ครั้งแรกที่พบ

3049 Words
ผมเริ่มชินกับนิสัยของไอ้ม่อน ทั้งที่เราไม่ค่อยพูดคุยกันสักเท่าไร แต่หากเป็นเรื่องของมันผมแทบจะรู้หมดทุกอย่าง ถ้าให้เล่าผมคงพูดได้ทั้งวัน คงสงสัยสินะครับว่าผมรู้จักกับมันได้อย่างไร ทั้งที่เราสองคนไม่ค่อยจะกินเส้นกันเท่าไรนัก ไม่สิ...ต้องบอกว่ามันคนเดียวต่างหากที่ไม่ชอบขี้หน้าผม แต่ความรู้สึกของผมนั้นกลับตรงกันข้าม... เราสองคนรู้จักกันได้ยังไง ผมคงต้องเล่าย้อนไปเมื่อสามปีก่อนในวันแรกที่เรารู้จักกัน [เมื่อสามปีก่อน] พลั่ก! ผัวะ!!! เอ้ะ! เสียงนี่มัน... ผมขมวดคิ้ว หลังจากที่รู้สึกเบื่อๆเซ็งๆเลยหนีความวุ่นวายและเสียงเพลงอึกทึกภายในผับ เพราะช่วงหลังมานี่มีเรื่องให้ต้องขบคิดมากมายหลายอย่าง แต่พอปลีกวิเวิกออกมาสูบบุหรี่แก้เครียดพิงผนังกำแพงอยู่ในมุมส่วนตัวตรงลานจอดรถหน้าผับด้านในสุด ก็ได้ยินเสียงเหมือนมีเสียงคนกำลังมีเรื่องชกต่อย ที่นี่คือผับพี่แม็ค เป็นพี่ชายที่ผมรักและนับถือมากคนหนึ่ง คอยช่วยเหลือสนับสนุนและแนะนำผมมาตลอดตั้งแต่เรียนมัธยมจนกระทั่งตอนนี้ ผมรู้จักพี่แม็คก็จากการทะเลาะวิวาทนี่แหละครับ ยังจำได้ดีว่าตอนนั้นผมมีเรื่องกับพวกนักเลงหน้าปากซอย ก็ได้พี่แม็คเข้ามาช่วยผมจากการถูกรุมกระทืบจากตีนนับสิบคู่ หลังจากนั้นผมกับพี่แม็คก็เลยรู้จักและกลายเป็นสนิทเหมือนพี่น้อง เป็นเหมือนคนในครอบครัวกันไปแล้ว เรื่องของพี่แม็คหรือพี่น้องเพื่อนฝูงของพี่แก... ก็คือเรื่องของผมด้วยเหมือนกัน... "ใครมากัดกันหน้าร้านพี่กูวะ" ผมพ่นลมหายใจออกมาอย่างไม่สบอารมณ์ เมื่อหนีความความหงุดหงิดมาเจอความหงุดหงิดยิ่งกว่า ใช้เท้าขยี้บุหรี่ที่ดูดไปยังไม่ถึงครึ่งมวน เมื่อแน่ชัดแล้วว่าเสียงโหวกเหวกทำลายบรรยากาศจากตรงนี้ไม่ห่างจากบริเวณที่ได้ยินเป็นเสียงของคนกำลังมีเรื่องทะเลาะกัน จึงเดินเข้าไปใกล้ๆหรี่สายตามองฝ่าความมืดจนปรับชินสายตาได้แล้ว ทำให้สังเกตเห็นว่ามีคนๆหนึ่งกำลังตกอยู่ในวงล้อมคนกลุ่มหนึ่งหรือจะเรียกว่าถูกรุมก็ถูก จากระยะที่ผมยืนอยู่ทำให้เห็นว่าคนๆนั้นตัวสูงพอประมาณน่าจะร้อยเจ็ดสิบกว่าๆ สวมเสื้อนักศึกษาชายเสื้อหลุดลุ่ยออกมานอกกางเกง ตัวเสื้อปลดกระดุมลงมาสามเม็ด เผยให้เห็นกล้ามเนื้อขาวเนียนตรงบริเวณหน้าอก ผมเองยังมองอย่างสนใจเลยผู้ชายอะไรจะขาวเนียนกระจ่างออร่าในความมืดขนาดนั้น ใบหน้าก็เอิ่มม...