เป็นห่วง

2084 Words
เงียบปากมึงไปเลยไอ้ม่อน มึงสร้างเรื่องเองก็ควรรับผิดชอบตัวเองบ้างอย่ามัวแต่รอให้คนอื่นแก้ปัญหาให้ ชอบนัก เรื่องแกว่งปากหาตีน หาเรื่องปวดหัวมาให้กูไม่เว้นแต่ละวัน มึงไปพักกับไอ้ไฟนอลนั่นแหละดีแล้วมันเองก็มีคอนโดห้องใหญ่โต คุณหนูอย่างมึงอยู่ได้สบาย อีกอย่างอยู่ใกล้มันไว้ ไอ้ไฟนอลจะช่วยมึงรอดปลอดภัยจากทุกสถานการณ์... เชื่อกู" นี่ผมมาถึงทางตันแล้วจริงเหรอ... ต้องยอมไปอยู่กับคนที่ไม่ชอบขี้หน้ากันเนี่ยนะ เฮ้อ!! ระหว่างอยู่กับมันกับเดินออกไปให้ลูกน้องเฮียตี๋รุมกระทืบ ผมขอเลือกอย่างหลังยังจะดีเสียกว่า (┬┬﹏┬┬)(┬┬﹏┬┬) สุดท้ายผมก็ไม่ได้ออกไป และถึงดึงดันจะออกไปแค่ไหนยังไงคืนนี้พวกพี่มันก็คงไม่ยอมปล่อยให้ผมไปตายเอาดาบหน้า ยังไงพวกมันก็คงไม่ปล่อยให้ใครมาทำอะไรผมได้อยู่ดี เพราะงั้นผมก็เลยไม่อยากสร้างความลำบากใจให้กับทุกคน เมื่อพวกพี่มันว่าดีผมก็คงต้องว่าดีไปกับเขาด้วย อย่างน้อยก็ขอให้ผ่านค่ำคืนนี้ไปก่อนละกัน แล้วค่อยหาทางหนีทีไล่อีกที ไอ้ไฟนอลมันคงไม่เขมือบผมลงท้องตอนนี้หรอกมั่ง ผมเดินมานั่งรวมตัวกับพวกพี่มันอย่างเซ็งๆ ทิ้งตัวลงนั่งข้างๆพี่เวฟ ตามมาด้วยพี่แม็ค ตอนนี้ข้างๆพวกพี่แต่ละคนมีสาวสวยนั่งดริ๊งขนาบข้างกันอยู่ ขนาดไอ้พี่แม็คเจ้าของร้านก็ยังเรียกสาวมานั่งแทบจะเกยตัก รวมถึงไอ้ไฟนอลที่ทำหน้านิ่งท่าทางเย็นชาก็ยังมีสาวสวยนั่งข้างกาย ยกเว้นผมเท่านั้นเพราะยังไม่มีอารมณ์ร่วมกับใคร รู้สึกครั่นเนื้อครั่นตัวอยากกลับไปนอนพักผ่อนมากกว่า และดูเหมือนไอ้ไฟนอลเองก็มองผมอยู่บ่อยๆเช่นกัน "จะกลับเลยไหมล่ะ" เสียงมันตะโกนข้ามฝั่งมาแข่งกับเสียงดนตรี ผู้คนทั้งนั่งและยืนต่างก็กำลังโยกกันอย่างสนุก ผิดกับผมที่รู้สึกไม่แฮปปี้เอาเสียเลย "ถามตัวมึงเองก่อนดีกว่าไหม ก็เห็นยังนั่งแดกเหล้าเคล้านารีอยู่เลยแล้วเสือกมาถามกู" ผมป้องปากตะโกนใส่มันกลับไปไม่โกง ถึงแม้จะอยากกลับแค่ไหนแต่ใครจะเอ่ยบอก ในเมื่อเจ้าของห้องยังเอนจอยกับเครื่องดื่มและนารีอยู่เลย "เออ...