้าดอกไม้พูดออกไปแบบนั้นพี่ก็ต้องหันกลับมาด่าดอกไม้ แล้วพี่ก็ต้องมีโอกาศเหยียบมัน และมันก็เป็นแบบนั้นจริงๆ.......
ภากรที่กำลังนึกถึงเรื่องนี้อยู่ก็หลุดขำออกมา จนที่คนพากันจ้องมองมาที่เค้า “เหอะๆ” เมื่อภากรได้สติก็รู้สึกตัวว่าตัวเองกำลังขำอยู่และทุกคนก็กำลังมองมาที่เค้า เค้าจึงรีบหุบยิ้มทันที
ภากร: คุณโอ๊ด คุณจะดูแลยายนี่ ทั้งๆที่เผลอๆเธอดูแลตัวเองได้ดีกว่าที่คุณดูแลสะอีก ไม่งั้นจรอดตายมาได้ขนาดนี้หรอ
โอ๊ด: คุณพูดอะไรของคุณผมไม่เข้าใจ
เปรยา: นั่นสิกร อารมณ์ใหนของกรเนี่ย ถ้าจะดูแลตัวเองได้ดีทำไมถึงต้องเจ็บตัวบ่อยๆละ
ภากร: ช่างเถอะ งั้นผมขอตัว ใว้เจอกันงานโชว์แปรนมูลนิธิผู้ยากไร้นะครับคุณโอ๊ค
โอ๊ด: ใว้เจอกันครับคุณภากร
“งั้นเดี๋ยวเปรเดินไปส่งที่รถนะคะ” เปรยาเดินไปส่งภากรที่รถก่อนจะขอร้องเค้าให้ช่วยอะไรบางอย่าง เปรยา: กร เดือนหน้าคุณว่างมั๊ย เปรอยากชวนคุณไปเดินห้าง”
ภากร: ได้สิครับ....ใว้เจอกันในงานนะ
ณ.บ้านสวน
ภากรที่กำลังหลับสบายก็ถูกปลุกขึ้นมาจากเสียงไอของป้าอุ่นพร้อมกับได้ยินเสียงป้าอุ่นกำลังคุยกับใครบางคน “ป้าอุ่น ไปหาหมอเถอะค่ะ ป้าไม่ต้องห่วงนะคะเดี๋ยวหนูจะดูแลทุกอย่างแทนป้าอุ่นให้ป้าอุ่นได้พักนะคะ” ภากรรีบลุกขึ้นก่อนจะเปิดหน้าต่างออกไปดู และเค้าก็รู้สึกโมโหอีกครั้งเมื่อเห็นดอกไม้นั่งอยู่หน้าบ้านเค้า ภากรรีบเดินลงมาเพื่อจะไล่เธอทันที
ภากร: นี่ บอกแล้วใช่มั๊ยว่าอย่ามาที่นี่ พูดไม่รู้เรื่องเลยรึไง หน้าทนเหลือเกินนะ
ดอกไม้ที่ได้ยินเสียงของภากรเธอก็รีบหันมาเพื่อจะเถียงเค้า แต่เธอก็ต้องเงียบและถึงกับกับกลืนน้ำลายเอื้อกใหญ่เมื่อภากรรีบเดินลงมาจนลืมใส่เสื่อ มีเพียงกางเกงนอนขายาวเพียงเท่านั้น ดอกไม้ที่เห็นหุ่นล่ำๆขาวๆ ผมที่กระเสอะกระเสิงแต่ดูนุ่มนิ่มมีน้ำหนักของภากร ก็ถึงกับตาลุกวาวจนภากรรู้สึกกลัวเธอสะเองเค้ารีบเอาแขน2ข้างปิดตัวเองใว้