เห็นไม่ชัดเท่าไหร่นะแต่ก็น่าจะหล่อเอาเรื่องทีเดียว มันสวมกางเกงสแล็คสีดำกับรองเท้าหนังขัดเงาดูมันวาว จากที่เห็นคร่าวๆก็นับว่าเครื่องประดับที่อยู่บนร่างกายมันเป็นของมีราคาทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็นนาฬิกาข้อมือดูก็รู้ว่าเป็นแบนด์หรูราคาไม่ต่ำกว่าหกหลัก จากการแต่งตัวบ่งบอกได้ว่ามันคงเป็นนักศึกษา คงอยู่ใกล้ๆแถวนี้หรือไม่ก็อาจจะเป็นที่เดียวกันกับผมก็ได้ สไตล์การแต่งตัวนี่ถ้าผมเห็นที่อื่น ผมคงคิดภาพไม่ออกเลยว่าไอ้คนตรงหน้าจะวาดลวดลายเตะต่อยถีบได้คล่องแคล่วขนาดนี้ ผมจ้องมองร่างสมส่วนที่ไม่จัดว่าผอมบางจนเกินไปหรือว่าหนาเกินไป ในสายตาของผมนับว่าหุ่นมันกำลังสวย มันกำลังใช้ขาเรียวยาวถีบเข้าไปที่ยอดอกของไอ้คนที่เข้ามารุมแล้วหมุนตัวหันมาใช้ศอกกระทุ้งใส่คางอีกคนอย่างรวดเร็ว จนผมที่คุ้นเคยกับการมีเรื่องชกต่อยอยู่เป็นประจำถึงกับอึ้งกับลีลาสุดเท่ห์ บอกได้เลยว่าคนตรงหน้าก็คงคุ้นชินกับการทะเลาวิวาทไม่เบาเหมือนกัน ก็นับว่าพอตัวที่สามารถอยู่ท่ามกลางคนวัยเดียวกันทั้งห้าคนได้อย่างไม่มีแววตาที่หวาดวิตกหรือกลัวคู่ต่อสู้เลยสักนิด "เจ๋งดีนี่หว่า" ผมกระตุกมุมปากเบาๆ ยังแอบดูพวกมันทะเลาะกันอยู่เงียบๆไม่ได้คิดจะเข้าไปช่วย เพราะจากที่เห็นไอ้คนโดนรุมน่าจะเอาอยู่ แต่ถ้าหากว่ากลุ่มนั้นมันเล่นไม่ซื่อผมก็คงจะเอาตัวเข้าไปร่วมด้วย ฝ่ายที่โดนถีบล้มลงคลุกฝุ่น พวกมันรีบลุกขึ้นมาแต่ก็ไม่เร็วเท่าอีกฝ่ายที่ตามมาเตะอัดเข้าที่ท้องไปหลายทีจนจุกนอนกุมท้องจนตัวงอเหมือนกุ้ง แต่ด้วยความที่เจ้าตัวมัวแต่หันหลังจัดการคนที่อยู่บนพื้นทำให้ไม่ทันระวังว่ายังมีอีกสองคนที่เหลือ พวกมันสองคนรุมเข้าไปหา เพื่อจะฝากรอยเท้าไว้กลางหลังและก็โดนไปเต็มๆจนมันเสียหลักเซจนล้ม แต่ยังดีที่มันลุกขึ้นมาตั้งหลักได้ไวและหันกลับมาสวนหมัดใส่สองคนที่เข้ามารุมอย่างไม่ออมแรง แหม่..ถือว่าเด็ดพอตัว!! แฮ่ก!!! ผัวะ! ผัวะ! พลั่ก!! ผมยืนมองภาwตรงหน้าด้วยความรู้สึกที่บอกไม่ถูก เกินคำบรรยาย มันเป็นภาพที่สวยงามเหมือนมีแรงดึงดูดเรียกร้องให้ผมก้าวออกมาจากพุ่มไม้โดยไม่รู้ตัวแล้วค่อยๆเดินเข้าไปหา... แสงสว่างจากเสาไฟที่สาดกระทบเข้ามาบริเวณนั้น ทำให้ผมเห็นเสี้ยวหน้าของมันได้ชัดขึ้นเรื่อยๆ กรอบหน้าเรียวกับปลายจมูกโด่งรั้นรับกันกับริมฝีปากสีแดงสด