ร่างบางลงจากรถหรูเมื่อขับเข้ามาจอดที่คอนโดใจกลางเมืองของเธอ คอนโดที่ผู้เป็นย่าซื้อไว้ให้เธอเพื่อจะได้ออกมาใช้ชีวิตข้างนอกอย่างที่เธอขอ และระบบความปลอดภัยของที่นี่ก็สมกับราคาคอนโดที่เสียไป แต่ต่อให้มันจะปลอดภัยแค่ไหนก็ไม่ได้หมายความว่าจะไม่สามารถเกิดอันตรายขึ้นได้
“พวกนายเป็นใคร!” เวลาถามชายฉกรรจ์ตรงหน้าขึ้นด้วยความระแวงทันทีเมื่อถูกขวางไว้อย่างจงใจ
“ไปกับพวกเราดีๆ จะได้ไม่เจ็บตัว” ชายร่างใหญ่ตรงหน้าพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงและสีหน้าเรียบนิ่ง
“ฉันไม่ไป!”
“อย่าให้เราต้องใช้ความรุนแรง” มันไม่ใช่คำขู่ แต่เพราะเป็นหน้าที่ที่ต้องเอาตัวหญิงสาวไปให้ได้นั่นเอง
“.....” เวลามองซ้ายมองขวาที่ตอนนี้ไร้ซึ่งผู้คนและเพราะมันเป็นลานจอดรถทำให้เธอไม่สามารถร้องเรียกใครได้ สุดท้ายร่างบางก็ตัดสินใจหมุนตัวเพื่อวิ่งไปยังหน้าคอนโดเพื่อให้คนช่วย แต่หญิงสาวในชุดนักศึกษากระโปรงทรงเอรัดรูปพร้อมรองเท้าส้นสูงที่ไม่มีเวลาถอดไม่มีทางวิ่งได้เร็วอยู่แล้ว
หมับ! สุดท้ายเธอก็ถูกชายฉกรรจ์จับตัวไว้ทั้งที่พึ่งออกไปได้เพียงสามสี่ก้าวด้วยซ้ำ
“กรี๊ด! ปล่อยฉัน ปล่อย! ช่วยด้วย!...อื้อ!” ปากเล็กถูกปิดด้วยฝ่ามือใหญ่หยาบของชายคนนั้นก่อนเวลาจะถูกลากไปยังรถตู้สีดำที่มืดสนิทมองจากข้างนอกไม่เห็นก่อนที่คนขับรถจะขับออกไป
“ถ้าไม่อยากตายก็เงียบซะ” คำพูดพร้อมกับมืดปลายแหลมที่จี้มาตรงเอวหญิงสาวทำให้เวลาถึงกับเงียบลงอย่างทำอะไรไม่ได้ เพราะเธอก็กลัวตายเป็นเหมือนกัน
“พวกนายเป็นใคร เป็นใครส่งพวกนายมา” เวลาถามขึ้นโดยไม่โวยวาย เพราะเธอจำไม่ได้ว่าไปทำอะไรให้ใครจนต้องมีคนส่งคนมาเพื่อทำร้ายเธอแบบนี้
“ไม่ใช่สิ่งที่เธอต้องรู้” ชายร่างใหญ่ตอบกลับออกไปด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งไร้ซึ่งความรู้สึกใดๆ และนั่นก็ทำให้เวลาเงียบลงอย่างทำอะไรไม่ได้
แต่เธอก็พยายามมองออกไปข้างนอกเพื่อดูสองข้างทางไว้เธอจะได้รู้ว่าคนพวกนี้จะพาเธอไปไหนและไปทำไมยังโชคดีที่กระเป๋ายังอยู่กับเธอและในนั้นก็มีโทรศัพท์อยู่ รอให้เธอได้โอกาสก่อนเธอจะโทรไปขอความช่วยเหลือจากตำรวจทันที
ใช้เวลาไม่ถึงครึ่งชั่วโมง เธอยังไม่ได้โอกาสโทรออกไปขอความช่วยเหลือจากใครด้วยซ้ำ รถตู้คันใหญ่ก็ขับเข้ามาจอดยังลานกว้างแห่งหนึ่งที่ตอนนี้มีเรื่องบินส่วนตัวจอดอยู่
“พวกนายจะพาฉันไปไหนกันแน่!” เวลาถามขึ้นอย่างร้อนรนขึ้นมาทันที พร้อมกับมือข้างหนึ่งล้วงเข้าไปในกระเป๋าพยายามปลดล็อกด้วยมือทั้งที่มองไม่เห็นโดยที่เธอไม่รู้เลยว่าจะปลดถูกหรือเปล่า
แต่อย่างหนึ่งที่เธอเตรียมตัวเสร็จแล้วก็คือรองเท้าส้นสูงที่ใส่อยู่ ตอนนี้เธอได้ทำการถอดมันออกเรียบร้อยแล้ว เธอพร้อมจะวิ่งใหม่อีกครั้ง อย่างน้อยก็วิ่งจนกว่าจะโทรหาใครสักคนได้
“ลงมา” ชายฉกรรจ์กระชากเวลาลงจากรถตู้นั้นอย่างไม่เบามือทำให้เวลาต้องตามลงไป
“ฉันเดินเองได้!” ร่างบางสะบัดตัวออกจากมือหยาบนั้นจนหลุดและเป็นอิสระพร้อมกับทำท่าเหมือนเดินตามไปอย่างว่าง่าย
พรึ่บ! ร่างบางที่เดินเท้าเปล่าลงจากรถตั้งแต่แรกวิ่งออกจากกลุ่มชายฉกรรจ์สามคนที่เดินนำหน้าและตามหลังเธอทันที ข้างหน้าที่ไร้ซึ่งส่งกีดขวางทำให้หญิงสาวไม่มองทางเลยสักนิดและเลือกวิ่งสุดชีวิตพร้อมกับก้มหน้าเพื่อปลดล็อกโทรศัพท์ของตัวเองจนสำเร็จ
ร่างบางกดออกเพื่อโทรออกเพื่อขอความช่วยเหลือทันทีและเบอร์แรกที่เธอคิดถึงก็คือธีรดลเพื่อนที่เธอรู้จักและสนิทด้วยนั่นเอง
หมับ!
“โอ้ย!” ร่างบางถูกกระชากจากด้านหลังอย่างแรงอีกครั้งโดยที่เธอพึ่งกดโทรออกไปไม่ถึงวินาทีเดียวด้วยซ้ำ เธอยังไม่ได้พูดอะไรเลยสักนิด
“ฤทธิ์เยอะนักนะ!” ชายฉกรรจ์คนหนึ่งพูดขึ้นก่อนจะใช้ผ้าเช็ดหน้าที่เพื่อนอีกคนยื่นมาให้ปิดปากและจมูกของเวลาทันที
“อื้อ!” ร่างบางพยายามดิ้นสู้อย่างสุดความสามารถ แต่ไม่ว่าเธอจะสู้เท่าไหร่ก็ไม่มีทางสู้ชายร่างใหญ่แบบนี้ได้อย่างแน่นอน สุดท้ายร่างบางก็หมดสติไปอย่างง่ายดายนั่นทำให้ชายฉกรรจ์อุ้มเธอขึ้นไปยังเครื่องบินส่วนตัวและตรงไปยังทางใต้ของประเทศตามคำสั่งเจ้านายของเขาทันที