ภากร: เห้ยๆๆๆ มองอะไร ลวนลามชั้นผ่านสายตาหรอ ออกไปเลยนะถ้าชั้นลงมาแล้วยังเห็นเธอ เธอเจอดีแน่
ดอกไม้ที่นึกขึ้นได้ว่าจะหันกลับมาเถียงก็ไม่ทันเสียแล้ว ภากรรีบวิ่งขึ้นไปแต่งตัวให้เรียบร้อยก่อนจะค่อยๆย่องลงมาแอบดูและเธอก็ยังคงอยู่จริงๆ ภากรยังคงดูพวกเขาคุยกันก่อนจะเห็นดอกไม้หยิบอะไรบางอย่างให้ป้าอุ่น
ดอกไม้: นี่ค่ะป้าอุ่นน้ำหอมปรับอากาศ ดอกไม้อบแห้งค่ะ หนูทำใว้ให้ป้าอุ่นแล้วก็คุณภากรด้วยนะคะ อันนี้ทำมาจากดอกลาเวนเดอร์ช่วยคลายความเคลียด ลดอาการปวดหัว ส่วนนี่เลยค่ะป้าอุ่น น้ำมันหอมระเหยสกัดจากดอกกระดังงาช่วยเรื่องไมเกรนและลดความเคลียดได้ค่ะ
ป้าอุ่น: ขอบคุณนะคะ เห็นคุณกรบอกว่าน้ำหอมพวกนี้ได้ผมดีมากนะคะเวลาเคลียด มันช่วยได้เยอะเลยละค่ะ
ป้าอุ่นและดอกไม้ที่กำลังนั่งคุยและปรับทุกข์กันอยู่นั่นก็ต้องถึงกับตกใจเพราะภากรสาดของบางอย่างใส่ดอกไม้อย่างจัง แพล๊ง !!! “ว๊าย” เสียงป้าอุ่นร้องออกมาด้วยความตกใจ ก่อนที่ดอกไม้จะตั้งหลักมองสิ่งของที่ภากรปาออกมา “นี่มัน” ดอกไม้รู้ได้ทันทีว่าพวกนี้เป็นของเธอ ถุงน้ำหอมดอกไม้พวกนี้ และยังมีน้ำมันหอมระเหยที่บรรจุใส่โหลแก้วที่ถูกภากรปาใส่เธอจนแตก
ภากร: ชั้นบอกเธอแล้วใช่มั๊ยว่าให้ออกไป เธอไม่ฟังชั้นเองนะดอกไม้
ดอกไม้: ไม่ต้องห่วงนะคะ ชั้นจะมาหาป้าอุ่นอีก แล้วของพวกนี้ชั้นก็มีเยอะคุณจะทิ้งอีกเป็น ร้อยๆอันคุณก็ยังจะเห็นมันตั้งอยู่ที่เดิม ชั้นจะให้คุณเห็นมันได้กลิ่นมันจนกว่าคุณจะช้ำใจตายไปเลยค่ะ
ภากร: อ๋อ ที่จริงแล้วอาการปวดหัว ก็มาจากน้ำหอมของเธอนี่เอง เป็นแผนเธอใช่มั๊ย เธอจงใจทำให้ชั้นเป็นโรคประสาท...
“คุณดอกไม้ ตายๆ แผลค่ะมีเลือดด้วย” ป้าอุ่นมองเห็นแผลบริเวณหน้าผากของดอกไม้ที่ถูกภากรปาของใส่ จนทำให้หัวเธอแตก ดอกไม้เอามือแตะๆไปที่แผลก่อนจะรู้ว่ามีเลือดไหลจริงๆ เธอก็ไม่รู้สึกเจ็บแล้ว เธอรู้สึกเสียใจมากกว่าที่จะเจ็บสะอีก ป้าอุ่นประครองเธอให้นั่งลง แต่สายตาเธอก็ยังคงไม่หยุดจ้องภากร....