งั้นก็นั่งอยู่นี่แหละ" มันตอบกลับมาอย่างไม่ใส่ใจ แล้วจะถามกูทำไมในเมื่อตัวเองไม่ได้อยากจะกลับตอนนี้ "มาๆเรามาฉลองโสดให้ลูกพี่ผม" หนึ่งในนั้นเอ่ยขึ้นมาซึ่งเป็นลูกน้องในอู่ของมัน ผมก็เลยหันไปมองหน้ามันเพียงเสี้ยววินาทีก่อนจะเบนหน้าไปทางอื่น มิน่าวันนี้ถึงไม่เห็นแฟนของมันมานั่งข้างกายเหมือนอย่างเคย ล่าสุดเห็นมันกระหนุงกระหนิงจู๋จี๋กันจนน่าหมั่นไส้แต่ทำไมถึงได้เลิกกัน?.. ทุกคนจึงเฮโลยกแก้วขึ้นชนกันเพื่อฉลองความโสดให้กับมันอีกครั้ง ยกเว้นผม ที่ก้มมองน้ำสีใสในแก้วอย่างเซ็งๆ "อ้าว ไหนแก้วมึงล่ะ ยกขึ้นมาดิ" พี่เวฟหันมามองผมที่ไม่หยิบแก้วเหล้ายกขึ้นดื่ม "ผมแดกน้ำเปล่าเนี่ย ไม่รู้แม่งใครสั่งเด็กห้ามชงเหล้าให้ผม ถ้าไม่ใช่พี่แม็ค" ผมค้อนเจ้าของร้านไปหนึ่งที มาร์ตินี่ก็ไม่ให้ผมแดกเพราะพี่หนึ่งเลิกทำหน้าที่มาสุมหัวรวมตัวกันที่โต๊ะแล้ว ปล่อยให้พนักงานลูกมือยืนเฝ้าตรงเคาน์เตอร์บาร์แทน พอผมพูดบอกไป ไอ้พี่แม็คกลับทำหน้าเหรอหราไม่รู้เรื่องเหมือนโดนผมใส่ร้าย ผมเห็นว่าแกหันไปมองไอ้ไฟนอลอีกที แต่ไอ้นั่นมันกลับทำหน้านิ่งๆไม่ได้สนใจ อีกอย่างผมก็ไม่ได้รู้สึกยินดีไปกับมันสักเท่าไหร่ ทำไมผมต้องยกแก้วขึ้นชนด้วยวะ "ถ้าจะยกชนมันคนละฟิลกับพวกพี่เลยนะ" "ยังไงวะ" พี่เวฟย่นคิ้วถามอย่างสงสัย "ถ้าให้ชนแก้ว คงเป็นการแสดงความยินดีกับผู้หญิงคนนั้นมากกว่าที่เลิกกับมันได้ จะได้ไม่มีแฟนเป็นตัวเหี้ย" ผมพูดขึ้นมาอย่างไม่สนใจ ว่ามันจะทำสีหน้าอย่างไรจนพี่เวฟแอบหยิกสีข้าง "โอ้ย!!" ผมร้องเสียงหลงเพราะโดนตรงบริเวณที่ถูกคนของไอ้เฮียตี๋รุมซ้อม "สมน้ำหน้า! จะไปนอนห้องเขายังเสือกปากดี!" พี่แม็คหันมาเอ็ดผมเสียงดังสีหน้าจริงจังจนผมต้องนั่งกระพริบตาปริบๆเม้มปากแน่นไม่โต้กลับ รอจังหวะเอาคืน... "ปล่อยมันเถอะ ก็รู้อยู่ว่ามันปากหมา ว่าแต่มึงคราวนี้แน่ใจนะว่าเลิกเด็ดขาด กูเห็นรักๆเลิกๆมากี่ครั้งแล้วกับน้องคนนี้" พี่หนึ่งถาม ส่วนคนอื่นก็เงียบรอฟังคำตอบเหมือนกัน แต่ไอ้ไฟนอลมันปิดปากเงียบ "โธ่พี่! เพื่อนผมใครก็อยากได้กันทั้งนั้นเหอะ จะแคร์อะไรกับผู้หญิงคนเดียว" ไอ้พี่ ไม้ เป็นทั้งลูกน้องและยังเป็นเพื่อนสนิทของมันเอ่ยขึ้น เหมือนจะรู้ตื้นลึกหนาบางของไอ้ไฟนอลอยู่พอสมควร "เออ กูนึกว่าหาเรื่องฉลองเพราะอยากแดกของฟรีกูเสียอีก" พี่แม็คแซวอย่างขำๆ หลังจากนั้นทุกคนก็พากันนั่งดื่มพูดแซวหัวเราะกันไปมาอย่างครื้นเครงตามประสาขาใหญ่ ส่วนผมนั่งแดกน้ำเปล่าเงียบๆมองมันอย่างหมั่นไส้ เพราะมันดันนั่งตรงข้ามเลยมีจังหวะสบตากันอยู่บ่อยๆ เห็นนัวเนียกับสาวสวยๆข้างกายล้วงกันไปมาไม่สนใจคนอื่นสักนิดสักพักคงสิงร่างกันแล้ว ผมเลยเบือนหน้าหนีไม่อยากมองจนไปสบสายตาเข้ากับผู้หญิงคนหนึ่งพอดี