"เข้าไปก่อน ผมขอสูบบุหรี่ต่อ แล้วลากเด็กพี่เข้าไปด้วยมันกัดเขาไปทั่ว" ผมเหล่มองคนตรงข้ามซึ่งมันก็จ้องจะงาบหัวผมอยู่ก่อนแล้ว
"ไอ้สัส!"
ผมกระตุกยิ้ม ล้วงบุหรี่ขึ้นมาจุดบุหรี่แล้วก็พ่นควันใส่หน้ามันที่ยังจะกล้าปากดีใส่ผมอีก ที่มันหน้าดำหน้าแดงโกรธจนควันออกหูก็เพราะความปากดีของมันนี่แหละเลยโดนผมรังแกจนหน้าหงิก
"เฮ้ยยย ไอ้ม่อนมึงก็ใจเย็นๆดิวะ มันสวนหมัดกลับมามึงจะทำไง"
"ก็สวนมันกลับไปไง มือผมก็มีทำไมต้องกลัวไอ้เหี้ยนี่ด้วย" ปากมันพูดกับพี่แม็คแต่สายตาเชี่ยวกรากยังมองมาที่ผม พี่แม็คถึงกับเอามือกุมขมับอย่างไม่รู้จะทำอย่างไรดีกับคนตรงหน้า ผมถึงกลับเบือนหน้าหนีกลั้นยิ้มไว้แทบตายกับท่าทางของคนเป็นพี่
"นี่สรุปพวกมึงมีเรื่องอะไรกัน เอางี้ งั้นพวกกูเข้าไปก่อนนะ แล้วมึงค่อยตามเข้ามาเคลียร์"
ผมพยักหน้า รู้สึกขบขันกับสีหน้าหงุดหงิดที่ไอ้เดม่อนถูกปู่รหัสลากเข้าไปในร้าน มันคงอยากจะเอาคืนผม แต่น้ำท่วมปากบอกใครไม่ได้ที่โดนผมรังแก
พอบุหรี่หมดมวน ผมก็เดินเอือยๆกลับเข้าไปในร้าน ก็ไม่ได้หวังว่าจะเจอหน้ามันหรอกนะครับ เพราะท่าทางของเดม่อนมันแทบจะเขมือบผมอยู่แล้ว แต่ก็อดไม่ได้ที่จะกวาดตามองหา สุดท้ายก็เป็นอย่างที่คิด มันไม่ได้นั่งอยู่ในร้านแล้วจริงๆ
"ไอ้ไฟนอล มึงมานี่ดิ" พี่แม็คกวักมือเรียกใบหน้ามีคำถามมากมาย ผมถอนหายใจยาวๆแล้วจึงเดินเข้าไปหาตรงหน้าเคาน์เตอร์บาร์ที่มีบาร์เทนเดอร์มือชงนัมเบอร์วันยืนสาละวนชงเหล้าให้เจ้าของผับ ใบหน้าหล่อๆกวนยกยิ้มมุมปากเบาๆส่งมาให้
"มึงไปทำอะไรหลานกู มันถึงหน้างอหุนหันหนีกลับบ้านไปเสียก่อน" ผมยักไหล่กับคำถาม แล้วทิ้งตัวลงนั่งตรงข้างๆ แต่แกก็ยังจ้องผมอย่างจับผิด พี่หนึ่งหันมายิ้มพร้อมกับชงเหล้ายื่นมาให้ผม
"คุยกันดีๆ" พี่หนึ่งบอกพร้อมกับปรายตามองคนที่เดินตามมาทีหลัง มันคือพี่เวฟ สายรหัสเดียวกันกับพวกมัน
"ขอบคุณครับ" ผมรับแก้วเหล้ามาแล้วก็คลึงไปมา สายตาก็จับจ้องเหมือนมันมีอะไรมากกว่าน้ำสีอำพัน
"ว่าแต่มึงไปรู้จักกันตอนไหนวะ" พี่หนึ่งตั้งคำถามที่ผมเองก็ไม่คิดจะตอบ จะให้บอกยังไงในเมื่อผมเองก็เพิ่งจะรู้จักมันเมื่อไม่กี่นาทีนี้เอง
"นั่นสิ มึงแกล้งน้องกูหรือเปล่า"
พี่เวฟที่ทิ้งตัวลงนั่งข้างพี่แม็คเอียงข้างมองมาพลางเลิกคิ้ว แต่พอเห็นผมทำหน้านิ่งไม่ใส่ใจ พร้อมทั้งยกแก้วเหล้ากระดก พวกพี่มันก็เลยไม่เซ้าซี้ถามกันต่อ
"อย่าไปมีเรื่องกับไอ้ม่อนเลยนะ กูขอล่ะ.. น้องกูมันแสบย่อยซะที่ไหน วันก่อนก็ไปมีเรื่องกับเด็กช่างยนต์ ถ้ามีเรื่องกับมึงอีกคนกูคงปวดหัวน่าดู"
แสบไหมน่ะเหรอ หึหึ ผมว่าไม่เท่าไหร่แต่ถ้าบอกว่าแซ่บน่าจะใช่มากกว่า...
และหลังจากวันนั้น ผมก็แทบเป็นแขกประจำที่นี่ และได้เจอมันแทบทุกคืน หากมันไม่มีกิจกรรมทำที่มหาวิทยาลัยก็จะมาขลุกอยู่ที่นี่กับเพื่อนสนิทอีกสองคน ผมกับมันเรากลายเป็นคู่กัดไปโดยปริยายนับตั้งแต่วันนั้น
[ปัจจุบัน]
ผมพลาดเองที่ประมาทเกินไป อาจเป็นเพราะแสงสีในผับบวกกับจังหวะเพลงมันส์ยามดึกทำให้เสียงมันดังอึกทึกจนไม่ได้ยินว่ามันโดนพวกไอ้เฮียตี๋ลากออกไป จากข้อมูลที่เด็กในร้านรายงานเข้ามาว่าพวกมันไม่ได้กลับแต่ยังเฝ้าไว้ทุกทิศทุกทางเสียด้วย คงถึงวันที่ไอ้ปากหมาอย่างเดม่อนมันจะเจอศึกหนัก ซวยเข้าแล้วจริงๆ ผมนึกไว้ไม่มีผิดปากดีอย่างมันสักวันคงได้เรื่อง และวันนั้นก็มาถึงจริงๆ
ผมถืออาวุธกระชับมือไว้แน่น เป็นเรื่องธรรมดาของผมกับพี่แม็คที่ต้องมีติดร้านไว้บ้าง อาจเพราะอาชีพและไลฟ์สไตล์ส่วนตัวที่ออกจะมีนิสัยไม่ยอมใครและไม่สนใครหน้าไหนทั้งนั้น จึงทำให้ผมและพี่มันค่อนข้างจะมีศัตรูอยู่บ้าง โดยเฉพาะพวกอยู่ในวงการเดียวกัน ที่เผลอไปเหยียบเท้ามันบ้าง ไปขัดแข้งขัดขามันบ้างก็เลยต้องระวังตัวกันมากเป็นพิเศษ
แต่ถึงพวกผมจะมีนิสัยเหมือนนักเลงหัวไม้ แต่พวกเราก็ทำอาชีพสุจริตไม่ได้ไปเบียดเบียนใครหรือทำสิ่งผิดกฏหมายอย่างแน่นอน และล่าสุดผมก็ได้เข้าไปเทคโอเวอร์สนามแข่งรถ เป็นธุรกิจอีกตัวที่ผมชอบมากพอๆกับอาชีพที่ผมกำลังทำอยู่ และรวมถึงธุรกิจกลางคืนที่ผมแอบซื้อหุ้นในผับของพี่แม็คไว้ และนั่นทำให้ผมรู้จักทุกซอกทุกมุมและรู้เกี่ยวกับทางหนีทีไล่ของพื้นที่บริเวณนี้เป็นอย่างดี
พวกผมรู้จักไอ้เฮียตี๋มันทำธุรกิจสีดำ กลโกงความวิบัติทุกอย่างรวมอยู่ในตัวมัน แต่พวกผมก็ไม่ได้ยุ่งเกี่ยวหรือไปขัดแข้งขัดขากับคนอย่างมัน ถ้าพวกมันไม่มาก่อความเดือดร้อนให้ ก็ต่างคนต่างก็ทำมาหากินไม่ล้ำเส้นกัน และพวกมันเองก็ไม่อยากจะมีเรื่องกับพวกผมด้วยเหมือนกัน ถึงแม้ผมจะมีลูกน้องน้อยกว่าแต่ทุกคนก็ฝีมือดีกันทั้งน้้น เพราะงั้นหากไม่จำเป็นพวกเราก็จะพยายามเลี่ยงไม่ให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งมาก่อเรื่องให้รำคาญ ยกเว้นคืนนี้ เมื่อมันกล้าข้ามเส้นเข้ามาลากคนของผมออกไปรุมกระทืบ ผมก็ต้องใช้วิธีของผมเอาคืนเหมือนกัน
ตึก!!!
พวกเราวิ่งออกมาทางหน้าร้านเมื่อเสียงเอะอะโวยวายหายไปแล้ว ผมกวาดสายตามองไปรอบๆโดยไม่สนใจสายตาแวววาวของบรรดาสาวสวยทรงโตที่ทอดสะพานส่งสายตายั่วยวนมาให้ตลอดทางเดิน ถ้าหากเป็นตอนปกติ ผมอาจจะมีแวะทักข้างทางบ้างตามมารยาท หรือไม่ก็อาจจะบ้างที่ไปจบที่เตียงหากเกิดอารมณ์เปลี่ยวเหงา แต่ตอนนี้มันมีคนสำคัญมากกว่าพวกเธอเหล่านั้น ไม่มีใครสามารถดึงดูดความสนใจผมได้เท่าใบหน้าของใครบางคนที่ผมกำลังเป็นห่วงมันอยู่ในตอนนี้
จนในที่สุดพวกเราก็วิ่งมาถึงซอยตัน โดยมีพี่แม็คและคนอื่นๆวิ่งตามมาเป็นโขยง บ้างก็มีอาวุธบ้างก็มาตัวเปล่า
"ผมจะเข้าไปในซอยนี้ พี่ไปกันพวกข้างหน้าเอาไว้อย่าให้พวกมันเข้าสมทบทางด้านหลังเด็ดขาด"
"ได้ กูก็ฝากมึงช่วยไอ้เดม่อนด้วยนะ ยังไงมันก็น้องกู"
พี่เวฟมีแววตาเป็นกังวลและผมก็เข้าใจพี่มันเป็นอย่างดี อีกอย่างพักหลังมานี่พี่เวฟก็ไม่ค่อยมีเวลาและได้อยู่ดูแลไอ้คุณหนูมันนัก เพราะไปฝึกงานกว่าจะปลีกตัวมาได้ก็แสนยากลำบาก เพราะงั้นก็คงจะห่วงน้องรหัสตัวเองมากเป็นเรื่องธรรมดา ไอ้เดม่อนถึงมันจะมีนิสัยหาเรื่องเขาไปทั่วอย่างนั้น แต่มันก็มีข้อดีอยู่ไม่น้อย และเพราะมันมีดีผมถึงได้เป็นห่วงมันอย่างที่เห็น
"ไม่ต้องห่วง หลังจากนี้ชีวิตมันผมจะดูแลแทนพี่เอง"
"ขอบใจ"
พอมาถึงทางเดินคับแคบ ก็เริ่มได้ยินเสียงของคนกลุ่มใหญ่ พร้อมกับเสียงโหวกเหวกดูวุ่นวายเหมือนกำลังมีเรื่องกันอยู่ คิดว่าน่าจะใช่มันนั่นแหละ
"ปล่อยกูไอ้สัส! พวกมึงมันหมาหมู่ ไม่แน่จริงนี่หว่า"
เสียงไอ้เดม่อนตะโกนอย่างไม่กลัวตาย ขนาดว่าอยู่ในกำมือคนนับสิบมันก็ยังปากดีไม่เลิก ผมล่ะหัวจะปวดปากมันวอนตีนเขาไปทั่วแบบนี้ แล้วยังงี้ไม่ให้เจ็บตัวรายวันได้ยังไง
แต่เห็นอย่างนั้นมันก็มีดีอยู่พอตัว ผมเห็นบ่อยจนชินแล้วยามที่มันยืนอยู่ต่อหน้าคู่ต่อสู้มันโคตรจะโดดเด่น! ขนาดว่าโดนรุมกระทืบหนักมันก็ยังไม่ร่วง ผมเชื่อว่ามันก็คนหนึ่งที่มีใจเป็นนักเลง
"ไอ้หน้าอ่อน มึงน่ะแน่นักหรือไงวะถึงได้มายุ่งกับผู้หญิงของกู"
ถ้าให้เดาเสียงนั่นน่าจะเป็นเสียงของไอ้ตี๋ ถึงขนาดเจ้าตัวมาเองแสดงว่าผู้หญิงคนนั้นเป็นของหวงของรักมันมากจริงๆ มันคงตามมาเอาเรื่องอย่างที่เดาไว้ไม่ผิด ผมส่งสายตาฝ่าความมืดไปตามเสียงก็พบว่ามันอยู่ในวงล้อมของนักเลงหัวไม้อีกนับสิบ ใบหน้าของมันยามนี้ดูเกรี้ยวกราดมาก โดนต่อยจนแตกยับแต่ปากมันก็ยังเถียงเขากลับทุกประโยค
หากเป็นไอ้เดม่อนถือว่านี่เป็นภาพที่ชินตาของทุกคน แต่ครั้งนี้มันไม่เหมือนทุกครั้งที่ผ่านมาเพราะคู่ต่อสู้ของมันไม่ใช่ไก่กาเหมือนเคย
"กูเนี่ยนะยุ่งกับผู้หญิงของมึง มีแต่เมียมึงมายุ่งกับกูเอง"
ไอ้เดม่อนมันเสียอยู่อย่างเดียวนี่แหละที่มันไม่ชอบใช้รอยหยักในสมองในการแก้ปัญหาเพื่อเอาตัวเองให้รอด มันใช้แต่อารมณ์นำทางเหมือนเด็กวัยรุ่นเอาแต่ใจ แล้วนี่มันโง่หรือยังไงถึงได้ปากดีท่ามกลางตีนนับสิบ และมีอาวุธครบมือ
"สัส! แล้วมึงไม่รู้หรือไงว่านั่นน่ะเขามีเจ้าของ" ไอ้ชัชสะบัดฝ่ามือจนมันหน้าหันไปตามแรง พี่แม็คขยับตัวผมก็เลยดึงแขนเอาไว้ก่อน ส่งสัญญาณให้แกอยู่นิ่งๆรอดูสถานการณ์
"แล้วลูกพี่มึงแขวนป้ายไว้หรือเปล่าล่ะ ก็ในเมื่อเธอบอกว่าโสดเองนี่หว่า แล้วยังปีนมาขึ้นมานั่งตักกูเอง แล้วหลังจากนั้นเธอก็ลากกูไปเอา"
อืมม..ตามนั้นครับผม มันไม่จำเป็นต้องเถียงไปทุกรอบ บอกเขาไปหมดทุกอย่าง คงไม่ถึงกับดีเทลว่าแลกลิ้นกันไปกี่ครั้งก็ได้ ไม่ใช่แค่มันที่หน่วยก้านไม่เลวแต่ปากมันก็ไม่เลวด้วยสิ สิ่งที่มันทำยิ่งไปสุมไฟให้ไอ้ตี๋
"รอดูสถานการณ์ก่อนพี่ อย่าเพิ่งวู่วาม" ผมบอกพี่แม็คไม่อยากให้ผลีผลามเดี๋ยวจะพลาดท่าเอาได้