ป้าอุ่น: นั่งรอตรงนี้ก่อนนะคะ เดี๋ยวป้าจะรีบไปเอาอุปกรณ์ทำแผลมาให้
ดอกไม้: ไม่ต้องค่ะป้าอุ่น ดอกไม้มาเพราะอยากจะชดใช้บุญคุณให้มันจบสิ้น ไม่อยากจะให้ใครมาสร้างบุญคุณเพิ่มเติม ถ้าเกิดอุปกรณ์ทำแผลพวกนี้มันยังคงมีเจ้าของเป็นเค้าอยู่ดอกไม้ก็ไม่อยากรับใว้ค่ะ
ภากร: ก็ดี...คิดได้แบบนี้ก็ดี แต่ชั้นจะบอกอะไรใว้อย่างนึงนะ บุญคุณบ้าบออะไรทดแทนด้วยการฆ่าแกงกันแบบพ่อแม่เธอ แล้วสิ่งที่เธอทำเนี่ย ต่อให้เธอทดแทนด้วยชีวิตมันก็ยังไม่พอกับสิ่งที่พ่อและแม่เธอทำใว้ จำใส่หัวใว้ด้วย
“ขอบคุณที่แจ้งให้ทราบนะคะ ....” ดอกไม้ยิ้มตอบรับให้กับภากร ก่อนที่เธอจะหันมาหาป้าอุ่น เธอกอดป้าอุ่นก่อนจะขอตัวกลับก่อน “หนูกลับก่อนนะคะ เดี๋ยวหนูจะมาเยี่ยมใหม่ หนูจะมาบ่อยๆ มาให้ใครบางคนเห็นหนูจนน้ำลายฟูมปากไปเลยค่ะ ป้าอุ่นไม่ต้องห่วงนะคะ หนูอดทนได้ เพราะหนูเป็นแรดไงคะป้าอุ่น” ภากรได้ยินแบบนั้นก็รู้ทันทีว่านี่เป็นการย้อนเขาชัดๆ “นี่เธอ”
ดอกไม้ไม่อยู่ฟังสิ่งที่ภากรจะพูดต่อ เธอรีบเดินออกไปจากบ้านทันที ภากรที่มองตามเธอไปจนสุดก่อนจะหันมาหาป้าอุ่น และเห็นป้าอุ่นยืมมองเลือดในมือแล้วร้องไห้ ป้าอุ่นมองเค้าด้วยสายตาที่ผิดหวังปนน้ำตาที่ไหลออกมา
ป้าอุ่น: คุณหนูเค้าจำอะไรไม่ได้หรอกค่ะ หมอบอกว่าร่างกายเค้าช็อคหลังจากเกิดเรื่อง ระบบปะสาททำงานผิดพลาดทำให้เค้าลืมสิ่งที่เจ็บปวดของเค้าออกไปจนหมด มีแต่คุณภากรที่ยังจำ ยังเจ็บอยู่ฝ่ายเดียว คุณกรควรจะปล่อยเค้าไปให้เค้าอยู่ในโลกแห่งความสุขของเค้านะคะ เพราะคุณกรก็รู้ว่าการรับรู้ความจริงมันเจ็บปวดขนาดใหน...
ภากร: นั่นไงครับ ผมถึงต้องทำให้เค้าเจ็บปวดแบบที่ผมเจอบ้าง หรือป้าอุ่นไม่สงสารผมเหมือนแม่ใช่มั๊ยครับ
ป้าอุ่น: ป้ารักคุณกรค่ะ ป้าถึงเลือกที่จะอยู่ดูแลคุณกร ทั้งๆที่คุณหนูเองที่ไม่เหลือใคร แต่ป้าก็ยังเลือกคุณกรนะคะ
- พูดจบป้าอุ่นก็เดินเข้าบ้านไป ทิ้งใว้ให้ภากรนึกย้อนตอนที่เธอกลับมาเจอดอกไม้เมื่อ2ปีหลังจากไม้ได้เจอกันถึง8ปีเต็มก่อนจะนั่งบ่นคนเดียวในใจ “ถึงว่าละ ตอนเด็กเธออยากได้ผู้ชายแบบชั้นแทบตาย พอมาวันนี้กลับเฉยชาใส่ชั้นสะงั้น หึ หึ” .......