ก็ในเมื่อมันไม่อยากกลับห้อง ปล่อยให้ผมนั่งเหี่ยวรอ ผมก็เลยได้จังหวะลุกหนีไม่อยากจะนั่งอยู่ตรงนี้ เบื่อๆเซ็งๆเลยจะหาอะไรทำคร่าเวลาแก้เซ็งบ้าง "พี่เวฟ เดี๋ยวผมมานะครับพี่" ผมกระซิบบอกพี่รหัสตัวเอง ก่อนจะเดินไปโต๊ะผู้หญิงที่มองมาทางผมไม่วางตา ถึงแม้ตามใบหน้าจะมีรอยฟกช้ำแต่มันก็เอาความหล่อผมลงไม่ได้หรอกครับ ผมยังหล่อและดูดีเสมอในสายตาของคนทั่วไป แค่หางคิ้วแตกมุมปากมีเลือดซึมเบาๆ แต่ตรงนั้นมันก็ใช้งานได้นี่น่า "หนูมองพี่มาหลายนานแล้วนึกว่าพี่จะไม่สนใจหนูซะแล้วสิ" เธอพูดพร้อมกับกอดแขนผม สีหน้าอ้อนเอาชะมัด! อกตูมๆนุ่มๆก็ชนแขนผมเข้าอย่างเต็มๆอ่อยกันเต็มที่แต่ผมดันไม่มีอารมณ์ร่วมกับเธอสักนิด แต่เมื่อไม่มีอะไรทำ งั้นก็ลองเล่นๆกันไปก่อน เพราะอยากจะออกไปจากบริเวณนี้เต็มทน มันอึดอัดเหมือนหายใจไม่ออก "สนสิครับ พี่เองก็แอบมองน้องอยู่เหมือนกัน" ผมแกล้งกระซิบบอก เป่าลมใส่ใบหูเล็กๆน่ากัดนั้นเบาๆ พร้อมกับขบเม้มหยอกเธอแล้วคว้าเอวบางมาใกล้ เธอเองก็รีบยกมือคล้องคอผมอย่างรู้งาน ผมจึงพาเธอเดินออกมาทางด้านหลัง หลบมุมอยู่ตรงทางเดินไปห้องน้ำของพนักงานหลังร้านที่ไม่ค่อยมีคนพลุกพล่าน [ไฟนอล] "ไอ้ม่อนมันไปไหนวะ" ผมได้ยินพี่หนึ่งเอ่ยถาม และพี่แม็คก็ถามขึ้นมาเหมือนกัน หลังจากที่ทุกคนเอาแต่สนใจสาวงามข้างกาย "มันบอกว่าขอตัวไปเข้าห้องน้ำครับพี่" พี่เวฟเป็นคนตอบเพราะผมเห็นว่าไอ้เดม่อนมันกระซิบบอกอะไรบางอย่างพี่แกอยู่ แต่ผมรู้ว่ามันไปไหนไอ้ท่าทางแบบนั้นใครมันจะดูไม่ออกยามมันชำเลืองมองสาวโต๊ะข้างๆที่อยู่ริมทางออก ผมนั่งมองตามร่างของมันที่ลุกขึ้นไปนัวเนียกับสาวโต๊ะนั้นอย่างไม่วางตา ก่อนที่มันจะลากเธอออกไปทางหลังร้าน มันไม่เคยแผ่วเลย ที่หนีหัวซุกหัวซุนเป็นหมาแล้วกลับคอนโดตัวเองไม่ได้ก็เพราะความเจ้าชู้เล่นไม่เลือกนี่แหละ แล้วดูมันสิ สภาพ!! ตัวเองยังจะเอาตัวไม่รอด นั่งหน้าแดงตาลอยเหมือนจะหลับมิหลับแหล่ ท่าทางของมันเหมือนจะไม่สบายคงเกิดจากบาดแผลตามร่างกายและยาที่ไอ้พี่เวฟเอาให้มันแดก เพราะหลังจากนั้นผมก็แอบสั่งเด็กเสิร์ฟงดชงเหล้าให้มันดื่มน้ำเปล่าแทน... อยากรู้จริงๆว่าปากเล็กจิ้มลิ้มชอบหาเรื่องกับผมทุกครั้ง เวลามาอยู่ห้องเดียวกันแล้วมันยังจะกล้าปากดีอยู่อีกไหม เอาจริงผมไม่เคยอยากแกล้งใครเท่าไอ้เดม่อนมาก่อนเลย "เดี๋ยวก็มีเรื่องอีกหรอก เผลอได้ที่ไหนกันไอ้เด็กคนนี้" พี่แม็คเจ้าของร้านบ่นไม่เลิก แกเป็นคนเดียวที่มันเชื่อฟังและไม่กล้าเถียง แต่กับผมมันไม่เคยแผ่ว กัดไม่ปล่อย ใช่ว่าไม่รู้ว่ามันกำลังออกไปทำอะไร แค่รอจังหวะเข้าด้ายเข้าเข็ม อยากจะตามออกไปแกล้งมันเล่นสนุกๆ หมั่นไส้นักยามที่เห็นว่ามันปากเก่งไม่หยุด ถ้าผมไปขัดจังหวะนรกแล้วมันจะทำหน้ายังไง จะโมโหมากแค่ไหนอยากรู้จริงๆ ผมก้มมองดูนาฬิกาไม่เกินสิบนาที จะรีบตามมันออกไป จากที่เคยแอบเห็นไอ้เดม่อนมันชอบเล้าโลมสาวก่อนแล้วค่อยเผด็จศึกทีหลัง ลีลาเรื่องอย่างว่ามันใช่ย่อยซะที่ไหน ชื่อเสียงด้านความเจ้าชู้มันก็ไม่เบา เคว้ง!!! พลั่ก!!! กรี๊ด!!!!! แต่ยังไม่ทันที่ผมจะเดินตามมันออกไปก็มีเสียงเอะอะโวยวายและกรีดร้องดังมาจากทางด้านหลัง เพราะมีคนเปิดประตูออกไปพอดีเสียงด้านนอกจึงดังเข้ามา ผมรีบผลักผู้หญิงข้างกายออกแล้วกระโดดข้ามโต๊ะหน้าโซฟาวิ่งไปทางหลังร้านทันที เพราะมีผมเพียงคนเดียวที่รู้ว่ามันอยู่ตรงนั้น ส่วนคนอื่นพอเห็นผมวิ่งกระโดดข้ามหัวทุกคนออกไป ก็รีบวิ่งตามหลังมาทันทีโดยไม่จำเป็นต้องบอก ไอ้เชี้ยม่อน เผลอไม่ได้อย่างที่พี่แม็คว่าไว้ไม่มีผิด แต่พอวิ่งออกมาผมกลับไม่เห็นร่างมันแล้ว รู้สึกใจหายวาบ ห่วงมันขึ้นมาทันที "ไอ้หน้าหล่อๆคนที่มากับน้องมันอยู่ไหน!" แต่คนที่ยืนเอาแต่ปิดปากตัวเองไว้ได้แต่ส่ายหน้าราวกับกำลังตกใจอย่างหนัก ผมมองข้าวของที่กระจุยกระจายแสดงว่าเกิดเรื่องอยู่ตรงนี้สักพัก ก่อนที่จะได้ยินเสียงกรีดร้องดังเล็ดลอดเข้ามา เพราะเสียงเพลงด้านในมันดังก้องร้านจึงไม่ได้ยินเสียงของคนที่อยู่ด้านนอก ผมไม่น่าปล่อยเวลาไว้นานเลย บ้าชิบหาย! "กูถาม!!" ผมตะคอกถามเธอเสียงดังลั่น พลางเขย่าร่างบางที่ตัวสั่นเป็นลูกนก เมื่อเธอเอาแต่ร้องไห้ไม่ยอมปริปาก "ใจเย็นไอ้ไฟนอล น้องมันตกใจเสียขวัญหมดแล้วมึงไม่เห็นหรือไง" เสียงพี่เวฟเตือนสติ แต่เหมือนเธอจะช็อกกับอะไรบางอย่างจนพูดไม่ได้ ก่อนที่ผมจะได้ยินเสียงเหมือนมีเสียงต่อสู้กันพร้อมเสียงโหวกเหวกร้องโอดโอย "ไอ้เดม่อนแน่ๆ สงสัยมันถูกลากออกไปรุมกระทืบ" พี่หนึ่งเอ่ย ด้านหลังร้านผ่านกำแพงนี้ไปจะเป็นซอยตันและปลอดผู้คน ผมกับพี่แม็คมองสบตาอย่างรู้กัน แล้วรีบวิ่งไปคว้าอาวุธที่แอบซุกไว้ ก่อนจะวิ่งออกไปผ่านซอกหลืบไปตามที่มาของเสียง
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD