นางร้าย 6
(ไลลา)
สถานการณ์ตอนนี้มันคืออะไรกัน ทำไมกลุ่มคนพวกนั้นถึงมาลอบทำร้ายฉันแบบนี้ ในสมองของฉันมีความคิดตีกันหลายอย่าง ขณะกำลังวิ่งหลบลูกกระสุนเป็นนางเอกละครหนังช่องเจ็ด
“คุณหนูระวังครับ!”
ฟิ้ว ~
กระสุนเฉียดหน้าฉันไปเพียงหนึ่งเซนติเมตร ฉันนิ่งค้างอยู่อย่างนั้นด้วยความตกใจ
เมื่อกี้คือกระสุน กระสุนจริง ๆ กระสุนที่สามารถทำให้ใบหน้าสวย ๆ ของฉันเสียโฉมได้เลยนะนั่น
ให้ตายเถอะ ครั้งหน้า ฉันคงต้องหาอะไรป้องกันใบหน้าของตัวเองเสียหน่อยแล้ว
ตายได้แต่ตายแบบไม่สวย ไลลาคนนี้รับไม่ได้
“นายยะเดี๋ยวมึงพาคุณหนูหนีไปก่อน กูจะล่อพวกมันไปเอง”
“ไม่ได้!” ฉันตะโกนออกมา คัดค้านความคิดของพี่นีโน่แทบทันที่เมื่อได้ยินแผนที่ไม่เข้าท่าของเขา
“คุณหนูครับ นี่เป็นทางเลือกที่ดีที่สุดแล้วนะครับ”
“ดีบ้าบออะไร พี่ไม่เคยดูหนังรึไง คนที่ทำหน้าที่ล่อแบบนี้ ตายทุกคนแหละ”
“แต่มันเป็นหน้าที่ของผมครับ”
“พอเลยค่ะ ป๋าจ้างพวกพี่มาดูแลไลลา ไม่ได้จ้างมาตายแทน”
ฉันมองไปรอบบริเวณเพื่อหาทางหนี ซึ่งบริเวณนี้เป็นป่ารกทึบ มองไปทางไหนก็มีแต่ป่า แถมความเจริญเดียวของที่นี่คือถนนสายที่พวกเราพึ่งวิ่งออกกันมา
เฉพาะตรงนั้นที่มีแสงไฟ และเป็นจุดที่ทำให้รู้สึกปลอดภัย แต่ตอนนี้คงไม่ปลอดภัยสำหรับฉันแล้ว
นี่ป๋าส่งฉันมาเรียนมหาวิทยาลัยบ้าบออะไรเนี่ย ทำไมทางไปมหาวิทยาลัยถึงได้กันดารขนาดนี้
“คุณหนูหลบก่อนครับ”
ฉันรีบหลบหลังต้นไม้ใหญ่ โดยมีบอดีการ์ดทั้งสองคอยคุ้มกันหน้าหลัง
พวกเราพยายามทำตัวเองให้กลืนไปกับต้นไม้ เพื่อรอให้คนพวกนั้นเดินผ่านพวกเราไป ฉันเหลือบสายตาไปมองเล็กน้อย เมื่อเห็นว่าในมือของชายร่างใหญ่กำลังถือสร้อยของแม่ฉันอยู่ ฉันเลยเผลอโพล่งออกไปอย่างลืมตัว
“อย่ามาจับสร้อยฉันนะ”
นายยะรีบดึงฉันให้นั่งลงตามเดิม แต่ฉันว่าตอนนี้คงไม่ทันแล้วล่ะ คนพวกนั้นคงได้ยินเสียงฉันกันหมดแล้ว
“พวกพี่หนีไปเถอะ ยังไงพวกนั้นคงต้องการตัวฉัน ถ้าได้ตัวฉัน พวกมันคงยอมหยุด”
“คุณหนูไม่กลัวเหรอครับ ถ้าพวกมันทรมานคุณหนู ช็อตไฟฟ้า…”
คำพูดน่ากลัวเหล่านั้นทำเอาฉันขนลุกซู่ รีบยกมือขึ้นห้าม ให้นายยะหยุดพูด
“โอเค พวกพี่อยากทำอะไรทำเลย แต่อย่าให้ฉันโดนจับไปทรมานนะ”
“ผมว่าพวกเราต้องปะทะกับพวกมันครับ เอาแต่หนีอาจจะเสียเปรียบ”
“เห็นด้วย”
เมื่อบอดีการ์ดสองคนเห็นตรงกันแบบนั้น แล้วคราวนี้ฉันจะขัดอะไรได้
“โอเค ถ้าอย่างนั้นลุย”
ฉันหยิบไม้ใกล้มือมาถือไว้ แล้วนำทัพเปิดก่อนด้วยการออกจากพุ่มไม้ แล้วใช้ไม้ฟาดเข้ากลางหลังชายร่างใหญ่คนนั้น (ดูหนังมาเยอะ >_<)
ส่วนบอดีการ์ดทั้งสองคนของฉันก็รีบวิ่งตามออกมาก่อนจะต่อสู้กับพวกที่เหลือ
“เอาสร้อยคืนมานะ แล้วพวกแกเป็นใคร ทำไมต้องมาลอบทำร้ายฉันด้วย”
ฉันยิงคำถามใส่ชายชุดดำตรงหน้า สายตายังคงจับจ้องไปที่สร้อยของแม่
“หึหึ แรงเยอะดีนี่หว่า”
ใบหน้าน่ารังเกียจนั่นเหยียดยิ้ม สายตาของมันมองแทะโลมฉันจนฉันรู้สึกขยะแขยง การแสดงออกของมันแสดงความชั่ว และเลวออกมาให้เห็นแบบตะโกน
“สวยฉิบหายเลยว่ะ” มันยื่นมือออกมา แต่ฉันถอยหลังหลบแล้วชี้ไม้ออกไปด้านหน้าเพื่อขู่
“อย่าเข้ามานะ”
“มาเป็นเมียฉันสิ แล้วฉันจะไม่ฆ่าเธอ”
“ใครจะไปเป็นเมียแก ไม่ดูตัวเองเลยรึไง!!”
ปากฉันมักจะไวกว่าทุกส่วน เลยด่าออกไปอย่างนั้นทันทีหลังได้ยินสิ่งที่มันพูด
“อินังนี่!”
ดูเหมือนว่ามันจะโกรธจัดกับสิ่งที่ฉันพูด ไม่เห็นน่าโกรธตรงไหนเลย ฉันพูดความจริงทั้งนั้น
พรึบ!!
ปืนสั้นสีดำถูกยกขึ้นมาจ่อตรงหน้าฉัน ปลายกระบอกปืนห่างจากปลายจมูกฉันเพียงไม่กี่เซน
เมื่อเจออย่างนี้ ฉันถึงกับตัวแข็งทื่อ ทำอะไรไม่ถูก รีบหลับตาลงด้วยความกลัว
ในใจอยากจะวิ่งหนีอยู่หรอกแต่ตอนนี้ทั้งแขน และขาของฉันเหมือนกำลังโดนแช่แข็ง ไม่สามารถขยับได้เลย
กริก!!
ฉันยังคงหลับตาปี๋ ไม่กล้ามองภาพตรงหน้า
วันนี้คงเป็นวันตายของฉันแล้วสินะ โลกนี้คงหมองหม่นน่าดูที่ขาดคนสวยอย่างฉันไป
“เฮ้ยมึงเป็นใครวะ อยากตายรึไง”
“กูไม่อยากตายพร้อมมึง”
ผลัก ผลัวะ
เสียงคล้ายกำลังมีการชกต่อยกัน ทำให้ฉันข่มใจแล้วค่อย ๆ ลืมตาขึ้นมอง ปรากฏว่าสถานการณ์ตรงหน้าเหมือนจะเปลี่ยนไป
ผู้ชายน่ารังเกียจคนนั้นกำลังถูกชายอีกคนกระทืบอยู่ ฉันเงยหน้าขึ้นมองคนที่เข้ามาช่วย
ตอนแรกนั้นคิดว่าเป็นหนึ่งในบอดีการ์ดของฉันแต่พอได้เห็นหน้าชายคนที่เข้ามาช่วยฉันแบบชัด ๆ กลับทำเอาฉันถึงกับอ้าปากค้างแล้วเผลออุทานออกมาอย่างไม่รู้ตัว
“หล่อมากแม่”
ใบหน้าหล่อราวฟ้าประทานนั่นท่านได้แต่ใดมา คิ้วเข้ม ตาคมกริบราวกับเหยี่ยว จมูกโด่งเป็นสันรับกับสันกรามคมได้อย่างลงตัว
ในชีวิตของฉันเจอผู้ชายหล่อมานับไม่ถ้วนซึ่งฉันไม่ค่อยสนใจเท่าไหร่นักแต่ต้องยอมรับว่าผู้ชายคนนี้น่าสนใจ และโดดเด่นกว่าคนอื่น ๆ ที่เคยเจอ
ความหล่อของเขากระแทกตาทะลุไปถึงหัวใจเลยทีเดียว
ระหว่างที่ฉันกำลังชื่นชมใบหน้าฟ้าประทานอยู่นั่นเอง บอดีการ์ดของฉันก็วิ่งเข้ามาหาพร้อมตะโกนเรียกชื่อฉันเสียงดังด้วยน้ำเสียง และท่าทางร้อนอกร้อนใจ
“คุณหนูไลลาครับ พวกผมมาแล้ว”
“คุณหนูไลลาเป็นอะไรมั้ยครับ เจ็บตรงไหนมั้ย?”
ฉันมองบอดีการ์ดทั้งสองคนที่กำลังสำรวจร่างกายของฉันอยู่ด้วยความเอือมระอาก่อนจะดันทั้งคู่ออกห่างอย่างรำคาญ
“พอเลย ไลลาไม่ได้เป็นอะไรสักหน่อย”
“แต่พวกผมเป็นห่วงคุณหนูนะครับ” พี่นีโน่บอก ปากของเขาแบะออกคล้ายจะร้องไห้ มือยังเปื้อนเลือดของศัตรูอยู่เลย
เหอะ ตอนต่อยคนอื่นไม่เห็นจะร้องเจ็บมือ ทีอย่างนี้ล่ะมาทำเป็นแบะปากจะร้องไห้เพราะเป็นห่วงกัน
“ไลลาไม่เป็นอะไรสักหน่อย” ฉันว่าพลางหมุนตัวให้ทั้งสองคนดู “เห็นมั้ย ปลอดภัยหายห่วง”
“ผมว่าเรากลับบ้านกันเถอะครับ บอกเรื่องนี้กับป๋า ป๋าต้องเข้าใจแน่”
ฉันนิ่งคิดไปครู่หนึ่ง เมื่อพี่นายยะพูดถึงป๋า
เรื่องนี้อาจจะเกี่ยวกับป๋าของฉันก็ได้นะ ฉะนั้นฉันควรเล่นตามเกมอีกสักหน่อย บางทีอาจจะรู้ตัวคนที่ต้องการฆ่าฉันก็ได้
“ไม่กลับ แล้วห้ามบอกเรื่องนี้กับป๋านะ”
“แต่คุณหนูครับ เรื่องนี้มันอันตรายนะครับ”
“นี่คือคำสั่งค่ะ พวกพี่จัดการเก็บเรื่องนี้ให้เงียบที่สุดด้วยรู้มั้ยคะ”
สองบอดีการ์ดมองหน้ากันก่อนจะถอนหายใจออกมาพร้อมกัน ฉันทำเป็นไม่เห็นพวกเขาถอนหายใจแล้วหันไปทางผู้ชายที่เข้ามาช่วยฉัน
ชายน่ารังเกียจคนนั้นนอนสลบอยู่บนพื้น ส่วนผู้ชายคนนั้นเดินออกไปแล้ว
เมื่อเห็นว่าเขาเริ่มเดินห่างออกไปเรื่อย ๆ ฉันเลยรีบหันมาสั่งบอดีการ์ดของตัวเอง
“พวกพี่จัดการทางนี้เสร็จแล้วตามไลลาไปที่มหาวิทยาลัยนะ”
“อ้าว แล้วคุณหนูจะไปไหนครับ”
“ไลลาจะล่วงหน้าไปก่อนเดี๋ยวไม่ทันลงทะเบียนเข้าหอพัก”
ฉันพูดจบก็รีบวิ่งตามผู้ชายคนนั้น ทั้งที่เขาแค่เดินธรรมดาแต่ทำไมฉันรู้สึกตามเขาไม่ทันเสียที
เขาขายาว หรือฉันขาสั้นกันแน่เนี่ย -_-‘
“โอ๊ย นายนั่นเดินหรือวิ่งกันนะ”
ฉันรวบรวมพลังของตัวเองแล้วออกวิ่งสุดกำลัง เมื่อเห็นผู้ชายคนนั้นเดินขึ้นรถหรูข้างทาง ฉันเลยรีบพุ่งตรงเข้าไปเปิดประตูที่นั่งข้างคนขับทันที
“แฮก แฮก เกือบไม่ทันซะแล้ว”
ไม่ต้องรอให้ใครเชิญ ฉันอัญเชิญตัวเองนั่งลงบนเบาะ และปิดประตูเองเสร็จสรรพ
“ขึ้นมาทำไม”
น้ำเสียงเย็น ๆ จากเจ้าของรถถามออกมาอย่างไม่เป็นมิตรนัก ฉันเลยตวัดสายตามองเขาด้วยความไม่พอใจเช่นกัน
“ทำไมต้องพูดเสียงน่ากลัวแบบนั้นด้วย เปิดแอร์หน่อยสิ ร้อนจะบ้า”
“ลง ไป จาก รถ ฉัน!!”
———————
——/-//——