เส้นผมสีน้ำตาลอ่อนยาวระต้นคอเป็นรากไทรยิ่งทำให้ใบหน้าดูอ่อนเยาว์ขัดกับท่าทางของมันในตอนนี้ ร่างเพรียวเคลื่อนไหวปานลมหลบหลีกหมัดตลอดเวลาทำให้ผมเห็นแววตามันไม่ชัดนัก แต่ท่าทางน่าจะเอาเรื่อง ท่อนแขนขาวที่เต็มไปด้วยเส้นเลือดกำหมัดต่อยอีกฝ่ายตรึงสายตาผมไว้ราวกับต้องมนต์สะกดทำให้ผมไม่สามารถละสายตาจากอีกฝ่ายได้เลย ให้ตายสิ! "ผู้ชายอะไรวะแม่ง!โคตรสวย" ผมแปลกใจตัวเองที่มองภาพตรงหน้าว่ามันสวยงามไปซะทุกอย่าง ตั้งแต่ลีลาท่าทางการเตะต่อยรวมถึงหน้าตาของมันก็ด้วย ทำเอาใจผมเต้นระรัวอย่างไม่เคยเป็น ไม่อยากจะนึกเลยว่าถ้าผมได้เห็นหน้ามันชัดๆใกล้กว่านี้มันจะดีแค่ไหน เพราะผมมัวแต่เหม่อมองจนลืมสังเกตไปว่าไอ้กลุ่มคนที่รุมกระทืบมันตอนนี้ถูกอัดจนน่วมและหนีกันไปหมดแล้ว รวมถึงไอ้สองคนที่โดนมันจัดหนักจนล้มไปกองกับพื้นพร้อมกับโดนกระทืบจนน่วมก็ถูกเพื่อนอีกสองคนกึ่งลากกึ่งพยุงออกไปจากตรงนี้ "แฮ่ก!!" เสียงหอบหายใจโกยอากาศเข้าปอดด้วยความเหนื่อยหอบโคตรเซ็กซี่ มือขาวเนียนยกขึ้นปาดเม็ดเหงื่อออกจากกรอบหน้าขาว นับว่ามันจบเกมไวกว่าที่ผมคิดไว้เยอะ กรอบ!! "เชี้ย!" เท้าของผมดันไปเหยียบโดนกิ่งไม้แห้งเข้าจนได้ ทำให้เกิดเสียงดัง จนคนที่กำลังจัดระเบียบเสื้อผ้าหน้าผมของตัวเองให้เข้าที่หันขวับมามองในจุดที่ผมยืนอยู่อย่างเอาเรื่อง เราสบตากันอัตโนมัติ ก่อนที่มันจะตะโกนถามออกมาทันทีด้วยน้ำเสียงห้วนจัด "ใคร!!" แหม่.. สายตาแม่ง! อย่างพร้อมบวกเลยครับ แต่ผมกลับมองว่าไอ้ท่าทางห้าวๆกวนตีนของมันช่างน่ารักดี.. "กูถามว่าใคร หูแตกหรือไง!" ผมขำกับความอาละวาดเหมือนหมาบ้าไปทั่วของคนตรงหน้า และก็ไม่ทำให้ผมต้องผิดหวัง เมื่อมันพาร่างสวยๆของมันเดินเข้ามาหาผมถึงที่ พร้อมทั้งมือไวกระชากคอเสื้อผมอย่างไม่กลัวตาย ทั้งที่ตัวมันก็เล็กกว่าผมด้วยซ้ำ ทำให้ผมได้สบสายตากับมันอีกครั้ง แต่ทว่าคราวนี้เราอยู่ใกล้กันจนได้กลิ่นเหงื่อผสมกลิ่นน้ำหอมอ่อนๆเร้าใจเป็นบ้า ผมสังเกตกรอบหน้าขาวๆของมันได้ถนัดถนี่มากขึ้น คนตรงหน้ามีดวงตาเรียวสวยที่เต็มไปด้วยแรงอารมณ์ทำให้ใจผมเต้นกระตุกแปลกๆ ท่าทางของมันน่าจะเป็นคนที่อารมณ์ร้อนอยู่พอตัว และคงมีนิสัยเอาแต่ใจตัวเองน่าดู สไตล์น่าจะเป็นลูกคนหนูที่ถูกสปอยอย่างหนัก!! ปั่ก!! ร่างแกร่งของเราสองคนกระแทกเข้าหากันจนเกิดเสียง