บทนำ ค่ำคืนเมามาย
หากมันเป็นความรู้สึก ก็คงเป็นความรู้สึกที่แปลกประหลาด...
“อือ...”
เสียงครางน้อยๆ ด้วยความรู้สึกขัดใจดังมาจากคนตัวเล็กซึ่งหลับตาพริ้มอยู่บนเตียง ลมเย็นๆ จากเครื่องปรับอากาศเป่าโดนแก้มเนียนจนต้องซุกร่างกายเข้ากับผ้านวมหนาให้แน่นขึ้น ทว่าการขยับยุกยิกจากเรือนร่างเพรียวบางนั้นดันไปปลุกชายหนุ่มข้างกายให้ตื่นขึ้นมา
ไม่ใช่แค่เขาที่ตื่น สิ่งที่อยู่กลางกายก็แข็งขืนขึ้นมาเช่นเดียวกัน
“อือ...ไม่เอาแล้ว จะนอน...”
เสียงเล็กประท้วงขึ้นมาเพราะกำลังถูกรบกวนจากคนตัวโตกว่าจนไม่สามารถหลับได้อีกต่อไป สัมผัสอุ่นเข้าซุกไซ้คอระหงชวนให้ร่างกายตื่นขึ้นมาอย่างเลี่ยงไม่ได้
“คุณปลุกผมตื่นขึ้นมาเองนะ”
“ฉันเปล่า อ๊ะ!”
สะโพกกลมกลึงรู้สึกได้ถึงของแข็งซึ่งมีสัมผัสนุ่มหยุ่นดุนดันอยู่อย่างนั้น ภายในร่างกายถูกเขากระตุ้นจนปั่นป่วนไปทั้งตัว หมดกันการนอนหลับที่อุตส่าห์มีโอกาสได้ตักตวงในรอบหลายเดือน
“อือ...”
ริมฝีปากบางได้ถูกครอบครองครั้งแล้วครั้งเล่า กลิ่นไวน์จางๆ ที่เธอดื่มไปเมื่อหลายชั่วโมงก่อนยังคงชวนให้ชิมความหวานภายในโพรงปากได้ไม่รู้หน่าย ในขณะที่ริมฝีปากถูกเขาละเมียดชิมอยู่อย่างนั้น ทั้งร่างก็กลับเข้าชิดกันโดยไม่ต้องให้อีกฝ่ายได้ออกแรงรั้งเสียด้วยซ้ำ
“ถ้าปลุกฉันตอนนี้คุณจะไม่มีโอกาสได้นอนแล้วนะ...อื้อ!”
ฟังเสียที่ไหนกัน! ด้วยฤทธิ์แอลกอฮอล์จางๆ ที่ยังคงแล่นพล่านอยู่ในกระแสเลือดทำให้เขายังคงกล้ากว่าปกติมาก เพียงแค่อาศัยการสอดใส่เพียงครั้งเดียวท่อนเอ็นร้อนก็เข้าไปจนมิดลำ
ไม่คิดว่าตัวเองจะเป็นคนอย่างนี้เลย ทว่าร่างกายของอีกฝ่ายเหมือนกำลังมอมเมาเขาทั้งที่สร่างเมาแล้วด้วยซ้ำ ยิ่งสัมผัสก็ยิ่งอยากสัมผัสมากขึ้นอีก
“ไม่เป็นไรครับ นี่หกโมง เดี๋ยวผมก็ต้องไปทำงานแล้ว”
“อ๊ะ!”
ในขณะที่ปากพูดเอวสอบก็ยังทำหน้าที่ของมัน แรงเสียดสีส่งผลให้คนใต้ร่างเผลอเปิดปากครางเสียงน่าอายออกมา
แต่ว่านี่หกโมงแล้วงั้นเหรอ? ไม่ใช่แค่เขาเท่านั้นที่ต้องไปทำงาน เธอเองก็เช่นกัน เพราะไม่ได้หลับกลางคืนมานานทำให้ลืมความรู้สึกของการหลับสนิทไปเลย
งั้นก็ถือว่านี่เป็นการบอกลาค่ำคืนแสนวิเศษนี้ก็แล้วกัน
“อ๊ะ...อือ...”
ร่างกายตอบสนองต่อสัมผัสของเขาจนสติพร่าเลือนไปหมด เรือนอกสวยกระเพื่อมถี่ตามแรงกระแทกกระทั้นที่ได้รับ จังหวะของเขาเร่งเร้าขึ้นตามมวลอารมณ์ที่กำลังก้าวขึ้นไปอยู่บนจุดสูงสุด กระทั่งรู้สึกได้ถึงแรงกระตุกเกร็งส่งของเหลวขุ่นพุ่งเข้าเต็มสิ่งป้องกันที่ถูกสวมเอาไว้
ความรู้สึกวูบโหวงเมื่อท่อนลำถูกถอนออกทำให้เธอรีบซุกตัวเองลงใต้ผ้าห่มอย่างรวดเร็ว เสียงคนข้างหลังกำลังสวมเสื้อผ้าทำให้ใบหน้าเกิดเห่อร้อนขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว
“รีบเปลี่ยนเสื้อผ้าเถอะครับ ไม่ได้ใส่อะไรมาทั้งคืนเดี๋ยวจะไม่สบายเอา”
“ไม่ต้องห่วงฉันหรอกน่า”
เสื้อเชิ้ตตัวโคร่งที่เธอสวมออกมาเมื่อคืนได้ถูกหยิบขึ้นมาคลุมร่างอย่างลวกๆ หญิงสาวนั่งอยู่ที่ขอบเตียงครู่หนึ่งพลางมองออกไปด้านนอกอย่างใช้ความคิด
เธอใช้ทั้งเงินและเวลาในการรักษาโรคนอนไม่หลับที่กวนใจมาตลอด กลับไม่มีสิ่งไหนได้ผลเลย ทว่าเพียงแค่คืนเดียวเท่านั้นที่ได้รับสัมผัสจากเขา ทุกอย่างกลับถูกค่ำคืนแสนหวานนี้กล่อมเกลาจนสามารถเข้าสู่นิทราได้โดยไม่ต้องพึ่งพายาใดๆ
หรือว่า...เธออาจจะต้องลองทางใหม่แล้วจริงๆ
“นี่คุณ...”
เธอได้หันหลังกลับไปหวังว่าจะได้เจรจากับคู่นอนซึ่งเพิ่งจะเจอกันในชั่วข้ามคืน ทว่าพอหันมากลับพบว่าเขาออกไปจากห้องนี้เสียแล้ว
“อะไรเนี่ย ความรู้สึกเหมือนถูกฟันแล้วทิ้งเลยแฮะ”
เธอลุกขึ้นแต่งตัวให้เรียบร้อยเพื่อจะออกจากห้องนี้ไปเช่นเดียวกัน แต่พอเดินผ่านกระจกบานใหญ่ที่ฉายให้เห็นเรือนร่างอย่างชัดเจน ร่องรอยรักที่ชายคนนั้นฝากไว้ก็ทำให้เธอสบถออกมาด้วยความหงุดหงิด
“ชิ ทำเป็นออกไปอย่างไร้เยื่อใย คนที่ควรทำอย่างนั้นมันฉันต่างหาก”
ให้จำเอาไว้ คนที่มีสิทธิ์ฟันแล้วทิ้งมีเพียงเธอ ไวโอเล็ต เฟนีเช่ คนนี้คนเดียวเท่านั้น!