ผมเหมือนถูกกระชากให้จมลึกเข้าไปในนัยน์ตาเชี่ยวกราก ดำดิ่งลึกลงไปในกระแสแห่งเพลิงอารมณ์ของคนตรงหน้า ท่าทางถือดีบวกกับใบหน้าหล่อเชิดขึ้นเล็กน้อยอย่างคนไม่ยอมใคร ทำให้ผมหมดข้อสงสัยในตัวคนตรงหน้า ไม่แปลกใจที่มันจะไปมีเรื่องกับคนอื่น ก็คงเพราะนิสัยท่าทางอวดดีไม่ยอมใครของมันนี่แหละมั่งที่เป็นต้นเหตุ ผมเองก็ด้วยที่โดนมันร่ายมนต์จนหลงเข้าไปในวังวนของมัน แต่คนละอารมณ์กับกลุ่มคนพวกนั้น เพราะว่าผมดันถอนสายตาออกจากดวงตาดุคู่นี้ไม่ได้จริง ๆ แม่ง! โคตรโดนใจผมวะ ใบหน้าหล่อบึ้งตึงดูเกรี้ยวกราดน่าดูและผมก็ดันชอบซะด้วยสิ! ทีนี้คงบันเทิงแล้วล่ะครับ ผมอมยิ้มให้กับความคิดของตัวเองและคิดว่าผมคงโดนมันตกเข้าแล้วสิ!! "ไม่ใช่ว่ามึงคิดจะกัดคนอื่นไปทั่วนะ อย่าคิดว่าตัวเองมีดีแล้วจะอาละวาดเป็นหมาบ้า" ผมแขวะมันเข้าให้ คิดว่าผมเจอเรื่องสนุกเข้าแล้วสิ เมื่อเห็นว่าท่าทางของมันเริ่มหัวร้อน ผมก็ยิ่งมองอย่างชอบใจเมื่อเห็นว่ามันเองก็มองผมกลับมาด้วยความโกรธ แววตาคู่สวยดุดันเมื่อผมปัดมือมันออกให้พ้นคอ พร้อมกับจัดระเบียบคอเสื้อตัวเองใหม่ให้เข้าที่ สายตาก็ยังจับจ้องกับมันไม่วางตา... "แล้วมึงล่ะเป็นใคร มายืนทำเหี้ยอะไรตรงนี้ หรือว่าเป็นพวกชอบแอบ!" หึ...คงไม่ใช่แค่ฝีมือหรือหน่วยก้านดีเท่านั้น แต่ว่ามันยังปากดีซะด้วยสิ! แววตาดุวาวโรจน์กับน้ำเสียงหาเรื่องนิดๆที่ตั้งใจตะโกนใส่หน้า ฟังแล้วมันทำให้ผมรู้สึกคันหัวใจยิบๆอยากจะเอามือบีบปากเล็กๆสั่งสอนให้มันรู้สึก แล้วหยุดเห่าหอนอาละวาดกัดคนอื่นเขาไปทั่วแบบนี้ "ฝีมือกระจอกอย่างมึง มีดีอะไรให้คนอย่างกูต้องแอบวะ ถ้ามึงเก่งจริงคงไม่เปิดโอกาสให้มันเข้ามาด้านหลังแล้วโดนถีบจนหัวคะมำหรอกนะ...ว่าไหม" ผมยักคิ้วถามมันกลับไปอย่างกวนๆพร้อมกับยิ้มยั่วโมโหให้มันของขึ้น "สัส! ไอ้เหี้ย อะ..โอ๊ย!!" มันทำท่าจะพุ่งเข้าใส่แต่ผมไม่ปล่อยให้ไอ้ตัวแสบจู่โจมได้แน่ ถึงจะไวแค่ไหนแต่มันก็คนละชั้นกับผม ผมบิดข้อมือไปไขว้หลังพร้อมกับพลิกตัวมันดันจนไปติดผนังกำแพงที่ผมเคยยืนพิงหลบอยู่หลังพุ่มไม้ก่อนหน้า ตัวมันสูงน้อยกว่าผมเกือบสองคืบทำให้ผมต้องโน้มตัวเข้าไปประกบแผ่นหลังมันไว้ อืมมม! ขนาดมันมีเหงื่อท่วมตัวจนเสื้อนักศึกษาเปียกลู่แนบไปกับร่างแต่ว่ามันยังมีกลิ่นตัวหอมได้อีก ความสงสัยทำให้ผมดันตัวเองเข้าไปชิดแผ่นหลังอีกฝ่ายมากขึ้นพร้อมกับก้มลงไปสูดดมกลิ่นเหงื่อของมันอย่างแรงจนเต็มปอด ฟอดดดด!!! "อ้ะ...ไอ้สัส เหี้ยเอ้ย ไอ้โรคจิต ไอ้วิปริต..อะ...อึก ปล่อยกู!!" เจ้าตัวคงอึดอัดไม่น้อยที่โดนอัดติดกำแพงแล้วยังจะโดนผมขโมยกลิ่นหอมไปฟอดใหญ่แบบนี้ แต่ผมไม่ปล่อยไปง่ายๆหรอกนะครับ ไหนๆมันก็มอบตัวเหี้ยให้ผมมาไม่น้อย แล้วยังจะหาว่าผมเป็นโรคจิตอีก แต่ผมก็ไม่ถือสาหรอกหาความเพราะว่ามันยังอุตส่าห์ส่งกลิ่นตัวหอมรัญจวนใจขนาดนี้ ผมคงต้องพิสูจน์กลิ่นอีกสักที ว่าตรงไหนกันที่มันส่งกลิ่นหอมออกมามากที่สุด "คิดจะจู่โจมกูเหรอ หือ...อย่างมึงน่ะช้ากว่ากูไปหลายขุมไอ้น้อง" ผมกระซิบที่ใบหูแดงๆ แต่สงสัยผมคงจะเพลิดเพลินไปกับกลิ่นหอมอ่อนๆปนกลิ่นเหงื่อของมันมากไปหน่อย เลยเผลอคลายมือทำให้มันบิดมือตัวเองออกแล้วกระทุ้งข้อศอกเข้ามาที่ท้องผมอย่างแรงจนจุก เหี้ยเอ้ย แสบใช่เล่น! พลั่ก!! "อ๊ะ.." ผมที่ยังไม่ทันระวังตัวก็เลยโดนเข้าจนจุก แล้วมันก็บิดตัวหันมาเผชิญหน้า ดีนะที่ผมปัดหมัดมันออกไปได้ทันไม่อย่างนั้นคงได้เลือดกลบปากเป็นแน่ เพราะดูท่าหมัดมันก็คงจะหนักไม่แพ้ศอก แต่ทว่าผมกลับไม่โกรธเลยสักนิดทั้งที่เจ็บตัว กลับเห็นว่ามันถูกใจเป็นบ้า! แต่ก่อนที่มันจะทำอะไรผมมากไปกว่านี้ ผมก็รีบคว้าข้อมือมันทั้งสองข้างด้วยความเร็วกว่า ขึงข้อมือมันเอาไว้แล้วตอกตรึงมันด้วยร่างกายผม เข้าไปแทน ดูสิว่าโดนขึงพรืดไว้แน่นซะขนาดนี้แล้วยังจะเก่งได้อีกไหม ผมรู้สึกอารมณ์ดีเป็นพิเศษในรอบหลายปี จากที่เบื่อๆตอนนี้ก็เริ่มสนุกเพียงแค่มีมันอยู่ใกล้ๆ ถ้าผมไม่ปล่อยมันก็อย่าหวังว่าจะได้ขยับ และผมก็ไม่คิดจะปล่อยมันเร็วๆนี้อย่างแน่นอนเพราะยังไม่หายสงสัยเลยว่าตรงไหนของมันจะมีกลิ่นหอมมากที่สุด เอ๊ะ จะเป็นซอกคอที่มีเหงื่อไหลซึมลงมาจากกรอบหน้าได้รูป หรือว่าตรงแก้มขาวๆเนียนใสน่าหยิก แต่ผมคิดว่าน่าจะเจอจุดน่าสงสัยอีกจุดแล้วล่ะว่ามันน่าจะหอมไม่หยอก ดูหยดเหงื่อไหลที่ไหลมาตามแนวสันกรามสวยที่มันขบแน่นไว้ด้วยความโมโหนั้นสิ รสชาติมันจะหอมหวานสักแค่ไหน... "อย่าดิ้น! เดี๋ยวมึงจะเจ็บตัว กูบอกแล้วไงว่าเรามันคนละชั้นกัน" คนตรงหน้ากระฟัดกระเพียดโมโหอย่างหนัก มันพยายามจะขยับยกแข้งยกขาแต่ก็ทำอะไรไม่ได้มากกว่าดีดดิ้นอยู่ในวงแขน ร่างของเราเบียดชิดกันมากขึ้นจนผมรู้สึกตัวรุ่มร้อนขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่ ทั้งร่างกายและกลิ่นตัวของมันไปกระตุ้นบางอย่างให้ตื่นขึ้นมา "ปล่อยแ!..เฮ้ย!!! มะมึง ไอ้ระยำโรคจิต ทำเหี้ยไรวะ!" เสียงตะโกนตกใจของคนตรงหน้าทำให้แก้วหูผมแทบแตก "มึงจะโวยวายทำไม กูก็แค่อยากรู้ว่าตรงนี้ของมึงรสชาติและกลิ่นจะหอมหวานแค่ไหน" "ปล่อย โอ๊ย! ไอ้โรคจิต อย่ากัด!! ไอ้สัส มึงเป็นหมาบ้าหรือไงเล่า" ปากดีจัด ปากแบบนี้มันคงจะหวานล้ำพิลึก ผมเริ่มอยากพิสูจน์รสชาติจากปากของมันแล้วสิ หลังจากที่ผมขบไปตามแนวสันกราม ลงไปยังชอกคออุ่น เจ้าตัวก็ยิ่งดิ้นไปใหญ่ ยิ่งดิ้นผมยิ่งขบกัดมันอย่างแรงจงใจขบเม้มให้มันเจ็บ ยิ่งมันร้องผมยิ่งออกแรงมากขึ้นไปอีก "ไอ้ชั่วสารเลว ไอ้นิสัยพาลสันดานเสีย ไอ้เหี้ย! ปล่อยนะโว้ย!!" ตอนนี้ผมรู้แล้วว่าไอ้ตัวแสบมันไม่ได้หอมอย่างเดียวรสชาติมันยังหวานอีกด้วย! "โอ๊ย กูบอกให้ปล่อยแม่ง!" ยิ่งมันดิ้นผมยิ่งกดมันไว้ กำลังจะชิมที่ริมฝีปากสีสดก็ได้ยินเสียงคนดังขัดจังหวะขึ้นมาเสียก่อน "เดม่อน ไอ้ม่อน มึงอยู่ไหนวะ" "พะ..พี่แม็ค กูอยู่นี่ โอ้ยไอ้..อืมม" ผมรีบเอามือปิดปากมันไว้ก่อนที่มันจะส่งเสียงดังไปมากกว่านี้ เสียงพี่แม็คกำลังเดินมาทางนี้ทำให้ผมหงุดหงิดอยู่ในใจตอนที่มีเสียงนั้นดังใกลเข้ามา ผมถอนหายใจเฮือกใหญ่ด้วยความเสียดาย ก่อนจะค่อยๆผ่อนแรงที่ข้อมืออย่างไม่ค่อยเต็มใจนัก ไอ้ตัวดีรีบกระชากมือตัวเองออกพร้อมกับผลักอกผม เดม่อน เหรอ อย่าบอกนะว่าไอ้คนที่มีกลิ่นตัวหอมปากดีตรงหน้าชื่อ เดม่อน ชื่อมันโคตรน่ารัก แล้วนี่มันยังจะรู้จักกับพี่ที่ผมรักอีกด้วย ต่อไปนี้ชีวิตของผมคงมีสีสัน มีอะไรให้ตื่นเต้นดีพิลึก "อ้าว! พวกมึงสองตัวมาทำอะไรกันมืดๆค่ำๆกันตรงนี้วะ แล้วนี่รู้จักหลานรหัสกูด้วยเหรอ ห๊ะ..ไฟนอล " พี่แม็คมองหน้าผมสลับกับหลานรหัสที่ยืนหน้าดำหน้าแดงด้วยความสงสัย พร้อมกับสำรวจร่างของหลานรหัสของตัวเองไปด้วยแล้วก็ต้องขมวดคิ้วยุ่งอย่างไม่ชอบใจ "แล้วเนี่ยสภาพมึงไปโดนหมาที่ไหนกัดมาอีกล่ะ รู้จักกันมายังไม่ถึงสามเดือน แต่มึงแม่งนี่ก็หาเรื่องมาให้กูปวดหัวไม่เว้นแต่ละวัน กูโคตรซวยที่มีหลานรหัสอย่างมึง ป่ะเข้าร้านเดี๋ยวจะแนะนำพวกมึงให้รู้จักกัน" คนบ่นส่ายหน้าอย่างเอือมระอา พร้อมกับดันตัวผมและเดม่อนเข้าไปในร้านเพื่อทำความรู้จักกันอย่างเป็นทางการอีกครั้ง
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD